M2FNews

M2FNews

แชร์

25/02/2026

เถ้าแก่น้อย ขับเคลื่อนนำร่องนโยบายความยั่งยืน ผนึกพันธมิตร SCGC และ Dow ชูนวัตกรรมซองสาหร่าย! ใช้เทคโนโลยีรีไซเคิลขั้นสูง คืนชีวิตขยะพลาสติก

กรุงเทพฯ – 25 กุมภาพันธ์ 2569 ครั้งแรกของการผนึกกำลัง 3 ยักษ์ใหญ่ บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง หรือ TKN ผู้ผลิตขนมขบเคี้ยวประเภทสาหร่ายจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ ร่วมกับ เอสซีจี เคมิคอลส์ หรือ SCGC ผู้นำธุรกิจพอลิเมอร์และโซลูชันครบวงจรเพื่อความยั่งยืน และกลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย หรือ Dow ผู้นำด้านวัสดุศาสตร์ระดับโลก ประกาศลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือครั้งสำคัญในการปฏิวัติวงการขนมขบเคี้ยวกับ “โครงการบรรจุภัณฑ์หมุนเวียนสำหรับอาหารโดยใช้เทคโนโลยีรีไซเคิลขั้นสูง” (Food-Grade Circular Packaging by Advanced Recycling Technology) มุ่งแก้ปัญหาขยะพลาสติกอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิดระบบปิด (Closed-loop Recycling) ความร่วมมือนี้เป็นการนำเศษบรรจุภัณฑ์พลาสติกหลายชั้น (Multi-layer Packaging) จากกระบวนการผลิตของเถ้าแก่น้อย ซึ่งแต่เดิมยากต่อการรีไซเคิล มาผ่านกระบวนการเทคโนโลยีรีไซเคิลขั้นสูง Advanced Recycling ของ SCGC เพื่อเปลี่ยนกลับเป็นวัตถุดิบตั้งต้นที่มาจากกระบวนการหมุนเวียน (Circular Feedstock) ก่อนที่ Dow จะนำไปผลิตเป็นเม็ดพลาสติกใหม่ที่สะอาด ปลอดภัยระดับฟู้ดเกรด (Food-grade) เพื่อนำไปใช้ผลิตบรรจุภัณฑ์อาหารภายใต้แบรนด์เถ้าแก่น้อยได้อีกครั้งอย่างปลอดภัย โดยคาดว่าจะพร้อมจำหน่ายเชิงพาณิชย์ในช่วงปลายปี 2569

นางสาวอรพัทธ์ พีระเดชาพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เถ้าแก่น้อยมุ่งมั่นสร้างความสุขให้กับผู้บริโภคผ่านขนมขบเคี้ยวที่มีคุณภาพ ควบคู่ไปกับการให้ความสำคัญกับเรื่อง ESG (Environment, Social และ Governance) โดยเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่เปลี่ยน ‘ความท้าทาย’ ของบรรจุภัณฑ์ที่รีไซเคิลยาก ให้กลายเป็น ‘โอกาส’ ในการสร้างระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนที่ใช้งานได้จริง ที่ไม่ใช่แค่การกำจัดขยะ แต่คือการสร้างคุณค่าใหม่ให้กับพลาสติกใช้แล้ว เราไม่เพียงแต่ส่งมอบความอร่อย แต่ยังตั้งเป้าที่จะส่งมอบโลกที่ดีขึ้นให้กับผู้บริโภค ด้วยนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกที่สะอาด ปลอดภัย และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตไปพร้อมกับความยั่งยืนอย่างแท้จริง” นางสาวอรพัทธ์ กล่าว

ด้าน ดร.สุรชา อุดมศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานปฏิบัติการและนวัตกรรม SCGC เผยว่า “ความร่วมมือในครั้งนี้สะท้อนศักยภาพของ SCGC ในการนำเทคโนโลยี Advanced Recycling จัดการบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ประกอบด้วยวัสดุหลายประเภทซึ่งยากต่อการรีไซเคิล ให้กลับมาเป็นวัตถุดิบหมุนเวียน หรือ Circular Feedstock สามารถนำไปผลิตเป็นเม็ดพลาสติกใหม่ (Certified Circular Polyolefin Resin) ซึ่งมีคุณสมบัติและคุณภาพเทียบเท่าเม็ดพลาสติกใหม่ทั่วไปทุกประการ และสามารถสัมผัสกับอาหารได้อย่าง

ปลอดภัย จึงสามารถนำกลับไปผลิตเป็นบรรจุภัณฑ์อาหารของเถ้าแก่น้อยได้ อีกทั้งผ่านการรับรองมาตรฐานความยั่งยืนระดับโลก ISCC PLUS (International Sustainability and Carbon Certification) ตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทานเป็นรายแรกในอาเซียน โดยความร่วมมือนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนเป้าหมายของ SCGC ในการนำพลาสติกใช้แล้วกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน 500,000 ตันต่อปี ภายในปี 2573 ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจตลอดห่วงโซ่คุณค่า” ดร.สุรชา กล่าว

ในขณะที่ นายวิชาญ ตั้งเคียงศิริสิน ประธานบริหาร กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย (Dow) เสริมว่า “ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านวัสดุศาสตร์ เราภาคภูมิใจที่ได้รับความไว้วางใจให้นำเทคโนโลยีของ Dow มาใช้ผลิตเม็ดพลาสติกจากเศษถุงบรรจุภัณฑ์ซึ่งมีคุณสมบัติเทียบเท่าเม็ดพลาสติกที่ผลิตจากเชื้อเพลิงฟอสซิลทุกประการ โดยโรงงานโพลิเอทิลีนของ กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย ที่จังหวัดระยองได้รับการรับรอง ISCC PLUS ในการแปรรูปก๊าซเอทิลีนที่ได้จากกระบวนการรีไซเคิลขั้นสูงให้เป็นเม็ดพลาสติกหมุนเวียนคุณภาพสูงสำหรับบรรจุภัณฑ์อาหารได้อย่างปลอดภัย ความร่วมมือนี้เป็นก้าวสำคัญในการสร้างการหมุนเวียนพลาสติกให้ครบวงจร และสนับสนุนเป้าหมายความยั่งยืนของ Dow ที่มุ่งมั่นจะนำพลาสติกใช้แล้วและวัตถุดิบทางเลือกรูปแบบอื่นๆ มาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำกลับมาหมุนเวียนใช้ใหม่ เพื่อต้านโลกร้อน และ ลดขยะพลาสติกตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนร่วมกับลูกค้าและคู่ค้าของเรา”

สำหรับความร่วมมือในครั้งนี้ นับเป็นต้นแบบของการบริหารจัดการบรรจุภัณฑ์พลาสติกหลายชั้นใช้แล้วอย่างครบวงจร ลดปัญหาการสะสมของปริมาณขยะพลาสติกในประเทศ และลดการใช้ทรัพยากรใหม่ สอดคล้องกับเป้าหมายด้านความยั่งยืนของเถ้าแก่น้อย SCGC และ Dow ตอกย้ำบทบาทของภาคธุรกิจในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างอนาคตที่ยั่งยืนร่วมกัน

18/02/2026

Dow ปลุกพลังเด็กไทยโชว์ศักยภาพนวัตกรรมสู่เวทีโลก
ผ่านการแข่งขันหุ่นยนต์ FIRST® LEGO® League 2026

กรุงเทพฯ – 18 กุมภาพันธ์ 2569 - เสียงเชียร์และบรรยากาศแห่งการเรียนรู้ผสานความสนุก เติมเต็มพื้นที่การแข่งขันหุ่นยนต์ระดับประเทศ “เฟิร์ส เลโก้ ลีก (FIRST® LEGO® League 2026)” ภายใต้ธีม “UNEARTHED (โบราณคดี)” เวทีที่เปิดโอกาสให้เด็กไทยได้ “ขุดค้น” ความคิด สร้างสรรค์นวัตกรรม และพัฒนาทักษะแห่งอนาคตอย่างรอบด้าน ทั้งวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ (STEM) ควบคู่ทักษะสำคัญของศตวรรษที่ 21 ไม่ว่าจะเป็นการคิดวิเคราะห์ การวางแผน การแก้ปัญหา และการทำงานเป็นทีม ผ่านการออกแบบและเขียนโปรแกรมควบคุมหุ่นยนต์เลโก้ โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการก้าวสู่เวทีการแข่งขันระดับนานาชาติที่ประเทศสหรัฐอเมริกา

การแข่งขันในปีนี้จัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่าง กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย (Dow) บริษัทชั้นนำระดับโลกด้านวัสดุศาสตร์ (Materials Science) บริษัท แกมมาโก้ (ประเทศไทย) จำกัด และพันธมิตร โดยถือเป็นลีกเริ่มต้นที่เปิดให้เด็กไทยได้ประชันการแข่งขันหุ่นยนต์ในประเทศ แบ่งการแข่งขันออกเป็น 2 ระดับ ได้แก่ FIRST® LEGO® League Explore สำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษา อายุ 6–10 ปี และ FIRST® LEGO® League Challenge สำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษา–มัธยมศึกษา อายุ 9–16 ปี ซึ่งมีเยาวชนสมัครเข้าร่วมการแข่งขันรวมทั้งสิ้น 813 คน จาก 122 ทีม จัดการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศเมื่อวันที่ 14–15 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ณ ห้องไดมอนด์ ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าเซียร์ รังสิต

ผลการแข่งขันปรากฏว่า รางวัลชนะเลิศ Champion’s Award: 1st Place รุ่น FLL Explore ได้แก่ทีม PANKIT จากสถาบัน iBot Academy Rayong จังหวัดระยอง และรางวัลชนะเลิศรุ่น FLL Challenge ได้แก่ทีม KMIDS OREO 1000 จากโรงเรียนสาธิตนานาชาติ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร โดยทั้งสองทีมได้รับถ้วยรางวัล ใบประกาศนียบัตร ของรางวัลมูลค่ารวมกว่า 40,000 บาท พร้อมสิทธิ์เป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขันระดับนานาชาติ ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา ในเดือนเมษายน 2569

ในฐานะผู้สนับสนุนหลักของโครงการ FIRST® LEGO® League (FLL) ประจำปี 2569 กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย ยังได้มอบ รางวัลพิเศษ “Dow Innovation Award” ให้แก่ทีม CEI ClickRobot Robo Kids จังหวัดเชียงราย เพื่อยกย่องผลงานที่โดดเด่นด้านความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม โดยมีทีมวิศวกรของ Dow ร่วมเป็นคณะกรรมการตัดสิน พร้อมมอบโล่เกียรติคุณและเงินรางวัล 5,000 บาท เพื่อเป็นแรงผลักดันให้เด็กไทยต่อยอดการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่อง

นายธนัช วัฒนศักดิ์ภูบาล ผู้อำนวยการฝ่ายซัพพลายเชนและโลจิสติกส์ กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย กล่าวว่า “Dow เชื่อว่าการเรียนรู้ที่ดีที่สุดเกิดจากการลงมือทำ การแข่งขัน FLL ไม่ได้สอนแค่เรื่องหุ่นยนต์หรือเทคโนโลยี แต่ช่วยปลูกฝังวิธีคิด การแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ และการทำงานร่วมกับผู้อื่น ซึ่งเป็นทักษะสำคัญที่เด็ก ๆ จะต้องใช้ตลอดชีวิต เราภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการเตรียมเด็กไทยให้พร้อมรับมือกับโลกอนาคต และสร้างนักนวัตกรรมรุ่นใหม่ให้กับประเทศ”

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดเสวนาในหัวข้อ “ลูกดี-เก่ง-สุข ในยุค AI: สร้างเด็ก ‘คิดเป็น-ทำได้-ใจแกร่ง’ ด้วยทักษะสมอง EF” โดยความร่วมมือระหว่าง Dow ผู้สนับสนุนหลักของโครงการ"ดาว-อีเอฟ" ซึ่งส่งเสริมการพัฒนาทักษะสมองส่วนหน้า (Executive Functions) ในเด็กปฐมวัย โดยเชิญผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันรักลูก เลิร์นนิ่ง กรุ๊ป มาแบ่งปันความสำคัญของทักษะสมอง EF ซึ่งเป็นรากฐานของทั้ง IQ และ EQ ที่สามารถพัฒนาได้ผ่านการเล่นอย่างถูกวิธีรวมทั้งการทำภารกิจต่อเลโก้

การแข่งขัน FIRST® LEGO® League (FLL) จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลและการรับสมัครในครั้งต่อไปได้ที่เว็บไซต์ https://gammaco.com/fll/

09/02/2026

สมัครด่วน! อบรมครูวิทย์ออนไลน์ เคมีแบบย่อส่วน

ใช้ได้จริงในห้องเรียน ต่อยอดแรงบันดาลใจให้เด็กไทย

กรุงเทพฯ – 9 กุมภาพันธ์ 2569 – สมาคมเคมีแห่งประเทศไทยฯ ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย (Dow) และเครือข่ายพันธมิตรด้านการศึกษา เปิดรับสมัครคุณครูวิทยาศาสตร์ระดับมัธยมศึกษาทั่วประเทศ เข้าร่วมเวิร์กช็อปออนไลน์ “การอบรมเทคนิคปฏิบัติการเคมีแบบย่อส่วนสำหรับโรงเรียนมัธยมศึกษา และโครงการห้องเรียนเคมีดาว รุ่นที่ 13” เพื่อยกระดับการเรียนการสอนเคมีให้ทันสมัย ปลอดภัย และสามารถนำไปใช้ได้จริงในห้องเรียน

การอบรมจัดขึ้นผ่านแอปพลิเคชัน Zoom โดยแบ่งการเรียนรู้เป็นภาคทฤษฎีในวันที่ 2 พฤษภาคม 2569 และภาคปฏิบัติในวันที่ 23–24 พฤษภาคม 2569 มุ่งเน้นการถ่ายทอดเทคนิคการทดลองเคมีแบบย่อส่วน ซึ่งช่วยลดการใช้สารเคมี เพิ่มความปลอดภัย ประหยัดต้นทุน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมแนวทางการประยุกต์ใช้กับการเรียนการสอนในบริบทของโรงเรียนมัธยมศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผู้เข้าร่วมอบรมภาคปฏิบัติจะได้รับชุดอุปกรณ์ทดลองเคมีแบบย่อส่วนที่ปลอดภัยและพร้อมใช้งาน จำนวน 8 ชุด มูลค่ากว่า 4,000 บาท สามารถนำไปใช้จัดการเรียนการสอนได้มากกว่า 20 ครั้ง อีกทั้งผู้ที่สำเร็จการอบรมจะได้รับประกาศนียบัตรรับรองจาก สพฐ. และสามารถนับชั่วโมงพัฒนาวิชาชีพหรือวิทยฐานะได้ตามเกณฑ์ที่กำหนด

ผู้สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมการอบรมได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันพฤหัสบดีที่ 10 เมษายน 2569 โดยลงทะเบียนและชำระค่าสมัครผ่าน QR Code ที่กำหนด ทั้งนี้ ผู้สมัครทุกท่านจะต้องเข้าร่วมการทดสอบระบบและการชี้แจงรายละเอียดการอบรมก่อนวันเรียนจริง ในวันพฤหัสบดีที่ 30 เมษายน 2569 สำหรับภาคทฤษฎี และวันพฤหัสบดีที่ 21 พฤษภาคม 2569 สำหรับภาคปฏิบัติ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ [email protected] หรือโทรศัพท์หมายเลข 02-611-7656

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง บริษัท สื่อ ใน Klong Toey?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

เว็บไซต์

ที่อยู่


136 Na Ranong Road, Khlong Toei, Bangkok
Klong Toey
10110

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 06:00
อังคาร 09:00 - 06:00
พุธ 09:00 - 06:00
พฤหัสบดี 09:00 - 06:00
ศุกร์ 09:00 - 06:00