YC dch
16/12/2022
ในวันที่อยากรักตัวเองให้มากขึ้น
เริ่มต้นจากการยอมรับ...
ข้อที่ 1 “เป็นมนุษย์ให้มากขึ้น”
ทุกคนเจ็บปวดและร้องไห้ได้
ความอ่อนแอคือส่วนหนึ่งของความเป็นมนุษย์ทุกคน
ไม่ใช่สิ่งที่ถูกจำกัดไว้สำหรับเพศใดเพศหนึ่งหรือช่วงอายุเท่าใด
ไม่ว่าผู้หญิง ผู้ชาย เพศใดๆ เด็ก วัยรุ่น ผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุ ก็ควรได้รับการอนุญาตให้อ่อนแอได้
ถ้าวันใดที่ไม่ไหวและต้องการใครสักคน เราควรกล้าที่จะขอความช่วยเหลือ ถ้าไม่ใช่จากคนใกล้ชิด ก็ควรที่จะขอจากผู้เชี่ยวชาญ เช่น จิตแพทย์ นักจิตวิทยา และนักบำบัดต่างๆ
“อย่าเก็บเรื่องราวไว้คนเดียว จนเรื่องราวเหล่านั้นกัดกินเราจากข้างใน”
มนุษย์ไม่จำเป็นต้องเข้มแข็งตลอดเวลา
สิ่งที่เราควรให้ความสำคัญมากกว่าความเข้มแข็งคือ “การใจดีกับตัวเอง”
ข้อที่ 2 “เป็นตัวเองให้มากขึ้น”
ทุกคนเกิดมามีความแตกต่างกัน
พ่อแม่กับตัวเราก็คนละคนกัน
พี่น้องของเราก็คนละคนกัน
หรือต่อให้เป็นฝาแฝดก็คนละคนกัน
ดังนั้นไม่ควรมีใครควรต้องเหมือนใคร
และไม่ควรมีใครต้องมาแบกรับความคาดหวังว่าเราต้องเป็นเหมือนใคร
การเป็นตัวเองคือสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว การโอบกอดตัวเองทั้งด้านดีและไม่ดีจะทำให้เรายอมรับตัวเราในแบบที่เราเป็นได้มากขึ้น เร่ิมต้นจากการมองให้เห็นด้านดี และเรียนรู้ที่จะเปลี่ยนแปลงด้านไม่ดีของเรา
และสุดท้ายหากพยายามอย่างเต็มที่แล้ว แต่เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงด้านไม่ดีนั้นได้
เราควรเรียนรู้ที่จะยอมรับและอยู่กับด้านที่ไม่ดีของเราด้วย
ข้อที่ 3 “เป็นสภาพแวดล้อมที่ดีให้กับคนที่เรารัก”
เมื่อรักตัวเองแล้ว อย่าลืมเผื่อแผ่ความรักนั้นให้กับคนที่รอบตัวเรา
รักตัวเองอย่างที่ตัวเองเป็น และรักผู้อื่นอย่างที่เขาเป็น
ถ้าสักวันหนึ่งเรามีโอกาสมีลูกของเราเองก็อย่าลืมรักเขาในแบบที่เขาเป็นด้วย
สภาพแวดล้อมที่ดีจะนำไปสู่การเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้กันและกัน
เริ่มต้นการเป็นสภาพแวดล้อมที่ดีด้วยการเป็น “ผู้ฟังท่ีดี”
ฟังเพราะอยากจะรับฟัง และเคียงข้าง
ฟังเพราะอยากจะเข้าใจ ไม่ใช่ตัดสิน
และฟังเพราะ ไม่อยากให้อีกฝ่ายแบกรับปัญหาอย่างโดดเดี่ยว
เมื่อรับฟังเสียงของคนที่เรารักแล้ว อย่าลืมที่จะรับฟังเสียงของใจตัวเองด้วย
***
สุดท้ายในวันที่เรากลายเป็นผู้ใหญ่ และได้มีโอกาสดูแลเด็กน้อยสักคนหนึ่ง
“อย่าลืมมอบความรักให้เด็กวันนี้ให้มากพอ เพื่อที่เขาจะเติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่รักตัวเองและรักผู้อื่นเป็น”
เพราะสำหรับเด็กๆ แล้วความรักที่ได้รับในวัยเยาว์คือหัวใจสำคัญที่จะทำให้เด็กคนหนึ่งเติบโตต่อไป
ด้วยรักจากใจ
เม
เพจตามใจนักจิตวิทยา
13/12/2022
ถ้าเลือกได้คงไม่มีใครอยากทำผิดพลาดหรอก...
ไม่ใช่แค่ผู้ใหญ่ที่รู้สึกเช่นนั้น เด็กๆ ก็เช่นกัน
ดังนั้นเวลาที่อีกฝ่ายทำผิดพลาด แทนการซ้ำเติมความผิดพลาดนั้น
เราควรเสนอความช่วยเหลือ หรือ มอบความเห็นอกเห็นใจให้มากกว่า
เด็กหกล้ม หรือ เจ็บป่วย
ผู้ใหญ่ควรถามเขาว่า “เป็นอะไรหรือเปล่า”
แทนการบอกเขาว่า “ทำไมไม่รู้จักระวัง” “บอกแล้วไม่เชื่อ สมควรแล้วจริงๆ”
เด็กบางคนกลัวผู้ใหญ่โกรธและซ้ำเติมตัวเอง จึงเลือกที่จะอดทนกับแผลหรืออาการเจ็บป่วยของตัวเองดีกว่าบอกผู้ใหญ่
เด็กทำไม่ได้ หรือ ทำผิด ทำพลาด
ผู้ใหญ่ควรถามเขาว่า “ทำไม่ได้ตรงไหน ให้ช่วยสอนไหม”
แทนการบอกเขาว่า “ทำไม่ได้ก็ไม่รู้จักฟังตอนสอน” “ทำไมถึงพลาดได้ล่ะ” “ไม่รอบคอบเลย”
เด็กบางคนกลัวผู้ใหญ่จะผิดหวังในตัวเขา จึงเลือกที่จะปิดบังหรือโกหกดีกว่าเห็นผู้ใหญ่เสียใจกับผลลัพธ์
สำหรับเด็กๆ แล้วการทำผิดพลาดก็ถือเป็นบทลงโทษในตัวอยู่แล้ว
เพราะการทำผิดพลาดนำมาซึ่ง “ความอับอาย” “ความรู้สึกผิด” “ความเสียใจ” และ “ความโกรธ(ตัวเอง”
ดังนั้นผู้ใหญ่ไม่ควรซ้ำเติมความผิดพลาดนั้น
***
บางครั้งผู้ใหญ่อาจจะหลงลืมไปว่า เด็กๆ เพิ่งจะใช้ชีวิตอยู่บนโลกนี้เพียงไม่กี่ปีด้วยซ้ำ
พวกเขาต้องลงมือทำ จึงจะเกิดการเรียนรู้
หากเรากังวลกับการที่ลูกจะทำผิด ทำพลาด หกล้ม เผชิญความยากลำบาก ลูกจะไม่มีโอกาสได้เรียนรู้อะไรเลย
โดยเฉพาะเด็กปฐมวัย พ่อแม่ควรคืน “Autonomy” หรือ “โอกาสในการลงมือทำ” เพื่อให้เขาได้รู้จักตัวเองและโลกใบนี้ให้มากที่สุด
เมื่อลูกทำผิดพลาด หรือ หกล้ม อย่าวิตกกังวลจนเกินไป
เคียงข้างเขา แต่ไม่ปกป้องจนเกินพอดี
ให้กำลังใจ แต่ไม่กดดัน
ให้การสอนและการช่วยเหลือ แต่ไม่ซ้ำเติมความผิดพลาด
กว่าเด็กคนหนึ่งจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ เขาจะทำผิดพลาดอีกมากมาย
แต่ทุกครั้งที่เขาทำผิดพลาด เราให้การสอนเขา เด็กๆ จะเรียนรู้ว่าครั้งต่อไปเขาควรทำเช่นไร โดยที่ตัวเขาไม่ถูกบั่นทอนการรับรู้คุณค่าภายในตัวเองไป
***
สุดท้ายผู้ใหญ่เองก็ไม่ชอบการถูกซ้ำเติมเช่นกัน
เวลาที่เราเห็นอีกฝ่ายทำผิดพลาด สิ่งที่เราควรทำคือ “การเห็นอกเห็นใจ”
ช่วยเหลือ รับฟัง เคียงข้าง และให้กำลังใจ
ถ้าไม่รู้ว่าต้องพูดอะไรดี บางทีการเข้าไปถามอีกฝ่ายโดยตรงน่าจะดีที่สุด
คำถามง่ายๆ “มีอะไรที่เราพอจะช่วยได้บ้างไหม?”
ถ้าอีกฝ่ายยังไม่พร้อมให้จบท้ายว่า “ถ้ามีอะไรบอกเราได้ เรายินดีที่จะรับฟังเสมอนะ”
บางครั้งแม้จะช่วยอะไรอีกฝ่ายไม่ได้มาก แต่การรับฟังอาจจะช่วยให้อีกฝ่ายรู้สึกดีขึ้นได้เช่นกัน
ด้วยรักจากใจ
เม
เพจตามใจนักจิตวิทยา
Cr. ภาพประกอบ กอดวิเศษ โดย เฟย์ เฟย์ กัว FIFI KUO Illustration
12/12/2022
ขอบคุณข้อมูลดี ๆ จากเพจ Think เดียวก็เปลี่ยนได้ มาแชร์ความรู้ให้กัน
5 วิธีเติมพลังบวกให้ตัวเอง
ในวันที่ชีวิตมันเหนื่อย ๆ
1 ชื่นชมทุกความสำเร็จเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นในวันนั้น
2 ขอบคุณเรื่องดี ๆ ที่เกิดขึ้น (แม้จะเล็กน้อยก็ตาม)
3 อ้อมกอดอุ่น ๆ จากใครบางคนที่พิเศษต่อใจ
4 ฟังเพลงโปรดที่เราชอบ มันช่วยฮีลใจได้นะ
5 ปล่อยให้ตัวเองไร้สาระได้เต็มที่ พักกายและใจ
ียวก็เปลี่ยนได้
12/12/2022
ขอบคุณข้อความดี ๆ ที่ให้อะไร ๆ เติมเต็มทั้งความคิด ความสุข ความสบายใจ จาก : My life
หลักการใช้ชีวิตง่ายๆ แต่สุขใจ...😊
1. จงมีชีวิตอยู่ด้วยจิตแห่ง ความรัก รักโดยไม่หวังผล แล้วคุณจะไม่ต้องพบกับคำว่า ความผิดหวัง ความแค้น ความเสียใจ อย่างที่ผ่านมา
2. จงมีชีวิตอยู่ด้วย การให้อภัย แล้วคุณจะพบว่าคุณมีจิตใจที่แจ่มใสตลอดเวลา ไม่ปวดร้าวกับอดีตใดๆ
3. จงมีชีวิตอยู่ด้วย การรู้จักตนเอง มากกว่ารู้จักผู้อื่น แล้วคุณจะพบว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นล้วนแต่แก้ไขด้วยตัวเราทั้งสิ้น
4. จงมีชีวิตอยู่ด้วย การอยู่อย่างพอเพียง แล้วคุณจะพบว่าคุณไม่ต้องเหน็ดเหนื่อยเกินความจำเป็น ด้วยความอยาก และความโลภ
5. จงมีชีวิตอยู่กับ ความจริง แล้วคุณจะพบว่าจิตของคุณได้รับการปล่อยวาง อย่างแท้จริง โดยไม่คาดหวังกับสิ่งใดจนเกินไป
6. จงมีชีวิต อยู่อย่างผู้ให้ มากกว่าการเป็นผู้รับ แล้วคุณจะพบกับความสุขลึกๆ ที่เป็นยาอายุวัฒนะจากการให้นั่นเอง
7. จงมีชีวิตอยู่อย่าง มีศีล สมาธิ ปัญญา แล้วคุณจะพบกับคุณค่าของชีวิต ที่จะมีแต่คำว่า สะอาด สว่าง สงบ
8. จงมีชีวิต อยู่กับปัจจุบัน อดีตคือประสบการณ์ อนาคตยังมาไม่ถึง ฉะนั้นทำวันนี้ให้ดีที่สุด แล้วคุณจะพบว่า ชีวิตจะดีขึ้นและมีความสุขมากขึ้นกว่าที่ผ่านมาอย่างเห็นได้ชัด
9. จงมีชีวิตอยู่ด้วย การสะสมความดีและบุญกุศล ให้มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง แล้วคุณจะพบว่า ชีวิตของคุณมีตัวช่วยอยู่ตลอดเวลา...
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
เว็บไซต์
ที่อยู่
โรงเรียนด้านช้างวิทยา
Suphan Buri
72180