DSJ-Deep South Journalist

DSJ-Deep South Journalist

แชร์

26/08/2022

การปกป้องคุ้มครองเด็กในวิถีอิสลาม
…………….

เราอาจจะคุ้นเคยกับอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กที่มีหลักการให้ความคุ้มครองเด็กใน 4 ด้าน หรือหลักสิทธิเด็กสากล หรือสิทธิเด็กตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็กที่มีการตราไว้ในกฎหมายไทยซึ่งเนื้อหาและสาระสำคัญล้วนแต่เกี่ยวเนื่องกับการปกป้องคุ้มครองเด็กในสิทธิขั้นพื้นฐานทั้งสิ้น ในที่นี้จะเป็นแนวทางการปกป้องคุ้มครองเด็กตามแนวทางของอิสลามซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ประมวลจากงานศึกษาของอาจารย์ ดร.ฆอซาลี เบ็ญหมัด คณบดีอิสลามศึกษา มหาวิทยาลัยฟาฏอนี

สิทธิในการมีชีวิต

อิสลามบัญญัติให้เด็กจะต้องได้สิทธิในการมีชีวิตที่ดีที่ มีความสุข ตลอดชีวิตวัยเด็ก เป็นพื้นฐานในการสร้างบุคลิกภาพในอนาคตและจัดการกับมัน โดยให้สิทธิในการมีชีวิตแก่เด็กตั้งแต่ก่อนเกิด อิสลามกำหนดให้การแต่งงานเป็นเพียงวิธีเดียวในการให้กำเนิดบุตร ความถูกต้องของการสมรสขึ้นอยู่กับการยินยอมของผู้ปกครองของว่าที่พ่อแม่ ตลอดจนการมีสักขีพยาน เพื่อประกันสิทธิของเด็กที่จะได้รับการยอมรับ การดูแลรักษา การอุปการะเลี้ยงดู การสืบสายสกุลของครอบครัว ตลอดจนการเป็นทายาทรับมรดก

อิสลามห้ามทำลายชีวิตเด็กตั้งแต่เริ่มปฏิสนธิ์ทุกกรณี ยกเว้นเพื่อรักษาชีวิตแม่ ตลอดจนการจำคุกหรือลงโทษประหารชีวิตนักโทษหญิงที่มีครรภ์ จนกว่าจะคลอดบุตร ให้นมบุตรครบ 2 ปี และเลี้ยงดูเด็กจนกว่าจะรู้เดียงสาดูแลตัวเองได้

แม้แต่กรณีที่เด็กถือกำเนิดนอกสมรส หรือเพราะถูกข่มขืนกระทำชำเรา หลักการอิสลามถือว่า ความผิดของบิดา-มารดาผู้ให้กำเนิดไม่เกี่ยวกับเด็ก เด็กยังมีสิทธิในชีวิตที่มีศักดิ์ศรี มีเกียรติ ทัดเทียมกับคนทั่วไป ห้ามทำแท้งเด็กเหล่านั้น และมีสิทธิตามกฎหมายในการเป็นลูกของมารดาผู้ให้กำเนิด และกำหนดให้รัฐมีหน้าที่จ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูเด็กเหล่านี้แทนบิดา ซึ่งตามกฎหมายอิสลามนั้น บิดาเป็นผู้มีหน้าที่อุการะเลี้ยงดูบุตรแต่เพียงผู้เดียว

สิทธิในการเลี้ยงดูด้วยนมแม่

ในการนี้ อิสลามกำหนดว่า การเลี้ยงดูด้วยนมแม่เป็นสิ่งควรส่งเสริม โดยที่เด็กควรได้รับการเลี้ยงดูด้วยนมแม่ผู้ให้กำเนิดหรือนมจากหญิงที่เป็นแม่นม อย่างน้อย 2 ปี เพื่อให้เด็กๆ ได้มีชีวิตรอด และเติบโตขึ้นอย่างแข็งแรง อัลลอฮฺกล่าวไว้ว่า “และบรรดามารดาทั้งหลาย ให้นมบุตรของนางเป็นเวลาถึงสองปีเต็ม สำหรับผู้ที่ต้องการให้นมอย่างครบถ้วน” ตามความเห็นของนักวิชาการส่วนใหญ่เห็นว่าระยะเวลาให้นมปกติคือ 2 ปี

สิทธิในการดูแลสุขภาพ

เด็กยังมีสิทธิในการดูแลรักษาสุขภาพ และอบรมดูแลการพัฒนาอย่างมีคุณภาพ เพื่อการเป็นสมาชิกที่ดีและมีคุณภาพของสังคมต่อไปในอนาคต

นักวิชาการอิสลามมีทัศนะว่า พ่อแม่มีหน้าที่ฉีดวัคซีนป้องกันโรคร้ายให้แก่ลูกๆ และถือว่าเป็นบาป หากมีการละเลย และรัฐจะต้องมีมาตรการเข้ามาดูแลแทน นักวิชาการทั่วโลกมุสลิมเห็นพ้องต้องกันถึงความจำเป็นของการให้วัคซีนเพื่อป้องกันโรค ดังที่ปรากฏในคำฟัตวาบทบัญญัติว่าด้วยการให้วัคซีนจากองค์กรฟัตวาระดับนานาชาติและระดับชาติ เช่น สถาบันกฎหมายอิสลามนานาชาติ (International Islamic Fiqh Academy) ขององค์กรความร่วมมืออิสลาม (Organization of the Islamic Cooperation หรือ OIC) สำนักฟัตวาและวิจัยแห่งยุโรป (European Council For Fatwa and Research) มหาวิทยาลัยอิสลามระดับโลกมุสลิม สำนักฟัตวาของประเทศอียิปต์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และจุฬาราชมนตรีของประเทศไทย มหาวิทยาลัยอิสลามทั่วโลก รวมถึงอุลามาอ์ภาคประชาสังคมที่สังคมยอมรับ

บรรดานักวิชาการอิสลามจากหน่วยงานดังกล่าว ต่างเห็นพ้องกันว่า วัคซีนป้องกันโปลิโอ วัณโรค โรคคอตีบ บาดทะยัก ไอกรน ไวรัสตับอักเสบ โรคหัด และโรคร้ายแรงอื่นๆ เป็นสิ่งวาญิบ และเป็นหน้าที่ของผู้ปกครองของเด็ก อันจะถือว่า “เป็นบาป” หากมีการละเลยการให้วัคซีนดังกล่าว และเป็น “วาญิบ” สำหรับผู้ปกครองเด็กเริ่มตั้งแต่วันที่ตั้งครรภ์กระทั่งเติบใหญ่ โดยจะต้องปฏิบัติตามวันเวลาที่กำหนดในตารางการให้วัคซีนอย่างเคร่งครัด

สิทธิในด้านพัฒนาการ
เด็กทุกคนจะได้รับสิทธิให้มีสภาพความเป็นอยู่ที่เหมาะสมกับพัฒนาการด้านร่างกาย จิตใจ สังคม รวมถึงความต้องการ ความพึงพอใจ และความสุขของเด็ก อิสลามจึงกำหนดให้เด็กมีส่วนในกิจกรรมครอบครัว ของ โรงเรียน และสังคมที่เด็กอยู่อย่างมีความสุข ในรูปแบบต่างๆ

การต้อนรับหลังการเกิด

หลังจากเกิดมามีชีวิตรอด อิสลามกำหนดว่าเด็กควรได้รับการแสดงความยินดีด้วยการทำพิธีกรรมทางศาสนา ได้แก่ การกล่าวอะซานและอิกอมะฮ์ที่หูซ้ายและขวาตามลำดับ ตามด้วยพิธีเชือดสัตว์อะกีเกาะฮ์และตะห์นีก รวมถึงการตั้งชื่อ พิธีอะกีเกาะฮ์และตะห์นีก เป็นการเชือดแพะเลี้ยงแขกที่มาร่วมแสดงความยินดี และให้ผู้นำทางคุณธรรมทำพิธีตะห์นีก เปิดปากด้วยผลอินทผาลัม แล้วโกนผมและบริจาคทรัพย์ตามน้ำหนักของเส้นผมที่โกน

สิทธิในการเล่น การมีอิสระในการคิดและการแสดงออก

อิสลามยอมรับสิทธิของเด็กในการเล่น แม้แต่การเล่นในศาสนสถาน ถือว่าวัยเด็กเป็นวัยที่ต้องเลี้ยงดูให้มีคุณภาพตามวัย ทั้งร่างกาย ความคิดและจิตใจ และยังไม่มีหน้าที่ต่างๆ ทั้งทางศาสนาและสังคม หรืออื่นๆ เช่นเดียวกับผู้ใหญ่ จนกว่าจะบรรลุวัยผู้ใหญ่

สิทธิในความรักและความเมตตาที่อิสลามให้ความสำคัญของการดูแลสุขภาพเด็กและการพัฒนาร่างกายและจิตใจ และให้สิทธิ์ในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ สถานรับเลี้ยงเด็ก การศึกษา และสิทธิอื่นๆ ในขณะเดียวกัน อิสลามก็ใส่ใจความรู้สึกทางอารมณ์และจิตใจของเด็ก เพราะเด็กๆ ต้องการคนรอบข้างที่เป็นมิตรและรักใคร่ ดังนั้น ความเมตตา ความอ่อนโยน และความรัก เป็นความต้องการพื้นฐานของเด็ก เพราะความรักเป็นการเลี้ยงดูทางอารมณ์เช่นเดียวกับอาหารที่เป็นการเลี้ยงดูทางร่างกาย

ดังนั้นผู้ที่ได้รับความรักน้อยๆ ในวัยเยาว์ เขาจะยังคงกระหายอาหารนี้มากขึ้น สิ่งนี้บ่งบอกถึงความสำคัญของสิทธิในการเลี้ยงดูที่ดี ถูกต้อง สมดุล และอดทน ดังตัวอย่างท่านนบี ศอลฯ ซึ่งเป็นประมุขสูงสุดของรัฐเคยเยี่ยมเยียนเด็กๆ ชาวอันศอร ทักทายและลูบศีรษะของเด็กๆ อิสลามรู้ดีว่าเด็กต้องการความอ่อนโยนและความเมตตา ดังนั้นท่านนบี ศอลฯ จึงเมตตาต่อพวกเขา และซอฮาบะฮ์ก็รับรู้ และแสดงความเมตตาต่อเด็ก ๆ ทั้งโดยการจูบและหยอกล้อพวกเขาเพื่อที่จะเติมเต็มด้านวิญญาณแห่งความหวังและความปีติยินดี

สิทธิในด้านการศึกษา รับรู้ข้อมูลข่าวสาร ได้รับการกล่อมเกลาทางด้านจิตใจ ความคิดและความรู้ ซึ่งหลักการอิสลามกำหนดให้รัฐและผู้ปกครองมีหน้าที่ดูแลให้เด็กๆ เข้าถึงและได้รับการสอนทุกอย่างที่เป็นประโยชน์ต่อพวกเขาในด้านศาสนาและทางโลก ดังเช่น มติที่ 113 (7/12) ของศูนย์ฟิกฮ์นานาชาติ ขององค์การโอไอซี OIC - Organization of Islamic Cooperation 36 กำหนดว่า “ข้อ 8 การเลี้ยงดูที่ถูกต้อง การพัฒนาคุณธรรม การเรียนรู้ การฝึกอบรม และการได้มาซึ่งประสบการณ์ ทักษะ และงานอาชีพสุจริต ซึ่งจะทำให้เด็กมีคุณสมบัติที่จะเป็นอิสระได้ด้วยตนเองและได้อาชีพการงานหลังจากบรรลุวัยผู้ใหญ่ เป็นหนึ่งในสิทธิที่สำคัญที่สุดที่ควรได้รับการดูแล และการดูแลเป็นพิเศษต่อผู้มีความสามารถพิเศษเพื่อพัฒนาศักยภาพของพวกเขา ทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้กรอบของชะรีอะฮ์อิสลาม”

สิทธิที่จะได้รับการปกป้องคุ้มครอง

เด็กมีสิทธิที่จะได้รับความคุ้มครองจากการใช้ความรุนแรงทั้งร่างกายและจิตใจ โดยหลักการอิสลาม เครื่องมือหลักในการอบรมนั้นใช้วิธีการต่างๆที่มีความสุขุมนุ่มนวล ด้วยเหตุด้วยผล ความรักความเมตตา ไม่ใช่การใช้ความรุนแรง ดังแนวทางที่ลุกมานสอนลูกในอัลกุรอาน ซูเราะฮ์ลุกมาน อันเป็นบทว่าด้วยการสอนลูกที่มีรายละเอียดค่อนข้างสมบูรณ์ที่สุด ดังเช่น สิทธิในการคุ้มครองจากการใช้แรงงาน และอุปสรรคกีดขวางสิทธิในการศึกษาและมีผลเสียต่อเด็ก มีมติที่ 113 (7/12) ของศูนย์ฟิกฮ์นานาชาติ ขององค์การโอไอซี OIC - Organization of Islamic Cooperation 45 กำหนดว่า “ข้อ 9 ศาสนาอิสลามห้ามพ่อแม่และผู้รับผิดชอบอื่น ละเลยการดูแลเด็กเพื่อป้องกันภาวะการไร้บ้านและการสูญเสีย นอกจากนี้ ยังห้ามการหาประโยชน์จากพวกเขาและมอบหมายให้พวกเขาทำงานที่ส่งผลต่อพลังงานทางร่างกาย ปัญญา และจิตใจของพวกเขา”

สิทธิในการมีส่วนร่วม

อิสลามให้สิทธิแก่เด็กในการแสดงออก ทั้งในด้านความคิดและการกระทำ ในการเป็นส่วนหนึ่งของสังคมที่เขาอาศัยอยู่ รวมทั้งสิทธิในการปกป้องเรียกร้องผลกระทบที่เกิดกับชีวิตความเป็นอยู่ของเด็ก ด้วยการอนุญาตให้เด็กได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจในเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับตนเอง

อิสลามถือว่าสิทธิในการมีส่วนร่วมเป็นสิทธิของคนทุกคนไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ การละเมิดสิทธิในการมีส่วนร่วมถือเป็นความผิดบาป ดังที่ท่านนบี ศอลฯ กล่าวว่า “มุสลิมต่อมุสลิม เป็นสิ่งต้องห้ามในการละเมิดต่อชีวิต ทรัพย์สิน และศักดิ์ศรีของเขา”

ในอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กในอิสลาม ของประเทศสมาชิกองค์การความร่วมมืออิสลาม Organisation of Islamic Cooperation (โอไอซี) 53กำหนดใน ข้อ 9: เสรีภาพพิเศษ

1- เด็กทุกคนสามารถแสดงความคิดเห็นของตนเองได้ตามวัยและวุฒิภาวะของตน และมีสิทธิที่จะแสดงความเห็นได้โดยเสรีในทุกเรื่องที่กระทบต่อตน ทั้งทางวาจา เป็นลายลักษณ์อักษร หรือโดยวิธีอื่นใดโดยชอบด้วยกฎหมายในลักษณะที่กระทำ ไม่ขัดกับชะรีอะฮ์

2- เด็กทุกคนมีสิทธิที่จะเคารพชีวิตส่วนตัวของเขา อย่างไรก็ตาม ผู้ปกครอง-ซึ่งจะไม่เป็นตัวแทนทางกฎหมายจากพวกเขา – มีสิทธิที่จะใช้การกำกับดูแลตามหลักศาสนาอิสลามและมนุษยธรรม เกี่ยวกับพฤติกรรมของเด็กและเด็กจะไม่อยู่ภายใต้ข้อจำกัดยกเว้นที่ได้รับอนุมัติจากกฎหมายซึ่งมีความจำเป็นในการปกป้องความสงบเรียบร้อย ความมั่นคง ศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือสาธารณสุข หรือสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานของผู้อื่น

ข้อ 10: เสรีภาพในการชุมนุม
เด็กทุกคนมีสิทธิที่จะจัดตั้งหรือเข้าร่วมการชุมนุมทางแพ่งที่สงบสุขโดยเป็นไปตามกฎและข้อบังคับทางกฎหมายหรือกฎหมายในชุมชนของตน และในลักษณะที่เหมาะสมกับวัยของเขา และไม่กระทบต่อพฤติกรรม สุขภาพ ครอบครัว และมรดกของเขา




__________________________________________

บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของการสื่อสารเนื้อหา กิจกรรม การขับเคลื่อนของเด็กและเยาวชนในโครงการสื่อสารเพื่อการรณรงค์ผลักดันพื้นที่สร้างสรรค์ที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์สำหรับเด็ก การปกป้องคุ้มครองเด็กบนพื้นที่สื่อดิจิตอลและการสื่อสารออนไลน์ในชายแดนใต้ โดยโรงเรียนนักข่าวชายแดนใต้ ภายใต้โครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเด็กและชุมชนเพื่อสนับสนุนและส่งเสริมกระบวนการสันติวิธีในจังหวัดชายแดนใต้ (Local Engagement to Advocate for Peace: LEAP Phase II) สนับสนุนโดย Save the Children และสหภาพยุโรป (EU)

โรงเรียนนักข่าวชายแดนใต้ (dsj) เป็นพื้นที่สื่อและช่องทางการสื่อสารสาธารณะในสาระสำคัญเรื่องสิทธิของเด็ก 4 ด้าน ได้แก่ สิทธิที่จะมีชีวิตรอด สิทธิที่จะได้รับการปกป้องคุ้มครอง สิทธิในการพัฒนา และสิทธิในการมีส่วนร่วม และตั้งอยู่บนหลักการไม่เลือกปฏิบัติ ถือประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นที่ตั้ง โดยร่วมรณรงค์ผลักดันเชิงนโยบายร่วมกับองค์กรเครือข่ายที่ขับเคลื่อนด้านสิทธิเด็กในพื้นที่

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง เหตุการณ์/สถานที่ ใน Pattani?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

เบอร์โทรศัพท์

ที่อยู่


Pattani
94001