Design Republic

Design Republic

แชร์

06/12/2020

Mank (2020) สามารถดูได้ใน Netflix

จำไม่ได้แล้วว่าโทนของ Citizen Kane ที่บรรยายถึงวิลเลี่ยม เฮิร์สต์ ออกมาในลักษณะไหน แต่คิดว่าคงเหมือนที่แจ็ค ฟินเชอร์ คนเขียนบท Mank บรรยายออกมาว่าเป็นความผิดหวังมากกว่าความโกรธและความเกลียดชัง ถึงแม้หนังจะไม่ได้ทำให้เฮิร์สต์เป็นตัวร้ายน่ารังเกียจ แต่มันก็ไม่น่าแปลกใจว่าทำไมปฏิกิริยาของเฮิร์สต์ที่ต่อต้านการฉาย Citizen Kane อย่างหนักในสมัยนั้น คงคล้ายกับที่ ปีเตอร์ มอร์แกน เขียนบทบรรยายภาพลักษณ์ควีนเอลิซาเบธให้เป็นคนเย็นชาใน The Queen ซึ่งมันอาจจะดูไม่ดีและเจ้าตัวน่าจะไม่พอใจที่ถูกนำเสนอมุมมองเช่นนั้น แต่ขณะเดียวกันมันกลับทำให้คนดูจำนวนไม่น้อยรู้สึกเห็นใจเธอในฐานะมนุษย์คนหนึ่งได้เหมือนกัน
ในฐานะหนังเรื่องหนึ่ง Citizen Kane จึงเป็นการบรรยายภาพของนักหนังสือพิมพ์ผู้ยิ่งใหญ่ที่เคยมีอุดมการณ์และสนับสนุนแนวคิดหัวก้าวหน้า ใช้สื่อสิ่งพิมพ์ของตัวเองเป็นปากเป็นเสียงให้ชนชั้นแรงงานในยุค 30's ที่เศรษฐกิจตกต่ำ ทะเยอทะยานถึงขั้นลงเล่นการเมือง แต่แล้วอยู่ดี ๆ เขาก็กลายร่างไปเป็นฝ่ายขวาข้างนายทุน (พอจะนึกภาพสื่อในไทยที่เป็นปากเสียงให้ประชาชนแล้วอยู่ดี ๆ ไปรับใช้นายทุนออกไหม) ซึ่งข้ออ้างที่ถูกพูดถึงใน Mank คือการแสดงให้เห็นความเชื่อมโยงว่าชนชั้นแรงงานทั้งหลายอยู่ได้หากทุนนิยมยังคงอยู่ ฟังดูเหมือนจะดีแต่มันก็เป็นแค่ข้ออ้างในการรักษาผลประโยชน์ของพวกพ้องตัวเองที่มีอิทธิพลและคงสถานะชนชั้นสูงในแคลิฟอร์เนีย
Mank ยังคงบอกเล่าถึง soft power ของหนังโฆษณาโจมตีแนวคิดฝ่ายซ้ายสังคมนิยมให้ดูน่ากลัวเป็นคอมมิวนิสต์ ความน่าเศร้าของมันคือคนทำหนังโฆษณาก็ไม่ได้เชื่อเช่นนั้น แต่จำยอมต้องทิ้งอุดมการณ์ตัวเองเพื่อความก้าวหน้าในอาชีพที่จะได้โอกาสกำกับหนังของตัวเองเรื่องแรกเสียที แม้เขาจะทำหนังที่ดูสั่ว ๆ ประมาณว่าคนดูคงไม่โง่เชื่อหนังโฆษณาแบบนี้หรอก แต่เราก็เห็นผลลัพธ์ของ fake news ในทุกยุคสมัยที่คนพร้อมจะเชื่อในสิ่งที่ตัวเองอยากได้ยินอยู่แล้ว จะว่าไปมันก็ฟังดูเป็นการเปรียบเปรยถึงเฮิร์สต์ที่ยอมละทิ้งอุดมการณ์เพื่อผลประโยชน์ของตัวเองเหมือนกัน
อีกจุดที่น่าสนใจคือหนังยึดข้อเท็จจริงว่า 'เฮอร์แมน แมนคีวิซ' (Gary Oldman) เป็นคนเขียนบทและเริ่มไอเดีย Citizen Kane ซึ่งอ้างอิงจากลักษณะของหนังแล้วก็คงเป็นเช่นนั้นเพราะออร์สัน เวลส์ น่าจะแทบไม่รู้จักเฮิร์สต์เป็นการส่วนตัว และการที่หนังเล่าแบบสลับช่วงเวลาตกอับเพราะติดเหล้าจนต้องมานอนพักฟื้นเพื่อเขียนบท กับช่วงเวลาคลุกคลีอยู่ในสังคมอภิสิทธิ์ชนเพราะประสบความสำเร็จอย่างดีในฮอลลีวูด โดยมีการเลือกตั้งเป็นตัวแปรที่ทำให้เขาเห็นธาตุแท้ของพวกนายทุนทั้งหลาย จนนำมาสู่แรงบันดาลใจในการพูดถึงนักหนังสือพิมพ์ผู้เคยเป็นหัวก้าวหน้า ให้ย้อนกลับไปตระหนักถึงสิ่งที่ตัวเองเคยยึดมั่น
งานของฟินเชอร์เรื่องนี้อัดแน่นไปด้วยไดอะล็อกคมคาย จิกกัดแบบปัญญาชน ถ่ายทำแบบขาวดำ บันทึกเสียงเป็นโมโน แต่สัดส่วนแบบหนังสมัยใหม่ ช่วงแรกของหนังคนดูอาจจะยังดูจับจุดไม่ถูก แต่พอดูไปเรื่อย ๆ ทุกอย่างมันจะขมวดเข้ามาบรรจบกันเอง

Director: David Fincher
screenplay: Jack Fincher

Genre: drama, biography
8.5/10

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง วาณิชย์ ใน Songkhla?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ประเภท

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


52/39 ม. 2 ซ. กาญจนวนิช 12 ต. เขารูปช้าง อ. เมือง
Songkhla
90000