Rainandrun
22/10/2022
อภัยภูเบศร เฮอร์เบิล ดีโอโดเรนท์ แมงโกสทีน พีล…ลูกกลิ้งระงับกลิ่นกายเปลือกมังคุด - ใบฝรั่ง
ช่วยระงับกลิ่นกาย ดูแลผิวใต้วงแขนด้วยสมุนไพรไทย ที่คนไทยใช้ดับกลิ่นสารพัดได้อย่างชะงัด และเปลือกมังคุดมีฤทธิ์ฝาดสมาน กระชับรูขุมขน ลดการหลั่งเหงื่อ ลดการสะสมของเชื้อแบคทีเรีย ปรับสภาพผิวใต้วงแขนให้แลดูเรียบเนียน กระจ่างใส เหมาะกับผิวทุกประเภท
🔻ส่วนประกอบ
สารสกัดใบฝรั่ง สารสกัดเปลือกมังคุด สารสกัดชะเอมเทศ สารสกัดใบหม่อน สารสกัดว่านหางจระเข้ สารสกัดบัวบก นิโคตินาไมด์ (วิตามินบี 3) น้ำมันลาเวนเดอร์ น้ำมันโรสแมรี และน้ำมันผิวมะกรูด
✅สรรพคุณ
กระชับรูขุมขน ลดการหลั่งเหงื่อ ลดการสะสมของเชื้อแบคทีเรีย ปรับสภาพผิวใต้วงแขนให้แลดูเรียบเนียน กระจ่างใส
🔻ปริมาณสุทธิ : 50 มิลลิลิตร
🔻ราคา : 60 บาท
05/10/2022
🪴โทนเนอร์สมุนไพร ไร้แอลกอฮอล์ ช่วยปรับสภาพผิวหลังล้างหน้า กระชับรูขุมขน ลดสิว ลดหน้ามัน
…มีส่วนผสมของสารสกัดสมุนไพรธรรมชาติ 3 ชนิด ได้แก่ มะขามป้อม บัวบก และแตงกวา ช่วยปรับสภาพผิวหลังล้างหน้าให้นุ่ม กระชับรูขุมขน ลดความหมองคล้ำของผิว ลดความแห้งตึงหลังล้างหน้า ทำให้หน้ากระจ่างใส คืนพลังให้กับผิว ทำให้ผิวแข็งแรง
ส่วนประกอบ…🥣
🔸สารสกัดแตงกวา มีกรดอะมิโน ช่วยคืนความชุ่มชื้นให้ผิว
🔸สารสกัดบัวบก สมานผิว กระชับรูขุมขน
🔸สารสกัดมะขามป้อม ทำให้ผิวกระจ่างใส นุ่ม ชุ่มชื้น
🔻สรรพคุณ
ปรับสภาพผิวหลังล้างหน้า ขจัดคราบสิ่งสกปรกตกค้าง
🔻วิธีใช้
หลังล้างหน้า หยดโทนเนอร์ลงบนสำลี แล้วนำมาเช็ดหน้า หรือหยดโทนเนอร์ลงฝ่ามือ และตบเบาๆ จนซึมเข้าผิวหน้า ทำเป็นประจำทุกครั้งหลังล้างหน้า เช้า-เย็น
🔻ปริมาณสุทธิ 200 มิลลิลิตร
🔻ราคา 150 บาท
23/09/2022
ไหมข้าวโพด (Corn silk)
แก้อ่อนเพลีย ช่วยควบคุมน้ำตาล ความดัน และไขมัน ต้านอนุมูลอิสระ ลดการอักเสบในร่างกาย ดูแลทางเดินปัสสาวะ ลดบวม
ไหมข้าวโพด คือส่วนเกสรตัวเมียของดอกข้าวโพด
ฤทธิ์ทางยาที่โดดเด่น คือ ขับปัสสาวะ จึงมีการใช้พื้นบ้านเพื่อรักษากระเพาะปัสสาวะอักเสบ ปัสสาวะรดที่นอน ต่อมลูกหมากอักเสบ ติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ นิ่วในไต ทางเดินปัสสาวะอักเสบ และยังใช้ในโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง บรรเทาอาการอ่อนเพลีย ต้านอนุมูลอิสระ
ไหมข้าวโพดมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูงจากสารโพลีฟีนอล แทนนิน โปรแอนโทไซยานิน และซาโปนิน มีการศึกษาในสัตว์ทดลองพบว่าไหมข้าวโพดช่วยปกป้องตับไม่ให้เกิดความเสียหายจากรังสีแกมมา และลดภาวะเครียดจากอนุมูลอิสระ (oxidative stress) จากการออกกำลังอย่างหนัก
ฤทธิ์ขับปัสสาวะที่พบในหนูทดลอง พบว่ามีฤทธิ์ขับเกลือโซเดียมและโพแทสเซียมด้วย ในหนูทดลองที่เหนี่ยวนำให้เป็นเบาหวาน ไหมข้าวโพดมีผลลดระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยฟื้นฟูเบต้าเซลล์ของตับอ่อนที่ถูกทำลาย เพิ่มการหลั่งอินซูลิน และยังมีฤทธิ์ต้านการอ่อนเพลีย เพิ่มความทนทานของร่างกายในการออกกำลัง สารฟลาโวนอยด์ในไหมข้าวโพดมีฤทธิ์ลดไขมันในเลือด ทั้งไขมันตัวร้ายแอลดีแอล คอเลสเตอรอล ไขมันไตรกลีเซอไรด์ในหนูที่ถูกเลี้ยงด้วยอาหารไขมันสูง สารสกัดจากไหมข้าวโพดมีฤทธิ์ลดอักเสบและต้านซึมเศร้าในหนูทดลอง และมีการศึกษาในหลอดทดลองพบว่าไหมข้าวโพดมีฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์โคลีนเอสเทอเรส ซึ่งอาจมีบทบาทสำคัญในการปกป้องระบบประสาทในผู้ป่วยอัลไซเมอร์
ในการศึกษาวิจัยของไหมข้าวโพดที่เกี่ยวข้องกับไต ที่น่าสนใจมีดังนี้
มีการศึกษาพบว่าหนูทดลองที่ถูกเหนี่ยวนำให้ไตวายด้วยยา gentamicin และ piroxicam พบว่าเมื่อได้รับสารสกัดเอทานอลจากไหมข้าวโพด 75 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม หรือได้รับไหมข้าวโพดร่วมกับผักปั๋ง เป็นเวลา 4 สัปดาห์ มีผลช่วยให้การทำงานของไตดีขึ้น ลดค่าครีเอทินีน โดยพบว่ากลไกน่าจะมาจากการที่สมุนไพรทั้งสองมีผลลดภาวะเครียดจากอนุมูลอิสระ (oxidative stress) ป้องกันการเกิด lipid peroxidation ซึ่งเป็นการก่ออนุมูลอิสระจากการเสื่อมสลายของไขมัน ช่วยเพิ่มเอนไซม์ที่มีผลต่อการต้านอนุมูลอิสระ (catalase , SOD) ทำให้ช่วยฟื้นฟูไตที่ถูกทำลายได้ นอกจากนี้ในโมเดลหนูทดลองที่เป็นเบาหวานและไตวาย ยังพบว่าสารสกัดโพลีแซคคาไรด์จากไหมข้าวโพด (Corn Silk Polysaccharide D3) มีผลช่วยปกป้องไต จากการที่มีผลในการลด transforming growth factor-beta (TGF-β) ซึ่งเป็นตัวการที่ทำให้เกิดโรคไตเรื้อรัง พังผืดที่ท่อไต และโกลเมอรูลัสแข็ง (glomerulosclerosis)
glomerulosclerosis*** เป็นพยาธิสภาพที่สำคัญและมีลักษณะเฉพาะของโรคไตจากเบาหวาน เมื่อเป็นเบาหวานมานาน จะเกิดจากความผิดปกติของหลอดเลือดแดงฝอยในโกลเมอรูลัสของไต
มีการศึกษาในผู้ป่วยนิ่วในไตขนาด 6-8 มิลลิเมตร จำนวน 60 ราย อายุระหว่าง 20-60 ปี เปรียบเทียบการได้รับยาสลายนิ่ว (Uralyt-U) 1 ถ้วยชา วันละ 3 ครั้ง กับกลุ่มที่ได้รับชาไหมข้าวโพด วันละ 2 ถ้วยชา พบว่าชาไหมข้าวโพดช่วยเพิ่มการขับปัสสาวะและขับนิ่ว แต่ไม่มีฤทธิ์สลายนิ่วเหมือนยา Uralyt-U โดยชาไหมข้าวโพดช่วยกระตุ้นการบีบตัวของกล้ามเนื้อเรียบผ่านการขับปัสสาวะและขับนิ่ว ขณะที่ยา Uralyt-U มีคุณสมบัติขับนิ่วจากการที่ทำให้ปัสสาวะให้เป็นด่าง (Urinary alkalinization)
ผู้เขียนได้มีโอกาสอ่านหนังสือเล่มหนึ่งชื่อ สมุนไพร 91 ชนิด พิชิตโรค ชุดตำรายาล้ำค่าของหมอโฮจุน (หมอหลวงในราชสำนักโชซอน : ค.ศ.1392-1897 ผู้ได้รับสมญาว่า "เทพเจ้าแห่งการแพทย์ของเกาหลี" ของเกาหลี) ตำรายานี้ยูเนสโกได้คัดเลือกให้เป็นมรดกความทรงจำแห่งโลก จากสำนักพิมพ์ INSPIRE บันทึกไว้ว่า ไหมข้าวโพดใช้แก้อาการบวมได้ วิธีการคือ นำไหมข้าวโพด 50 กรัม กับเมล็ดเทียนเกล็ดหอย 15 กรัมมาต้มน้ำ แบ่งดื่มวันละ 3 ครั้ง จะเกิดผลดีต่อร่างกาย
ปัจจุบันคนเกาหลียังนิยมดื่มเครื่องดื่มจากไหมข้าวโพด โดยใช้ลดอาการบวม บ้างก็นิยมใช้ดื่มหลังคลอดบุตร ใช้ในโรคตับอักเสบ ความดันสูง เบาหวาน ลดไขมัน และยังเชื่อว่าการดื่มชาไหมข้าวโพดจะช่วยเผาผลาญไขมัน ลดพุง ลดความอ้วน ทำให้หุ่นดี ผิวพรรณดี
ไม่เพียงแต่ในเอเชียเท่านั้นที่นิยมใช้ไหมข้าวโพดเป็นยาขับปัสสาวะมาแต่โบราณ ในอเมริกาเอง ก็จัดว่าไหมข้าวโพดเป็นยาพื้นบ้านของเขาที่ใช้เป็นยาขับปัสสาวะอ่อนๆ รักษาความผิดปกติของระบบทางเดินปัสสาวะ (นานๆทีผู้เขียนจะอ่านเจอสมุนไพรพื้นบ้านของอเมริกา ประเทศที่การแพทย์ตะวันตกเจริญก้าวหน้า) และในอเมริกายังถือว่าไหมข้าวโพดเป็นสมุนไพรที่ค่อนข้างมีความปลอดภัย เมื่อใช้ในขนาดที่เป็นอาหาร (Generally Recognized as Safe (GRAS) status in the US)
ในคนปกติสามารถดื่มชาไหมข้าวโพดได้อย่างปลอดภัยหรือใช้ขับปัสสาวะตามการใช้แบบพื้นบ้านคือ รักษากระเพาะปัสสาวะอักเสบ ปัสสาวะรดที่นอน ต่อมลูกหมากอักเสบ ติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ นิ่วในไต ทางเดินปัสสาวะอักเสบเฉียบพลันหรือเรื้อรัง
สำหรับในผู้ป่วยที่มีการทำงานของไตบกพร่อง ควรดื่มแต่น้อย ไม่ควรดื่มต่างน้ำ เพราะอาจเสริมฤทธิ์ยาขับปัสสาวะจากที่แพทย์ให้มา ไหมข้าวโพดยังไม่มีงานวิจัยในผู้ป่วยไตว่าสามารถทำให้การทำงานของไตกลับมาดีขึ้น แต่อาจหวังผลในแง่อื่น เช่น บรรเทาอาการอ่อนเพลีย ซึ่งพบได้บ่อยในผู้ป่วยไต ช่วยควบคุมระดับน้ำตาล ความดัน และไขมันในเลือด ต้านอนุมูลอิสระ และลดการอักเสบในร่างกาย
วิธีทำชาไหมข้าวโพดง่ายๆ ดื่มง่าย มีรสหวานอ่อน หอม ไม่มีคาเฟอีน
วัตถุดิบ
ไหมข้าวโพดจากข้าวโพด 4 ฝัก
น้ำต้มเดือด 1.5 ลิตร
วิธีการ
1. นำไหมข้าวโพดมาล้างทำความสะอาด
2. หั่นเป็นฝอยสั้นๆ
3. จะนำมาต้มเลยก็ได้ โดยใส่น้ำพอท่วม ต้มประมาณ 30 นาที
4. หรือนำไปตากแดดประมาณ 1 วัน จากนั้นจึงนำไปคั่วด้วยไฟอ่อนๆในกระทะจนกระทั่งไหมข้าวโพดมีสีน้ำตาลเข้มแต่ระวังอย่าให้ไหมข้าวโพดไหม้ นำไหมข้าวโพดมาใส่ในถุงชาหรือที่กรองชา จากนั้นจึงเทน้ำต้มเดือดและแช่ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที
นำชามาดื่มได้ทั้งแบบอุ่นหรือแบบเย็น หากใส่ไหมข้าวโพดมากน้ำจะมีสีเหลืองเข้ม ถ้าใส่ไหมข้าวโพดน้อยน้ำจะสีเหลืองอ่อน
ดื่มวันละ 1-2 แก้ว
วิธีการใช้
ไหมข้าวโพดถือเป็นสมุนไพรที่ค่อนข้างมีความปลอดภัย เมื่อใช้ในขนาดที่เป็นอาหาร (Generally Recognized as Safe (GRAS) status in the US)
ขนาดการใช้ที่แนะนำในผู้ใหญ่
คือ ไหมข้าวโพดแห้ง 4-8 กรัม วันละ 3 ครั้ง หรือใช้ซองชาบรรจุไหมข้าวโพดแห้ง 0.5 กรัม ชงในน้ำเดือด 150 มิลลิลิตร นาน 5-10 นาที จิบดื่มได้วันละหลายๆครั้ง
ข้อควรระวังการใช้
- ระวังการใช้อย่างต่อเนื่องอาจมีผลทำให้โพแทสเซียมในเลือดต่ำ อันเนื่องมาจากฤทธิ์ขับปัสสาวะ
- การใช้ไหมข้าวโพดในหญิงตั้งครรภ์ ค่อนข้างปลอดภัย (POSSIBLY SAFE) เมื่อใช้ในขนาดที่เป็นอาหาร แต่ไม่ควรใช้ในขนาดสูง เพราะมีฤทธิ์กระตุ้นการบีบตัวของมดลูก ส่วนในหญิงให้นมบุตรยังไม่มีข้อมูลการใช้
- ระวังการใช้ไหมข้าวโพดร่วมกับยาลดระดับน้ำตาลในเลือด ยาลดความดันโลหิต ยาขับปัสสาวะ เพราะอาจเสริมฤทธิ์ยาเหล่านี้
- ไหมข้าวโพดมีวิตามินเค ที่อาจต้านฤทธิ์ยาละลายลิ่มเลือดวาร์ฟาริน หากจะรับประทานไหมข้าวโพด ควรดื่มในปริมาณที่เท่าๆ กัน ในแต่ละวัน
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
เว็บไซต์
ที่อยู่
Ubon Ratchathani
34000