PRO BOSS GOLFERs
Loft 56° 🏌♂️
ลง ไม่ลง ลง ไม่ลง ลงใช่มั้ย🤣
06/11/2025
NEW PRICE UPDATE😍
⛳️ PRO BOSS GOLFERs รับสอนกอล์ฟ โดยนักกอล์ฟอาชีพ (Tournament Player) จากสมาคมกอล์ฟอาชีพแห่งประเทศไทย (Thailand PGA)
⭕️ หลักสูตรการเรียนกอล์ฟ 5 หลักสูตร มีตั้งแต่ระดับผู้เริ่มต้นไปจนถึงระดับเตรียมเป็นมืออาชีพ (Pre-Pro) ดูหลักสูตรคลิกที่ลิงก์ได้เลยครับ
https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=122112253088001279&id=61550038380439
ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
✉️ Facebook Fanpage : PRO BOSS GOLFERs
📱 06 2449 4950 (โปรบอส)
📌 พิกัดสนามไดร์ฟ ตะวัน กอล์ฟ คลับ จ.อุบลราชธานี
https://maps.app.goo.gl/r5uy72e3cyWfafLf9 ดูน้อยลง
20/02/2025
⛳️
25/01/2025
Allgrand's back with a pink iron😍
ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ดูแลสุขภาพกันด้วยนะครับ
: PROBOSS GOLFERs รับสอนกอล์ฟโดยนักกอล์ฟอาชีพ
06/12/2024
ขอบคุณบทความดีๆจากเพจ Fairway Findings ที่ถ่ายทอดข้อมูลเกี่ยวกับจิตวิทยาในการเล่นกอล์ฟให้นักกอล์ฟทุกท่านได้อ่านและทำความเข้าใจกันครับผม
รีวิวบางหัวข้อสั้น ๆ แบบเร็ว ๆ เกี่ยวกับการอบรม "Flow code golf training with Dr.Rick Sessinghaus" ที่พึ่งจบไปไว ๆ นี้ครับ ซึ่งมันเปิดมุมมองใหม่ ๆ เกี่ยวกับหนึ่งในความท้าทายที่ยากมากทางจิตใจ นั้นคือการพาตัวเองออกจาก “สภาวะ Fear” สู่ “สภาวะ Flow” การข้ามผ่านระหว่างสองสภาวะนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของทักษะความสามารถ แต่เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างจิตใจและร่างกาย
การเข้าถึง Flow State ไม่ได้หมายถึงแค่การผ่อนคลาย แต่เป็นการทำให้จิตใจโฟกัสอยู่กับปัจจุบันอย่างเต็มที่ ปราศจากความกังวลหรือความกลัวเกี่ยวกับผลลัพธ์
หนึ่งในความท้าทายที่ถูกพูดถึงบ่อยครั้งคือการเปลี่ยนจากสภาวะความกลัวไปสู่สภาวะลื่นไหลได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งนักกอล์ฟในทัวร์มักพบความยากในจุดนี้ เนื่องจากแรงกดดันและความกังวลในสนามแข่งขันที่ทำให้ไม่สามารถเข้าสู่ Flow State ได้ง่ายๆ การเปลี่ยนสภาวะนี้ต้องอาศัยเครื่องมือและทักษะ เช่น การฝึกหายใจ การใช้จุดยึดทางจิตใจ และเทคนิคการลดแรงกดดัน ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องผ่านการฝึกฝนเพื่อให้สามารถจัดการกับสภาวะจิตใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเริ่มฝึกเรียนรู้มันตั้งแต่ตอนนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญ ที่จะช่วยให้เราเข้าใจตนเองและเกมกอล์ฟของเรามากขึ้น
"...เมื่อแก้วงสวิงเราก็มี drill สำหรับการทำท่าทางต่าง ๆ เพื่อแก้ไขสิ่งที่ต้องการทำในวงสวิง และก็เช่นกันกับ Mental Game สิ่งนี้ก็ต้องมี drill ที่ต้องได้รับการฝึกฝนอยู่เสมอเช่นกัน เพื่อบรรลุเป้าหมายของ เกมทางจิตใจ..."
อีกหนึ่งแนวคิดจาก ดร.ริค ที่น่าสนใจคือ การมีสมาธิในการเล่นกอล์ฟไม่จำเป็นต้องคงอยู่ตลอด 4-5 ชั่วโมงของการเล่น แต่เราอาจจะทำให้เกิดขึ้นเพียงแต่ในช่วง Pre-shot ถึง Post-shot เท่านั้น เช่น ถ้าตี 72 ช็อต ก็ต้องการสมาธิแค่ 72 ครั้ง ถ้าครั้งละประมาณ 30 วินาที รวมเป็นเพียงแค่ 34-35 นาทีนิดๆ จากเวลาในรอบทั้งหมด ซึ่งแนวทางนี้จะช่วยให้นักกอล์ฟสามารถประหยัดพลังงานทางจิตใจและรักษาสมาธิที่คมชัดในช่วงเวลาที่สำคัญ เพราะ สมาธิไม่ใช่แค่ทักษะแต่เป็นกุญแจสำคัญสู่การเข้า Flow State
- สร้าง Flow ให้เกิดขึ้นทั้งในการเล่นและชีวิตประจำวัน🏌🏼🚶🏼♂️
- ไม่ควรผูกความมั่นใจไว้กับผลงาน
- ท่าทางมีความสัมพันธ์กับอารมณ์อย่างใกล้ชิด ท่าทางเปลี่ยน ➡️ ส่งผลต่อจิตใจ และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์
- Golf ไม่ได้มีเพียงแค่ Mental Game🧠
นี่เป็นเนื้อหาเล็กน้อยๆบางส่วนในการอบรม "Flow code golf training" อย่าลืมฝึก Drill ทาง จิตใจ ควบคู่ไปกับ Drill ทางสวิงนะครับเพื่อน ๆ หวังว่าจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยครับ
ใครสนใจอยากศึกษาเพิ่มเติมมากขึ้นก็ลองไปลงเรียนกับ ดร.ริคได้ครับ
FlowCode Golf Flowcode House of Golf Genius by One Degree Center 🙏🏻🧠🏌🏼🙌🏻
#โค้ชกอล์ฟ #กอล์ฟ #สอนกอล์ฟ #วิทยาศาสตร์การกีฬา #วงสวิงกอล์ฟ #พัฒนานักกอล์ฟ #จิตวิทยากอล์ฟ
29/10/2024
⛳️ ศาสตร์แห่งการจัดการอารมณ์ในการเล่นกอล์ฟ ตามแนวทาง Dr. Rick Sessinghaus
หลังจากห่างหายไปนานจากการโพสในหน้าเพจ เมื่อไม่กี่วันมานี้ผมได้มีโอกาสเข้าชม Live Session ของ flowcode ย้อนหลังจาก Dr. Rick Sessinghaus ที่มาพูดเรื่อง "The Art of Emotional Regulation" ซึ่งเกี่ยวการจัดการอารมณ์ ซึ่งในครั้งนี้มีการพูดหลายเรื่องที่น่าสนใจ แต่สิ่งที่ผมว่าน่าเอามาเราให้เพื่อน ๆ นำไปปรับใช้ในกีฬากอล์ฟ ได้คงเป็นเรื่อง "การจัดการอารมณ์อย่างมีระบบ" ดร.ริค พาเราสร้างมุมมองและวิธีตรวจสอบอารมณ์ของเราที่เกิดขึ้น ซึ่งมันช่วยให้เรา "ตระหนักรู้อารมณ์ที่เกิดขึ้น" ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยให้เราใช้อารมณ์พัฒนาเกมกอล์ฟอย่างมีความสุข
📢 Dr. Rick Sessinghaus กล่าวว่า อารมณ์เป็นสิ่งที่มีผลต่อการแสดงออกและการตัดสินใจ ของเรา เขาจึงเสนอการพิจารณาอารมณ์อย่างเป็นระบบ โดยแนะนำให้มองอารมณ์เหมือน "พลังงานที่อยู่ในความเคลื่อนไหว" (Energy in Motion) โดยให้เราสังเกตว่าอารมณ์และความรู้สึกต่าง ๆ นั้นเกิดขึ้นจากสิ่งเร้าภายนอก เช่น การถูกขับรถตัดหน้าหรือการพลาดช็อตในกอล์ฟ ดร. ริค เสนอให้เราเริ่มต้นจากการสังเกตและตั้งคำถามกับตนเองว่าอารมณ์ที่เรามีนั้นเหมาะสมกับสถานการณ์หรือไม่ เพราะบ่อยครั้งเราแสดงออกเกินกว่าที่มันควรจะเป็น
⚠️ อารมณ์นั้นไม่ใช่สิ่งเลวร้ายสิ่ง สำคัญคือการ ตระหนักรู้อารมณ์ ที่เกิดขึ้นโดยไม่ตัดสินว่าเป็นอารมณ์ที่ดีหรือไม่ดี แต่ให้มองว่าเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงความรู้สึกของเรา และเราต้องระบุต้นตอของอารมณ์ที่เกิดขึ้นนั้นให้ได้ หนึ่งในวิธีสำคัญที่เราจะหาต้นตอของอารมณ์ได้ คือการฝึกตั้งคำถามในสถานการณ์ต่าง ๆ ว่าเรากำลังรู้สึกอะไร และทำไมเราถึงรู้สึกเช่นนั้น
📝นี่เป็น Concept สำคัญบางส่วนที่ผมมองว่าถ้าเข้าใจส่วนนี้แล้วเราจะมีมุมมองต่อสิ่งที่เรียกว่า อารมณ์เปลี่ยนไปอย่างแน่นอนครับ ซึ่งเราอาจจะแยกเป็นเทคนิคสำคัญในการจัดการอารมณ์ที่ ดร.ริคพูดไว้ ได้ดังนี้
1.การตระหนักรู้อารมณ์ (Awareness) - เป็นก้าวแรกที่สำคัญที่สุดในการควบคุมอารมณ์ เราต้อง สังเกต และ ยอมรับ อารมณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวเอง โดยไม่ตัดสินว่าเป็นอารมณ์ที่ดีหรือไม่ดี
ดร. ริค ย้ำว่าอารมณ์เป็นเหมือนสัญญาณที่บ่งบอกถึงความรู้สึกของเรา การพยายามกดหรือปฏิเสธอารมณ์อาจส่งผลเสียในระยะยาว การฝึก สังเกตความเปลี่ยนแปลง ของอารมณ์ เช่น รู้สึกตึงเครียดที่กราม หัวใจเต้นเร็ว หรือหายใจถี่ จะช่วยให้เรารับรู้อารมณ์ได้อย่างรวดเร็ว
2.การระบุต้นตอของอารมณ์ (Identifying Triggers) - เมื่อเรารับรู้อารมณ์ได้แล้ว เราต้อง ค้นหาสาเหตุ หรือ สิ่งเร้า ที่กระตุ้นให้เกิดอารมณ์นั้นๆ ดร. ริค อธิบายว่า สาเหตุของอารมณ์ส่วนใหญ่มักมาจาก ความคาดหวัง ที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง เช่น เราคาดหวังว่าจะตีกอล์ฟได้ดี แต่เมื่อตีพลาด ก็อาจรู้สึกผิดหวัง โกรธ หรือเสียใจ
บางครั้ง ต้นตอของอารมณ์อาจมาจาก จิตใต้สำนึก ซึ่งเราไม่รู้ตัว เช่น การเดินเข้าไปในห้องแล้วรู้สึกอึดอัด ทั้งๆ ที่ไม่รู้สาเหตุ
3.การปรับเปลี่ยนความคิด (Cognitive Reframing) - เป็นเทคนิคที่ใช้ เปลี่ยนมุมมอง ต่อสถานการณ์ เพื่อให้เรามองเห็นแง่มุมอื่นๆ ที่เป็น กลาง หรือ บวก มากขึ้น ดร. ริค ยกตัวอย่างกรณีที่เขารู้สึกโกรธเมื่อตีกอล์ฟพลาด แต่เขาเลือกที่จะ ตั้งคำถาม แทนที่จะโทษตัวเอง เช่น "ทำไมลูกถึงไปทางซ้าย 60 หลา?" ซึ่งช่วยให้เขาโฟกัสที่การหาสาเหตุ แทนที่จะจมอยู่กับความผิดหวัง
การ พูดกับตัวเองในเชิงบวก หรือ ใช้ Affirmation ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยปรับเปลี่ยนความคิด เช่น การบอกตัวเองว่า "ฉันทำได้" "ฉันเคยผ่านมันมาแล้ว" หรือ "ฉันจะเรียนรู้จากความผิดพลาด"
4.การใช้ Mindset - Mindset คือ ชุดความเชื่อ ที่ส่งผลต่อวิธีคิด การตัดสินใจ และพฤติกรรมของเรา การเลือกใช้ Mindset ที่เหมาะสม จะช่วยให้เราจัดการกับอารมณ์ได้ดีขึ้น
📈 Growth Mindset: มองความผิดพลาดเป็น โอกาสในการเรียนรู้ และพัฒนาตัวเอง
🚹Observer Mindset: มองสถานการณ์จากมุมมองของ บุคคลที่สาม อย่างเป็นกลาง ไม่ตัดสิน
💡Creator Mindset: เชื่อว่าเราสามารถ ควบคุม และ กำหนด วิธีคิด และการกระทำของเราได้
ยังมีเทคนิคอื่น ๆ ที่ถูกเน้นย้ำ เช่น "การใช้ลมหายใจ (Breathwork)" การฝึกหายใจเข้าออกลึกๆ อย่างช้าๆ และมีสติ ช่วยปรับสมดุลระบบประสาท ลดความตึงเครียด และทำให้จิตใจสงบลง (ในหลายๆตอนที่เรียนใน Flowcode ผมรู้สึกว่า ดร.ริคจะเน้นย้ำให้ฝึกการหายใจ และมีหลายระดับการฝึกมากครับ )
หรือจะเป็น "การใช้ประสาทสัมผัส (Sensory)" ในการ ดึงความสนใจ ไปที่สิ่งเร้าต่างๆ รอบตัว เช่น การฟังเพลง การสูดกลิ่นหอม การมองภาพ หรือการสัมผัส ช่วยดึงเราออกจากความคิดฟุ้งซ่าน และเปลี่ยนโฟกัสไปสู่ปัจจุบันขณะ และการปรับเปลี่ยนท่าทาง เช่น การยืนตัวตรง เงยหน้า มองตรง และผ่อนคลาย ช่วยเสริมสร้างความมั่นใจ ส่งผลดีต่ออารมณ์ได้เช่นกัน
มีหนึ่งเทคนิคที่ผมฟังแล้วชอบมาก นั้นคือ การเตรียมความพร้อมทางอารมณ์ (Priming) ก่อนลงมือทำกิจกรรม โดยเราสามารถ กำหนดอารมณ์ที่ต้องการ และ เตรียมรับมือ กับสิ่งรบกวน
ดร.ริค เน้นย้ำว่า สิ่งเหล่านี้ต้องถูกฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง การ "สังเกต" อารมณ์ของตนเองอย่างสม่ำเสมอ การ "ตั้งคำถาม" เพื่อทำความเข้าใจ และการ "เรียนรู้" จากประสบการณ์ เป็นหัวใจสำคัญของการควบคุมอารมณ์
💬 หลังจากที่ผมฟังไลฟ์แล้ว เหมือน ดร.ริค กำลังเสนอระบบ ที่จะช่วยให้เราไม่แค่ สามารถจัดการกับอารมณ์ได้ แต่ยังช่วยให้เราเข้าใจ ความเป็นไปเป็นมาอารมณ์ด้วย ซึ่งผมมองว่าเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยให้เราเล่นกอลืฟอย่างมีความสุขได้
และนี่คือบทเรียนในหัวข้อเรื่อง "The Art of Emotional Regulation" จากโค้ชทางจิตวิทยาทางกีฬาอันดับต้น ๆ ของโลกที่มามอบความรู้ให้ใน Live Session นี้
ถ้าชอบบทความสรุปแบบนี้อย่าลืมกดไลค์และแชร์ให้เพื่อนๆ นักกอล์ฟด้วยนะครับ🥰
อ้างอิง
Sessinghaus, R. (2024). The Art of Emotional Regulation with Dr. Rick Sessinghaus [Live Session video]. FlowCode. Retrieved October 24, 2024.
#โค้ชกอล์ฟ #กอล์ฟ #สอนกอล์ฟ #วิทยาศาสตร์การกีฬา #วงสวิงกอล์ฟ #พัฒนานักกอล์ฟ #จิตวิทยากอล์ฟ
29/10/2024
เรียนกอล์ฟแบบ 𝐎𝐕𝐄𝐑𝐏𝐑𝐈𝐂𝐄𝐃 ในราคาสุด 𝐁𝐄𝐒𝐓 🤩
เพราะ 1 ชั่วโมงอาจไม่เพียงพอในการเรียนสำหรับบางท่าน โปรบอสเลยปรับคอร์สเรียนใหม่ ให้ได้เรียนกันแบบจุก ๆ และคุ้มค่าที่สุดในการเรียนกอล์ฟ🏌
𝐒𝐩𝐞𝐜𝐢𝐚𝐥 𝐏𝐫𝐨𝐦𝐨𝐭𝐢𝐨𝐧
✅ นักเรียนเก่าลดทันที 10%
✅ นักเรียนใหม่รับเวลาเรียนเพิ่มฟรี 1 ครั้ง
หมายเหตุ : โปรโมชั่นนี้ สมัครได้ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2567 เท่านั้น
ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
✉️ Facebook Fanpage : PRO BOSS GOLFERs
📱 06 2449 4950 (โปรบอส)
21/10/2024
18/10/2024
🏅ศิลปะของการพัตต์: การผสานเทคนิคและจิตวิทยาภายใต้แนวทางของ David Orr
หนึ่งใน Live Session ของ flowcode ที่น่าสนใจคงจะหนีไม่พ้น ตอนที่ชื่อว่า "Find Your Putting Flow" ที่นำโดย Dr. Rick Sessinghaus และ David Orr ที่ได้เผยมุมมอง เทคนิค และวิธีการโค้ชนักกีฬา ระดับโลกของ David orr ในการด้านพัตต์ว่าเขาทำอะไรบ้างในการโค้ชนักกีฬาคนหนึ่ง
⛳️ การพัตต์ในกอล์ฟไม่ใช่เพียงการตีลูกให้เข้าหลุมเท่านั้น แต่ยังเป็นศิลปะที่ผสมผสานระหว่างเทคนิคและการควบคุมสภาพจิตใจที่ลึกซึ้ง David Orr โค้ชพัตต์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการเข้าใจทั้งสองด้านนี้ในการพัฒนาทักษะการพัตต์อย่างยั่งยืน การสร้างความสมดุลระหว่างจิตใจที่มั่นคงและเทคนิคที่ถูกต้องเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ
Orr อธิบายว่าการพัตต์ที่ดีนั้น ไม่ได้หมายถึงการใช้เทคนิคที่ "สมบูรณ์แบบ" เท่านั้น แต่ยังต้องเรียนรู้วิธีการสร้างความเร็วที่เหมาะสมในการตีลูก เขาอธิบายว่านักพัตต์ที่ดีสามารถปรับใช้ข้อมือ แขน หรือไหล่เพื่อควบคุมจังหวะในการพัตต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งนักกอล์ฟแต่ละคนอาจใช้วิธีการที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความถนัดของตัวเอง ซึ่งเขายังบอกอีกว่า เทคนิคพัตต์ที่สมบูรณ์แบบที่จะใช้ได้กับทุกคนนั้นไม่มีอยู่จริง เขามักอธิบายเสมอว่า “สภาพจิตใจเป็นตัวขับเคลื่อนเทคนิคการพัตต์ ความคิด อารมณ์ และระบบประสาท มีผลต่อการเคลื่อนไหวของร่างกาย”
หนึ่งในตัวอย่างเคสที่น่าสนใจที่ David Orr ยกตัวอย่าง คือ Alex Smalley นักกอล์ฟมืออาชีพที่ประสบความสำเร็จโดยไม่ต้องมีโค้ช Smalley เล่นกอล์ฟที่มหาวิทยาลัย Duke และเป็นผู้เล่นที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของมหาวิทยาลัย เขาได้ผ่านการคัดเลือกใน PGA Tour และอยู่ใน 100 อันดับแรกของโลกในปีที่สองของเขา
Orr ตั้งข้อสังเกตว่า Smalley ไม่เคยมีโค้ชเลยตั้งแต่สมัยเป็นวัยรุ่น Smalley เล่าว่าเวลาที่เขาฝึกซ้อม เขาจะรับฟังคำแนะนำของ Orr บ้าง แต่ไม่ได้คิดถึงมันมากนัก เวลาที่เขาเล่น เขาจะคิดแค่ว่าเขาอยากจะตีลูกไปที่ไหนและแรงแค่ไหน Orr กล่าวว่า Smalley เป็นนักกอล์ฟที่บริสุทธิ์ที่สุดเท่าที่เขาเคยพบ
จากเรื่องราวของ Alex Smalley แสดงให้เห็นว่าสัญชาตญาณและความเรียบง่ายสามารถนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดีได้ เขาไม่ได้ยึดติดกับเทคนิคที่ซับซ้อน แต่ให้ความสำคัญกับสิ่งพื้นฐาน นี่สะท้อนถึงแนวคิดของ Orr ที่ว่า จิตใจเป็นตัวขับเคลื่อนเทคนิค เมื่อจิตใจสงบและมีสมาธิ ร่างกายจะสามารถแสดงศักยภาพออกมาได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ Smalley ยังแสดงให้เห็นถึง ความสำคัญของการเป็นตัวของตัวเอง ในการเล่นกอล์ฟ เขาไม่ได้พยายามเลียนแบบใคร แต่เล่นในแบบที่เขาถนัดและรู้สึกสบายใจ
📈 การใช้เทคโนโลยี เช่น SAM PuttLab และ Capto เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลการพัตต์เป็นสิ่งที่ช่วยในการประเมิน แต่ David Orr ย้ำว่าไม่ใช่เพียงแค่ตัวเลขเท่านั้นที่สำคัญ ความสามารถในการตีความหมายของข้อมูลและการนำไปปรับใช้กับแต่ละคนก็มีความสำคัญมากเช่นกัน ข้อมูลที่ได้รับจากเทคโนโลยีเหล่านี้อาจบอกถึงทิศทางหรือความเร็วในการตีลูก แต่การจะเข้าใจว่าการเคลื่อนไหวของร่างกายที่เหมาะสมกับการพัตต์นั้นเกิดจากไหนก็เป็นสิ่งที่ต้องวิเคราะห์อย่างละเอียด
🧾 อีกหนึ่งหัวข้อที่ Orr เน้นคือทักษะทางจิตใจ ซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการพัตต์อย่างมีประสิทธิภาพ เขาได้แบ่งความแตกต่างระหว่างนักพัตต์ระดับสูง (Jimmies) และนักพัตต์ที่ไม่ดี (Joes) โดย Orr อธิบายว่านักพัตต์ระดับสูงมักจะมีทักษะในการควบคุมอารมณ์ การมีทัศนคติเชิงบวก และความสามารถในการมองสิ่งต่างๆ อย่างรอบคอบ ขณะที่นักพัตต์ที่ไม่ดีมักจะปล่อยให้ความกังวลหรืออารมณ์เข้ามาบั่นทอนความสามารถในการพัตต์ของตนเอง
ตัวอย่างที่น่าสนใจจากประสบการณ์ของ Orr คือ Lucas Glover นักกอล์ฟที่เคยประสบปัญหา "yips" อาการที่เกิดจากความกังวลและความเครียดสะสม ซึ่งทำให้เกิดการกระตุกขณะพัตต์ Lucas Glover เผชิญกับความกดดันอย่างหนักจนเขาเริ่มสูญเสียความมั่นใจในการพัตต์ Orr อธิบายว่าการแก้ไขปัญหานี้เกิดจากการเปลี่ยนแปลงทั้งด้านเทคนิคและจิตวิทยา Glover เลือกใช้พัตเตอร์แบบใหม่จาก Lab Golf และปรับกระบวนการคิดและจิตใจให้กลับมาเชื่อมั่นในตนเอง ซึ่งในที่สุดเขาก็สามารถก้าวข้ามอาการ yips ได้
สิ่งที่ David Orr ให้ความสำคัญคือการพัฒนาทักษะทางจิตใจควบคู่ไปกับเทคนิคการพัตต์ โดยเขาได้พูดถึง "7 deadly sins of putting" หรือ "ข้อผิดพลาดร้ายแรง เจ็ดประการของการพัตต์" ซึ่งเป็นวงจรที่ทำให้นักพัตต์ตกลงไปในหลุมพรางของความล้มเหลว Orr ได้สรุปข้อผิดพลาดเหล่านี้ดังนี้:
• Guiding: การพยายามบังคับทิศทางลูกมากเกินไป ทำให้สวิงพัตต์ไม่เป็นธรรมชาติ
• Steering: การควบคุมทิศทางของลูกมากเกินไป ทำให้การเคลื่อนไหวดูแข็งทื่อ
• Quitting: การหยุดใช้แรงที่มือระหว่างสวิงพัตต์ ทำให้การเคลื่อนไหวขาดความสมบูรณ์
• Hijacking: การแทรกความคิดที่ไม่จำเป็นเข้ามาระหว่างการพัตต์ ทำให้การโฟกัสหลุดออกจากเป้าหมาย
• Tinkering: การปรับเปลี่ยนทั้งอุปกรณ์และเทคนิคบ่อยเกินไป ทำให้ขาดความสม่ำเสมอ
• Anticipating: การคาดการณ์ผลลัพธ์ก่อนที่การพัตต์จะเสร็จสิ้น ทำให้เสียสมาธิ
• Yipping: อาการกระตุกที่เกิดจากความเครียดและความกังวลที่สะสม
➡️การตกลงไปในวงจรนี้จะทำให้นักพัตต์สูญเสียความมั่นใจและไม่สามารถพัตต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ Orr เชื่อว่าการฝึกฝนการควบคุมอารมณ์ การสร้างทัศนคติที่ดี และการจัดการความกังวลในสนามแข่งขันเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการพัฒนาทักษะการพัตต์
นอกจากนี้ David Orr ยังชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการใช้เครื่องมือเช่น AimPoint ในการช่วยอ่านกรีน แต่เขาเตือนว่านักกอล์ฟไม่ควรพึ่งพาเทคนิคหรือเครื่องมือใดมากเกินไป AimPoint ควรเป็นเพียงหนึ่งในเครื่องมือที่ใช้ร่วมกับการฝึกฝนและการใช้สัญชาตญาณ
ในท้ายที่สุด David Orr ได้นำเสนอแนวทางการฝึกซ้อมที่ผสมผสานระหว่างการพัฒนาทักษะทางเทคนิคและจิตใจ เพื่อให้นักกอล์ฟสามารถพัตต์ได้อย่างมั่นคงและมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าสถานการณ์จะกดดันเพียงใด
📍จากการสัมมนานี้เราอาจสรุปแนวทางคร่าว ๆ ในการทำงานของ David Orr เกี่ยวกับการโค้ชพัตต์ของนักกีฬาได้ดังนี้
1. การวิเคราะห์เทคนิคเฉพาะบุคคล: Orr ใช้เครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิค เช่น SAM PuttLab และ Capto เพื่อทำความเข้าใจการเคลื่อนไหวของนักกอล์ฟแต่ละคน และมุ่งเน้นไปที่การสร้างความเร็วและการควบคุมทิศทางที่เหมาะสม โดยเขาจะประเมินลักษณะเฉพาะของการเคลื่อนไหว ไม่ว่าจะเป็นการใช้ข้อมือ แขน หรือไหล่ เพื่อหาวิธีการที่เหมาะสมกับผู้เล่นที่สุด
2. การพัฒนาทักษะจิตใจ: Orr ให้ความสำคัญกับการฝึกสภาวะจิตใจ โดยเน้นการควบคุมอารมณ์ การสร้างความมั่นใจ และการมีทัศนคติที่ถูกต้องในสถานการณ์ต่างๆ เขาสอนให้นักกอล์ฟเรียนรู้วิธีการจัดการกับความกดดัน และไม่ให้ความกลัวหรือความกังวลเข้ามาขัดขวางการพัตต์ หนึ่งในวิธีที่ดีที่เขาแนะนำ คือการหายใจ โดยหายใจเข้าทางจมูกและปล่อยออกช้าๆทางปากเพื่อควบคุมอะดินาลีนในร่างกาย ลดความตื่นเต้น ในสถานการณ์ที่กดดัน
3. การใช้เครื่องมือเสริมเพื่อการฝึกที่แม่นยำ: แม้ Orr จะใช้เทคโนโลยีเช่น AimPoint และเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคเพื่อช่วยในการฝึกซ้อม แต่เขาเน้นว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเพียงเครื่องมือเสริมที่ใช้ควบคู่ไปกับการฝึกฝนทางจิตใจและสัญชาตญาณของนักกอล์ฟเอง เพราะการใช้ AimPoint ช่วยลดขั้นตอนที่ยุ่งยากและช่วยสร้างความมั่นใจได้ในเวลาอันสั้น
4. การสอนที่ปรับตามบุคลิกของนักกอล์ฟ: Orr ปรับการสอนให้เหมาะสมกับผู้เล่นแต่ละคน โดยเฉพาะในด้านจิตใจ เช่น การพัฒนาความเชื่อมั่นผ่านการฝึกฝนอย่างเป็นขั้นตอน และการปรับปรุงกระบวนการคิดขณะพัตต์ เพื่อให้ผู้เล่นสามารถนำทักษะทางจิตใจมาใช้ในสถานการณ์การแข่งขันจริง
5. การป้องกันวงจรความล้มเหลว: เขาให้ความสำคัญกับการหลีกเลี่ยง "7 deadly sins of putting" หรือ "ข้อผิดพลาดเจ็ดประการของการพัตต์" ซึ่งเป็นวงจรที่นำไปสู่การพัตต์ที่มีปัญหา Orr ช่วยให้นักกอล์ฟรับรู้และหลีกเลี่ยงสิ่งเหล่านี้ เพื่อไม่ให้พวกเขาตกอยู่ในภาวะที่สูญเสียความมั่นใจและความสามารถในการควบคุมการพัตต์
🏆 ความสำเร็จของการโค้ชของ Orr มาจากการที่เขาสามารถผสมผสานระหว่างทักษะทางเทคนิคและจิตใจได้อย่างลงตัว เขาไม่เพียงแต่ช่วยนักกอล์ฟให้พัฒนาความสามารถในการควบคุมไม้พัตต์ แต่ยังสอนให้พวกเขาเรียนรู้ที่จะรับมือกับความกดดันและความวิตกกังวลในทุกสถานการณ์
การโค้ชของ Orr จึงเป็นมากกว่าการสอนพัตต์ เพราะมันคือการฝึกให้นักกอล์ฟเข้าใจถึงตัวเองในระดับที่ลึกซึ้งที่สุด ทั้งในด้านร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ ขณะที่นักกอล์ฟเรียนรู้ที่จะควบคุมทุกองค์ประกอบเหล่านี้ได้ พวกเขาก็จะสามารถพัตต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพในทุกสถานการณ์ไม่ว่าสนามไหนก็ตาม
🏌🏼ทิ้งท้าย ใครคือ David Orr ?
David Orr เป็นโค้ชพัตต์ระดับโลกที่มีชื่อเสียงในวงการกอล์ฟ ด้วยประสบการณ์ที่ยาวนานกว่า 30 ปีในการสอนและวิจัยเกี่ยวกับการพัตต์ Orr ได้พัฒนาวิธีการฝึกซ้อมที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งผสมผสานระหว่างการวิเคราะห์เทคนิคทางกายภาพและการพัฒนาทักษะทางจิตใจ เขาเคยร่วมงานกับนักกอล์ฟมืออาชีพที่ประสบความสำเร็จ เช่น Justin Rose, Hunter Mahan และ Paul Casey นอกจากการทำงานกับนักกอล์ฟระดับโลกแล้ว Orr ยังเน้นการช่วยนักกอล์ฟทุกระดับตั้งแต่สมัครเล่นไปจนถึงนักกอล์ฟมืออาชีพในการพัฒนาฝีมือการพัตต์
เขามีผลงานการวิจัยที่โดดเด่นเกี่ยวกับการพัตต์ รวมถึงการทำงานวิจัยร่วมกับผู้เชี่ยวชาญชั้นนำอย่าง Dr. Rob Neal และ Phil Kenyon ในการศึกษาเทคนิคการพัตต์ผ่านเทคโนโลยี 3 มิติ โดย Orr ได้นำความรู้เหล่านี้มาปรับใช้ในการสอนนักกอล์ฟ ให้พวกเขาเข้าใจวิธีการสร้างความเร็วที่เหมาะสมและการควบคุมทิศทางที่ดีที่สุดสำหรับตัวเอง
David Orr เป็นที่รู้จักในฐานะโค้ชที่ให้ความสำคัญกับการปรับกระบวนการสอนตามลักษณะเฉพาะของนักกอล์ฟแต่ละคน และเน้นการพัฒนาจิตใจควบคู่ไปกับการฝึกฝนเทคนิคการพัตต์
ถ้าชอบบทความการสรุปแบบนี้ อย่าลืมกดไลก์และแชร์ให้เพื่อนๆ นักกอล์ฟด้วยนะครับ!
อ้างอิง
Orr, D., & Sessinghaus, R. (2023). Find your putting flow with Rick Sessinghaus & David Orr [Seminar video]. FlowCode Golf Academy. Retrieved October 2023.
#โค้ชกอล์ฟ #กอล์ฟ #สอนกอล์ฟ #วิทยาศาสตร์การกีฬา #วงสวิงกอล์ฟ #พัฒนานักกอล์ฟ #จิตวิทยากอล์ฟ
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
ติดต่อ ธุรกิจของเรา
เบอร์โทรศัพท์
เว็บไซต์
ที่อยู่
สนามไดร์ฟ ตะวัน กอล์ฟคลับ
Ubon Ratchathani
34000
เวลาทำการ
| จันทร์ | 10:00 - 19:00 |
| อังคาร | 10:00 - 19:00 |
| พุธ | 10:00 - 19:00 |
| พฤหัสบดี | 10:00 - 19:00 |
| ศุกร์ | 10:00 - 19:00 |
| เสาร์ | 10:00 - 16:00 |