SIAM EASY CASH.co
14/09/2023
ราคาที่ดิน อาจไม่ได้เพิ่มขึ้น เสมอไป /โดย ลงทุนแมน
คนที่มีฐานะร่ำรวย แต่ไม่อยากเก็บทรัพย์สินเป็นเงินสด ก็มักจะเอาเงินไปลงทุนกับทองคำ หรือซื้อที่ดินเก็บไว้
เหตุผลก็เพราะสินทรัพย์เหล่านี้ไม่เสื่อมสภาพ และมีมูลค่าเพิ่มขึ้นตามกาลเวลา
แต่ความเชื่อนี้อาจจะไม่เป็นจริงเสมอไป เพราะเมื่อเวลาผ่านไป ราคาที่ดินอาจไม่เพิ่มขึ้น หรือลดลง จนราคาถูกกว่าตอนซื้อมาเสียอีก
ทำไมที่ดิน อาจไม่ใช่สินทรัพย์ ที่เพิ่มความมั่งคั่งให้กับเรา ? ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
╔═══════════╗
ภาวะเงินเฟ้อ ตลาดผันผวนแบบนี้ ติดตามข่าวเศรษฐกิจแบบเน้น ๆ จากหลายเพจได้ใน Blockdit - คอนเทนต์แพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้งานเป็นประจำ 2 ล้านคน ลองใช้ฟรี blockdit.com/download
╚═══════════╝
สาเหตุที่ทำให้ราคาที่ดิน อาจไม่เติบโต หรือมีราคาลดลง เกิดขึ้นจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ
1. แนวโน้มจำนวนประชากร ที่จะลดลง
สาเหตุหนึ่ง ที่ทำให้เกิดแนวความคิดที่ว่า ราคาที่ดินมีแต่จะเพิ่มขึ้น เป็นเพราะที่ดินนั้นเป็นทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด ซึ่งสวนทางกับจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
เมื่อของมีจำกัด แต่มีความต้องการเพิ่มขึ้น จึงทำให้ราคาของที่ดินนั้น มีแต่จะเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม เราอาจจะต้องเปลี่ยนความคิดกับเรื่องนี้ใหม่ เพราะอีกหน่อยประชากรอาจจะไม่ได้เพิ่มขึ้นอีกต่อไปแล้ว
เพราะเมื่อดูจาก อัตราภาวะเจริญพันธุ์ ที่จะบอกจำนวนบุตรต่อครอบครัวก็จะพบว่า จากแต่ก่อนที่คนไทยมีบุตรกันถึง 6 คนต่อ 1 ครอบครัว ในวันนี้เหลือเพียง 1.3 คนเท่านั้น
เท่ากับว่าชาย-หญิง 20 คน จะให้กำเนิดบุตร เพียง 13 คนเท่านั้น เพียงเท่านี้ก็น่าจะทำให้เราเห็นภาพแล้วว่า ในระยะยาวแล้ว จำนวนประชากรไทยจะลดลงเรื่อย ๆ
โดยจำนวนประชากรไทย ถูกคาดการณ์ไว้ดังนี้
ปี 2568 65.4 ล้านคน
ปี 2588 62.0 ล้านคน
ปี 2598 55.9 ล้านคน
จะเห็นว่า ในอีก 20 ปีข้างหน้า จำนวนประชากรไทยจะลดลงถึง 10 ล้านคน
อาจดูเหมือนยังอีกนาน แต่อย่าลืมว่าในการซื้อที่ดินเพื่อการเก็งกำไร หรือเพื่อส่งต่อเป็นสมบัติให้ลูกหลาน เราก็มักจะเก็บที่ดินไว้เป็นเวลานานเช่นกัน
นอกเหนือจากเรื่องประชากรลดลง
ก็ยังมีเรื่องของการย้ายถิ่นฐานอีกด้วย
เพราะเมื่อดูจากสถิติการย้ายถิ่นของคนไทย จะพบว่า ในปี 2562 ก่อนหน้าที่จะเกิดการล็อกดาวน์ จนทำให้ผู้คนต้องเดินทางกลับภูมิลำเนากันนั้น
มีจำนวนคนไทยที่ย้ายถิ่น เข้ามาอยู่ในเขตเมืองมากกว่าคนที่ย้ายออกจากเขตเมืองไปอยู่นอกเมือง ถึง 2 เท่า
นั่นก็หมายความว่า ถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไปเรื่อย ๆ พื้นที่ในเมืองก็จะถูกจับจองมากขึ้น
ในขณะที่พื้นที่นอกเมืองก็จะมีความต้องการลดลง และทำให้ราคาที่ดินลดลงไปด้วย
โดยเรื่องนี้ก็ได้มีตัวอย่างที่เกิดขึ้นจริงให้เห็นกันแล้ว นั่นก็คือ กรณีของบ้านร้างในประเทศญี่ปุ่น ที่มีบ้านร้างมากถึง 14% ของจำนวนบ้านทั้งหมดในประเทศ และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 30% ภายใน 10 ปีข้างหน้า
สาเหตุก็มาจากความต้องการบ้านที่ลดลง จนทำให้ราคาบ้านลดลงตาม หรือไม่ก็ขายไม่ออก และกลายเป็นบ้านร้างในที่สุด
ซึ่งก็เป็นผลต่อเนื่อง มาจากจำนวนประชากรที่ลดลงในช่วงที่ผ่านมา เพราะคนรุ่นใหม่มีลูกกันน้อยลง รวมถึงมีการย้ายเข้าไปทำงานในตัวเมืองมากขึ้น
2. ภัยธรรมชาติที่เกิดบ่อยขึ้นกว่าแต่ก่อน
ภัยธรรมชาติเป็นสิ่งที่ส่งผลต่อราคาที่ดินเป็นอย่างมาก เพราะคงไม่มีใครอยากเป็นเจ้าของที่ดิน ที่อยู่ในบริเวณที่มีความเสี่ยงว่าจะเกิดน้ำท่วม หรือดินถล่ม
แม้จะมีแนวความคิดที่ว่า ภัยธรรมชาติจะไม่ส่งผลต่อราคาที่ดินในระยะยาว เพราะไม่ใช่ปรากฏการณ์ที่จะเกิดขึ้นบ่อย ๆ
แต่ในตอนนี้ โลกของเราเกิดภัยธรรมชาติบ่อยขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก จากไม่ถึง 100 ครั้งต่อปี เมื่อ 50 ปีก่อน กลายเป็นไม่ต่ำกว่าปีละ 300 ครั้งในวันนี้
หรือเรียกได้ว่า มีภัยธรรมชาติเกิดขึ้นแทบจะทุกวัน
และในช่วงปี 2543 ถึงปี 2552 ที่ผ่านมา ไทยเราก็เป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติมากเป็นอันดับ 9 จากทั้งหมด 180 ประเทศทั่วโลก
และผลกระทบจากภัยธรรมชาตินี้เอง ก็เป็นสิ่งที่จะกดราคาที่ดินของเราให้ต่ำลง หรือเติบโตได้ช้า ยิ่งที่ดินของเราอยู่ในพื้นที่เสี่ยงมากเท่าไร ก็หมายถึงราคาที่ดินที่จะยิ่งลดลงมากเท่านั้น
โดยตัวอย่างที่มีให้เห็นคือ สหรัฐอเมริกา ที่มีการสำรวจพบว่า บ้านที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงจากการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล ซึ่งเป็นผลกระทบจากภาวะโลกร้อน
จะมีราคาขายน้อยกว่าบ้านที่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่เสี่ยงประมาณ 7% และราคาขายจะน้อยลงเรื่อย ๆ ตามความกังวลของผู้ซื้อ
การลดลงของประชากร และภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นบ่อยกว่าแต่ก่อน 2 สิ่งนี้ คือสาเหตุที่ทำให้ความเชื่อที่ว่า ที่ดินมีแต่จะราคาเพิ่มขึ้น อาจไม่ใช่เรื่องจริงเสมอไป
และหากเราคิดจะลงทุน หรือซื้อที่ดินเก็บไว้สักแปลง
ก็ต้องคิดไว้เสมอว่า ไม่ใช่ที่ดินทุกแปลงที่ซื้อไว้ แล้วราคาจะเพิ่มขึ้น แต่ต้องมองหาที่ดินศักยภาพ หรือก็คือทำเลทองให้เจอ
อีกข้อคือ นอกจากเรื่องของราคาขายแล้ว ต้องดูว่าราคาที่เพิ่มขึ้น สามารถเอาชนะเงินเฟ้อในแต่ละปีได้หรือเปล่า
เพราะสุดท้ายแล้ว อาจเป็นการเสียเวลาและโอกาสไปเปล่า ๆ หากผลตอบแทนที่ได้ ไม่ได้เพิ่มความมั่งคั่งให้กับเราเลย..
╔═══════════╗
ภาวะเงินเฟ้อ ตลาดผันผวนแบบนี้ ติดตามข่าวเศรษฐกิจแบบเน้น ๆ จากหลายเพจได้ใน Blockdit - คอนเทนต์แพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้งานเป็นประจำ 2 ล้านคน ลองใช้ฟรี blockdit.com/download
╚═══════════╝
ติดตามลงทุนแมนได้ที่
Website - longtunman.com
Blockdit - blockdit.com/longtunman
Facebook - facebook.com/longtunman
Twitter - twitter.com/longtunman
Instagram - instagram.com/longtunman
YouTube - youtube.com/longtunman
TikTok - tiktok.com/
Spotify - open.spotify.com/show/4jz0qVn1AL7tRMHiTvMbZH
Apple Podcasts - podcasts.apple.com/th/podcast/ลงทุนแมน/id1543162829
Soundcloud - soundcloud.com/longtunman
References
-https://www.chula.ac.th/highlight/79067/
https://www.germanwatch.org/sites/default/files/Global%20Climate%20Risk%20Index%202021_2.pdf
http://www.nso.go.th/sites/2014/DocLib13/%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A1/%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A3/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%96%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%99/2562/Pocketbook_2562.pdf
-https://www.visionofhumanity.org/global-number-of-natural-disasters-increases-ten-times/
-https://www.sciencedirect.com/science/article/abs/pii/S0304405X19300807
29/05/2023
ชะลอการซื้อบ้าน ซื้อรถ เพราะเงินก้อนนั้น จะเป็น 1,000 ล้านในอนาคต | สรุปข้อคิด คุณโจ ลูกอิสาน จากงาน Road to FIRE
คุณอนุรักษ์ บุญแสวง หรือพี่โจ ลูกอิสาน ผู้สร้างความมั่งคั่ง จากเงินเริ่มต้น 800,000 บาท จนทุกวันนนี้ เงินต้นดังกล่าว ได้กลายมาเป็นเงินสูงกว่า 1,000 ล้านบาท
-แม้ว่าการลงทุนในตลาดหุ้นไทยในปัจจุบัน อาจจะเป็นเรื่องที่ยากขึ้น แต่ถ้าเราพยายามศึกษา ตั้งอกตั้งใจในการทำการบ้าน คือหาหุ้นลงทุนให้มากกว่าคนอื่น ก็เชื่อว่า ยังพอมีหุ้นดี ๆ ให้เราลงทุนได้อยู่
-พี่โจพบว่า ที่ผ่านมา ก็เห็นนักลงทุนหน้าใหม่ ๆ ที่เพิ่งเริ่มเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้น หลายคนสามารถสร้างตัวเอง จนมีเงินมากกว่า 100 ล้านบาทได้ นั่นก็เพราะพวกเขา ไม่พยายามหยุดที่จะหาโอกาส
-ที่ผ่านมา ก่อนที่จะมีอิสรภาพทางการเงิน พี่โจก็เคยทำผิดพลาดมาจาก การนำเงิน 600,000 บาท ไปซื้อรถมือหนึ่ง แม้ว่าในตอนนั้น พี่โจจะมีเงินเก็บทั้งชีวิตเพียงแค่ 2,400,000 บาท ทำให้เงินต้นที่สามารถนำไปลงทุนหายไป
-วันนี้ได้ลองคำนวณดูแล้ว พบว่า ถ้าวันนั้นไม่นำเงินไปซื้อรถ เงิน 600,000 บาท ในวันนั้น ด้วยผลตอบแทนทบต้นที่คุณโจทำได้ เงินก้อนนั้นจะกลายเป็น เงิน 1,000 ล้านบาท ในวันนี้..
-อยากรวยอย่าเรื่องมาก ชะลอการจ่ายเงินก้อนใหญ่ อย่าซื้อบ้านซื้อรถ ถ้าเลี่ยงได้ให้เลี่ยงไปก่อน เพราะจะทำให้เงินต้นเราหายไปมาก ลงทุนแบบพี่โจ ต้องออมให้หนัก ลงทุนให้ไว และสร้างผลตอบแทนให้สูง
-คุณโจบอกว่า ถ้าเราอยากมีอิสรภาพทางการเงิน เราต้องทำตัวให้ไม่เหมือนคนอื่น ถ้าฟ้าลิขิตมาให้ 1 ใน 100 คนที่รวยได้ คนนั้นจะไม่ทำสิ่งที่เหมือนคนอื่น
-ในชีวิต มี 2 สิ่งที่พี่โจเลือกได้ถูกต้อง เลยทำให้ทุกวันนี้ ตัวเองสามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้ คือ
1.เลือกคู่ชีวิตได้ดี
2.เลือกอาจารย์ได้ถูกคน
-พี่โจเล่าว่า อาจารย์ที่เป็นแรงบันดาลใจในการลงทุนของพี่โจ คือ ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร และ Warren Buffett ที่นับถือเป็นอาจารย์ไม่ใช่เพราะหน้าตาหรือพูดจาดี แต่เป็นเพราะแนวคิดที่มีเหตุผล และมีหลักฐานที่เป็นที่ประจักษ์
-สุดท้าย การมีความมุ่งมั่น เเน่วแน่ และมีศรัทธาที่ไม่ท้อถอย ในสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ จะช่วยนำทาง ให้เราเดินไปสู่ การมีอิสรภาพทางการเงินได้..
#ลงทุนแมน #ลงทุนแมนForum2023
12/05/2023
อุตสาหกรรมต่อเรือ ของเกาหลีใต้ เป็นอันดับ 1 ของโลก /โดย ลงทุนแมน
เรือตู้คอนเทนเนอร์ “Madrid Maersk” ของบริษัท Maersk สัญชาติเดนมาร์ก
ความยาว 399 เมตร ขนาดบรรทุก 210,000 ตัน
สร้างโดยบริษัท Daewoo Shipbuilding & Marine Engineering (DSME) ของเกาหลีใต้
เรือ “Ever Ace” ของบริษัท Evergreen จากไต้หวัน
ความยาว 400 เมตร ขนาดบรรทุก 230,000 ตัน
ก็สร้างโดยบริษัท Samsung Heavy Industries (SHI) ของเกาหลีใต้เช่นกัน
SHI ของเกาหลีใต้ ยังเป็นผู้สร้าง “Prelude FLNG” คลังเก็บก๊าซธรรมชาติกลางทะเล ของบริษัท Shell
ความยาว 488 เมตร สูง 105 เมตร ซึ่งถือเป็นสิ่งก่อสร้างลอยน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก อีกด้วย
รู้หรือไม่ว่า จากข้อมูลของ Clarkson Research Services ในปี 2020 เกาหลีใต้ถือเป็นอันดับ 1 ของโลกในอุตสาหกรรมต่อเรือ โดยมีส่วนแบ่งตลาดอยู่ราว 44%
เกาหลีใต้ทำอย่างไร ถึงก้าวขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ของโลก ในอุตสาหกรรมนี้ได้ ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
╔═══════════╗
ภาวะเงินเฟ้อ ตลาดผันผวนแบบนี้ ติดตามข่าวเศรษฐกิจแบบเน้น ๆ จากหลายเพจได้ใน Blockdit - คอนเทนต์แพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้งานเป็นประจำ 2 ล้านคน ลองใช้ฟรี blockdit.com/download
╚═══════════╝
ประเทศที่เป็นผู้นำในการต่อเรือ ได้ผลัดเปลี่ยนมือกันมาเรื่อย ๆ ไล่มาตั้งแต่ อังกฤษ สหรัฐอเมริกา เยอรมนี ญี่ปุ่น จนมาเป็นเกาหลีใต้ในปัจจุบัน
สำหรับที่มาของอุตสาหกรรมต่อเรือของเกาหลีใต้
ต้องย้อนกลับไปในปี 1910
ซึ่งเป็นช่วงที่เกาหลียังไม่ได้แบ่งแยกประเทศ
และเป็นสมัยที่ญี่ปุ่นยังปกครองเกาหลีอยู่
ญี่ปุ่นได้พัฒนาอุตสาหกรรมต่อเรือขึ้นตามเมืองท่าสำคัญ เช่น ปูซาน และอินชอน
แต่หลังจากที่ญี่ปุ่นพ่ายแพ้ในสงครามโลกครั้งที่ 2
ในปี 1945 ทำให้ประเทศเกาหลี ถูกแบ่งออกเป็น 2 ฝั่ง ซึ่งก็คือเกาหลีเหนือ และเกาหลีใต้
โดยหลังจากเกาหลีใต้เป็นอิสระจากญี่ปุ่น ทำให้กิจการต่าง ๆ รวมถึงอู่ต่อเรือทั้งหลายในประเทศ กลับมาอยู่ในมือของชาวเกาหลีใต้อีกครั้ง
นอกจากนั้นเกาหลีใต้ยังได้รับความช่วยเหลือจากสหรัฐฯ ทั้งในด้านเศรษฐกิจและทางทหาร เพราะสหรัฐฯ เห็นว่าเกาหลีใต้มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์
ทำให้อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับกองทัพเติบโต รวมถึงกลุ่มแชโบล นำโดยบริษัทอย่าง Hyundai, Samsung และ Daewoo ก็เกิดขึ้นในช่วงนี้ด้วย
หลังจาก ปัก ชอง-ฮี ทำรัฐประหาร ในปี 1961 และขึ้นเป็นประธานาธิบดีคนที่ 3 ของเกาหลีใต้ ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ขึ้น
ซึ่ง ปัก ชอง-ฮี ได้รับการยกย่องว่า เป็นผู้ที่นำพาเกาหลีใต้ไปสู่ยุคอุตสาหกรรม และเน้นการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยใช้การส่งออกเป็นหลัก
มีนโยบายกระตุ้นอุตสาหกรรมหลากหลายประเภท
ผ่านการจัดสรรเงินทุน จากเหล่าสถาบันการเงิน
โดยหนึ่งในนโยบายการกระตุ้นอุตสาหกรรม ก็รวมไปถึง “กฎหมายส่งเสริมอุตสาหกรรมต่อเรือ” ที่บัญญัติขึ้นในปี 1967
ทำให้นับตั้งแต่ปี 1967 อุตสาหกรรมต่อเรือ
ก็มีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก โดยเราสามารถสรุปออกมาเป็นข้อ ๆ ได้ดังนี้
1. รัฐบาลผลักดันให้เปลี่ยนจากการต่อเรือไม้ เป็นการต่อเรือเหล็ก มากขึ้น
2. พัฒนาอุตสาหกรรมต้นน้ำ ควบคู่ไปกับการต่อเรือ
จากที่ในระยะแรกเกาหลีใต้ต้องนำเข้าวัตถุดิบ และอุปกรณ์จากต่างประเทศทั้งหมด
แต่ภายหลังบริษัทอย่าง Hyundai ก็ได้กลายมาเป็นผู้ผลิตเครื่องยนต์ดีเซลรายใหญ่ของโลก
ขณะที่ Samsung ก็มีความชำนาญในการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และระบบนำทางสำหรับใช้ในเรือ
ประกอบกับเกาหลีใต้ยังเป็นผู้ผลิตเหล็กและเหล็กกล้ารายสำคัญของโลก จนทำให้ปัจจุบันอู่ต่อเรือของเกาหลีใต้ ใช้วัตถุดิบและอุปกรณ์จากในประเทศ มากกว่า 80%
3. ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนามาตรฐานการออกแบบเรือ โดยร่วมมือกันระหว่าง มหาวิทยาลัย, สถาบันวิจัย และบริษัทด้านวิศวกรรมการต่อเรือ
ทำให้เกาหลีใต้พัฒนาจาก การรับจ้างต่อเรือ จนมีเทคโนโลยีเป็นของตัวเอง และยังสามารถต่อยอดองค์ความรู้ไปจนถึงขั้นออกแบบเรือเองได้อีกด้วย
ทั้งหมดนี้ ทำให้ในปี 1979 หรือเพียง 12 ปี นับจากออกกฎหมายส่งเสริมอุตสาหกรรมต่อเรือ
เกาหลีใต้ก็สามารถก้าวขึ้นมาเป็นอันดับ 2 ของโลก เป็นรองเพียงแค่ญี่ปุ่น และแซงขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ของโลกอย่างเด็ดขาด ได้ในปี 2004
เราลองมาดู 3 บริษัทใหญ่สุด ในอุตสาหกรรมต่อเรือ ของเกาหลีใต้ หรือที่เรียกว่า “Big Three” กัน
1. Hyundai Heavy Industries (HHI)
ถือเป็นบริษัทใหญ่ของเกาหลีใต้เจ้าแรก ที่เข้าสู่อุตสาหกรรมต่อเรือ ในปี 1972 และเป็นอู่ต่อเรือที่ใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยขนาดพื้นที่ราว 7.2 ตารางกิโลเมตร หรือใหญ่เทียบเท่ากับเขตราชเทวี ในกรุงเทพฯ
2. Samsung Heavy Industries (SHI)
ตามเข้ามาในปี 1974 และจนถึงปัจจุบัน SHI ได้ส่งมอบเรือไปแล้วมากกว่า 1,200 ลำ
รวมถึงเป็นบริษัทผู้สร้าง “Prelude FLNG” คลังเก็บก๊าซธรรมชาติกลางทะเล ของบริษัท Shell ความยาว 488 เมตร สูง 105 เมตร ซึ่งถือเป็นสิ่งก่อสร้างลอยน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย
3. Daewoo Shipbuilding & Marine Engineering (DSME) ก่อตั้งขึ้นในปี 2000 โดยลูกค้าของ DSME ก็คือบริษัทเดินเรือสินค้าชื่อดังมากมาย เช่น Maersk, MSC, CMA CGM และ Hapag-Lloyd
นอกจากนี้ DSME ยังสร้างเรือรบและเรือดำน้ำ ให้กับกองทัพเรือของสหราชอาณาจักร และอินโดนีเซียเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม การต่อเรือเป็นอุตสาหกรรมที่ต้องใช้แรงงานเป็นจำนวนมาก และประเทศที่มีต้นทุนแรงงานต่ำกว่าก็จะได้เปรียบ
ซึ่งในตอนนี้ ประเทศที่มีความพร้อม ทั้งด้านต้นทุนแรงงาน รวมถึงงบประมาณ, ภูมิศาสตร์, การค้า และเทคโนโลยี คงหนีไม่พ้นประเทศใหญ่อย่าง “จีน”
ซึ่งที่ผ่านมา จีนก็ได้รับคำสั่งต่อเรือใหม่ ที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ
จนเราอาจพูดได้ว่า ในวันนี้
จีนกำลังเบียดแย่งอันดับ 1 ในอุตสาหกรรมต่อเรือกับเกาหลีใต้ เหมือนกับที่เกาหลีใต้เคยเบียดญี่ปุ่นในอดีตนั่นเอง..
╔═══════════╗
ภาวะเงินเฟ้อ ตลาดผันผวนแบบนี้ ติดตามข่าวเศรษฐกิจแบบเน้น ๆ จากหลายเพจได้ใน Blockdit - คอนเทนต์แพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้งานเป็นประจำ 2 ล้านคน ลองใช้ฟรี blockdit.com/download
╚═══════════╝
ติดตามลงทุนแมนได้ที่
Website - longtunman.com
Blockdit - blockdit.com/longtunman
Facebook - facebook.com/longtunman
Twitter - twitter.com/longtunman
Instagram - instagram.com/longtunman
YouTube - youtube.com/longtunman
TikTok - tiktok.com/
Spotify - open.spotify.com/show/4jz0qVn1AL7tRMHiTvMbZH
Apple Podcasts - podcasts.apple.com/th/podcast/ลงทุนแมน/id1543162829
Soundcloud - soundcloud.com/longtunman
References
-https://en.wikipedia.org/wiki/Evergreen_A-class_container_ship
-https://en.wikipedia.org/wiki/Madrid_Maersk
-https://en.wikipedia.org/wiki/Prelude_FLNG
https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/1/12/Shipbuilding_Industry_in_South_Korea.pdf
-https://kmc.exim.go.th/detail/knowledge-exim/20190702185436659
-https://mgronline.com/daily/detail/9480000006994
-https://www.manifoldtimes.com/news/feature-the-amazing-founding-story-of-hyundai-heavy-industries/
-https://overseas.mofa.go.kr/no-en/brd/m_21237/view.do?seq=135&srchFr=&srchTo=&srchWord=&srchTp=&multi_itm_seq=0&itm_seq_1=0&itm_seq_2=0&company_cd=&company_nm=
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
ติดต่อ ธุรกิจของเรา
เบอร์โทรศัพท์
เว็บไซต์
ที่อยู่
Nonthaburi
11000