Burst Revenue
การยิงโฆษณาบน Facebook ก็แค่กดปุ่ม boost post ก็เสร็จแล้วไม่ใช่หรอง่ายนิดเดียว ความจริงแล้วการ boost post นั้นไม่ใช่ Facebook ads !
เราต้องมาทำความเข้าใจใหม่กันก่อนว่าBoost post คือการที่เรากดโปรโมทโพสที่เคยโพสไปแล้วบนหน้าทามไลน์ของเพจไปยังกลุ่มเป้าหมายที่เลือก ซึ่งเป็นหนึ่งในวิธีการยิงโฆษณาบน Facebook โพสที่ถูกโปรโมทจะไปปรากฏบนหน้า feed ทั้ง Facebook และ Instagram เป้าหมายของการ boost post สามารถเลือกได้ระหว่าง awareness (การรับรู้) และ message (ข้อความ) เท่านั้น
ในส่วนของ Facebook ads จำเป็นต้องสร้างผ่านตัวจัดการ คือ Ad Manager เพื่อปรับแต่งขั้นสูงที่ละเอียดกว่าการ boost post ที่กล่าวไปข้างต้น คนยิงโฆษณาสามารถเลือกวัตถุประสงค์ได้มากมายที่เหมาะสมกับเป้าหมายทางธุรกิจ และเจาะจงกลุ่มเป้าหมายอย่างละเอียดให้ได้ลูกค้าที่มีแนวโน้มจะซื้อสินค้าเราให้ได้มากที่สุด มากไปกว่านั้นยังสามารถเลือกได้ว่าจะให้โฆษณาเราไปปรากฏอยู่ตรงไหนอีกด้วย
หลังจากที่อ่านมาแล้วคงจะเห็นว่าการ boost post นั้นง่ายและสะดวกกว่า Facebook ads ไม่น้อย แถมไม่ต้องกดออกไปยังหน้า Ad Manager ให้วุ่นวาย แต่ทางฝั่ง Facebook ads ถึงจะดูยุ่งยากที่จะต้องมาปรับแต่งโฆษณาเองแต่เราสามารถปรับแต่งโฆษณาและเลือกกลุ่มเป้าหมายและรูปแบบโฆษณาได้อย่างละเอียด
แล้วแบบนี้ต่อไปจะใช้ boost post หรือ Facebook ads ดีกว่า?
สิ่งสำคัญสำหรับธุรกิจ คือ ต้องระบุสิ่งเป้าหมายของการยิงโฆษณา บวกกับปัจจัยอื่น ๆ หากธุรกิจต้องการที่จะใช้ระยะเวลาการโปรโมทสั้น ๆ boost post จะเหมาะกว่า และในทางกลับกันหากต้องการที่จะระบุเป้าหมายและจัดการรูปแบบโฆษณาอย่างละเอียด แน่นอนว่า Facebook ads สามารถตอบโจทย์ตรงนี้ได้แน่นอน
07/01/2021
ในยุคดิจิทัล ทุกบริษัทจำเป็นที่จะต้องทำสิ่งที่นอกเหนือไปจากเรื่องของ คุณภาพ ราคา และการบริการ ไม่ใช่เรื่องเหล่านี้ไม่สำคัญแต่ในทุกวันนี้เรื่องเหล่านี้ได้กลายเป็นพื้นฐานไปแล้ว ดังนั้นเรื่องของ Customer Centric จึงเป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างมาก
และอะไรคือความหมายของคำว่า “Customer Centric” กันแน่ จริงๆ แล้ว ความหมายนั้นค่อนข้างที่จะตรงตัวคือ “ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง”
แต่ถ้าจะขยายความเพิ่มเติมให้เข้าใจกันแบบชัด ๆ เคลียร์ ๆ Customer Centric คือการทำธุรกิจโดยการนึกถึงลูกค้าเป็นหลักตั้งแต่การเริ่มพัฒนาสินค้า/บริการ และสร้างประสบการณ์ที่ดีในการซื้อ ไปจนถึงเรื่องการให้บริการหลังการขาย นึกถึงประสบการณ์ที่ลูกค้าจะได้รับในทุก ๆ จุด ที่สินค้าหรือบริการของเราเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับลูกค้า ว่าลูกค้าจะรู้สึกอย่างไร ทำอย่างไรถึงจะสร้างความพึงพอใจ และความสะดวกให้กับลูกค้าได้มากขึ้น
และเมื่อไม่นานมานี้ทาง Econsultancy ก็ได้ทำแบบสอบถามเพื่อเก็บข้อมูลว่า “อะไรคือคุณลักษณะสำคัญขององค์กรที่จะมี Digital-native Culture” 58% ของผู้ทำแบบสอบถามตอบว่า “Customer Centric”
นอกจากเรื่องนี้จะเป็นสิ่งสำคัญที่จะเพิ่มความพึงพอใจให้กับลูกค้าแล้ว ยังสามารถช่วยเพิ่มผลประกอบการให้กับธุรกิจอีกด้วย ตามข้อมูลงานวิจัยจาก Deloitte พบว่า บริษัทที่มีรูปแบบการดำเนินธุรกิจที่โฟกัสในเรื่องของ Customer Centric มีผลกำไรมากกว่า บริษัทที่ไม่ได้ให้ความสำคัญในเรื่องนี้เป็นหลักมากกว่า 60%
อ่าน ๆ ฟัง ๆ ดูก็เป็นเรื่องที่ดีที่น่าสนใจ ทุกบริษัทก็น่าจะทำกันใช่ไหมครับ…
ถ้าเราลองไปสุ่มถามตามบริษัทต่าง ๆ ดู เราก็จะพบว่าแทบทุกบริษัท นั้นตอบเป็นเสียงเดียวกันล่ะครับว่า เขาเป็นบริษัทที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง แต่ล่าสุดจากผลการสำรวจของ CMO Council กลับพบว่า มีบริษัทเพียง 14% เท่านั้นที่นำแนวคิดนี้มาใช้อย่างจริงจัง
ในเว็บไซต์ขายรองเท้าต่างประเทศชื่อดังอย่าง Zappos นั้น น่าจะเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจสำหรับการนำเรื่องนี้มาใช้อย่างจริงจัง ยกตัวอย่างเช่น เรื่องของ Call-Center ถ้าเป็นบริษัททั่ว ๆ ไปก็อาจจะมี Target หรือเป้ารายวัน ว่าวันหนึ่งพนักงานควรที่จะรับสายได้กี่สาย แต่ Zappos นั้นทำกลับกันโดยสิ้นเชิง เพราะ Zappos นั้นบอกเลยว่าฝ่ายบริการลูกค้าจะคุยกับลูกค้านานเท่าไรก็ได้ (สายที่ยาวนานที่สุดของ Zappos คือ 10 ช.ม. 43 นาที)
ถ้าจะยกตัวอย่างในบ้านเรา ในเรื่องของการเอาหลักคิดเรื่อง Customer Centric มาใช้ มาพัฒนาต่อยอด ผู้นำกลุ่มธุรกิจค้าปลีกในบ้านเราอย่าง Central Retail ก็เป็นผู้ที่บุกเบิกและยึดเอาหลักคิดนี้มาใช้ในการพัฒนาธุรกิจอย่างต่อเนื่องล่ะครับ
ล่าสุดทางเซ็นทรัล รีเทล ได้เปิดกลยุทธ์ Customer-Centric Omni-channel Platform ที่เป็นการผสานช่องทางจำหน่ายสินค้าแบบออฟไลน์และออนไลน์เข้าด้วยกัน เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ไร้รอยต่อให้กับลูกค้า
เพราะในปัจจุบัน เซ็นทรัล รีเทล นั้นนำเสนอสินค้าหลากหลายประเภท (Multi-Category) ผ่านรูปแบบและช่องทางที่หลากหลาย (Multi-Format) ในหลายประเทศ (Multi-Market)
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ติดต่อ ธุรกิจของเรา
เบอร์โทรศัพท์
เว็บไซต์
ที่อยู่
243/40 Oneplus Mahidol, Mahidol Road, Changklan
Bkk
50100