Coach note

Coach note

แชร์

Photos from Coach note's post 27/04/2017

การรับประทานคาร์โบไฮเดรตไม่เพียงพอจะกระตุ้นให้ร่างกายต้องการแป้งเพิ่มมากขึ้น หรือเกิดอารมณ์ฉุนเฉียวได้โดยไม่รู้ตัว กระทั่งในปีที่ผ่านมา "คาร์โบไฮเดรตได้กลายเป็นศัตรูของการกิน หรือทำลายสุขภาพเป็นอย่างมาก" แต่มันถึงเวลาที่เราทุกคนต้องหันกลับไปบริโภคอาหารกลุ่มนี้อีกครั้ง
"เคต" เทรนเนอร์สอนออกกำลังกาย และนักโภชนาการชาวสกอต กล่าวว่า "ร่างกายของมนุษย์ต้องการคาร์โบไฮเดรต เพราะเป็นแหล่งพลังงานหลักของร่างกาย และระบบโครงสร้างภายในของแป้งที่ซับซ้อนกันจะประกอบด้วยกากใยและเส้นใยอาหารที่ช่วยป้องกันโรคต่างๆ และทำให้ผู้บริโภครู้สึกอิ่มได้นานมากขึ้น"
อาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตต่ำได้รับความนิยมในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา และถึงแม้ว่าคนในหลายประเทศจะนิยมลดปริมาณพลังงานในร่างกายด้วยการเลือกรับประทานแป้งน้อยลง แต่ก็ไม่ได้แนะนำให้ตัดการบริโภคคาร์โบไฮเดรตออกไปเลย
แม้ว่า การบริโภคพิซซ่าในปริมาณมากเกินไปจะเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคควรหลีกเลี่ยง แต่ "เคต" นักโภชนาการได้ออกมาบอกว่าเจ้าตัวไม่เชื่อว่าปริมาณพลังงานที่ได้จากอาหารฟาสต์ฟู้ดเหล่านั้นจะให้พลังงานสูงกว่าคาร์โบไฮเดรตที่ได้มาจากการกลั่น หรือคาร์โบไฮเดรตที่ได้จาก "อาหารแปรรูป" ซึ่งปริมาณแป้งที่ได้กลุ่มหลังนั้นมีข้อมูลระบุว่าเป็นสาเหตุที่กระตุ้นให้เกิดโรคอ้วน, เบาหวาน, โรคหัวใจ, โรคหลอดเลือดสมองและโรคมะเร็ง
สำหรับ คนรักสุขภาพที่มองหาอาหารกลุ่มพลังงานที่ใช่ แนะนำว่าให้เปลี่ยนมาบริโภค ข้าวกล้องและขนมปังธัญพืช, มันฝรั่งหวานที่อุดมไปด้วยวิตามิน, เมล็ดคิวนัว, ข้าวบาร์เลย์ เพราะอย่าลืมว่าคาร์โบไฮเดรตในกลุ่มอาหารที่กล่าวมาเป็นสิ่งสำคัญ อีกทั้งยังช่วยสร้างสมดุลให้ร่างกายของคุณ
ต่อไปนี้เป็นวิธีสังเกตว่าคุณได้รับ "คาร์โบไฮเดรต" เพียงพอต่อร่างกายหรือไม่?
1.คุณรู้สึกเบื่ออาหารอยู่เสมอ
เราจำเป็นต้องกินคาร์โบไฮเดรตเพื่อให้พลังงานกับร่างกาย เพราะร่างกายของเราต้องทำงานหนักเพื่อปรับเปลี่ยนไขมันและดึงเอาโปรตีนที่มีประโยชน์มาใช้งาน เพราะหากเราได้รับพลังงานจากแป้งที่ต่ำ หรือกินแป้งน้อย คุณจะตื่นเช้าแบบเพลียๆ ไม่กระตือรือร้น และคุณจะรู้สึกง่วงตลอดทั้งวัน แต่จะหายก็เมื่อได้นอนหลับสนิทเท่านั้น
2.คุณไม่ควบคุมน้ำหนัก
แม้ในระยะยาวการบริโภคอาหารพลังงานต่ำจะทำให้คุณสามารถควบคุมน้ำหนักตัวได้ แต่นักโภชนาการเตือนว่า "องค์ประกอบสำคัญของน้ำหนักตัว คือน้ำ ดังนั้นตับอ่อนของคุณจะต้องทำงานหนักขึ้นหากร่างกายต้องสูญเสียน้ำตาลจากภาวะที่ร่างกายบริโภคอาหารที่ให้พลังงานน้อยลง จะกระตุ้นให้ตับอ่อนต้องผลิตน้ำตาลด้วยตัวเอง สรุปได้ว่าเมื่อร่างกายทำงานหนักขึ้น ตับอ่อนจะหลั่งฮอร์โมนอินซูลินได้น้อยลง (ฮอร์โมนอินซูลินทำหน้าที่เผาผลาญคาร์โบไฮเดรตในร่างกาย) นั่นจึงทำให้น้ำหนักตัวสูงขึ้นนั่นเอง
3.คุณปวดหัวบ่อยๆ
คำถามคือ คุณซื้อยาแก้ปวดศีรษะบ่อยแค่ไหน? เพราะการที่คุณปวดหัวบ่อยนั้นเกิดจากการบริโภคคาร์โบไฮเดรตน้อยเกินไป หรือแม้การบริโภคอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตต่ำ หรือ "อาหารแปรรูป" เช่น "พลาสต้า" จึงทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดน้อยลงจนกระทั่งทำให้คุณปวดศีรษะนั่นเอง และหากอาการปวดทวีความรุนแรงมากขึ้นก็จำเป็นต้องปรึกษาแพทย์
4.การจริงจังมากเกินไปจะทำให้ คุณเจ็บป่วย
จากการศึกษาชี้ของ "เคต" บอกไว้ว่า "อาหารคาร์โบไฮเดรตต่ำ (อาหารแปรรูป) จะส่งผลต่อความจำของคุณ และทำให้คุณมีสมาธิได้ยากขึ้น ดังนั้นถ้าคุณจริงจังอยู่กับการทำงานมากเกินไป แกกำลังกายที่ทำอยู่
หากคุณกำลังหักโหมกับนะนำว่าให้ลองหาเวลาพักงีบสักครู่บนโต๊ะทำงาน หรือหันมากินอาหารที่อยากกินจะดีต่อสุขภาพของคุณ
5.คุณกำลังฝืนการออกกำลังกายที่ทำอยู่
การออกกำลังกายอะไรสักอย่าง เช่น การเล่นคาร์ดิโอ แต่หากร่างกายของคุณไม่ได้รับคาร์โบไฮเดรตที่เพียงพอ จะทำให้การฝึกซ้อมของคุณมีปัญหา ยกตัวอย่างนักกีฬามืออาชีพที่บางครั้งยังต้องกินอาหารคาร์โบไฮเดรตต่ำเพียงแค่ครั้งคราวเท่านั้น ดังนั้นคนที่ออกกำลังกายทั่วไปที่บริโภคแป้งในปริมาณที่น้อย ก็อาจทำให้ร่างกายมีพลังงานไม่เพียงพอต่อการทำกิจกรรมในแต่ละวันนั่นเอง
6.คุณเกิดอาการชาตามร่างกายตลอดเวลา
ปัญหามือและเท้าชาอาจเป็นสัญญาณที่บอกเกี่ยวกับปัญหาต่อมไทรอยด์ ซึ่งมีสาเหตุมาจากการที่คุณกินแป้งน้อยลง และการบริโภคคาร์โบไฮเดรตน้อยหรือเลือกกินแต่อาหารสำเร็จรูปอาจทำให้เกิดปัญหาต่อสุขภาพในระยะยาว หรือแม้แต่การที่ผู้บริโภคเลือกกินอาหารตามแผนผังการบริโภคอาหาร หรือเลือกควบคุมน้ำหนักตามสูตร "Atkins" (การควบคุมน้ำหนักที่เน้นกินโปรตีนสูง และบริโภคคาร์โบไฮเดรตน้อยลง) ซึ่งได้ผลบ้าง ไม่ได้ผลบ้าง และยังทำให้ร่างกายได้รับพลังงานในปริมาณที่ไม่สมดุล ดังนั้นคนรักสุขภาพจึงจำเป็นต้องเลือกบริโภคอาหารให้สอดคล้องกับร่างกาย
7.คุณปล่อยให้ตัวเองหิวมากเกินไป
ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ได้บอกเอาไว้ว่า การที่คุณปล่อยให้ตัวเองหิวมากเกินไปอันเนื่องจากการที่คุณจำกัดหรือกินแป้งน้อยลง อาจทำให้เกิดอารมณ์ฉุนเฉียวได้ง่าย เพราะ "คาร์โบไฮเดรต" มีความสำคัญต่อการผลิตฮอร์โมน "เซโรโทนิน" หรือฮอร์โมนที่ผลิตสารแห่งความสุข ดังนั้นหันกลับมากินแป้งที่อุดมไปด้วยกากใยและเส้นใยอาหารจำนวนมาก จะช่วยปรับอารมณ์ของคุณให้แฮปปี้ได้อีกครั้ง
8.ลมหายใจของคุณดีหรือไม่ดี
การที่คุณพ่นลมหายใจเหม็นออกมา นั่นเป็นผลมาจากการที่ร่างกายใช้ไขมันในการเผาผลาญพลังงาน ซึ่งคุณสามารถทดสอบกลิ่นด้วยการเลียที่ข้อมือ จากนั้นให้รอเป็นเวลา 5 วินาทีแล้วให้คุณลองดม ถ้าหากที่ข้อมือมีกลิ่นเหม็น แปลว่าคุณควรรับประทานคาร์โบไฮเดรตหรือแป้งให้มากกว่าปกติ ทั้งนี้เพื่อทำให้ลมหายใจที่พ่นออกมาไร้กลิ่นรบกวนใจ ที่สำคัญคุณยังสามารถกำจัดกลิ่นปากได้ด้วยการหมั่นดื่มน้ำเปล่ามากๆ
9.คุณท้องผูก
เคตกล่าวไว้ว่า "คาร์โบไฮเดรตเป็นแหล่งอาหารที่ดี เพราะอุดมไปด้วยไฟเบอร์หรือกากใยอาหารจำนวนมาก เพราะการที่คุณท้องผูกมาจากการที่คุณลดการบริโภคแป้งลงนั่นเอง จึงทำให้ปฏิเสธกากใยอาหารที่ช่วยย่อยไปโดยปริยาย ดังนั้นนอกจากการหันมากินแป้งแล้ว ก็ควรรับประทานอาหารที่หลากหลายเช่นผักผลไม้และธัญพืชร่วมด้วย เพื่อป้องกันอาการท้องผูก

อโรคยา ปรมาลาภา” ความไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ การปฏิบัติ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง คลินิก ใน Bangkok?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


อาคารเดอะไนน์ ทาวเวอร์ เลขที่ 33/4 อาคาร A ชั้น 17
Bangkok
10310