Maipatana

Maipatana

แชร์

16/06/2026

ช่วงนี้ข่าวเรื่องซูเปอร์เอลนีโญ ว่อนไปหมด แต่มันจะส่งผลต่อการใช้ชีวิตของเรายังไง?
"บ้านแบบเดิมๆ" ที่เราเคยอยู่จะสะสมความร้อนจนแอร์เอาไม่อยู่ ค่าไฟจะพุ่งกระฉูด การออกแบบบ้านด้วย Passive Design จะเป็นการช่วยบรรเทาปัญหาได้ (นอกเสียจากว่าเปิดแอร์แรงๆไม่สนค่าไฟ ก็เป็นอีกทางหนึ่ง)
ผมมี 8 ข้อ (คาถา) ที่จะช่วยกันร้อนได้
1. Layout & Orientation (การจัดวางทิศทางบ้าน)
-- แนวคิด: หลบแดดตัวร้าย เปิดรับลมดี แดดเมืองไทยที่ร้อนรุนแรงที่สุดจะมาจาก ทิศตะวันตกและทิศใต้

-- แนวทางทำบ้าน: วางห้องที่ไม่ค่อยใช้งาน หรือห้องที่ต้องการความแห้ง เช่น ห้องน้ำ ห้องแต่งตัว หรือโรงจอดรถ ไว้ในทิศใต้และตะวันตกเพื่อเป็น "กันชน" บังความร้อน ส่วนห้องนอนหรือห้องนั่งเล่นให้หลบไปอยู่ทิศเหนือหรือตะวันออกแทน
2. Shading (การบังแดด)
-- แนวคิด: อย่าให้แดดส่องโดนผนังหรือกระจกโดยตรง เพราะถ้าความร้อนซึมเข้าเนื้อปูนแล้ว มันจะแผ่ความร้อนอบอ้าวอยู่ในบ้านตลอดทั้งคืน

-- แนวทางทำบ้าน: ทำชายคายื่นให้ยาวขึ้น ติดตั้งระแนงบังแดด (Louver) นอกบ้าน หรือปลูกต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงาฝั่งทิศตะวันตก
3. Cool Roof (หลังคาเย็น)
-- แนวคิด: หลังคาคือส่วนที่รับแดดตรงๆ และยาวนานที่สุดในแต่ละวัน ถ้าหลังคาเย็น บ้านก็เย็นไปกว่าครึ่ง

-- แนวทางทำบ้าน: ใช้กระเบื้องหลังคาโทนสีอ่อนเพื่อสะท้อนความร้อน, ทาสีสะท้อนความร้อน (Thermal Reflective Paint), เลือกวัสดุ Solar Reflective Index (ค่าการสะท้อนความร้อนของวัสดุ ยิ่งสูงยิ่งสะท้อนดี) สูง และติดตั้งแผ่นสะท้อนความร้อนใต้หลังคา, ใส่ฉนวนด้วย, หรือทำ Double Roof ก็ช่วย
4. Fenestration (ระบบช่องเปิดและหน้าต่าง)
-- แนวคิด: การเลือกขนาดและตำแหน่งของหน้าต่างอย่างฉลาด ไม่ใช่บ้านกระจกเยอะแล้วจะดีเสมอไป

-- แนวทางทำบ้าน: ลดขนาดกระจกในทิศที่แดดส่อง เลือกใช้กระจกตัดแสง (Tinted Glass) หรือกระจกฉนวน (Double Glazing) ที่มีช่องว่างตรงกลางช่วยบล็อกความร้อนเข้าบ้าน
5. Insulation (ฉนวนกันความร้อน)
-- แนวคิด: เสื้อกันหนาวช่วยเก็บความร้อนฉันใด ฉนวนกันความร้อนก็ช่วย "กั้นความร้อน" ไม่ให้ซึมข้ามจากนอกบ้านเข้ามาในบ้านฉันนั้น

-- แนวทางทำบ้าน: ปูฉนวนกันความร้อน (เช่น ใยแก้วหนา 6 นิ้ว) บนฝ้าเพดาน และกรุฉนวนในผนังบ้าน โดยเฉพาะผนังฝั่งทิศตะวันตก
6. Daylight (การใช้แสงธรรมชาติ)
-- แนวคิด: ดึงเอาแสงสว่างจากธรรมชาติเข้ามาใช้ในบ้านให้พอดี เพื่อจะได้ไม่ต้องเปิดไฟในบ้าน ช่วยประหยัดค่าไฟ และได้แสงที่สบายตา

-- แนวทางทำบ้าน: เจาะช่องแสงลอยชิดเพดาน (Clerestory) เพื่อให้แสงสะท้อนกับเพดานลงมาเป็นแสงนวลๆ โดยไม่มีความร้อนตรงๆ จากแดดวิ่งตามเข้ามา
7. Natural Ventilation (การระบายอากาศธรรมชาติ)
-- แนวคิด: ให้ลมพัดผ่านเพื่อหอบเอาความร้อนสะสมในบ้านออกไป และช่วยให้อากาศหมุนเวียนสดชื่น

-- แนวทางทำบ้าน: ออกแบบให้หน้าต่างมีทั้งฝั่ง "ลมเข้า" และ "ลมออก" (Cross Ventilation) ไม่ออกแบบห้องปิดทึบ และทำช่องเปิดสูงๆ ใต้หลังคาเพื่อให้ความร้อนลอยตัวออกไปทางด้านบน
8. Evaporative Cooling (การทำความเย็นด้วยการระเหยของน้ำ)
-- แนวคิด: ธรรมชาติน้ำเมื่อระเหยเป็นไอ จะดึงความร้อนจากอากาศรอบๆ ออกไป ทำให้อุณหภูมิลดลง

-- แนวทางทำบ้าน: ขุดบ่อเลี้ยงปลา ทำน้ำตก หรือวางอ่างน้ำไว้ในทิศที่ลมพัดเข้าบ้าน (ทิศใต้/ตะวันตกเฉียงใต้) เพื่อให้ลมกวาดเอาไอเย็นจากน้ำเข้าสู่ตัวบ้าน
---------------------------
สรุป
ความร้อนที่เกิดขึ้นในบ้าน เราสามารถแก้ปัญหาด้วยการออกแบบได้ เหลือเท่าไหร่เปิดพัดลม เปิดแอร์ช่วย แต่ถ้าไม่ออกแบบโดยคำนึงถึงเรื่องพวกนี้เลย ก็ต้องอัดแอร์เข้าไปเยอะๆ

Photos from Maipatana's post 16/06/2026

10 ปีแล้วงานนักศึกษากลุ่มนี้ผมก็ยังชอบอยู่

Photos 15/06/2026

"ร่างกายทำให้โลกปรากฏ ในขณะเดียวกันร่างกายก็ถูกทำให้ปรากฏโดยโลก เมื่อ 'ฉัน' รับรู้คอนกรีตว่าเป็นบางอย่างที่เย็นและแข็ง 'ฉัน' ก็หมายรู้ร่างกายว่าเป็นบางอย่างที่อุ่นและนุ่ม ในลักษณะนี้ ร่างกายอยู่ในลักษณะความสัมพันธ์ที่เป็นพลวัตกับโลกได้กลายเป็น shintai มันคือ shintai เดียวในความหมายของการสร้าง หรือเข้าใจสถาปัตยกรรม shintai เป็นสิ่งมีชีวิตที่รับรู้รู้สึกได้ที่ตอบสนองต่อโลก"

สำหรับ Tadao Ando แล้ว สถาปัตยกรรมไม่ใช่เพียงสิ่งก่อสร้างเฉยๆ แต่เป็นสภาพแวดล้อมที่ทำให้คนรู้สึกถึงความเป็นคน หรือรู้สึกถึงการมีตัวตนอยู่บนโลกได้

ในขณะที่สถาปัตยกรรมปรากฏต่อเขา เขาก็ปรากฏขึ้นมาพร้อมๆกัน

Tadao Ando:
"คนเราเชื่อมต่อสื่อสารกับโลกใบนี้ผ่านทางร่างกายของเขา คนไม่ใช่สิ่งมีชีวิตแบบทวิลักษณ์ที่จิตวิญญาณและร่างกายแยกออกจากกัน แต่ร่างและจิตวิญญาณที่รวบรวมอยู่ด้วยกันมีชีวิตและทำงานร่วมกันบนโลกนี้ 'ที่นี่และตอนนี้' (ที่ๆร่างกายเราปรากฏ) คือสิ่งที่เราได้มาโดยไม่ให้ความสำคัญในตอนแรก โดยต่อมา 'ที่นั่น' ปรากฏขึ้นในภายหลัง ผ่านการรับรู้ระยะห่าง หรือจะว่าไปก็คือการใช้ชีวิตอยู่กับระยะห่าง พื้นที่ว่างรอบๆเริ่มเผยออกมาเป็นสิ่งที่เต็มไปด้วยความหมายและคุณค่า เนื่องจากคนมีโครงสร้างร่างกายที่ไม่สมมาตรกัน มีบนมีล่าง มีซ้ายมีขวา มีหน้ามีหลัง โลกที่เราสื่อสารด้วยกลายเป็นพื้นที่ว่าง (space) ที่หลากหลายไปโดยธรรมชาติ โลกที่ปรากฏต่อประสาทสัมผัสของคนและร่างกายของคนได้กลายเป็นบางอย่างที่มีอยู่อย่างสัมพันธ์กันกับโลก โลกที่ถูกทำให้ปรากฏชัดเจนโดยร่างกายนั้นมีชีวิตชีวา พื้นที่ว่างมีชีวิตอยู่
ร่างกายทำให้โลกปรากฏ ในขณะเดียวกันร่างกายก็ถูกทำให้ปรากฏโดยโลก เมื่อ 'ฉัน' รับรู้คอนกรีตว่าเป็นบางอย่างที่เย็นและแข็ง 'ฉัน' ก็หมายรู้ร่างกายว่าเป็นบางอย่างที่อุ่นและนุ่ม ในลักษณะนี้ ร่างกายอยู่ในลักษณะความสัมพันธ์ที่เป็นพลวัตกับโลกได้กลายเป็น shintai มันคือ shintai เดียวในความหมายของการสร้าง หรือเข้าใจสถาปัตยกรรม shintai เป็นสิ่งมีชีวิตที่รับรู้รู้สึกได้ที่ตอบสนองต่อโลก"

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ บุคคลสาธารณะ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง บุคคลสาธารณะ ใน Rangsit?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ประเภท

เว็บไซต์

ที่อยู่


99 Moo 18 Phahonyothin Road
Rangsit
12121