Ubonphoto3
13/01/2026
จดหมายถึงลูก จากแม่ที่อายุ 46
ลูกจ๋า... แม่เกิดปี 2522 (ค.ศ. 1979) ตอนนี้ก็ 46 ปีแล้ว อยากเขียนจดหมายฉบับนี้ทิ้งไว้ให้ลูกอ่าน
เพื่อลูกจะได้เห็นภาพว่าประเทศเราเดินมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร ผ่านสายตาของคนเป็นแม่ที่เห็นการเปลี่ยนแปลงมาเกือบครึ่งศตวรรษ
วัยเด็กของแม่อยู่ยุค "โชติช่วงชัชวาล" และประชาธิปไตยครึ่งใบ ตอนแม่ยังเด็ก (ช่วงทศวรรษ 2520) นายกยุคนั้นเป็นมายาวนานมาก
ยุคนั้นผู้ใหญ่เขาเรียกว่า "ประชาธิปไตยครึ่งใบ" คือมีการเลือกตั้งบ้าง แต่ทหารก็ยังมีอำนาจเยอะ
แต่สิ่งที่แม่จำได้คือคำว่า "โชติช่วงชัชวาล" คือเริ่มมีการขุดแก๊สธรรมชาติ มีโรงงานอุตสาหกรรม
ชีวิตคนเริ่มเปลี่ยนจากทำนามาเข้าโรงงาน ร้านถ่ายรูปที่เตี่ยดูแลก็เจริญรุ่เรืองจากถ่ายรูปการสมัครงาน สมัครเรียน ล้างฟิล์ม ขายกล้อง
แต่ความทรงจำที่เริ่มมีกลิ่นอายความรุนแรงครั้งแรกคือ พฤษภาทมิฬ ปี 2535 ตอนนั้นแม่เพิ่ง 13 ย่าง 14 จำได้ว่าบรรยากาศในกรุงเทพฯ
น่ากลัวมาก ข่าวในทีวีถูกตัด พ่อต้องแอบฟังวิทยุคลื่นสั้น แล้วแม่ก็มารู้ทีหลังว่ามีคนตายเพียงเพราะเขาออกไปเรียกร้องนายกฯ ที่มาจากการเลือกตั้ง
มันเป็นความงุนงงของเด็กวัยรุ่นว่า ทำไมรัฐต้องฆ่าประชาชน
วัยรุ่นและมหาวิทยาลัย จากฟองสบู่สู่ต้มยำกุ้ง เป็นช่วงที่แม่เรียน ม.ปลาย ทุกอย่างดูหรูหรามาก
เราฝันจะเป็น "เสือตัวที่ 5 ของเอเชีย" คนเก็งกำไรที่ดิน ซื้อรถหรู แต่พอแม่เข้ามหาวิทยาลัยปี 1 (ปี 2540) ฟองสบู่ก็แตกดังโพละ!
นั่นคือ วิกฤตต้มยำกุ้ง ลูกเอ๋ย... เพื่อนแม่หลายคนต้องลาออกเพราะที่บ้านล้มละลาย ธุรกิจก่อสร้างหยุดชะงัก ทิ้งตึกร้างไว้เป็นอนุสรณ์ทั่วเมือง
ที่เขาเรียกตึกผีสิงกันนั่นแหละ) พ่อแม่หลายคนฆ่าตัวตายเพราะหนี้สิน มันเป็นยุคที่สอนให้แม่รู้ว่า ความมั่นคงไม่มีจริง ถ้าพื้นฐานเศรษฐกิจเรากลวง
ครอบครัวเราก็เป๋ไปหลายคน ดีที่ยังมีญาติพี่น้องคอบประคับประคองกัน
วัยทำงานเป็นวัยแห่งความหวังที่จบลงด้วยความขัดแย้ง เสื้อเหลือง-เสื้อแดง พอแม่ทำงาน ก็เริ่มยุคที่การเมืองกินได้จริงๆ
นโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรคทำให้คนจนลืมตาอ้าปากได้ แต่เหรียญก็มีสองด้าน
สังคมเริ่มแตกแยกทางความคิดรุนแรงมาก นำไปสู่ รัฐประหารปี 2549 ซึ่งเหมือนการเข็นครกขึ้นภูเขา แล้วปล่อยให้กลิ้งทับตัวเองซ้ำๆ
จุดที่แม่สะเทือนใจที่สุดคือ ปี 2553 (เหตุการณ์สลายการชุมนุม) ตอนนั้นแม่ 31 แล้ว เริ่มเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว กรุงเทพฯ กลายเป็นทะเลเพลิง
มีเสียงปืนกลางเมือง คนไทยฆ่ากันเองเพราะสีเสื้อต่างกัน แม่เสียเพื่อนดีๆ ไปหลายคนเพราะคุยการเมืองกันไม่ได้ และพวกนั้นก็ยังไม่ติดต่อหากันอีก จนกระทั่งวันนี้
ช่วงเวลาที่มืดมนเริ่มจากหลังรัฐประหาร 2557 ยุค คสช. ถึงปัจจุบัน ลูกอาจจะจำช่วงนี้ได้บ้างเพราะลูกเริ่มโตแล้ว รัฐประหารปี 2557 โดยอ้างว่าจะเข้ามา "คืนความสุข" และ "ขอเวลาอีกไม่นาน"
แต่มันกลายเป็นช่วงเวลาที่แม่รู้สึกอึดอัดและมืดมนที่สุด
ทั้งกฎหมายปิดปาก มีการใช้ มาตรา 44 สั่งการได้ทุกอย่างโดยไม่ต้องรับผิดชอบ คนที่คิดต่างถูกเรียกไป "ปรับทัศนคติ" ในค่ายทหาร
ทั้งกติกาที่ไม่แฟร์ รัฐธรรมนูญปี 2560 ถูกเขียนขึ้นมาเพื่อให้ฝ่ายทหารสืบทอดอำนาจต่อได้ง่ายๆ มี ส.ว. 250 คนที่ไม่ได้มาจากประชาชนมาช่วยเลือกนายกฯ ทำให้เสียงของเราที่ไปเลือกตั้งแทบไม่มีความหมาย
ทั้งทศวรรษที่สูญหาย เศรษฐกิจไทยโตช้าเต่าคลาน เพื่อนบ้านแซงเราไปหมด คนรวยรวยขึ้นมหาศาล (เจ้าสัวไม่กี่ตระกูล) แต่คนตัวเล็กๆ ค้าขายไม่ได้เลย
และที่แม่เจ็บปวดที่สุดคือ การชุมนุมของเด็กๆ รุ่นลูก ปี 2563-2564
แม่เห็นเด็กรุ่นลูก รุ่นหลาน ออกมาเรียกร้องอนาคตของเขาเองด้วยมือเปล่า แต่สิ่งที่ได้รับคือ น้ำผสมสารเคมี แก๊สน้ำตา และกระสุนยาง
แม่เห็นภาพเด็กมัธยมถูกดำเนินคดีอาญาร้ายแรง
เพียงเพราะเขาตั้งคำถาม
มันทำให้แม่รู้สึกผิดที่คนรุ่นแม่สร้างสังคมแบบนี้ทิ้งไว้ให้พวกหนู
จากปี 2522 ถึงวันนี้ ประเทศไทยวนเวียนอยู่ในวงจรอุบาทว์ เลือกตั้ง > ขัดแย้ง > รัฐประหาร > ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ > วนเวียน
ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
สิ่งที่แม่เรียนรู้และอยากบอกลูกคือ
อย่าชินกับความไม่ปกติ อย่ามองว่าการรัฐประหารเป็นเรื่องปกติ หรือการที่รัฐทำร้ายประชาชนเป็นเรื่องที่ยอมรับได้
ความยุติธรรมที่ล่าช้า คือความอยุติธรรม ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ระบบกฎหมายถูกใช้เป็นอาวุธเล่นงานคนเห็นต่าง ลูกต้องตระหนักเรื่องนี้ให้มาก
เสียงของลูกมีค่า แม้กติกาจะเอารัดเอาเปรียบ แต่การนิ่งเฉยยิ่งเท่ากับยอมจำนน
แม่ขอโทษที่ส่งต่อประเทศที่ยังไม่สมบูรณ์ให้ลูก แต่แม่ภูมิใจที่เห็นคนรุ่นลูกกล้าหาญกว่ารุ่นแม่มาก จงใช้ปัญญาและความกล้าหาญนั้นสร้างสังคมที่ "คนเท่ากัน" จริงๆ นะลูก
รักลูกเสมอ
แม่
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
ติดต่อ ธุรกิจของเรา
เบอร์โทรศัพท์
เว็บไซต์
ที่อยู่
299-300 หมู่ 3 ตำบล เมืองศรีไค
Ubon Ratchathani
34190
เวลาทำการ
| จันทร์ | 08:00 - 18:00 |
| อังคาร | 08:00 - 18:00 |
| พุธ | 08:00 - 18:00 |
| พฤหัสบดี | 08:00 - 18:00 |
| ศุกร์ | 08:00 - 18:00 |
| อาทิตย์ | 08:00 - 17:00 |