KM by Dr.Lek
06/01/2026
ความแตกต่างระหว่าง ผลผลิต (Outputs) และ ผลลัพธ์ (Outcomes) ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของ "ผลสัมฤทธิ์" (Results) สามารถอธิบายได้ ดังนี้
ผลผลิต (Outputs)
🕵️♀️นิยาม คือ งาน บริการ หรือกิจกรรมที่เจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานได้ดำเนินการจนเสร็จสมบูรณ์และพร้อมที่จะส่งมอบให้แก่ผู้รับบริการ
🙋♀️ลักษณะเด่น เป็นสิ่งที่เกิดจากการดำเนินงานตามขั้นตอนหรือกระบวนการ (Processes) โดยตรง และเป็นผลงานที่เกิดจากหน้าที่ความรับผิดชอบของหน่วยงานนั้นๆ
🧑🏫ตัวอย่าง การออกใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ให้แก่ประชาชน, กิจกรรมการก่อสร้างถนนที่เสร็จสิ้น, หรือหากเปรียบกับนักกีฬา คือการที่นักกีฬาวิ่งได้ระยะทาง 5 กิโลเมตร ตามที่กำหนดไว้
📏เกณฑ์การวัด มักวัดด้วย "ประสิทธิภาพ" (Efficiency) คือการเปรียบเทียบระหว่างปัจจัยนำเข้ากับผลผลิต
ผลลัพธ์ (Outcomes)
🕵️♀️นิยาม คือ ผลที่เกิดขึ้นตามมา หรือผลกระทบ (Impact) ที่เกิดจากผลผลิตนั้นๆ ซึ่งมักเป็นผลที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนหรือผู้รับบริการโดยตรง
🙋♀️ลักษณะเด่น เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้บรรลุผลจริงหรือไม่ โดยเน้นที่ความพึงพอใจ การเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น หรือคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของกลุ่มเป้าหมาย
🧑🏫ตัวอย่าง เมื่อประชาชนได้รับใบอนุญาตขับขี่ (ผลผลิต) แล้ว ผลลัพธ์ คือการที่พวกเขาสามารถขับรถได้อย่างถูกต้อง ปลอดภัย และมีวินัยจราจร หรือในกรณีนักกีฬา ผลลัพธ์ คือการมีสุขภาพที่แข็งแรงขึ้นหรือมีอายุยืนยาวขึ้นจากการออกกำลังกายนั้น
📏มักวัดด้วย "ประสิทธิผล" (Effectiveness) คือการบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้
by Dr.Lek
#อาหารสมอง
# เพราะการเรียนรู้ คือ การเรียนรู้ตลอดชีวิต
06/01/2026
การบริหารมุ่งผลสัมฤทธิ์ (Results-Based Management - RBM) เป็นวิธีการบริหารที่ให้ความสำคัญกับ "ผลสัมฤทธิ์" (Results) ซึ่งประกอบด้วย ผลผลิต (Outputs) และ ผลลัพธ์ (Outcomes) เป็นหลักโดยเน้นความรับผิดชอบ (Accountability) ต่อประชาชนและการใช้ดุลยพินิจในการบริหารงานอย่างมีประสิทธิภาพ
ประโยชน์ของการบริหารมุ่งผลสัมฤทธิ์
* ต่อประชาชน ได้รับบริการที่มีคุณภาพ รวดเร็ว และสามารถตรวจสอบความโปร่งใสได้
* ต่อเจ้าหน้าที่ เข้าใจบทบาทเป้าหมายของงานชัดเจน และมีส่วนร่วมในการพัฒนาการทำงาน
* ต่อองค์การ มีทิศทางการดำเนินงานที่แน่นอน ปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ได้เร็ว และใช้ทรัพยากรที่มีจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด
# KM by Dr.Lek
04/01/2026
การ SWOT / การกำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ ฯลฯ ไม่จำเป็นต้องทำทุกปี เพราะเป็นเป็นแผนพัฒนาการศึกษาของสถานศึกษา / แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา ฯลฯ หรือชื่อเรียกอื่น ๆ ที่มีขอบข่ายในลักษณะนี้ ที่ต้องดำเนินการในทุก 3 - 5 ปี ซึ่งจัดเป็นแผนระยะกลาง แต่สิ่งที่ต้องดำเนินการทุกปี คือ การจัดทำแผนปฏิบัติการประจำปี ซึ่งไม่จำเป็นต้อง SWOT และมากำหนดวิสันทัศน์ ฯลฯ ใหม่
แผนพัฒน์ฯ สามารถนำมาทบทวนใหม่ได้ # # # กรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงในระดับนโยบายใหม่ของกระทรวง ซึ่งกรณีนี้จะไม่ค่อยเปลี่ยนแปลงรายละเอียดมาก (นอกจากเปลี่ยน รมต.ศธ. ใหม่ 555) เนื่องจากจะกำหนดให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ และแผนการศึกษาชาติอยู่แล้ว (แต่เวลาที่ทำก็ควรกลับไปเปิดดูแผนการศึกษาชาติบ้าง ไม่ใช่ดูแต่ยุทธศาสตร์ชาติอย่างเดียว) # # # กรณีที่ 2 มีการเปลี่ยนแปลง พรบ.การศึกษา หรือ พรบ.ขององค์กร เช่น พรบ.ส่งเสริมการเรียนรู้ แม้แผนพัฒน์ฯ ของสถานศึกษาจะยังไม่หมดอายุ ก็สามารถนำมาทบทวนได้และปรับปรุงเพื่อใช้ต่อให้หมดห้วงของอายุแผน ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะไม่ได้ไปเปลี่ยนแปลงวิสัยทัศน์ ฯลฯ ในแผนฯ แต่อาจจะมีการเพิ่มเติมโครงการเพืื่อให้สอดคล้องกับนโยบายขององค์กร ซึ่งจะเป็นกรณีที่สถานศึกษาไม่ได้กำหนดไว้mujอาจจะเป็นสิ่งที่คาดไม่ถึง เช่น สถานการณ์ COVID-19 ที่ต้องมีการปรับเปลี่ยนวิถีการทำงานใหม่
แผนปฏิบัติการประจำปี จำเป็นต้องทำทุกปี (ในอดีตจะมีชื่อเล่นว่า "แผนใช้เงิน" เนื่องจากจะเกี่ยวพันกับการใช้งบประมาณในการดำเนินงาน) ซึ่งแผนปฏิบัติการฯ จะต้องนำแผนพัฒน์ฯ ไปสู่การปฏิบัติโดยขับเคลื่อนผ่านโครงการ / กิจกรรม ต่าง ๆ (ซึ่งก็มีทั้งโครงการ / กิจกรรม ที่ต้องใช้งบประมาณ หรือไม่ใช้งบประมาณก็ได้ อันนี้อธิบายไว้ใน TTแล้ว) ซึ่งแผนปฏิบัติการฯ จะต้องสอดคล้องกับแผนพัฒน์ ไม่ใช่ทำแผนพัฒน์ฯ ไว้แค่เท่ห์ ๆ แค่พอว่ามี ส่วนแผนปฏิบัติการก็ไปคนละทาง แถมยังมากำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ ฯลฯ รายปี แบบนี้ไม่ถูกต้อง
และที่สำคัญการจัดทำแผนปฏิบัติการฯ ควรนำแผนพัฒน์ฯ มาเป็นต้นฉบับในการขยายผลไปสู่การดำเนินการในรูปของโครงการ แต่ก็อย่าลืมมองวิสัยทัศน์ที่ต้องขึ้นมาด้วยว่าทิศทางของสถานศึกษาต้องการให้เกิดอะไรในอนาคต 3 - 5 ปี หรือตามช่วยระยะเวลาอายุของแผนพัฒน์
# # #ถ้าจะ SWOT กันทุกปีก็ควรหาคำตอบให้ได้ว่า "ทำไปทำไม" / "ทำไปเพื่ออะไร" และ "มีแผนพัฒน์ฯ ไว้เพื่ออะไร / รู้มั้ยว่าแผนพัฒน์ที่ทำออกมานั้นบรรจุอะไรไว้บ้าง"
# # # ไม่ใช่แผนพัฒน์ฯ ไปทาง แผนปฏิบัติการฯ ไปทาง...อันนี้แสดงถึงองค์ความรู้ของผู้ที่ไปให้ความรู้สถานศึกษาว่าเข้าใจการทำแผนฯ มากน้อยเพียงใด 😁😆😁😆
04/01/2026
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น SWOT Analysis เปรียบเสมือน "การตรวจวินิจฉัยโรค" ที่บอกว่าร่างกายเรามีส่วนไหนที่แข็งแรงหรือกำลังป่วย. ในขณะที่ TOWS Matrix เปรียบเสมือน "แผนการรักษา" ที่ระบุวิธีการรักษาและขั้นตอนปฏิบัติอย่างชัดเจนเพื่อให้ร่างกายกลับมาแข็งแรงและพร้อมก้าวเดินต่อไปได้ อธิบายกระบวนการวิเคราะห์ TOWS Matrix เป็นขั้นตอนที่เปลี่ยนข้อมูลดิบจากการวิเคราะห์สถานการณ์ให้กลายเป็น "กลยุทธ์ที่นำไปปฏิบัติได้จริง" โดยมีขั้นตอนสำคัญที่เน้นการจับคู่ปัจจัยภายในและภายนอกอย่างเป็นระบบ ดังนี้
1. การวิเคราะห์ SWOT ให้ครบถ้วน (Comprehensive SWOT Analysis) ก่อนเริ่มทำ TOWS Matrix องค์กรต้องระบุปัจจัยพื้นฐานทั้ง 4 ด้านให้ชัดเจนก่อน 👉ปัจจัยภายใน : ระบุ จุดแข็ง (Strengths) ที่เป็นความสามารถหลัก และ จุดอ่อน (Weaknesses) ที่เป็นข้อจำกัดภายในองค์กร 👉 ปัจจัยภายนอก : ระบุ โอกาส (Opportunities) จากแนวโน้มตลาดหรือเทคโนโลยี และ อุปสรรค (Threats)
2. การจับคู่ปัจจัยเพื่อสร้างกลยุทธ์ 4 รูปแบบ (The 4 Strategic Pairings) ขั้นตอนนี้คือหัวใจสำคัญของ TOWS Matrix โดยการนำปัจจัยภายในมา "จับคู่" กับปัจจัยภายนอกเพื่อให้เกิดแนวทางปฏิบัติ
• กลยุทธ์ SO (Strengths-Opportunities) หรือ "กลยุทธ์เชิงรุก" : ใช้จุดแข็งที่มีอยู่ไปคว้าโอกาสภายนอกเพื่อสร้างความได้เปรียบและครองตลาดอย่างก้าวกระโดด
• กลยุทธ์ ST (Strengths-Threats) หรือ "กลยุทธ์เชิงป้องกัน" : ใช้จุดแข็งขององค์กรมาเป็นเกราะป้องกันหรือลดผลกระทบจากอุปสรรคภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้
• กลยุทธ์ WO (Weaknesses-Opportunities) หรือ "กลยุทธ์เชิงแก้ไข" : นำโอกาสที่เกิดขึ้นจากภายนอกมาช่วยปรับปรุงหรือกลบจุดอ่อนภายใน เพื่อให้ธุรกิจเดินหน้าต่อได้อย่างปลอดภัย
• กลยุทธ์ WT (Weaknesses-Threats) หรือ "กลยุทธ์เชิงรับ/เพื่ออยู่รอด" : มุ่งเน้นการลดจุดอ่อนและหลีกเลี่ยงอุปสรรคไปพร้อมกัน เพื่อพยุงสถานการณ์ไม่ให้เลวร้ายลงและรอจังหวะที่เหมาะสม
3.การวิเคราะห์และประเมินทางเลือก (Evaluation and Selection) เมื่อได้กลยุทธ์หลากหลายรูปแบบแล้ว องค์กรต้องนำมา จัดลำดับความสำคัญ โดยพิจารณาจากผลกระทบที่คาดหวัง ความเป็นไปได้ และทรัพยากรที่มีอยู่ เพื่อเลือกกลยุทธ์ที่มีศักยภาพสูงสุดมาใช้งาน
4. การพัฒนากลยุทธ์สู่แผนปฏิบัติ (Strategy Development)
ขั้นตอนสุดท้ายคือการนำกลยุทธ์ที่เลือกมาแปลงเป็น แผนงานที่เป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็นแผนการตลาด การจัดการทีม หรือการบริหารจัดการนวัตกรรม เพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามที่วางไว้
by Dr.Lek / ศน.เล็ก
04/01/2026
ความแตกต่างที่สำคัญระหว่าง SWOT Analysis และ TOWS Matrix อยู่ที่วัตถุประสงค์และการนำข้อมูลไปใช้งาน โดยสามารถสรุปประเด็นหลักได้ดังนี้
1. ลักษณะและวัตถุประสงค์: SWOT Analysis เป็นเครื่องมือในการ "วิเคราะห์และระบุ" ปัจจัยที่เป็นจุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค เพื่อให้เห็นภาพรวมสถานการณ์ปัจจุบันขององค์กร. ส่วน TOWS Matrix เป็นเครื่องมือในการ "สร้างกลยุทธ์" ที่นำข้อมูลดิบจาก SWOT มาพัฒนาเป็นแนวทางการปฏิบัติที่ชัดเจนและจับต้องได้
2. กระบวนการคิดและทิศทาง (Approach): SWOT มักใช้การมองจาก "ภายในสู่ภายนอก" (Inside-Out) โดยเริ่มพิจารณาจากปัจจัยภายใน (S-W) ก่อน. ในขณะที่ TOWS มักเน้นการมองจาก "ภายนอกสู่ภายใน" (Outside-In) โดยวิเคราะห์ปัจจัยภายนอก (T-O) ก่อนเพื่อให้องค์กรไวต่อการเปลี่ยนแปลงและปรับตัวเข้ากับตลาดได้ดีขึ้น
3. การจัดการข้อมูล: SWOT ทำหน้าที่ในการ จัดหมวดหมู่ข้อมูล แต่ไม่ได้ระบุวิธีจัดการกับข้อมูลเหล่านั้น. แต่ TOWS จะทำหน้าที่ "จับคู่" (Pairing) ปัจจัยภายในและภายนอกเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างสรรค์เป็นกลยุทธ์ 4 รูปแบบ (SO, ST, WO, WT) ที่ตอบโจทย์การแข่งขัน
4. ระดับความละเอียด: SWOT มักเป็นการประเมินภาพรวมแบบกว้างๆ ไม่ลงรายละเอียดลึก. ส่วน TOWS จะเป็นการวิเคราะห์เชิงลึกเพื่อ หาช่องโหว่ของปัญหา และระบุขั้นตอนการทำงานในขั้นตอนถัดไปเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย
by Dr.Lek / ศน.เล็ก😃😃
07/11/2025
สรุปประกาศคณะกรรมการคุรุสภา เรื่อง สาระการพัฒนาสมรรถนะครูในศตวรรษที่ 21 https://drive.google.com/file/d/12Cdl899M3MKTy9R1wK3F9fsxTZ0iTJ1l/view?usp=sharing
(ราชกิจจานุเบกษารตาม Link)https://www.ksp.or.th/wp-content/uploads/2025/11/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B8%84%E0%B8%81%E0%B8%81.%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%AA%E0%B8%A0%E0%B8%B2-%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B8%99%E0%B8%B0%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B9-%E0%B8%A8%E0%B8%95%E0%B8%A7.pdf
06/11/2025
มาตรฐานการศึกษาสำหรับสถานศึกษาที่จัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเอง ประกอบด้วย ด้านที่ 1 คุณภาพของผู้เรียนการเรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเอง และด้านที่ 2 คุณภาพการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเอง
06/11/2025
สรุปมาตรฐานการศึกษาสำหรับสถานศึกษาที่จัดการเรียนรู้ตลอดชีวิต ประกอบไปด้วย ด้านที่ 1 คุณภาพของผู้เรียนการเรียนรู้ตลอดชีวิต และ
ด้านที่ 2 คุณภาพการจัดการเรียนรู้ตลอดชีวิต
04/11/2025
Infogrophic บทความ
https://drive.google.com/file/d/1CzvohVgRc2YYNr9vUxK_PaDhDsOw4-no/view?usp=sharing
บทความฉบับเต็ม
https://drive.google.com/file/d/1-4ADK96bwmx5VPSN6mBeG6_M-HBZt4YT/view?usp=sharing
ดร.นพเก้า วรรณศิริ
04/11/2025
https://drive.google.com/file/d/1kK4h4NJrOJgyQIXuF78gZXYieipxXDKI/view?usp=sharing
สรุปรายงานวิจัย : การพัฒนาสมรรถนะครูผู้สอนการศึกษานอกระบบในการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) จัดทำโดย ดร.นพเก้า วรรณศิริ
03/11/2025
ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง มาตรฐานการศึกษาเพื่อการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา สังกัดกรมส่งเสริมการเรียนรู้
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
เว็บไซต์
ที่อยู่
Deparment Of Learning Encouragement
Ubon Ratchathani
34000
29/11/2025