ICB Digital
08/09/2025
🏦🇹🇭 แบงก์ชาติเผย 3 รายชื่อให้จัดตั้ง Virtual Bank 🌐🏧💻🖥️📱
ธปท. ประกาศ 3 รายชื่อผู้ที่ได้รับความเห็นชอบจากรมว.ให้จัดตั้งธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank) ย้ำทั้ง 3 กลุ่มจะต้องดำเนินการจัดตั้งบริษัทมหาชนจำกัด และปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด รวมถึงผ่านการประเมินความพร้อมจาก ธปท. ก่อนยื่นขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจ Virtual Bank และต้องเปิดดำเนินการภายใน 1 ปี
วันที่ 19 มิถุนายน 2568 ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังโดยคำแนะนำของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ออกประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขอใบอนุญาตและการออกใบอนุญาตประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank) ลงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2567 (ประกาศกระทรวงการคลังฯ) เพื่อเปิดให้ผู้ที่ประสงค์จะขออนุญาตจัดตั้งธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank) ยื่นคำขออนุญาตต่อ ธปท. ตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม 2567 ถึงวันที่ 19 กันยายน 2567 ซึ่งปรากฏว่ามีผู้ยื่นคำขออนุญาตจำนวนทั้งสิ้น 5 ราย นั้น
บัดนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และ ธปท. ได้พิจารณาคำขออนุญาต เอกสารหลักฐาน และข้อมูลประกอบการขออนุญาตของผู้ขออนุญาต ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในประกาศกระทรวงการคลังฯ เสร็จสิ้นแล้ว โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้มอบหมายให้ ธปท. ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับความเห็นชอบให้จัดตั้ง Virtual Bank จึงขอประกาศว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังโดยคำแนะนำของ ธปท. ได้อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 ประกอบกับข้อ 9 ของประกาศกระทรวงการคลังฯ ให้ความเห็นชอบผู้ที่เห็นสมควรให้จัดตั้ง Virtual Bank ตามรายชื่อดังต่อไปนี้
1.บริษัท เอซีเอ็ม โฮลดิ้ง จำกัด และกลุ่มผู้ร่วมขออนุญาต
2. ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) และกลุ่มผู้ร่วมขออนุญาต
3. บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) WeTechnology Limited KakaoBank Corp. และกลุ่มผู้ร่วมขออนุญาต
ทั้งนี้ การพิจารณาข้างต้นเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในประกาศกระทรวงการคลังฯ โดยครอบคลุมทั้งคุณสมบัติ แผนการประกอบธุรกิจ รวมถึงศักยภาพของผู้ขออนุญาตแต่ละรายในการนำเสนอบริการทางการเงินรูปแบบใหม่หรือบริการทางการเงินที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของบริการทางการเงินที่มีอยู่เดิมผ่านช่องทางดิจิทัล เพื่อตอบสนองความต้องการอันหลากหลายของผู้ใช้บริการทางการเงินแต่ละกลุ่ม โดยเฉพาะรายย่อย (retail) และธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ที่ยังไม่ได้รับบริการทางการเงินที่เพียงพอและเหมาะสมหรือที่ยังเข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน ตลอดจนการสร้างประสบการณ์การใช้บริการทางการเงินที่ดีแก่ผู้ใช้บริการ และการนำเสนอนวัตกรรมและบริการทางการเงินที่ส่งเสริมการแข่งขันอย่างเหมาะสมทั้งด้านคุณภาพและด้านราคา
นอกจากนี้ ยังคำนึงถึงจำนวนที่เหมาะสมของธนาคารพาณิชย์รายใหม่ เพื่อช่วยกระตุ้นการแข่งขันในระบบสถาบันการเงินอันจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ฝากเงิน ผู้ใช้บริการ และระบบเศรษฐกิจการเงินไทยโดยรวม โดยไม่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อเสถียรภาพของระบบการเงินของประเทศ
ในการพิจารณาดังกล่าว ธปท. ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับกระบวนการพิจารณาที่โปร่งใสและมีการปฏิบัติต่อผู้ขออนุญาตอย่างเท่าเทียม รวมทั้งมีการพิจารณาและสอบทานข้อมูลต่าง ๆ อย่างรอบด้าน รัดกุม และเป็นมาตรฐานเดียวกัน ตลอดจนมีกระบวนการตรวจสอบการมีส่วนได้เสียของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการพิจารณาคำขออนุญาตอย่างครบถ้วน
ผู้ที่ได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังข้างต้น จะต้องดำเนินการจัดตั้งบริษัทมหาชนจำกัด และปฏิบัติตามเงื่อนไขที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนด รวมถึงผ่านการประเมินความพร้อมจาก ธปท. ก่อนยื่นขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจ Virtual Bank และต้องเปิดดำเนินการภายใน 1 ปีนับแต่วันที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังให้ความเห็นชอบ (วันที่ 19 มิถุนายน 2568)
สำหรับสตาร์ทอัพรุ่นใหม่ที่สนใจก็ยังสามารถยื่นขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจ Virtual Bank ได้อยู่ตลอดตามหลักที่ ธปท. ตั้งไว้ เพื่อสร้างสรรค์เศรษฐกิจดิจิตอลไปด้วยกัน
20/02/2025
ย้อนไปเมื่อปลายปี 2567 บิตคอยน์ (Bitcoin) ทำนิวไฮทะลุ 100,000 ดอลลาร์สหรัฐได้สำเร็จเป็นครั้งแรก ด้วยมูลค่าตลาดกว่า 2.01 ล้านล้านดอลลาร์ ขึ้นแท่นท็อป 7 สินทรัพย์มูลค่าสูงสุดในโลก แต่ล่าสุดได้ปรับตัวลงลงมาอยู่ที่ระดับ 97,249.69 ดอลลาร์ และยังกลับไปอยู่ในระดับสูงสุดเดิมไม่ได้
‘ไรอัน ลี’ หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์ บิตเก็ต (Bitget) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนคริปโทเคอร์เรนซีและบริษัท Web3 กล่าวว่า ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของราคา Bitcoin ในช่วงนี้คือนโยบายด้านดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)
โดยตัวแปรสำคัญที่มีผลค่อนข้างมากคือตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ หากอัตราเงินเฟ้อออกมาสูงกว่าที่คาดการณ์ อาจลดโอกาสที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยและส่งผลเชิงลบต่อตลาดคริปโทโดยเฉพาะ Bitcoin ที่อาจเผชิญกับแรงขายในระยะสั้น เนื่องจากนักลงทุนมองหาสินทรัพย์ที่ปลอดภัย
อย่างไรก็ตาม หากอัตราเงินเฟ้อออกมาต่ำ อาจสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงและถ้าเงินเฟ้อสูงขึ้นในอัตราที่ไม่รุนแรง นักลงทุนบางส่วนอาจแบ่งเงินมาซื้อ Bitcoin เพื่อป้องกันความเสี่ยงเงินเฟ้อ ส่งผลให้ราคาของ Bitcoin และ Altcoins อาจปรับตัวขึ้น
ล่าสุด การประกาศตัวเลขเงินเฟ้อเดือนมกราคมออกมาสูงกว่าที่คาดเล็กน้อยโดยออกมาที่ 3.0% ขณะที่ตลาดมองว่าจะออกมา 2.9% แต่ราคา Bitcoin ได้รับผลกระทบจำกัด เนื่องจากตลาดยังได้แรงหนุนจากกระแสเงินทุนจากนักลงทุนสถาบัน โดยเฉพาะจากกองทุน Spot Bitcoin ETF ซึ่งจะสามารถผลักดันราคา Bitcoin ได้หลังจากนี้
“ในสัญญาณทางเทคนิคบ่งชี้ว่า Bitcoin อาจมีการทดสอบแนวรับสำคัญที่ 91,000 ดอลลาร์ ก่อนที่จะกลับตัวขึ้นในระยะยาว ระยะสั้นอาจมีแนวโน้มขาลงจากแรงขายทำกำไร แต่หากสามารถทรงตัวเหนือระดับแนวรับ 94,000 และ 91,000 ดอลลาร์ได้ ยังมองโอกาสที่จะกลับไปยืนเหนือระดับ 110,000 ดอลลาร์ ”
ขณะที่ Ethereum ซึ่งมีมาร์เกตแคปอันดับที่ 2 มีแนวโน้มราคามีความผันผวนสูงโดยอาจลงไปทดสอบแนวรับ 2,300 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม Ethereum ยังมีปัจจัยที่ต้องจับตาคือการอัปเกรดครั้งใหม่ที่จะเกิดขึ้นในเดือนมีนาคมเวอร์ชั่น Pectra อาจช่วยสร้างเสถียรภาพและกระตุ้นการฟื้นตัวของราคา โดยมองว่ามีโอกาสปรับตัวขึ้นทดสอบระดับ 2,700 ดอลลาร์
ด้าน ‘เกรซี่ เฉิน’ กรรมการผู้จัดการของ บิตเก็ต (Bitget) กล่าวว่า นอกจากนักลงทุนสถาบันที่มีส่วนผลักดันราคา Bitcoin ยังต้องจับตากลุ่มของรัฐบาลต่างๆ ที่ให้ความสนใจลงทุนใน Bitcoin ตามนโยบาย Strategic Reserve ของสหรัฐฯ ซึ่งจะมีส่วนผลักดันมูลค่าของ Bitcoin ได้อย่างมาก
ตัวอย่างเช่น ประเทศสาธารณรัฐเช็กได้ตัดสินใจยกเว้นภาษีกำไรจากการถือครอง Bitcoin ระยะยาวรวมถึงเตรียมจัดสรรเงิน 5% ของทุนสำรองระหว่างประเทศมูลค่า 140,000 ล้านยูโรเข้าลงทุนใน Bitcoin ซึ่งหากมีการซื้อ Bitcoin ตามมูลค่านี้จริงอาจกลายเป็นประเทศที่ถือ Bitcoin มากเป็นอันดับ 3 ของโลก แซงหน้าสหราชอาณาจักร เยอรมนี และยูเครน
“ต้องจับตาท่าที่ของรัฐบาลบางประเทศว่าจะจัดสรรเงินทุนสำรองระหว่างประเทศมาซื้อ Bitcoin หรือไม่โดยเฉพาะประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่อย่างบางประเทศในยุโรปซึ่งจะเป็นต้นแบบให้ประเทศอื่นๆที่ลังเลมีการตัดสินใจลงทุนใน Bitcoin ในที่สุดซึ่งจะผลักดันมูลค่าและการใช้งานในวงกว้าง”
สำหรับ Bitget ก่อตั้งขึ้นในปี 2018 โดยเป็นแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนคริปโทเคอร์เรนซีและบริษัท Web3 ชั้นนำของโลก แพลตฟอร์มแลกเปลี่ยน Bitget ให้บริการผู้ใช้มากกว่า 20 ล้านรายในมากกว่า 100 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก
28/02/2023
Fraction แพลตฟอร์มที่ฝันอยากให้ทุกคนเป็นนายทุนได้ 🏦💰💰💯💯
Fraction บริษัทเทคโนโลยีที่มีฐานธุรกิจอยู่ในฮ่องกง และไทย ซึ่งเปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถเข้าถึงการลงทุนได้โดยการแปลงและแบ่งย่อยสินทรัพย์เป็นสินทรัพย์โทเคนดิจิทัล เพื่อจะทำให้ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของ และซื้อขายสินทรัพย์หลากหลายประเภท โดยเริ่มจากโครงการอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำระดับโลก ด้วยแพลตฟอร์มสำเร็จรูปของ Fraction ที่ครอบคลุมทุกขั้นตอนและพร้อมใช้งานได้ทันที ทำให้ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล สามารถลงทุน, เสนอขาย, และบริหารการถือครองสินทรัพย์ทุกประเภทไม่ว่าส่วนของความเป็นเจ้าของจะเล็กน้อยเพียงใด โดยสินทรัพย์นั้นอาจจะอยู่ในรูปแบบของ คอนโดในเมือง, ริสอร์ทริมทะเล, งานศิลปะ ซึ่งรวมถึงการบริหารกองทุนส่วนบุคคล สินทรัพย์ และ ผู้ลงทุนด้วย
Fraction สตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีทางการเงิน (Fintech) ที่มีฐานธุรกิจอยู่ในฮ่องกงและไทย ได้ประกาศว่า บริษัทได้รับเงินจากการระดมทุนในรอบ Pre-Series A กว่า 3 ล้านเหรียญสหรัฐฯ จากนักลงทุนชั้นนำในภูมิภาคเอเชียนำโดย East Ventures (ผู้ลงทุนใน Tokopedia, Traveloka, Waresix และ Ruangguru) และ Emtek Group (ผู้ลงทุนใน Grab, Bukalapak) ร่วมกับการสนับสนุนจาก Thakral Limited, V Ventures (กองทุนร่วมลงทุนของครอบครัวมหากิจศิริ) และกลุ่มนักลงทุนชื่อดังอีกมากมาย การระดมทุนดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ Fraction ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ก.ล.ต.) ให้เป็นผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัล (ICO Portal License) และได้ประกาศแผนการที่จะออกโทเคนดิจิทัลบนโครงการอสังหาริมทรัพย์ชั้นแนวหน้าของไทยในช่วงไตรมาส 1 ปี 2565 พร้อมบริการเต็มรูปแบบบนแพลตฟอร์มที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชนและ NFT
Fraction ก่อตั้งโดยอดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่และพาร์ทเนอร์ของบริษัท Lazard (LAZ.NYSE) ซึ่งเป็นกิจการวาณิชธนกิจแนวหน้าของโลกและร่วมก่อตั้งกับเจ้าของธุรกิจด้านเทคโนโลยีหลายแห่ง โดย Fraction ได้พัฒนา Platform เพื่อพร้อมให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัลครบวงจรขึ้นมาเป็นครั้งแรกของโลก ซึ่งสามารถให้บริการที่ครอบคลุมอย่างรอบด้านดังนี้
บริการแปลงสินทรัพย์ให้อยู่ในรูปของสินทรัพย์ดิจิทัล (NFT and Asset Digitization) และ การแบ่งซอยสินทรัพย์ออกเป็นส่วนย่อย ๆ (Ownership Fractionalization) อย่างครบวงจร
การเสนอขายโทเคนดิจิทัลครั้งแรกให้กับนักลงทุน (“Initial Fraction Offering” หรือ “IFO”)
บริการตลาดที่สองเพื่อรองรับการซื้อขายโทเคนดิจิทัลระหว่างผู้ลงทุน
การทำหน้าที่ตัวกลางสำหรับบริการอื่นๆ ทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าและนักลงทุนในทุกขั้นตอน ตั้งแต่ต้นจนจบกระบวนการ
Fraction จะใช้เงินทุนเพื่อดำเนินการตามแผนที่ประกาศไว้ในการเสนอขายอสังหาริมทรัพย์ในรูปแบบโทเคนดิจิทัล และเพื่อขยายการเติบโตไปยังสินทรัพย์และบริการอื่นๆ รวมไปถึงการทำให้การเข้าถึงการลงทุนและเงินทุนเป็นประชาธิปไตยสำหรับคนอีกหลายล้านคนที่ปัจจุบันถูกปิดกั้นจากกิจกรรมสร้างความมั่งคั่งนี้
“การลดกำแพงความเหลื่อมล้ำและการมอบโอกาสในการสร้างความมั่งคั่งให้กับทุกคนอย่างเท่าเทียมกันได้กลายเป็นประเด็นสำคัญของโลก เราดีใจที่ได้เป็นผู้บุกเบิกในการนำ NFT และเทคโนโลยีการจัดเก็บข้อมูลแบบกระจายศูนย์ (Distributed Ledger Technology) บน Ethereum blockchain มาใช้ในการจัดการความเป็นเจ้าของในสินทรัพย์และช่วยทำให้การลงทุนนั้นเป็นเรื่องง่าย นักลงทุนรายย่อยจะมีโอกาสที่จะลงทุนในประเภทสินทรัพย์ที่มีความน่าสนใจแต่ไม่สามารถเข้าถึงได้มาก่อน โอกาสในการเติบโตของ Fraction นั้นยังมีอีกมาก อันเห็นได้จากมูลค่าตลาดโทเคนด้านอสังหาริมทรัพย์ ที่มีการคาดการณ์ว่ามีมูลค่าตลาดถึง 80 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ และเรารู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เป็นแนวหน้าของคลื่นลูกใหม่ที่เทคโนโลยีการเงินและเทคโนโลยีบล็อกเชนจะมาบรรจบกัน” คุณเอกภักดิ์ นิราพาธพงศ์พร ผู้ร่วมก่อตั้งและ CEO บริษัท Fraction (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว ทั้งนี้คุณเอกภักดิ์เป็น อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ และพาร์ทเนอร์ ของ บริษัท Lazard (LAZ.NYSE) บริษัทที่ปรึกษาด้านการเงินและการบริหารสินทรัพย์ชั้นนำระดับโลก ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่นิวยอร์ก
 Willson Cuaca หุ้นส่วนผู้จัดการของ East Ventures กล่าวถึงการลงทุนครั้งนี้ว่า “เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของวิสัยทัศน์ของ Fraction ในการสร้างการเข้าถึงกิจกรรมสร้างความมั่งคั่งซึ่งปัจจุบันได้สงวนไว้สำหรับคนเพียงบางกลุ่มที่ได้รับการคัดเลือกเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้นเรารู้สึกตื่นเต้นมากกับโอกาสในการเติบโตอันมหาศาลของแพลตฟอร์มนี้ จากการที่แพลตฟอร์มนี้ช่วยให้การแปลงสินทรัพย์ในโลกแห่งความเป็นจริงเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลได้อย่างง่ายดาย โดยที่อสังหาริมทรัพย์จะเป็นสินทรัพย์ประเภทแรก และเราตั้งตารอที่จะสนับสนุนพวกเขาเมื่อพวกเขาขยายไปสู่สินทรัพย์ประเภทอื่นและขยายไปยังประเทศอื่นๆ”
Shaun Sales ผู้ร่วมก่อตั้ง Fraction และ CTO กล่าวเสริมว่า “เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับการสนับสนุนจากนักลงทุนชั้นนำที่เชื่อมั่นในวิสัยทัศน์และความสามารถของเราในการที่จะเปลี่ยนแปลงกระบวนทัศน์การลงทุนที่มีอยู่ในปัจจุบัน การระดมทุนครั้งนี้ถือเป็นการระดมทุนครั้งที่สองของเรานับตั้งแต่เราก่อตั้งบริษัทมา และเราเชื่อว่าการสนับสนุนนี้จะช่วยให้เราสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อผู้คนนับล้านได้”
นอกเหนือจากกลุ่มทุนชื่อดังที่ลงทุนใน Pre-Series A นี้ Fraction ยังได้รับการสนับสนุนในรอบ Seed จากกลุ่มทุนที่เป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดี เช่น SINGHA Ventures, Tanarra Capital และ Skystar Capital อีกด้วย
🛑 ติดตามข้อมูลเพิ่มเติม 🔜 https://youtu.be/oPCpVEtqEqI
🌐 เข้าชมเว็บไซต์ 🔜 https://fraction.co/
📲 Download App 🔜 https://apps.apple.com/th/app/fraction/id1559002608?l=th
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
เว็บไซต์
ที่อยู่
Rangsit
12130