Microorganism
06/09/2024
โพสเชื้อร้ายมาหลายที โพสนี้เรามาดูเชื้อดีๆ มีประโยชน์กันดีกว่า..
แบคทีเรียที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ คือ แบคทีเรียในกลุ่ม "Probiotics"
ในต้นศตวรรษที่ 20 นักวิทยาศาสตร์ชาวรัสเซียชื่อ Elie Metchnikoff สังเกตเห็นว่า เกษตรกรชาวบัลแกเรียที่บริโภคโยเกิร์ตเป็นประจำ มีอายุยืนและมีสุขภาพดี เขาสันนิษฐานว่า แบคทีเรียกรดแลคติกในโยเกิร์ต น่าจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเสริมสุขภาพ ต่อมามีการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับจุลินทรีย์กลุ่มที่มีผลดีต่อสุขภาพนี้ และเรียกว่า จุลินทรีย์ "Probiotics" ( Probiotics แปลว่า “เพื่อชีวิต” (pro: เพื่อ + bios: ชีวิต) )
Probiotic เป็นแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในลำไส้ มีประโยชน์ต่อร่างกายหลายประการ มีงานวิจัยจำนวนมากได้ยืนยันถึงประโยชน์ของ Probiotics โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผลต่อระบบทางเดินอาหาร และระบบภูมิคุ้มกัน สร้างสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ ช่วยป้องกันการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดโรค การบริโภค Probiotics อย่างต่อเนื่องช่วยลดอาการลำไส้แปรปรวน (IBS) และอาการท้องผูกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
จากการศึกษาของ Ford et al. (2014) พบว่า Probiotics มีประสิทธิภาพในการลดอาการท้องเสีย และการอักเสบของลำไส้
เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน กระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน
ช่วยป้องกันการติดเชื้อ
งานวิจัยจาก Kopp et al. (2016) ระบุว่า Probiotics ช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์เม็ดเลือดขาว ที่มีบทบาทสำคัญในการต่อสู้กับเชื้อโรค
งานวิจัยของ McFarland (2015) พบว่า Probiotics ในรูปแบบอาหารเสริมมีประสิทธิภาพในการลดการเกิดท้องเสียจากการใช้ยาปฏิชีวนะ
ในทางการแพทย์ Probiotics ถูกนำมาใช้ในการรักษาภาวะท้องเสียจากการติดเชื้อ การอักเสบของลำไส้ และการลดความเสี่ยงของโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินอาหาร
Probiotics ถูกนำมาใช้ในหลายรูปแบบ ทั้งในรูปของอาหารเสริม และผลิตภัณฑ์อาหารหลากหลาย เช่น โยเกิร์ต คีเฟอร์ และเครื่องดื่มนมหมัก ( โยเกิร์ต และนมหมัก ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย) รวมถึงการวิจัยเพื่อพัฒนา Probiotics เป็นส่วนประกอบของยารักษาโรค
** Ford et al. (2014): ศึกษาเกี่ยวกับผลของ Probiotics ต่ออาการลำไส้แปรปรวน พบว่า Probiotics มีผลในการลดอาการท้องเสียและการอักเสบ
** Kopp et al. (2016): รายงานว่าการบริโภค Probiotics ช่วยเพิ่มการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกัน
** McFarland (2015): ศึกษาผลของ Probiotics ต่อการป้องกันท้องเสียจากการใช้ยาปฏิชีวนะและยืนยันถึงประสิทธิภาพในการลดอาการข้างเคียงนี้
02/09/2024
การกลับมาของไวรัสโบราณ #เชื้อไวรัส #ฝีดาษวานร (ลิง) และผลกระทบทางการแพทย์
เชื้อไวรัสฝีดาษวานร (Monkeypox virus) หรือที่รู้จักในชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Orthopoxvirus monkeypox เป็นเชื้อไวรัสในสกุล Orthopoxvirus ซึ่งเป็นสกุลเดียวกันกับเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคฝีดาษในมนุษย์ (Smallpox) ไวรัสฝีดาษวานร มีแหล่งกำเนิดจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในป่าเขตร้อนของแอฟริกากลางและตะวันตก โดยเฉพาะสัตว์ฟันแทะและลิงเป็นพาหะหลัก
เชื้อไวรัสฝีดาษวานรถูกค้นพบครั้งแรกในปี 1958 จากการระบาดในกลุ่มลิงที่ใช้ในการทดลองในประเทศเดนมาร์ก โดยในช่วงปี 1970 มีการรายงานการติดเชื้อในมนุษย์เป็นครั้งแรกในประเทศคองโก ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา โรคฝีดาษวานรก็กลายเป็นปัญหาสาธารณสุขที่น่ากังวลในพื้นที่ชนบทของแอฟริกากลาง และตะวันตก
อาการของโรคฝีดาษวานรในมนุษย์คล้ายคลึงกับอาการของโรคฝีดาษมนุษย์ แต่อาการมักไม่รุนแรงเท่า อาการหลักๆ ได้แก่ #ไข้ #หนาวสั่น #ปวดกล้ามเนื้อ และมีผื่นหรือตุ่มหนองเกิดขึ้นตามผิวหนังซึ่งจะพัฒนาเป็นแผลพุพอง ไวรัสสามารถแพร่กระจายจากสัตว์สู่คนผ่านการสัมผัสโดยตรงกับเลือด สารคัดหลั่ง หรือเนื้อเยื่อของสัตว์ที่ติดเชื้อ นอกจากนี้ยังสามารถแพร่กระจายจากคนสู่คนได้ผ่านทางละอองฝอย หรือการสัมผัสโดยตรงกับของเหลวที่ออกมาจากรอยโรคบนผิวหนัง รวมถึงสารคัดหลั่ง
ในช่วงสิบปีที่ผ่านมา การระบาดของโรคฝีดาษวานรนอกเขตแอฟริกามีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากการท่องเที่ยว การคมนาคมที่สะดวก การลักลอบขนย้ายสัตว์ การแพร่ระบาดในมนุษย์มีความรุนแรงมากขึ้นในบางกรณี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคที่การสาธารณสุข และการควบคุมโรค ยังด้อยพัฒนา มีข้อจำกัดในการเข้าถึงวัคซีน นอกจากนี้ มีงานวิจัยล่าสุดที่ชี้ว่าไวรัสฝีดาษวานรมีการพัฒนา และปรับตัวทำให้สามารถแพร่กระจายได้ง่ายขึ้น
เนื่องจากเชื้อไวรัสฝีดาษวานรมีความใกล้เคียงกับเชื้อไวรัสฝีดาษมนุษย์ วัคซีนฝีดาษจึงสามารถนำมาใช้ในการป้องกันโรคฝีดาษวานรได้ นอกจากนี้ยังมีการวิจัยเกี่ยวกับยาต้านไวรัส ที่อาจมีประสิทธิภาพในการรักษาโรคฝีดาษวานร อาทิเช่น ยา Tecovirimat ที่ได้รับการอนุมัติจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (FDA) สำหรับการรักษาโรคฝีดาษ
เชื้อไวรัสฝีดาษวานรเป็นภัยคุกคามที่ควรได้รับความสนใจอย่างจริงจัง การวิจัย และการพัฒนาเทคโนโลยีในการป้องกัน และรักษาโรคนี้ ยังคงมีความสำคัญ เนื่องจากความเสี่ยงในการแพร่กระจายของโรคฝีดาษวานรนั้นอาจเพิ่มขึ้นได้ในอนาคต เนื่องจากการคมนาคมที่สะดวกสบาย และง่ายดาย
อ้างอิง
- Sklenovská, N., & Van Ranst, M. (2018). Emergence of Monkeypox as the Most Important Orthopoxvirus Infection in Humans. Frontiers in Public Health, 6, 241.
- Centers for Disease Control and Prevention. (2022). Monkeypox and Smallpox Vaccine Guidance. Retrieved from https://www.cdc.gov
- Reed, K. D., Melski, J. W., Graham, M. B., Regnery, R. L., Sotir, M. J., Wegner, M. V., ... & Damon, I. K. (2004). The detection of monkeypox in humans in the Western Hemisphere. New England Journal of Medicine, 350(4), 342-350.
- https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/mpox
02/09/2023
จุลินทรีย์วันละ (ชื่อ) ตัว
วันนี้ขอนำเสนอแบคทีเรียในสกุล เป็นแบคทีเรีย แกรมบวกรูปกลม ซึ่งมีลักษณะการจัดเรียงเซลล์เป็นกลุ่มคล้ายพวงองุ่น สามารถเจริญได้ทั้งในสภาวะที่มีออกซิเจนและไม่มีออกซิเจน
พบได้ทั่วไปตามผิวหนังและเยื่อเมือกของคนและสัตว์
เช่น Staphylococcus สำหรับแบคทีเรียในภาพตัวอย่างคือ Staphylococcus ซึ่งมีโคโลนีสีเหลืองทองบนอาหารแข็งชนิด
Nutrient agar แต่จะมีโคโลนีสีดำนูนมีวงใสรอบนอกบนอาหาร Baird -Parker Medium เพราะการความสามารถสร้างเอนไซม์ lecithinase
ทำให้ใช้ลักษณะดังกล่าวในการตรวจสอบการปนเปื้อนของแบคทีเรียชนิดนี้ในอาหารได้ Staphylococcus aureus นอกจากเป็นสาเหตุของโรคอาหารเป็นพิษ
ยังพบว่าก่อให้เกิดการติดเชื้อได้บ่อยที่สุด ก่อให้เกิดสิว ฝี หนองต่างๆ ตามปกติจะพบได้ในโพรงจมูก ผิวหนัง ขน หรือผม
ที่มา เรียบเรียงและรวบรวมจาก
กรรณิการ์ ชูเกียรติวัฒนา. (2561). จุลชีววิทยาสำหรับนักวิทยาศาสตร์และวิศวกรสิ่งแวดล้อม.กรุงเทพฯ. สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วสุ ปฐมอารีย์. (2561). จุลชีววิทยาและการประยุกต์. เชียงใหม่. ศูนย์บริหารงานวิจัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
หมายเหตุ ผู้เขียนได้เขียนชื่อวิทยาศาสตร์โดยใช้สัญลักษณ์ตัวเอียง แต่พอโพสต์ลงมาฟอนต์ไม่ได้เป็นแบบต้นฉบับ จึงขออภัยมา ณ ที่นี้
อีกคุณประโยชน์หนึ่งของจุลินทรีย์
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
เว็บไซต์
ที่อยู่
78/9 2th Village 3315-Wat Phanitararam Road
Chachoengsao
24140