Life Smiling

Life Smiling

แชร์

14/07/2023

ปวดหัว อาการที่เกิดขึ้นบ่อยกับคนวัยทำงาน จนแทบจะเป็นกิจวัตรไปแล้ว ปวดหัวเมื่อใดหลายๆ คนก็มักจะคว้าหายาแก้ปวดมารับประทานตลอด ซึ่งไม่ใช่เรื่องดีอย่างแน่นอน เราไม่ควรรับประยาแก้ปวดพร่ำเพื่อ ควรหยุดพฤติกรรมรับประทานยาแก้ปวดบ่อยๆ ได้แล้ว เพราะนอกจากจะทำให้ตับพังไม่รู้ตัว ยังเป็นการแก้ที่ปลายเหตุอีกด้วย

เช็คลิสท์เบื้องต้นก่อนว่าปวดศีรษะนั้นไม่ใช่โรคร้ายแรง
• ไม่มีอาการคลื่นไส้ อาเจียนร่วมด้วย
• ตาไม่พร่ามัว มองไม่เบลอ
• ไม่มีอาการแขนขาอ่อนแรง
• อาการปวดหัวแต่ละครั้งไม่ได้รุนแรงขึ้นกว่าเดิม


ถ้าเช็คตัวเองเบื้องต้นแล้วมั่นใจว่า สาเหตุอาการปวดหัวนั้น ไม่ใช่อาการของโรคทางหลอดเลือดสมอง หรือเนื้องอกสมอง แต่เป็นเพียงปวดศีรษะจากความเครียด ออฟฟิศซินโดรม หรือพักผ่อนไม่เพียงพอทั่วๆ ไป ควรหยุดความคิดที่จะกินยาแก้ปวดพร่ำเพรื่อ แล้วหันมาลองแก้อาการปวดหัวด้วยตัวเองก่อน

1. นวดกดจุด และยืดกล้ามเนื้อ ถ้าอาการปวดหัวที่เป็น มีอาการตึงของกล้ามเนื้อคอ บ่า ไหล่ร่วมด้วย ก็เป็นได้ว่าอาการปวดศีรษะนั้นเกิดจากการทำงานหนักของกล้ามเนื้อคอ และบ่า ให้ลองนวดกดตรงกล้ามเนื้อบริเวณที่เรียกว่า Trapezius คือช่วงบ่า และ ไหล่ นวดกดไว้จนกล้ามเนื้อมัดที่จับเป็นก้อนเริ่มคลายตัว หลังจากนั้นให้ยืดกล้ามเนื้อคอ โดยใช้มือขวาดึงศีรษะเอียงไปด้านขวาค้างไว้ 10 วินาที แล้วสลับข้าง อาการปวดหัวจะผ่อนคลายลง

2. เติมน้ำให้ร่างกาย คนที่ปวดศีรษะเป็นประจำ ควรสังเกตตัวเองว่า เป็นคนไม่ค่อยดื่มน้ำหรือเปล่า การที่ร่างกายขาดน้ำคือสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ปวดศีรษะ ให้ดื่มน้ำเปล่าให้มากขึ้น หรือเมื่อมีอาการปวดหัว จะดื่มเป็นน้ำมะนาวใส่น้ำผึ้งนิดหน่อย หรือน้ำขิงอุ่นๆ หรืออาจจะเป็นชาเปปเปอร์มิ้นท์ ที่มีกลิ่นที่ช่วยบรรเทาอาการปวดศีรษะลงได้

3. ออกกำลังกาย การขยับร่างกาย แม้เพียงเล็กน้อย จะช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปยังสมอง และยังทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนเอ็นดอร์ฟิน ที่เป็นสารบรรเทาอาการปวดตามธรรมชาติในร่างกาย เมื่อไหร่ที่เริ่มมีอาการปวดหัวแบบเดิมๆ ลองวิ่งเหยาะๆ หรือออกกำลังกายด้วยท่าง่ายๆ อยู่กับที่สัก 15 นาที รับรองว่าอาการปวดหัวจะดีขึ้น

4. ดมกลิ่นน้ำมันหอมระเหย น้ำมันหอมระเหย หรือ นั้นมีหลากหลายกลิ่นที่เกิดจากการผสม และกลั่นจากพืชสมุนไพรชนิดต่างๆ ที่แต่ละกลิ่นก็มีคุณสมบัติช่วยให้ผ่อนคลาย ลดอาการอักเสบ หรือช่วยระบบย่อยอาหารแตกต่างกันไป ลองเลือกน้ำมันเปปเปอร์มิ้นต์ หรือลาเวนเดอร์ ที่มีคุณสมบัติช่วยลดอาการปวดหัว ความเครียด หรือไมเกรนได้โดยตรง

18/06/2023

ตัวแทน/นายหน้าประกันภัย
เมื่อพูดถึงตัวแทนและนายหน้าประกันภัย คนทั่วไปส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดคิดว่าเป็นคนๆ เดียวกัน ซึ่งในความจริงแล้วตัวแทนและนายหน้าประกันภัยไม่ใช่คนๆ เดียวกัน แม้ว่าการทำงานและหน้าที่อาจจะมีความคล้ายคลึงกันอยู่บ้าง

ส่วนที่คล้ายคลึงกันของตัวแทนและนายหน้าประกันภัยก็คือ เป็นผู้ที่ทำหน้าที่เชื่อมโยง หรือเป็นตัวกลางในการประสานงานให้เกิดการทำประกันขึ้นระหว่างผู้เอาประกันภัยและบริษัทประกันภัย

ความแตกต่างระหว่างตัวแทนและนายหน้าประกันภัย

ตัวแทนประกันภัย จะเป็นผู้ที่มีสังกัดอยู่ในบริษัทประกันภัยต่างๆ และทำหน้าที่เสนอขายประกันของบริษัทตนเอง ให้กับประชาชนที่สนใจ

ขณะที่นายหน้าประกันภัย จะไม่ใช่ผู้ที่มาจากบริษัทประกันภัยโดยตรง ไม่มีสังกัดในการทำงาน แต่เป็นผู้ที่คอยช่วยเหลือชี้ช่องการทำประกันภัยกับบริษัทต่างๆ หรือทำหน้าที่แทนผู้เอาประกันภัยจนเสร็จสิ้นกระบวนการ

สิ่งสำคัญก็คือ กฎหมายกำหนดไว้ว่าจะต้องเป็นตัวแทนหรือนายหน้าได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ถ้าเลือกเป็นตัวแทนก็สามารถเป็นได้ทั้งตัวแทนประกันชีวิตและตัวแทนประกันวินาศภัย และในทำนองเดียวกัน ถ้าเลือกเป็นนายหน้าก็สามารถเป็นได้ทั้งนายหน้าประกันชีวิตและนายหน้าประกันวินาศภัย

สรุปคำจำกัดความระหว่างตัวแทน และนายหน้าประกันภัย ดังนี้
ตัวแทนประกันภัย (Insurance Agents)
ตัวแทนประกันภัยจะเป็นบุคคลธรรมดาเท่านั้น ทำหน้าที่แทนบริษัทประกันที่สังกัดอยู่ในการชักชวนและนำเสนอขายสินค้า (กรมธรรม์) หรืออาจจะเรียกว่าเป็นพนักงานของบริษัทประกันก็ได้ เพราะตัวแทนประกันนั้นจะมีสังกัดที่แน่นอนว่าเป็นตัวแทนของบริษัทประกันใด อาจเป็นได้มากกว่าหนึ่งบริษัทได้ หากได้รับความยินยอมจากบริษัทแรก

นายหน้าประกันภัย (Insurance Brokers)
นายหน้าประกันภัย หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าโบรกเกอร์ คือ คนกลางอิสระ เป็นได้ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ทำหน้าที่แทนประชาชนที่ต้องการซื้อประกันภัย ในการคัดเลือกบริษัทประกันที่มีสินค้า (กรมธรรม์) ตรงกับความต้องการของลูกค้าให้มากที่สุด โดยนายหน้าประกันภัยนั้นสามารถที่จะชี้ช่องแนะนำประกันของบริษัทใดก็ได้ และสามารถขายได้อย่างอิสระ ไม่ขึ้นตรงกับบริษัทประกันแห่งใด สำหรับค่าตอบแทนที่ได้รับ จะได้รับค่าคอมมิชชั่นจากบริษัทประกันภัย ตามจำนวนที่นายทะเบียนประกาศกำหนดไว้ในแต่ละประเภทของการประกันภัยซึ่งไม่เท่ากัน

สำหรับผู้ที่สนใจเป็นตัวแทน/นายหน้าประกันภัย ก่อนอื่นต้องคิดพิจารณาและถามตัวเองก่อนว่าชอบการทำงานแบบไหน หากเลือกที่จะเป็นคนขายประกันแบบอิสระ ก็ต้องเลือกสอบเป็นนายหน้าประกันภัย และต้องเลือกอีกว่าจะเป็นนายหน้าประกันวินาศภัย หรือนายหน้าประกันชีวิต ซึ่งทั้ง 2 ประเภทนี้จะเป็นใบอนุญาตคนละใบกัน หากว่าอยากขายได้ทั้งประกันวินาศภัยและประกันชีวิตก็ต้องสอบให้ผ่านทั้ง 2 ใบ เมื่อตัดสินใจได้แล้วก็ไปสอบให้ได้ใบอนุญาตจากสำนักงาน คปภ. หลังจากสอบผ่านขั้นตอนต่อไปคือ ติดต่อขอขึ้นทะเบียนเป็นนายหน้าประกัน โดยยื่นคำขอรับใบอนุญาตได้ที่สำนักงาน คปภ. จากนั้นจึงติดต่อไปยังบริษัทประกันที่สนใจ เพื่อขอเป็นนายหน้าขายประกัน ซึ่งสามารถติดต่อบริษัทประกันได้หลายๆ แห่ง เพื่อจะได้มีสินค้าในมือหลากหลายให้ลูกค้าได้ตัดสินใจเลือกซื้อ

แต่หากสนใจเป็นตัวแทนขายประกันมากกว่า อันดับแรกคือต้องเลือกบริษัทประกันที่สนใจจะเป็นตัวแทนขายก่อน จากนั้นเข้ารับการอบรมและสอบให้ได้ใบอนุญาตจากสำนักงาน คปภ. หากสอบผ่านแล้วต้องติดต่อบริษัทประกันที่สมัครเป็นตัวแทนไว้ เพื่อให้บริษัทยื่นขอรับใบอนุญาตให้ เนื่องจากในการขอรับใบอนุญาตจะต้องมีหนังสือแสดงความต้องการของบริษัทรับเป็นตัวแทนด้วย

#ประกัน
#ประกันชีวิต

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง บริษัท เงินทุน ใน Surat Thani?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

เว็บไซต์

ที่อยู่


Surat Thani
84000