msgconsultant
25/05/2026
เข้าใจผิดชีวิตเปลี่ยน!
กำไรสะสมยังไม่จัดสรร
คือเงินที่กฎหมายห้ามแตะจริงหรือ? 💲💴💵
อาจารย์ครับปีนี้บริษัทผมกำไรดีมากเลย แต่พอผมดูในงบฐานะการเงินตรงบรรทัดที่เขียนว่า "กำไรสะสมยังไม่จัดสรร" มันมีตัวเลขตั้ง 5 ล้านบาท คำว่า ยังไม่จัดสรรเนี่ยมันหมายถึง เงินที่กฎหมายบังคับให้กันไว้เป็นทุนสำรองห้ามเอามาปันผลใช่ไหมครับ? แหม เสียดายจัง ผมกะจะเอามาถอยรถสปอร์ตสักคัน!
เสียงจากคุณเอกบอสใจใหญ่ แต่เงินบางเฉียบยิ่งกว่ากระดาษ ทำให้ผมต้องเบรกแทบหัวทิ่ม เอ่ยปากบอกว่าเดี๋ยวก่อนคุณเอกไปเอาความเข้าใจผิดระดับจักรวาลนี้มาจากไหนเนี่ย ถ้าเข้าใจแบบนี้แปลว่าเรากำลังจะปล่อยให้เงินปันผล 5 ล้านบาทนอนเป็นหม้ายอยู่ในกระดาษโดยไม่เกิดประโยชน์อะไรเลยนะ
🧸
ผ่าตัดกระปุกออมสิน
ที่ชื่อ "กำไรสะสม"
เข้าใจเลยครับว่าภาษาบัญชีบางคำ ก็เหมือนภาษาต่างดาวสำหรับคนทำธุรกิจคำว่า "จัดสรรแล้ว" กับ "ยังไม่จัดสรร" แค่สลับคำกันนิดเดียวความหมายและสิทธิในการใช้เงินก้อนนั้นก็เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือเลยทีเดียว เพื่อให้หายข้ออักเสบ เอ๊ย..หมดข้อข้องใจผมหยิบกระดาษขึ้นมาวาดรูปกระปุกออมสินให้คุณเอกดู พร้อมอธิบายว่า "กำไรสะสม (Retained Earnings) ก็เหมือนกระปุกออมสินใบใหญ่ของบริษัทซึ่งเราจะนำกำไรสุทธิที่หามาได้ทุกปี หลังจากส่งส่วย เอ๊ย..นำกำไรที่หาได้มาหักภาษีเรียบร้อยให้นำส่วนที่เหลือมาหยอดรวมกันอยู่ในกระปุกใบนี้ แต่ในกระปุกใบนี้กฎหมายบัญชีเขาบังคับ ให้เราตีเส้นแบ่งออกเป็น 2 ช่องชัดเจน ซึ่งคุณเอกกำลังจำสลับช่องกันอย่างแรง!
❌
ช่องที่ 1 กำไรสะสมที่ "จัดสรรแล้ว" (นี่แหละที่ห้ามแตะ!) คำว่า 'จัดสรรแล้ว' (Appropriated) หมายถึงการเอาเงินกำไรไป 'กันไว้' เพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะเจาะจง ซึ่งตัวที่ฮิตที่สุดก็คือทุนสำรองตามกฎหมาย (Legal Reserve)นั่นเอง เรื่องนี้พี่แพ่ง"กฎหมายแพ่งและพาณิชย์บังคับไว้เลยว่า ทุกครั้งที่บริษัทจะจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้นบริษัทจะต้องหักกำไรอย่างน้อย 5% ของกำไรสุทธิไปเก็บกักตุนไว้ในช่อง 'จัดสรรแล้ว' นี้จนกว่ายอดเงินสำรองก้อนนี้จะถึง 10% ของทุนจดทะเบียนบริษัท เงินในช่องนี้แหละที่กฎหมาย 'ห้ามแตะต้อง' เอามาจ่ายปันผลไม่ได้เด็ดขาด! เขาให้เก็บไว้เป็นกันชน เผื่อวันไหนบริษัทเจ๊งหรือขาดทุนหนักๆ จะได้มีเงินก้อนนี้ไว้พยุงบริษัท"
✅
ช่องที่ 2 กำไรสะสม "ยังไม่จัดสรร" (สวรรค์ของนักลงทุน!) พอมาถึงตรงนี้คุณเอกเริ่มตาโต "อ้าวถ้าช่องแรกคือเงินที่ห้ามแตะ แล้วช่องที่เขียนว่า 'ยังไม่จัดสรร' ในงบผมล่ะครับอาจารย์ แตะต้องได้หมดเลย?"
เฮ้อ..มือไวใจร้อน ปากไวใจเร็ว แต่เรื่องจ่ายค่าที่ปรึกษานี่ควักช้าตลอด บ่นไปก็ไม่ได้อะไรได้แต่ยิ้มกว้างแล้วพูดเบาๆ ว่า "ก็ตรงกันข้ามไงครับ! คำว่า 'ยังไม่จัดสรร' (Unappropriated) แปลว่าเงินก้อนนี้ ยัง อิสระปลอดโปร่งโล่งสบาย ไม่ได้ถูกกฎหมายล็อกไว้ และไม่ได้ถูกกันไว้เพื่อลงทุนอะไรเลย
ไอ้ตัวเลข 5 ล้านที่อยู่ในช่อง 'กำไรสะสมยังไม่จัดสรร' ของเรานี่แหละคือกระสุนดินดำที่คุณเอกและผู้ถือหุ้นมีสิทธิลงมติสั่งจ่ายเงินปันผล เอาเข้ากระเป๋าตัวเองไปซื้อรถสปอร์ตได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย 100% เลยครับ!
💴💵💰
กำไรสะสม
ระวังกำไรทิพย์
คุณเอกดีใจจนเนื้อเต้น เตรียมจะกดโอนเงิน 5 ล้าน เข้าบัญชีตัวเองทันที แต่ผมรีบยกมือเบรกหัวทิ่มช้าก่อนบอส! อย่าเพิ่งรีบกดโอนการที่ในงบฐานะการเงินมีคำว่ากำไรสะสมยังไม่จัดสรร 5 ล้านบาท มันเป็นแค่ตัวเลขทางบัญชีก่อนจะประกาศจ่ายปันผล เราต้องหันไปถามฝ่ายการเงินก่อนว่าในบัญชีเงินฝากธนาคารจริงๆ ของบริษัทน่ะมีเงินสดนอนอยู่ 5 ล้านจริงๆ หรือเปล่า
💲
หลายบริษัทมีกำไรสะสมเป็นสิบล้าน แต่เงินสดในแบงก์เหลือแค่หลักหมื่น เพราะเอาเงินไปจมกับสต็อกสินค้าบ้าง จมกับลูกหนี้การค้าบ้าง หรือหนักสุดคือเป็นกำไรทิพย์ที่เกิดจากการไม่มีบิลค่าใช้จ่าย จนกรรมการกลายเป็นคนมีหนี้สินล้นพ้นตัว เพราะน้องชีไม่รู้จะบันทึกเงินที่หายไปอย่างไร ก็เลยบันทึกเป็นลูกหนี้กรรมการ
ถ้าเงินสดไม่มี แต่ฝืนประกาศจ่ายปันผลบริษัท คุณจะขาดสภาพคล่องทันที แถมตอนจ่ายปันผลยังต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% นำส่งสรรพากรด้วยนะ งานนี้มีแต่พังกับพัง
💸💱
งบการเงินคือเข็มทิศ
อ่านผิดชีวิตเปลี่ยน
เรื่องของคุณเอกสอนให้รู้ว่า การทำธุรกิจไม่ใช่แค่เก่งหาเงินแต่ต้อง "เก่งอ่านงบ" ด้วย จำสูตรท่องจำง่ายๆ จาก อ.ปราบ ไว้นะครับ จัดสรรแล้ว = ถูกล็อกไว้ (สำรองตามกฎหมาย) ยังไม่จัดสรร = ฟรีสไตล์ (เอามาปันผลได้) แต่การจะนำเงินออกจากบริษัทได้อย่างสวยงามและประหยัดภาษีที่สุด ไม่ใช่เรื่องที่ควรตัดสินใจด้วยความรู้สึก การมีผู้เชี่ยวชาญมาช่วยวิเคราะห์สุขภาพการเงินจะช่วยให้คุณตักตวงผลกำไรได้อย่างปลอดภัยไร้กังวล โลกของตัวเลขบัญชีและภาษีมีรายละเอียดซ่อนอยู่เสมอ ลองหา "ที่ปรึกษาบัญชีและภาษีมืออาชีพ" มาช่วยแปลภาษาต่างดาวในงบการเงินให้กลายเป็นแผนกลยุทธ์ทางธุรกิจเถอะครับ ให้มืออาชีพช่วยดูแลหลังบ้าน แล้วคุณเอาสมองไปโฟกัสกับการปั้นกำไรสะสมให้บวมเป่ง เพื่อเติบโตอย่างยั่งยืนดีกว่าครับ!
#กำไรสะสมยังไม่จัดสรร #ทุนสำรองตามกฎหมาย #เงินปันผล #งบการเงิน #อ่านงบการเงิน #ภาษีเงินได้นิติบุคคล #วางแผนภาษี #ที่ปรึกษาบัญชี ัดสรร
25/05/2026
จัดโปรสายเปย์
แจกแหลกระวังแหกโค้ง! 💸💵💴
ณ ร้านกาแฟใต้ตึกสำนักงานแห่งหนึ่ง บรรยากาศกำลังชิลๆ จู่ๆ "เฮียซ้ง" เจ้าของแบรนด์สกินแคร์ชื่อดังและเป็นลูกศิษย์ตัวแสบ ก็วิ่งหน้าตั้งเข้ามาหาพร้อมกับแผ่นพับแคมเปญใหม่ล่าสุด "อาจารย์ปราบ! ดูโปรใหม่ผมสิ ซื้อครีม 1 กระปุก 5,000 บาทแถมทองคำ 1 สลึง! งานนี้ผมเปย์แหลก ดึงยอดขายสิ้นปีทะลุเป้าแน่นอน FC ทั้งหลายต้องภูมิใจในตัวผมแน่นอน ผมรับรองด้วยเกียรติของลูกเสือว่า ครีมไม่ตกฉลากแน่
ผมได้แต่จิบกาแฟแล้วยิ้มมุมปาก ยอดพุ่งน่ะดีเฮีย แต่ระวังภาษีจะพุ่งปรี๊ดตามนะ ภาษีจากของแถม น่ะแพงกว่าของที่ขายอีก แบบนี้คุณสรรพ์เขาไม่ขำด้วยนะบอกเลย ลูกค้าอาจจะมีความสุขแต่น้องชีแกไม่ได้ภูมิใจไปหรอก แกกำลังจะร้องไห้ต่างหาก ใจเย็นนั่งจิบกาแฟร้อนด้วยกันสักแก้ว เพราะน่าจะใช้เวลานานอยู่เรื่องแบบนี้เป็นกันทั่วฟ้าเมืองไทย หลายธุรกิจมักคิดว่าการจัดโปรโมชั่น "ลด แลก แจก แถม" คือเคล็ดลับดึงดูดใจลูกค้า แต่ในมุมของคุณสรรพ์กิจกรรมเหล่านี้มี "เส้นยาแดง" ที่แบ่งระหว่างการส่งเสริมการขายตามปกติกับการให้โดยเสน่หา วันนี้ได้ฤกษ์งามยามดีได้กาแฟร้อนฟรี สักสองสามแก้วสบายใจแล้วสรุปให้ฟังกันแบบเคลียร์ๆ
🎀🔖
ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
จากของแถม... ใครจ่าย?
เฮียซ้งไม่รอให้กาแฟได้ตกถึงท้อง ชิงถามต่อว่าแล้วเวลาผมแถมของไปเนี่ย ผมต้องควักเนื้อจ่าย VAT 7% สำหรับของแถมด้วยไหมอาจารย์? ยิงเข้าเป้าตรงประเด็นแบบไม่ยอมให้เสียเวลาหรือกลัวว่าจะต้องจ่ายค่ากาแฟและขนมของพี่Buckหลายแก้ว ผมได้แต่ยิ้มอีกครั้งวางแก้วกาแฟลงพร้อมกับอธิบายให้หายข้องใจว่า ตามหลักแล้วการให้ของแถมพร้อมสินค้าหลัก "ไม่ถือเป็นการขายสินค้าใหม่" ดังนั้นเฮียไม่ต้องไปคิด VAT เพิ่มจากของแถมเลยส่วนลดหรือของรางวัลที่ให้ก็ไม่ถือเป็นรายได้ที่ต้องนำมาคิด VAT เช่นกัน
กฎกติกามารยาทมีอยู่ในทุกวงการ คุณสรรพ์ก็กฎเหล็กเหมือนกัน ซึ่งระบุไว้ทั้งในคัมภีร์เล่มใหญ่หนาหนักที่เรียกกันว่าประมวลรัษฏากร! มูลค่าของแถม "ต้องไม่เกิน" มูลค่าสินค้าหลักที่ขายถ้าขายของ 5,000 บาท แต่แถมทองหลักหลายหมื่น แบบนี้คุณสรรพ์มองว่าไม่ใช่การแถมตามปกติแต่เป็นการ "แจกฟรี" ซึ่งเฮียจะต้องเสีย VAT จากทองคำนั้นด้วย แอบเห็นเฮียซ้งปาดเหงื่อท่ามกลางแอร์เย็นเฉียบ ทำให้เดาได้ว่าน่าจะทำเรื่องบกพร่องโดยสุจริตไปแล้ว ..ไม่มากก็น้อย
🧧
สายเปย์ตัวแทน
อย่าลืมหัก ณ ที่จ่าย 3% 🎁🧸
เฮียซ้ง: เคลียร์ครับเคลียร์ แถมได้ถ้ามูลค่าของแถมน้อยกว่าสินค้าที่ขาย แบบนี้ถ้าผมฉีกแคมเปญนี้เปลี่ยนแคมเปญใหม่ จัดโปรส่งเสริมการขายให้ตัวแทน โดยแจกแพ็กเกจทัวร์ให้ 'ตัวแทนจำหน่าย' ที่ทำยอดทะลุเป้าแทน ส่วนตัวแทนจะไปจัดแคมเปญแจกทองหรือทำอะไร เพื่อกระตุ้นลูกค้าก็เป็นเรื่องของตัวแทนผมไม่เกี่ยวไม่ข้องแบบนี้ได้ไหม มีอะไรน่าห่วงไหมอาจารย์?"
รอดจากการโดนปรับแน่ ถ้าเฮียทำถูกกติกา มาว่ากันเรื่องแรกก่อนเลย การแจกรางวัลหรือให้ส่วนลดพิเศษแก่ตัวแทนจำหน่ายที่เป็นนิติบุคคลบุคหรือบุคลธรรมดา เฮียในฐานะผู้จ่ายเงินมีหน้าที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% เพราะถือเป็นรางวัลหรือประโยชน์ใด ๆ เนื่องจากการส่งเสริมการขายไม่ใช่เปย์ให้เขาเต็มๆ แล้วลืมหักแบบนั้น บริษัทเฮียต้องมารับผิดชอบภาษีแทนเขานะ!"
ส่วนเรื่องที่สองภาษีมูลค่าเพิ่มการที่เรามอบแพคเกจทัวร์ให้ตัวแทนจำหน่ายที่ทำยอดขายได้ทะลุเป้า ถือเป็นการจำหน่าย จ่าย โอนโดยไม่มีค่าตอบแทน ซึ่งเข้าข่ายนิยามการ "ขาย" ตามกฎหมายภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เฮียในฐานะคนจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายและคนแจกต้องคำนวณภาษีขาย 7% จากมูลค่าของแพ็กเกจทัวร์นั้น คำถามว่าแล้วใครต้องจ่ายภาษี ตอบได้เลยว่าตัวแทนที่ได้รับแพ็คเกจทัวร์นี่ละที่ต้องจ่าย แต่อยู่ที่ว่าเฮียจะเรียกเก็บหรือไม่ ถ้าเรียกเก็บแล้วตัวแทนจ่ายก็จบ ถ้าไม่จ่ายเฮียก็ต้องควักกระเป๋าจ่ายเองนา ไม่อย่างนั้นเบี้ยปรับเงินเพิ่มจะมาเยือน คราวนี้หากเฮียต้องควักจ่ายภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีหัก ณ ที่จ่าย แทนตัวแทนคุณสรรพ์ไม่ว่าอะไรแต่บอกให้ฟังกันลืมว่า นำมาหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีไม่ได้นา ทางบัญชีจะบันทึกเป็นรายจ่ายภาษีออกแทนก็ว่ากัน แต่ทางภาษีบวกกลับหมด
🔖
ข่าวดี! ภาษีซื้อจากการจัดโปรฯ
หักเป็นค่าใช้จ่ายได้
เห็นเฮียซ้งเริ่มหน้าซีด เลยรีบปลอบใจ ไม่ต้องกลัวไปเฮียฟังเรื่องเสียเงินมาก็เยอะ มาฟังข่าวดีกันบ้าง พวกของแถม ของรางวัล หรือของชิงโชคที่เฮียไปซื้อมา เพื่อจัดกิจกรรมเนี่ย ภาษีซื้อที่เกิดขึ้นสามารถนำมาขอคืนหรือหักภาษีขายได้ตามปกตินะ แถมมูลค่าของพวกนั้นก็นำมาหักเป็นรายจ่ายของบริษัทได้เต็มๆ เพราะถือเป็นค่าใช้จ่ายในการส่งเสริมการขายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจโดยตรง"
3️⃣3 กฎเหล็กของที่อยากฝากให้เฮียนำไปจัดโปรได้อย่างสบายใจ จัดอย่างไรคุณสรรพ์ก็ไฟเขียวผ่านตลอด 1️⃣เรื่องแรกต้องมีกติกาชัดเจนแคมเปญแลกคะแนน ชิงโชค หรือแจกของแถม ต้องประกาศเงื่อนไขและระยะเวลาที่แน่นอนให้บุคคลทั่วไปทราบไม่ใช่แจกสะเปะสะปะให้แค่ลูกค้าคนสนิท 2️⃣ข้อสองหลักฐานต้องเป๊ะ การมอบของรางวัลหรือของแถมต้องมีร่องรอยเอกสาร เช่น บิลใบเสร็จที่มีรายการของแถมหรือใบเซ็นรับของรางวัลจากลูกค้าเพื่อให้บัญชีมีหลักฐานในที่เกิดเหตุให้ครบ 3️⃣สุดท้ายต้องสอดคล้องกับธุรกิจขนาดและมูลค่าของกิจกรรมต้องสมเหตุสมผลเป็นไปเพื่อส่งเสริมการขายตามวิสัยธุรกิจปกติ ไม่ใช่การโอนย้ายทรัพย์สิน ให้กันฟรีๆ ภายใต้หน้ากากการส่งเสริมการขาย 🆓
การทำการตลาดและการส่งเสริมการขาย เป็นเรื่องที่ดีและจำเป็นสำหรับธุรกิจ แต่อย่าลืมว่าทุกครั้งที่มีการขยับตัวเรื่องเงินๆ ทองๆ กฎหมายภาษีจะยืนมองอยู่เสมอ การวางแผนร่วมกับทีมบัญชีก่อนยิงแคมเปญ จะช่วยให้คุณโกยยอดขายได้อย่างสบายใจไม่ต้องมานั่งน้ำตาตก ตอนคุณสรรพ์มาเคาะประตูบ้านครับ "เปย์ลูกค้าให้สุดแต่อย่าหยุดทำบัญชีให้เป๊ะนะครับเฮียซ้ง!"
#ส่งเสริมการขาย #ลดแลกแจกแถม #ภาษีมูลค่าเพิ่ม #หักณที่จ่าย #ภาษีนิติบุคคล #วางแผนภาษี ัดโปรให้สายเปย์
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
ติดต่อ ธุรกิจของเรา
เว็บไซต์
ที่อยู่
149, 151 ถนนกาญจนาภิเษก แขวงหลักสอง เขตบางแค
Bangkok
10160
เวลาทำการ
| จันทร์ | 08:30 - 17:30 |
| อังคาร | 08:30 - 17:30 |
| พุธ | 08:30 - 17:30 |
| พฤหัสบดี | 08:30 - 17:30 |
| ศุกร์ | 08:30 - 17:30 |