Kraow Cafe Chiang Rai

Kraow Cafe Chiang Rai

แชร์

The Safest Cities For Female Digital Nomads 29/10/2025

ปฏิเสธไม่ได้ว่าเทรนของการทำงานที่ไหนก็ได้กำลังมาแรง

เราเคยสังเกตุกันไหมว่าคนที่ชอบเอาโน๊ตบุ๊คไปนั่งทำงานที่คาเฟ่นานหลายๆชั่วโมงเค้าทำงานอะไรกัน
วันนี้ Kraow Cafe มีคำตอบ เราจะเรียกโดยเรียกรวมๆว่า Digital Nomads ที่กำลังฮิตอยู่ในหมู่ชาวต่างชาติที่เข้ามาเที่ยวที่ไทย

โดยล่าสุดเว็บไซส์ Holidu.co.uk ได้จัดอันดับเมืองที่ปลอดภัยสำหรับนักเดินทางผู้หญิงที่ชอบทำงานแบบ Digital Nomads ซึ่งเชียงรายของเราติดอันดับที่ 2 ของโลกกันเลยทีเดียว ที่ 1 คือไทเป โดยเค้าให้เหตุผลว่า

“Another East Asian city took the second position, this time in Thailand: Chiang Rai. Nestled in the hills, Chiang Rai is one of the country’s lesser-visited, but equally as charming, cities. Data suggests that women feel safe when walking alone here, with the city ranking third in the entire study for this.

Chiang Rai also has a higher-than-average ratio of female to male digital nomads, with its percentage of 22% being higher than any of the other Thai cities in the study. In fact, as a whole, the North of Thailand and Bangkok scored a lot higher than the country’s southern destinations, greatly outranking them when it comes to worries about being safe walking alone at night”

สรุปโดยย่อคือ เชียงรายเป็นเมืองที่ปลอดภัยสำหรับนักเดินทางผู้หญิงและปลอดภัยสำหรับผู้เดิงทางคนเดียวที่จะหาเมืองนั่งทำงานและพักผ่อนได้ในเวลาเดียวกัน

สำหรับร้าน Kraow Cafe เหมาะมากสำหรับมานั่งทำงานและดื่มกาแฟ เพราะที่ร้านที่ปลั๊กไฟให้บริการทุกโต๊ะ (ยกเว้นโต๊ะกลางใหญ่) เปิดแอร์เย็นสะบายเพลงฟังเพลินๆทำให้ยิ่งมีสมาธิ แต่สำหรับลูกค้าที่ต้องการโซนเอ้าท์ดอที่ร้านก็มีให้บริการเช่นกัน ยิ่งช่วงนี้อากาศเริ่มหนาวแล้วด้วย

เว็บไซส์อ้างอิง

https://www.holidu.co.uk/magazine/safest-cities-for-female-digital-nomads

The Safest Cities For Female Digital Nomads Working abroad has increased in popularity in recent years. However, it appears that travellers are now looking beyond short-term stints and are instead keen to commit to working remotely for a more extended period of time. For example, Google searches around workations have started to decline recen...

15/07/2025

เรื่องนี้ดีอยากแชร์ให้อ่านครับ เกษตรกรอย่าต่อเป็นทาสการตลาด และผู้บริโภคก็อย่าหลงกับแค่กระแสนะครับ กาแฟดีกาแฟดังมีหลายตัวครับ

โลกนี้ไม่ได้มีแค่ GESHA อย่าหลงทาง เรื่องนี้เขียนให้เกษตรกรอ่านนะครับ
โดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกรไทย กาแฟ GESHA หลายๆตัวที่ได้ชิมแล้วตกใจเพราะอยู่ในขั้นแย่มากบางตัวแย่กว่า CATIMOR ธรรมดาด้วยซ้ำ

ความฝันที่มีเค้าลางหายนะ ของวงการกาแฟไทย
ปีนี้เราทุกคนคงเห็นปรากฏการณ์ GESHA CRAZY ทั้งจากฝั่งคนกินและฝั่งคนปลูกในงานนี้แทบจะทุกบูท ต้องมี GESHA เป็นหนึ่งในนั้น และแน่นอนว่าแต่ละคนที่ได้ชิมก็คงจะบอกได้
ว่าอันไหนใช่ อันไหนไม่ใช่ อันไหนดี อันไหนไม่ดี

เมื่อตลาดมีความต้องการสูง แน่นอนว่าคนผลิตก็ต้องตาม
เกษตรกรหลายคนทิ้งพันธุ์ดั้งเดิมที่พ่อแม่เคยพาทำ หันมาใส่ GESHA ตามกระแส บ้างสำเร็จ บ้างล้มเหลว บ้างท้อแท้สิ้นหวัง

อย่าลืมนะครับว่า กาแฟที่สร้างรายรับให้เรามาตลอดคืออะไร ?
คือกาแฟพันธุ์ต่างๆที่อยู่ในสวนของตัวเองนั่นล่ะ ที่เลี้ยงเรา เลี้ยงลูก เลี้ยงครอบครัว. การเรียนรู้ทดลองไม่ใช่เรื่องผิด การเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องที่ต้องทำ แต่ทั้งหมดควรทำอย่างมีความเข้าใจเพียงพอ

มีกาแฟ 10 ไร่ไม่ควรเปลี่ยนแปลงแบบทันที แต่ต้องให้เวลาตัวเองได้เรียนรู้และทำความเข้าใจ เห็นหลายคนตัดต้นเก่าทิ้งทั้งสวนและปลูกเกชาทั้งหมด ด้วยความหวังว่าจะรวยแล้วใจหาย สงสาร.

◇ คนไม่ได้ซื้อ เกชา เพราะมันชื่อ เกชา นะครับ คนซื้อเพราะคุณภาพของรสชาติที่ดี ◇

รสชาติจะดีได้ต้องมีส่วนประกอบอื่นๆ อีกเยอะแยะเลย เช่น ดิน แร่ธาตุและสารอาหารต่างๆ ดินฟ้าอากาศ สภาพแวดล้อมของแหล่งปลูก ระดับความสูง. พันธุ์กรรมพืช การเปลี่ยนแปลง การกลายพันธุ์ การดูแลรักษา ความใส่ใจ ความพร้อมและทุน และสิ่งอื่นๆ อีกมากมาย

เห็นใครบางคนที่เขาประสบความสำเร็จ ขายเกชาได้กิโลกรัมละหลายพันบาท อย่าไปคิดง่ายๆ ว่าปลูกตามเขาแล้วจะรวยเหมือนเขา แต่ควรเข้าใจ
ต้นทุนพื้นฐานที่เรามี อะไรคือจุดแข็ง อะไรคือจุดอ่อน

ถ้าวันหนึ่งข้างหน้าประเทศไทยเหลือแค่ เกชา พันธุ์เดียว จะขายให้ใคร อะไรคือความเข้มแข็งของเรา การจะเป็น Specialty Coffee ไม่ใช่แค่เกชาอย่างเดียวครับ พันธุ์อื่นๆก็เป็น Specialty ได้

สิ่งที่เกษตรกรต้องการคือรายได้ ถ้าปลูกเกชา แล้วรวยควรรีบปลูก
แต่ถ้าความพร้อมของเราไม่มี ทุนไม่พอ และกำลังพาครอบครัวเข้าสู่ความเสี่ยงอย่าพึ่งปลูก หรืออาจจะเริ่มต้นจากเล็กๆ ค่อยๆ เรียนรู้ไป อย่าใจร้อน บางครั้งสายพันธุ์ที่อยู่กับเรามานานๆ นั้นแหล่ะคือหม้อข้าวที่มั่นคง
กาแฟดี คือ กาแฟที่ขายได้ เลี้ยงครอบครัวได้

พันธุกรรมไม่ดี เท่ากับ แพ้ตั้งแต่แรก
ดินไม่ดี เท่ากับ ทุนการผลิตที่ต้องจ่ายแพงกว่าคนอื่น เหนื่อยมากกว่า
แหล่งปลูกไม่ดี เท่ากับ โอกาสชนะน้อย
ความรู้เรื่องสายพันธุ์ไม่มี เท่ากับ ต้องลองผิดลองถูก เสียเวลา เสียโอกาส เสียเงิน

ท้ายสุดในห่วงโซ่ปลายน้ำ ควรแยกเวทีประกวดเฉพาะ GESHA ได้แล้วครับ
ก่อนที่สายพันธุ์อื่นๆจะถูกทิ้งอย่างขาดความเข้าใจ
วันหนึ่งเราทุกคนจะเสียดาย

ต้องยอมรับความจริงนะครับว่า เราไม่สามารถปลูกกาแฟดีๆได้เหมือนกันในทุกพื้นที่ เพราะแต่ละพื้นที่ก็มีบริบทที่แตกต่างกัน การ Copy และ Paste จึงไม่ใช่สูตรสำเร็จครับ

" กาแฟสายพันธุ์ Geisha " 25/06/2025

เกอิชาหรือเกชา ไม่ได้มาจากญี่ปุ่น!!!!

เนื่องด้วยช่วงนี้มีกระแสร้านนำเมล็ดเกชามาขายในราคาถูก และทำให้ผู้ที่ไม่รู้เข้าใจผิดไปต่างๆนาๆไม่ว่าจะเป็น เมล็ดมาจากญี่ปุ่นบ้าง ราคาถูกจัง แต่รู้หรือไม่ว่าสายพันธุ์เกชาจริงแต่ปลูกในพื้นที่ไหน ดินมีส่วนสำคัญของรสชาติค่อนข้างมาก แต่ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าด้วยตัวสายพันธุ์เค้ามีความอร่อยในตัวอยู่มากจึงได้เปรียบในรสชาติสูง

มาครับเรามารู้จักกาแฟสายพันธุ์นี้แบบลงลึกกันหน่อยดีกว่ส

กาแฟสายพันธุ์ Geisha ว่ากันด้วยเรื่องของเกอิชา ไม่ได้หมายถึงสาวญี่ปุ่นแต่อย่างใด เราจะกล่าวถึงกาแฟสายพันธุ์เกอิชา หรือบางครั้งเราอาจจะได้ยินอีกชื่อว่ากาแฟเกชา ที่ถือได้ว่าราคาขายที่สูง และความพิเศษเฉพาะตัวเมื่อความต้องการเพิ่มขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยเราได้รวมข้อมูลต่างๆ เพื่อให้ทุกท่านได้ทำความรู้จักกับกาแฟสายพันธุ์นี้กันมากขึ้น
กาแฟเกอิชา (Geisha) หรือเกชา (Gesha) เป็นกาแฟอะราบิก้าที่มีต้นกำเนิดมาจากป่าโกริเกชา ประเทศเอธิโอเปีย แม้ว่าปัจจุบันจะปลูกในหลายประเทศในแอฟริกา เอเชีย และอเมริกา เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายในด้านรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของกลิ่นดอกไม้และกลิ่นหอมหวานที่ชัดเจน

ในช่วงปี ค.ศ.1930 นักวิจัยได้ทำการเก็บตัวอย่างสายพันธุ์กาแฟต่างๆจากป่าในเอธิโอเปีย นำมารวบรวมเอาไว้ที่ศูนย์วิจัยในแทนซาเนีย และในปี ค.ศ.1953 ถูกนำมาที่ศูนย์วิจัยที่ชื่อว่า Centro Agronómico Tropical de Investigación y Enseñanza (CATIE) ในประเทศคอสตาริก้า และหลังจากนั้นในช่วงปี ค.ศ.1960 กาแฟสายพันธุ์ Geisha T2722 ถูกนำมาปลูกที่ปานามา ซึ่งวัตถุประสงค์หลักที่นำมาปลูกคือต้องการต้นกาแฟที่ทนทานต่อโรคราสนิม
ลักษณะของต้นกาแฟเกอิชา สามารถสังเกตได้จากลำต้นและกิ่งจะเรียวและลู่ลม อีกทั้งกิ่งและข้อก็ห่าง ส่วนลักษณะใบจะมีผิวที่ค่อนข้างเรียบและยาว และตัวผลมีลักษณะเรียวยาว ซึ่งทั้งหมดนี้มีความใกล้เคียงกับ Typica นั่นเอง
แต่จุดเด่นที่ทำให้เห็นถึงความต่างระหว่างกาแฟสายพันธุ์อื่นๆ อยู่ที่กิ่งบริเวณใกล้ยอดจะเฉียงชัดเจนกว่าสายพันธุ์อื่นๆ โดยมีองศาระหว่างลำต้นแกนหลักกับกิ่งที่ราว 40-50 องศา กิ่งที่ชี้ขึ้นไปนี้ทำให้ลักษณะของบริเวณเวลามองดูจะคล้ายทรงร่มกางออกหรือเกือบเป็นเส้นตรงซึ่งต่างจากลักษณะยอดของ Typica โดยสิ้นเชิง ในส่วนของเมล็ดก็จะมีลักษณะเรียวยาว แต่ปลายจะแหลมเล็กน้อย
กาแฟสายพันธุ์เกอิชาจะสามารถปลูกและออกผลได้ในระยะเวลาประมาณ 8 เดือน และเมื่อผลกาแฟเริ่มมีสีแดงสด (สุกเต็มที่) จะต้องเก็บเกี่ยวและนำไปตากแดดเป็นระยะเวลา 15-45 วัน หรือจนกว่าจะได้ความชื้นจากผลกาแฟที่เหมาะสม (ซึ่งกาแฟสายพันธุ์อื่นๆส่วนใหญ่จะใช้เวลาในการอบให้แห้งประมาณ 2 วัน) จากนั้นนำมาบ่มในกระสอบต่อ 4 - 6 เดือน เพื่อให้ได้กลิ่นหอมเฉพาะตัว และกระเทาะเปลือกกาแฟออกก่อน จึงนำไปทำการคั่วเพื่อให้ไปรสชาติตามที่ต้องการ

หลายๆท่านอาจจะเคยเห็นบางที่เขียนว่า Gesha บางทีเขียนว่า Geisha ซึ่งทั้ง 2 คำนี้ไม่ได้สะกดผิดแต่อย่างใด มีเหตุผลมาจากในประเทศเอธิโอเปียใช้ภาษาถิ่นของตัวเอง ซึ่งไม่ได้ใช้ตัวอักษรภาษาอังกฤษในการสะกดคำ ทำให้การสะกดออกมาแตกต่างกันออกไป โดยส่วนใหญ่แล้วคนจะจดจำชื่อของ Geisha ได้มากกว่าเนื่องมาจากกาแฟ Panama Geisha เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย ในอีกด้านหนึ่งต้นกำเนิดของสายพันธุ์นี้มาจากภูเขาที่นิยมเขียนภาษาอังกฤษว่า Gesha นั่นเอง
ในปี ค.ศ.2002 ครอบครัวของปีเตอร์สัน จากโบเกเต ประเทศปานามา ได้ส่งกาแฟเกอิชาเข้าสู่การแข่งขัน Best Of Panama (BoP) ทำให้กาแฟเกอิชาชนะการแข่งขันในปีนั้น และขายด้วยราคาสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 350 ดอลลาร์สหรัฐฯ/ปอนด์ (159 ดอลลาร์สหรัฐฯ/กิโลกรัม)
ในปี ค.ศ.2017 กาแฟเกอิชา Natural Process จาก Hacienda La Esmeralda สร้างสถิติใหม่
Best of Panama (BoP) ที่ 601 ดอลลาร์สหรัฐฯ/ปอนด์ (273 ดอลลาร์สหรัฐฯ/กิโลกรัม)
และจากประมูลกาแฟ The Best of Panama (BoP) ปี ค.ศ.2019 กาแฟ Panama Elida Geisha Green Tip Natural ได้คะแนน 95.25 ได้รับการประมูลไปที่ราคา 1,029 ดอลลาร์/ปอนด์ (467 ดอลลาร์สหรัฐฯ/กิโลกรัม) ซึ่งเป็นราคาที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ประมูลกาแฟของโลกเลยทีเดียว

ในประเทศเอธิโอเปียมีไร่ที่ปลูกกาแฟสายพันธุ์ Gesha ที่มีชื่อเสียงเช่นกันคือ Gesha Village Coffee Estate ซึ่งแบ่งพื้นที่ปลูกออกเป็น 3 สายพันธุ์ คือ Gesha 1931, Gori Gesha และ Illubabor Forest ตัวอย่างสารกาแฟที่คุ้นหูเราเช่น Ethiopia Gori Gesha Shewa-Jibabu Natural นั้นเอง

ขอบคุณข้อมูลจาก https://www.pouroverlab.com/post/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%9F%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C-geisha

ด้วยครับ

" กาแฟสายพันธุ์ Geisha " กาแฟสายพันธุ์ Geisha ว่ากันด้วยเรื่องของเกอิชา ไม่ได้หมายถึงสาวญี่ปุ่นแต่อย่างใด เราจะกล่าวถึงกาแฟสายพันธุ.....

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง ร้านอาหาร ใน Chiang Rai?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


179/2 Moo21 Koh Loi Road
Chiang Rai
57000

เวลาทำการ

จันทร์ 09:30 - 16:30
อังคาร 09:30 - 16:30
พุธ 09:30 - 16:30
พฤหัสบดี 09:30 - 16:30
ศุกร์ 09:30 - 16:30
เสาร์ 09:30 - 16:30
อาทิตย์ 09:30 - 16:30