Talib Club

Talib Club

แชร์

19/05/2026

❝ บทความทั่วไป ❞
• ความประเสริฐของ 10 วันที่อัลลอฮฺทรงสาบานไว้ในซูเราะฮ์ อัล-ฟัจญ์

หากอัลลอฮฺทรงสาบานด้วยสิ่งถูกสร้างของพระองค์ สิ่งนี้ย่อมแสดงให้เห็นว่าสิ่งถูกสร้างนั้นมีความสำคัญ บรรดาอุลามาอฺ ได้มีความเห็นต่างกันเกี่ยวกับ สิบวันที่อัลลอฮฺทรงใช้สาบานไว้ในซูเราะฮ์ อัล-ฟัจญ์ ว่าสิ่งที่หมายถึงในอายะฮฺนี้ คือ 10 วันแรกของเดือนซุลฮิจญ์ญะฮฺ หรือ 10 คืนสุดท้ายของเดือนรอมฎอนกันแน่

อัลลอฮฺ ตะอาลา ทรงตรัสว่า :

وَالْفَجْرِ. وَلَيَالٍ عَشْرٍ

ความว่า : "ขอสาบานด้วยยามรุ่งอรุณ และด้วยค่ำคืนทั้งสิบ"
(ซูเราะฮ์ อัล-ฟัจญ์ : โองการที่ 1-2)

ทัศนะที่ 1

10 วันแรกของเดือนซุลฮิจญ์ญะฮฺ
ท่านอิบนุ กะษีร รอฮิมะฮุลลอฮฺ เป็นหนึ่งในผู้ที่เห็นพ้องว่า ความหมายของอายะฮฺนี้คือ 10 วันแรกของเดือนซุลฮิจญ์ญะฮ์ โดยท่านได้กล่าวว่า :

والليالي العشر : المراد بها عشر ذي الحجة ، كما قاله ابن عباسٍ وابن الزبير ومُجاهد وغير واحدٍ من السلف والخلف

ความว่า : "และค่ำคืนทั้งสิบ : สิ่งที่ถูกหมายถึงก็คือ 10 วันแรกของเดือนซุลฮิจญ์ญะฮฺ ดังที่ท่านอิบนุ อับบาส, อิบนุ อัซ-ซุบัยร์, มุญาฮิด และท่านอื่น ๆ อีกหลายท่านจากกลุ่มสะลัฟและคอลัฟ ได้กล่าวไว้" (ตัฟซีร อิบนิ กะษีร, เล่ม 8 หน้า 535)

แท้จริงแล้ว คำว่า "ลัยลี" (ค่ำคืน) ในอายะฮฺดังกล่าวนั้น ในภาษาอาหรับสามารถหมายรวมถึงกลางวันได้ด้วย เนื่องจากเป็นความคุ้นชินของชาวอาหรับที่จะสำนวนคำว่า "วัน" ด้วยคำว่า "คืน"

ท่านอิบนุล อะรอบีย์ รอฮิมะฮุลลอฮฺ ได้อธิบายว่า :

أنه أطلق على الأيام ( ليالي) لأن اللغة العربية واسعة ، قد تطلق الليالي ويراد بها الأيام ، والأيام يراد بها الليالي

ความว่า : "ความหมายของคำว่า ค่ำคืน นั้นสามารถหมายถึง กลางวัน ได้ด้วย เพราะภาษาอาหรับมีความกว้างขวางในด้านความหมาย บางครั้งมีการระบุคำว่า ค่ำคืน แต่สิ่งที่ต้องการสื่อคือ กลางวัน และในทางกลับกัน บางครั้งระบุคำว่า กลางวัน แต่สิ่งที่ต้องการสื่อคือ ค่ำคืน" (อะห์กามุลกุรอาน, เล่ม 4 หน้า 334)

ทัศนะที่ 2

10 คืนสุดท้ายของเดือนรอมฎอน
ชัยคฺ มุฮัมมัด บิน ศอลิหฺ อัล-อุษัยมีน รอฮิมะฮุลลอฮฺ ได้อธิบายไว้ว่า :

وإنما يرجح القول الثاني أنها الليالي العشر الأواخر من رمضان، وأقسم الله بها لشرفها، ولأن فيها ليلة القدر

"และที่ให้น้ำหนักมากกว่าคือทัศนะที่สอง นั่นคือ 10 คืนสุดท้ายของเดือนรอมฎอน ซึ่งอัลลอฮฺได้ทรงสาบานด้วยความบารอกะฮฺของมัน และเนื่องจากในนั้นมีคืนลัยลาตุลก็อดร์อยู่" (ตัฟซีร ญุซ อัมมา โดย ชัยคฺ อิบนุ อัล-อุษัยมีน, สำนักพิมพ์ อัช-ชามิละฮ์)

ทัศนะที่ 3

การผสมระหว่างสองทัศนะ
ทัศนะที่สามจากบรรดานักวิชาการ คือการนำสองทัศนะก่อนหน้านี้มารวมเข้าด้วยกัน โดยพวกท่านระบุว่า หากเป็นช่วง "กลางวัน" ของ 10 วันแรกในเดือนซุลฮิจญ์ญะฮฺ ย่อมมีความประเสริฐกว่าช่วงกลางวันของ 10 วันสุดท้ายในเดือนรอมฎอน และในทางกลับกัน ช่วง "ค่ำคืน" ของ 10 คืนสุดท้ายในเดือนรอมฎอน ย่อมดีกว่าช่วงค่ำคืนของ 10 วันแรกในเดือนซุลฮิจญ์ญะฮฺ

ดังนั้น การอธิบายอายะฮฺนี้จึงครอบคลุมทั้งเดือนซุลฮิจญ์ญะฮฺและเดือนรอมฎอน นั่นคือ หมายถึงช่วงกลางวันของ 10 วันแรกในเดือนซุลฮิจญ์ญะฮฺ และช่วงค่ำคืนของ 10 คืนสุดท้ายในเดือนรอมฎอน

ท่านอิบนุ อัล-ก็อยยิม อัล-เญาซียะฮ์ รอฮิมะฮุลลอฮฺ ได้อธิบายเรื่องนี้ไว้ว่า :

ليالي العشر اﻷخير من رمضان ، أفضل من ليالي عشر ذي الحجة ، و أيام عشر ذي الحجة أفضل من أيام عشر رمضان ، وبهذا التفصيل يزول اﻹشتباه ، ويدل عليه أن ليالي العشر من رمضان إنما فضلت بإعتبار ليلة القدر ، وهي من الليالي ، و عشر ذي الحجة إنما فضل بإعتبار أيامه، إذ فيه يوم النحر ، و يوم عرفة ،و يوم التروية …

ความว่า : "สิบคืนสุดท้ายของเดือนรอมฎอน ย่อมประเสริฐกว่าสิบคืนแรกของเดือนซุลฮิจญ์ญะฮฺ และสิบวันแรกของเดือนซุลฮิจญ์ญะฮฺ ย่อมประเสริฐกว่าสิบวันสุดท้ายของเดือนรอมฎอน ด้วยรายละเอียดเช่นนี้ ความสับสนคลุมเครือที่มีอยู่ย่อมหมดไป และสิ่งนี้บ่งชี้ว่า สิบคืนสุดท้ายของรอมฎอนนั้นมีความประเสริฐโดยพิจารณาจากคืนลัยลาตุลก็อดร์ ซึ่งมันเป็นหนึ่งในบรรดาค่ำคืน ส่วนสิบวันแรกของซุลฮิจญ์ญะฮ์นั้นมีความประเสริฐโดยพิจารณาจากวัน (กลางวัน) ของมัน เนื่องจากในนั้นมีวันนะห์รฺ (วันกุรบาน), วันอะร็อฟะฮ์ และวันตัรวียะฮ์ (วันที่ 8 ซุลฮิจญ์ญะฮ์)..." (ซาดุลมะอาด, หน้า 20)

ชัยคฺ อับดุรร็อซซาก บิน อับดุลมุห์ซิน อัล-อับบาด อัล-บัดร์ ฮะฟิซอฮุลลอฮฺ ได้กล่าวว่า :

أنّ العشر الأيام الأوّل من شهر ذي الحجة هي خير أيام السنة على الإطلاق ، والعشر الليالي الأخيرة من شهر رمضان هي خير ليالي السنة على الإطلاق

ความว่า : "แท้จริงแล้ว ช่วงกลางวันของสิบวันแรกในเดือนซุลฮิจญ์ญะฮ์ คือวันทีดีที่สุดของปีโดยไม่มีข้อจำกัดใด ๆ และช่วงค่ำคืนของสิบคืนสุดท้ายในเดือนรอมฎอน คือค่ำคืนที่ดีที่สุดของปีโดยไม่มีข้อจำกัดใด ๆ เช่นกัน"
(คุตบะฮ์วันศุกร์, แหล่งที่มา: http://al-badr.net/detail/zVFpX7gDBA2K)

ดังนั้น เราจึงควรมีความกระตือรือร้นในการทำอิบาดะฮฺ และปฏิบัติสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อตนเองและสังคมในช่วงเวลาอันประเสริฐอย่างยิ่งในโอกาศนี้

#ความประเสริฐของสิบวันที่อัลลอฮฺทรงสาบานไว้ในซูเราะฮ์อัลฟัจญ์ #บทความ #ศาสนาอิสลาม #มุสลิม #ซะลาฟีย์ #แนวทางสลัฟ

07/05/2026

อัลฮัมดุลิลลาฮฺ คาดว่าวารสารจะส่งไปยังมือผู้มาลงทะเบียนกันหมดแล้ว
หากใครยังไม่ได้รับ สามารถมาเช็คเลขพัสดุเพื่อติดตามพัสดุของท่านได้ที่

https://talib-tracking.netlify.app/

แจ้งให้ทราบสำหรับคนที่ได้วารสารบาปสามด่าน เราได้ส่งวารสารบาปสามด่าน ฉบับย่อ คนละขนส่งกับ วารสารชุดที่ได้แจก ดังนั้นอาจจะมาไม่พร้อมกันนะครับ

#ตรวจสอบเลขพัสดุ #ประชาสัมพันธ์ #ศาสนาอิสลาม #มุสลิม #ซะลาฟีย์ #แนวทางสลัฟ

30/04/2026

❌เต็มแล้วนะครับ ขอมะอัฟด้วยครับ❌
(สำหรับใครโอนแล้ว แต่กรอกไม่ทันทักแชตและให้รายละเอียดใน Inbox เพจได้เลยนะครับ)

ตามสัญญา พวกเรามาแจกรูปเล่มวารสารแล้วนะครับ
ประจำไตรมาสที่ 1 ของปีนี้ (2026)
📚 แจกวารสารฟรี เพื่อการเผยแพร่อิลม์

อัลฮัมดุลิลลาฮ์ วารสารได้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นสื่อในการแสวงหาและเผยแพร่ความรู้ที่ถูกต้องตามหลักอัลกุรอานและซุนนะฮฺ

🎁 แจกฟรีจำนวนจำกัดเพียงแค่ 100 ชุด
(3 เล่ม/ชุด) และสำหรับใครมือเร็ว 30 ท่านแรกจะได้เพิ่มอีกคนละเล่มคือเรื่องบาปสามด่านฉบับย่อ จะส่งแยกไปจาก (3 เล่มนั้น)

รบกวนผู้สนใจช่วยออกค่าส่งเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
เพียง 100 บาท เราจะเอาเงินส่วนนี้เป็นค่าดำเนินการเช่นค่าส่ง ค่าซองและที่เหลือจะนำมาผลิตวารสารเล่มถัด ๆ ไปเพื่อในการแจกจ่ายรอบต่อไป

📌 สนใจรับกรอกฟอร์มได้ที่ลิงก์นี้หรือแสกน QR หน้าโปสเตอร์ได้เลย :
https://forms.gle/Tq2xij2cVnKSYdAE7

บาร็อกัลลอฮุฟีกุม 🤲

---

ปล.ทางเราสัญญาว่าจะแจกรูปเล่มทุกเดือนของวารสารประจำเดือนนั้น ๆ ทางเราอาจจะไม่ได้แจกทุกเดือนเนื่องด้วยรู้สึกว่าไม่คุ้มค่าส่งเลยคิดว่าอาจจะแจกสามหรือสี่เดือนครั้ง ผู้อ่านจะได้รับวารสารหลายเล่มและค่าส่งก็จะได้ถูกด้วย

สำหรับคนอยากได้ไฟล์ไปโหลดได้ที่ :
(1) https://www.facebook.com/share/p/1D42gRqfEN/
(2) https://www.facebook.com/share/p/1HK2wwsSPj/
(3) https://www.facebook.com/share/p/1JgfSf13Ar/

#วารสาร3เล่ม #แจกวารสาร #ศาสนาอิสลาม #มุสลิม #ซะลาฟีย์ #แนวทางสลัฟ

26/04/2026

❝ บทความทั่วไป ❞
• ขอบเขตของการเชื่อฟังบิดาและมารดา

เป็นที่ทราบกันดีอยู่ว่าสิทธิที่เราต้องมอบให้ภายหลังจากที่เรามอบให้แก่อัลลอฮฺและร่อซู้ลถัดจากนั้นคือบิดาและมารดา เเละมันเป็นหน้าที่หนึ่งของบรรดาผู้ที่เป็นลูกนั้นจะต้องปฏิบัติต่อท่านทั้งสอง ทั้งการทำความดีต่อท่าน ทั้งคำพูดคำจา ทั้งมารยาท ทั้งการเอาใจใส่ ทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่เป็นหนึ่งในหลักการศาสนา แต่กระนั้นก็ตามในศาสนาก็มิได้ปล่อยขอบเขตของเรื่องนี้จนบานปลายเหมือนดั่งเช่นผู้ที่ปฏิเสธศรัทธา เช่น การที่บางกลุ่มความเชื่อมีการบูชาบรรพบุรุษ เป็นต้น อัลลอฮฺซุบฮานะฮูวะตะอาลานั้นจะมิปล่อยให้บรรดาผู้ศรัทธานั้นกระทำสิ่งที่ไม่สอดคล้องกับสติปัญญาเช่นนี้

ประการแรก ในอัลกุรอ่านมีโองการที่แบ่งแยกการเชื่อฟังบิดาและมารดากับการที่ไม่ให้เชื่อฟังเนื่องจากมีเหตุ
อัลลอฮฺซุบฮานะฮูวะตะอาลา กล่าวว่า

وَإِن جَـٰهَدَاكَ عَلَىٰٓ أَن تُشْرِكَ بِى مَا لَيْسَ لَكَ بِهِۦ عِلْمٌۭ فَلَا تُطِعْهُمَا ۖ وَصَاحِبْهُمَا فِى ٱلدُّنْيَا مَعْرُوفًۭا ۖ وَٱتَّبِعْ سَبِيلَ مَنْ أَنَابَ إِلَىَّ ۚ ثُمَّ إِلَىَّ مَرْجِعُكُمْ فَأُنَبِّئُكُم بِمَا كُنتُمْ تَعْمَلُونَ

ความว่า และถ้าเขาทั้งสองบังคับเจ้าให้ตั้งภาคีต่อข้า โดยที่เจ้าไม่มีความรู้ในเรื่องนั้น เจ้าอย่าได้เชื่อฟังปฏิบัติตามเขาทั้งสอง และจงอดทนอยู่กับเขาทั้งสองในโลกนี้ด้วยการทำความดี และจงปฏิบัติตามทางของผู้ที่กลับไปสู่ข้า และยังเรานั้นถือทางกลับของพวกเจ้า ดังนั้น ข้าจะบอกแก่พวกเจ้าในสิ่งที่พวกเจ้าได้กระทำไว้[1]

ในมุคตะศอรตัฟซีร อธิบายว่า หากทั้งสองได้พยายามอย่างหนักที่จะบังคับให้ตั้งภาคีต่ออัลเลาะห์ ตามความเข้าใจที่โง่เขลาของทั้งสอง ก็จงอย่าเชื่อฟังพวกเขาในเรื่องนี้ เพราะไม่มีการเชื่อฟังสิ่งถูกสร้างใดๆ ที่เนรคุณต่อผู้สร้าง แต่จงอยู่กับพวกเขาในโลกนี้ด้วยความดี รักษาสัมพันธ์ และทำความดี และปฏิบัติตามแนวทางของบรรดาผู้หวนกลับมาหาข้าด้วยการศรัทธาในเอกภาพและเชื่อฟังข้า แด่ข้าผู้เดียวเท่านั้นคือการกลับมาของพวกเจ้าในวันกิยามะฮฺ แล้วข้าจะแจ้งให้พวกเจ้าทราบถึงการงานที่พวกเจ้าได้กระทำในโลกนี้ และข้าจะตอบแทนเจ้าสำหรับการกระทำนั้นของพวกเจ้า[2]

จากตรงนี้จะเห็นได้ว่า เป็นที่ถูกต้องที่คนคนหนึ่งจะต้องเชื่อฟังบิดาและมารดาเเละเป็นส่วนหนึ่งจากหลักการ แต่ถ้าหากทั้งสองบังคับให้ทำในสิ่งที่เป็นความชั่วหรือขัดกับหลักการตรงนี้ก็ไม่ต้องเชื่อฟังท่านทั้ง 2 ดังหะดีษที่ท่านนบี ﷺ ได้กล่าวว่า

لا طاعةَ لمخلوقٍ في معصيةِ الخالقِ

ความว่า ไม่มีการเชื่อฟังสิ่งถูกสร้างใดๆ ที่เนรคุณผู้สร้าง[3]

ประการที่ 2 จากตรงนี้บรรดานักวิชาการก็วางเงื่อนไขเพิ่มเติมในเรื่องการเชื่อฟังบิดาและมารดาว่าขอบเขตถึงตรงไหน
ข้อแรก ต้องไม่ใช่การฝ่าฝืนอัลลอฮฺ ดังหะดีษที่อ้างอิงไปข้างต้น
ข้อสอง จุดประสงค์ของคำสั่งใช้และสั่งห้ามของท่านทั้งจะต้องถูกต้อง(เป็นไปตามหลักชะรีอะฮฺ-แปล)
ข้อสาม คำสั่งนั้นจะต้องไม่สร้างความเสียหายหรือส่งผลเสียแก่ลูก

ทั้งนี้และทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับในแต่ละเหตุการณ์ด้วยดังที่ชัยคุลอิสลาม อิบนุตัยมียะฮฺ ได้กล่าวว่า

وَيَلْزَمُ الْإِنْسَانَ طَاعَةُ وَالِدِيهِ فِي غَيْرِ الْمَعْصِيَةِ وَإِنْ كَانَا فَاسِقَيْنِ، وَهُوَ ظَاهِرُ إطْلَاقِ أَحْمَدَ، وَهَذَا فِيمَا فِيهِ مَنْفَعَةٌ لَهُمَا وَلَا ضَرَرَ، فَإِنْ شَقَّ عَلَيْهِ وَلَمْ يَضُرَّهُ وَجَبَ وَإِلَّا فَلَا

ความว่า จำเป็นที่บรรดามนุษย์จะต้องเชื่อฟังบิดามารดาของเขาในเรื่องที่ไม่ใช่ความชั่วแม้ว่าทั้งสองนั้นจะเป็นคนชั่วก็ตามนี่คือสิ่งที่ปรากฎจากอิหม่ามอะฮฺหมัดแบบกว้างๆ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการเกิดผลประโยชน์ต่อท่านทั้งสอง และไม่สร้างความเสียหาย แต่ถ้าหากมันทำให้เขาลำบากแต่ยังไม่เป็นอันตรายก็จำเป็นจะต้องเชื่อฟังถ้าหากไม่เป็นเช่นนั้น(คือมีอันตรายเกิดขึ้น) ก็ไม่จำเป็นต้องเชื่อฟัง[4]

والله أعلم
___________________
[1] ซุเราะฮฺ ลุกมาน อายะฮ์ที่ 15
[2] ตัรญะมะฮฺอัลมุคตะศอรฟีตัฟซีริลกุรอานิลกะรีม ฉบับแปลไทย
มูลนิธิปัญความรู้ ในซุเราะฮฺ ลุกมาน อายะฮ์ที่ 15 (ในหนังสือไม่มีเลขหน้าบอก)
[3] ชัยคฺชุอัยบฺอัลอัรนาอูด ใน ตัครีจซียัรอะอลา อันนุบะลาอ ระบุว่า ศ่อเฮี๊ยะฮฺ
[4] ชัยคุลอิสลามอิบนุตัยมียะฮฺ อัลฟะตะวาอัลกุบรอ ตะฮฺกีก(ตรวจทาน) ตะอฺลีก(อรรถะ) ตักดีม(เขียนคำนำ) โดย มุฮัมมัดอับดุลกอดิร อัฏฏอ และ มุศฏอฟาอับดุลกอดิรอัฏฏอ สำนักพิมพ์กุตุบุลอิลมิยะฮฺ
บัยรูต เลบานอน เล่มที่ 5 หน้าที่ 381
__________
เว็บไซด์อ้างอิงเพิ่มเติม
https://www.islamweb.net/ar/fatwa/302125/%D8%AD%D8%AF%D9%88%D8%AF-%D9%88%D8%AC%D9%88%D8%A8-%D8%B7%D8%A7%D8%B9%D8%A9-%D8%A7%D9%84%D9%88%D8%A7%D9%84%D8%AF%D9%8A%D9%86

#ขอบเขตของการเชื่อฟังบิดาและมารดา #บทความ #ศาสนาอิสลาม #มุสลิม #ซะลาฟีย์ #แนวทางสลัฟ

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ องค์กร ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ใน Pattani?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

เว็บไซต์

ที่อยู่


Pattani
94000