Noei1984

Noei1984

แชร์

23/05/2026

นอนไปรอบ สมองเรียงตัวมาใหม่ เด้งขึ้นมาเขียนบ่นยามดึก 555
เริ่มจากไปถกในโพสของคุณนิ้วกลมมา
https://www.facebook.com/photo?fbid=10165267045924579&set=pb.637784578.-2207520000
เวลาได้ถกกับคนที่ Tech Optimism ก็ดีนะ
เราได้เห็นมุมมองของคนที่ไม่ได้ใช้สกิลด้านศิลปะ
แต่กล้าเคลมการใช้ AI แทนคนจบทางนี้ตรงๆ
มันก็เลยมาจบที่คำถามที่ว่า
เรายังเหลือ "สิทธิที่จะใช้ #ทักษะศิลปะ ทำมาหาเลี้ยงชีพ" อยู่ไหม?
มันชวนตั้งคำถามนะว่าเรายังมี
"ความเป็นมนุษย์ในการสร้างสรรค์"
และสิทธิในการอยู่รอดในระบบเศรษฐกิจ
โดยเฉพาะในยุค AI
และโดยเฉพาะในประเทศไทยนี้ไหม
(เราเคยเขียนบทความเรื่องวงจรลดคุณค่า Digital Artist ในประเทศไทยอยู่
https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1281408773986751&id=100063529212109&mibextid=wwXIfr&rdid=SLjbyVjnOx8248X0 # )
ถ้าลองแกะปมปัญหาเชิงโครงสร้างและระบบนิเวศแรงงานตอนนี้ออกมาดู
ก็พอจะเห็น 4 ประเด็นที่ซ่อนอยู่หลัง "ภาพฝันของโลก AI"
ที่จะมาเป็นอวสานแรงงานในสารพัดบทความ
(และแน่นอนในมุมของ AI Bro เอ้ย AI Optimism)
1. ประเด็นบันไดขั้นแรกของ Entry-Level ที่ถูกตัดตอน
มามองความจริงกันก่อนว่า
"งานศิลปะหรืองานสร้างสรรค์ทุกประเภท ไม่มีใครเก่งมาตั้งแต่เกิด"
ทุกคนต้องมี "พื้นที่ฝึกฝน" เริ่มต้นจากศูนย์
ไต่เต้าจากงานศึกษาพื้นฐานของศิลปะ จนเสพงานมากขึ้น ไปพร้อมๆกับสนิทกับร่างกายมากขึ้น จนพัฒนา Skills และรสนิยมเฉพาะตัว
(เผื่อใครสงสัยว่าสนิทกับร่างกายยังไง
ไปส่องได้ในแบบฝึกหัดฝึกกล้ามเนื้อมือ
https://inskru.com/idea/-NrASYqzvgMSYaqa2Pod/ )
แต่ทุกวันนี้ นายทุนเลือกที่จะตัดกระบวนการนี้ออกแล้วยัด AI เข้ามาแทนที่
การที่ผู้ประกอบการนำ Generative AI มาแทนที่แรงงานในระดับเริ่มต้น เท่ากับการจำกัดและปฏิเสธโอกาสในการเริ่มต้นอาชีพของคนรุ่นใหม่โดยปริยาย
จะอ้างว่าเป็นแค่กลไกตลาดเสรีเฉยๆ คงฟังไม่ขึ้น
ถ้าเรามองตามกติกาสากลอย่าง ICESCR ข้อ 6 (United Nations, 1966)
หรือแม้แต่ รัฐธรรมนูญไทย มาตรา 40 ที่ระบุว่า "บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการประกอบอาชีพ" (รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560, มาตรา 40)
ต่างก็รับรองว่ามนุษย์ทุกคนมีเสรีภาพในการเลือกและประกอบอาชีพเพื่อเลี้ยงชีพ
การที่ระบบนิเวศแรงงานยอมให้ AI มายึดพื้นที่เริ่มต้นอาชีพไปหมด
เท่ากับเรากำลังดับอนาคตคนรุ่นใหม่ ไม่ให้มีโอกาสเติบโตไปเป็นผู้เชี่ยวชาญในอนาคต
2. ประเด็นวิกฤตจริยธรรมเอาผลงานของศิลปินทั่วโลกไปเทรน เพื่อกลับมาแย่งงานสายศิลปะและงานสร้างสรรค์
สิ่งย้อนแย้งและเจ็บปวดที่สุดของ Generative AI คือ
ทักษะที่มันใช้ มันไม่ได้เสกขึ้นมาจากความว่างเปล่า
แต่มันไปสูบข้อมูล (Data Scraping) จากผลงานศิลปะที่มนุษย์ใช้เวลาทั้งชีวิตบ่มเพาะขึ้นมา
โดยที่เจ้าของผลงานไม่เคยให้ความยินยอม ไม่ได้ตังค์สักบาท แถมไม่ได้เครดิตด้วยซ้ำ
นี่คือภาวะที่ศิลปินกำลังโดน "อดีตของตัวเอง" ย้อนกลับมาทำลายอนาคต
จนกระทั่งในระดับสากลต้องลุกขึ้นมาออกกฎหมายอย่าง EU AI Act
เพื่อบังคับให้ผู้พัฒนา AI ต้องเปิดเผยข้อมูลที่ใช้เทรนและเคารพกฎหมายลิขสิทธิ์ (European Parliament & Council of the European Union, 2024; European Commission, 2025)
กฎหมายนี้เป็นข้อพิสูจน์ชั้นดีว่า สังคมโลกเริ่มยอมรับแล้วว่า
การเอาผลงานศิลปินมาเทรน AI โดยไม่รับผิดชอบ
คือการชุบมือเปิบเชิงจริยธรรมที่ยอมรับไม่ได้
3. วิกฤตงูกินหาง (Model Collapse) เมื่องานฝีมือมนุษย์ถูกมองเป็นแค่ต้นทุนที่ต้องตัด
ทุนนิยมกระแสหลักมักมองทักษะศิลปะเป็นแค่
"Production Cost" หรือต้นทุนการผลิตที่ต้องลดให้ถูกที่สุด
แต่การคัดมนุษย์ออกจากระบบกำลังทำให้เทคโนโลยีเจอทางตันที่เรียกว่า Model Collapse
อธิบายง่ายๆ คือ
พอไม่มีศิลปินมนุษย์คอยสร้างงานใหม่ๆ
ข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตก็จะมีแต่ชิ้นงานที่เจนจาก AI
และพอ AI รุ่นถัดไปเอาข้อมูลพวกนี้ไปเรียนรู้ซ้ำๆ
ผลลัพธ์ที่ได้จะเริ่มเพี้ยน คุณภาพจะดิ่งลง และเสื่อมถอย
จนกลายเป็นขยะทางข้อมูลในที่สุด (Shumailov et al., 2024)
"ทักษะฝีมือ" ของมนุษย์จึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับ AI เหมือนกัน
การที่ต้องมีฝีมือมนุษย์อยู่ในกระบวนการทำงาน หรือ Human-in-the-Loop
ก็อาจมองได้ว่าเป็น "สารอาหารหลัก" ของ AI
ที่คอยหล่อเลี้ยงให้ระบบนิเวศข้อมูลมีความหลากหลายมากพอ
ที่ AI จะไม่กินตัวเองจนพังไปทั้งระบบ
4. เลิกผลักภาระให้ปัจเจกในโลกที่โคตรไม่มั่นคง
เวลาแรงงานศิลปินเดือดร้อน วาทกรรมยอดฮิตที่มักโดนตอกกลับมาคือ
"คุณก็ต้องสร้างอัตลักษณ์สิ"
หรือ
"ก็ไปเปิดสตูดิโอเล็กๆ เป็นนายตัวเองไปเลย"
คำพูดพวกนี้ละเลยความจริงว่า
"ภาวะความไม่มั่นคงขั้นสุดของแรงงานสร้างสรรค์"
ในระบบซึ่งเต็มไปด้วยการขาดสวัสดิการและการคุ้มครองทางสังคมตามมาตรฐานสากล
ตามรายงานของ ILO (2021) ก็ชัดว่า
การผลักคนทำงานเข้าสู่โลกอิสระหรือแพลตฟอร์มโดยไม่มีตาข่ายรองรับทางสังคม
มีแต่จะยิ่งเพิ่มความเหลื่อมล้ำและลดอำนาจต่อรอง
เพราะความจริงคือไม่ใช่ทุกคนที่มีต้นทุนชีวิตเท่ากัน
และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ขับเคลื่อนได้ด้วยฐานแรงงานที่กว้าง (Mass Labor)
ไม่ใช่ด้วยซุปเปอร์สตาร์แค่ไม่กี่คน
การตั้งคำถามเรื่องสิทธิ จึงเป็นการเบรกแนวคิดที่บีบให้ปัจเจกต้องแบกรับความเสี่ยงเชิงโครงสร้างไว้คนเดียว
เปลี่ยนอุดมคติให้เป็นนโยบาย - ต่างประเทศเขาทำกันยังไง?
เพื่อไม่ให้เรื่องนี้เป็นแค่บ่นลอยๆ ในอากาศ
มีหลายประเทศและองค์กรที่เขาขยับตัวทำมาตรการให้เห็นจริงแล้วอยู่นะ
เราทำเว็ปไว้ไปส่องได้นะ เลื่อนลงมาล่างๆหน่อยจะมี
"ฐานข้อมูลกฎหมายและแนวปฏิบัติ AI ทั่วโลก"
(52 รายการ) Update 18 05 2026
https://sites.google.com/view/aiviolationthailandv0120260509/home
ที่ต่างประเทศ แรงงานสร้างสรรค์รวมตัวกันสู้จนได้ข้อตกลง
ดูอย่างการประท้วงหยุดงานครั้งใหญ่ของ SAG-AFTRA (2023) ในฮอลลีวูด
ที่สู้จนชนะเงื่อนไข "ความยินยอมและค่าตอบแทนในการสร้างร่างทดแทนดิจิทัล (Digital Replicas)"
นี่คือบทเรียนว่า
แรงงานต้องร่วมมือกันกดดันให้กลุ่มทุนเคารพมนุษย์ในห่วงโซ่การผลิต
และไม่ใช่แค่การสู้ในมุมของแรงงานอย่างเดียว
รัฐเองก็ต้องอุดหนุนคนรุ่นใหม่ด้วย
ในประเทศที่เศรษฐกิจสร้างสรรค์โตแบบยั่งยืน รัฐบาลจะไม่อยู่เฉย
อย่าง เกาหลีใต้
มีงบสนับสนุนและมาตรการช่วยเหลือเงินทุนให้นักสร้างสรรค์รุ่นใหม่ (Emerging Creators) ได้ลืมตาอ้าปากได้
(Ministry of Culture, Sports and Tourism, 2024)
หรือ ญี่ปุ่น
ที่ควักงบสนับสนุนสมาคม JAniCA เพื่อฝึกอบรมนักแอนิเมเตอร์หน้าใหม่ผ่านการทำงานจริง
การที่รัฐมาร่วมรับผิดชอบแรงงานเด็กจบใหม่ไม่ให้หลุดไปจากระบบ
จึงเป็นหน้าที่ของโครงสร้างรัฐ
ไม่ใช่ปล่อยให้ First Jobber ดิ้นรนไปตามยถากรรม
ว่าแต่บ่นมาตั้งนาน ... สรุปแล้วเรา "มีสิทธิ" ไหม?
ก็ขอตอบคือ
"มีสิ มีสิทธิ์อย่างเต็มที่และชอบธรรมที่สุด
ที่จะใช้ความสามารถทางศิลปะในการประกอบอาชีพ"
เหตุผลเพราะทักษะสร้างสรรค์ของมนุษย์ไม่ได้มีไว้เพื่อผลิตสินค้าป้อนตลาดทุนอย่างเดียว หรือ กลายเป็นฐานข้อมูลให้ AI ศึกษา Reverse Engineering จากผลงานเราไปอย่างเดียว
แต่นี่คือ
"สิทธิพื้นฐานในการทำมาหาเลี้ยงชีพ ตามหลักสากล"
หรืออย่างน้อย ถ้าจะมองในมุมมองของการ Compromise อยู่กับ AI ให้ได้ก็คือ
"ผลงานของมนุษย์" คือ "สารอาหาร" ให้กับระบบเทคโนโลยี
ไม่ให้มันพังทลายลงจากภาวะ Model Collapse
การเรียกร้องและคุ้มครองสิทธินี้
โดยผ่านนโยบายควบคุม Training Data,
การสร้างเงื่อนไขความยินยอม
และการอุดหนุนนักสร้างสรรค์รุ่นใหม่
การรักษาโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และเทคโนโลยี ให้ก้าวไปข้างหน้าได้อย่างยั่งยืนเป็นเรื่องสำคัญที่รัฐต้องเข้ามาช่วย
เรื่องนี้เลยไม่ใช่แค่อาการ 'ศิลปินงอแงต่อต้านเทคโนโลยี' อย่างที่ถูกตีตรา
ที่สำคัญคือ เราต้องเดินไปข้างหน้าโดยที่ไม่ทิ้ง "ความเป็นมนุษย์" ไว้ข้างหลัง
References
Agency for Cultural Affairs, Government of Japan. (2024). Japan Creator Support Fund: About the program. Japan Arts Council. https://creator.ntj.jac.go.jp/en/about
European Commission. (2025, July 24). Explanatory notice and template for the public summary of training content for general-purpose AI models... https://ec.europa.eu/newsroom/dae/redirection/document/118480
European Parliament & Council of the European Union. (2024). Regulation (EU) 2024/1689... (Artificial Intelligence Act). Official Journal of the European Union. https://ai-act-service-desk.ec.europa.eu/en/ai-act/article-53
International Labour Organization. (2021). The role of digital platforms in the world of work. World Employment and Social Outlook 2021. https://www.ilo.org/global/research/global-reports/weso/2021/WCMS_771749/lang--en/index.htm
Japanese Animation Creators Association. (2010–2020). Young Animator Training Project (Anime Mirai / Anime Tamago). Agency for Cultural Affairs.
Ministry of Culture, Sports and Tourism, Republic of Korea. (2024, January). 2024 cultural policy priorities: Cultural arts pass and youth creative support. https://mcst.go.kr/english/policy/pressView.jsp?pSeq=347
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560, มาตรา 40 (เสรีภาพในการประกอบอาชีพ). สถาบันนิติธรรมาลัย. https://www.drthawip.com/constitution/006
SAG-AFTRA. (2023). 2023 TV/Theatrical contracts: Artificial intelligence FAQ. Screen Actors Guild–American Federation of Television and Radio Artists. https://www.sagaftra.org/contracts-industry-resources/contracts/2023-tvtheatrical-contracts
Shumailov, I., Shumaylov, Z., Zhao, Y., Gal, Y., Papernot, N., & Anderson, R. (2024). AI models collapse when trained on recursively generated data. Nature, 631(8022), 755–759. https://doi.org/10.1038/s41586-024-07566-y
United Nations. (1966). International Covenant on Economic, Social and Cultural Rights, Article 6. https://www.ohchr.org/en/instruments-mechanisms/instruments/international-covenant-economic-social-and-cultural-rights
บทความนี้ใช้ Claude และ Gemini ช่วย link ฐานข้อมูลกฎหมายที่เก็บไว้กับเนื้อหา ช่วยเรื่องความจำสั้น + เราไม่ใช่นักกฎหมายได้เยอะเลย

นี่ก็เป็นตัวอย่างของ Human-in-the-Loop ที่ใช้ได้จริง โดยใช้ AI เป็นเครื่องมือ โดยไม่สูญเสียเสียงตัวเอง

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ บุคคลสาธารณะ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง บุคคลสาธารณะ ใน Rangsit?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ประเภท

เว็บไซต์

ที่อยู่


Rangsit