Spotlight Creation
08/11/2024
มาเพิ่มยอดขายให้เกลี้ยงสต็อกด้วย TikTok Ads
แพ็กเกจการตลาด TikTok ปั้นธุรกิจสาย Beauty
→ วางแผนกลยุทธ์แบบ Insight
→ คิดและผลิตคอนเทนต์ตรงกลุ่มเป้าหมาย
→ Product Review by Tiktoker
→ เพิ่มยอด > 200,000 impression
เริ่มก่อน ติดตลาดก่อน
ปรึกษาฟรี โทร. 099-1935144
Line:
Spotlight Creation | Digital Marketing Agency
ผู้ช่วยทำการตลาดบน Social Media ครบทุกบริการในที่เดียว
หัวใจสำคัญของการทำ Digital Marketing ในยุคนี้ ยังคงเป็น ‘Content’ อย่างไม่ต้องสงสัย! แต่การทำ Content นั้นไม่ใช่แค่การบอกเล่าเรื่องราวอะไรสักอย่างที่แบรนด์อยากให้คนรู้ เพราะคอนเทนต์ที่ประสบความสำเร็จได้ในยุคนี้ ล้วนเป็นคอนเทนต์ที่มี ‘ลูกค้า’ เป็นจุดศูนย์กลาง และมี 6 สูตรสำเร็จตามนี้!
___________________________________
Digital Marketing เติบโตอย่างรวดเร็ว และเปลี่ยนอุตสาหกรรมการตลาดแบบก้าวกระโดด ชนิดที่เรียกว่านักการตลาดรุ่นเก๋านั่งเกาหัวกันไปเป็นแถบ ๆ เพราะนอกจากจะต้องทำความเข้าใจ Brand สินค้า ลูกค้า และช่องทางการสื่อสารแล้ว ทุกวันนี้ marketer ยังต้องศึกษาเทคโนโลยีด้านการสื่อสารเพื่อนำมาใช้ใน Digital Marketing ในหลายบทความที่ผ่านมาผมพูดถึงการใช้ Digital Marketing ในหลายแบบ นักการตลาดจำนวนหนึ่งให้ความสำคัญกับช่องทาง เครื่องมือ หรือข้อมูลและเชื่อว่านั่นคือหัวใจในการทำ Digital Marketing แต่ในขั้นการปฎิบัติจริง “หัวใจ” ของการทำ Digital Marketing กลับเป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับเทคโนโลยีแต่ยังเป็นรากฐานเดิมของศาสตร์ทางการตลาดที่เราเรียกว่า “Contents” ที่จะช่วยสร้างประสบการณ์และเติมเต็มความต้องการของ Netizen (ประชากรที่อยู่ในโลกออนไลน์) ซึ่งมีสูตรสำเร็จ 6 ขั้นตอน ดังนี้
1. : สร้างสรรค์ ตรงไลฟ์สไตล์
ความคิดสร้างสรรค์เป็นจุดเริ่มสำคัญในการเล่าเรื่อง การพรรณนา อุปมา เปรียบเทียบ โดยอ้างอิงไลฟ์สไตล์ของผู้อ่านจะทำให้การเสพ contents มีอรรถรสมากขึ้น หรือเรียกง่ายว่า “อิน” เพราะมี past experience ร่วม การใช้ creative idea ในการสร้าง contents นอกจากจะทำให้จดจำได้ง่ายแล้วยังช่วยกระตุ้นให้เกิดการ advocate หรือการบอกต่อจากกลุ่มผู้อ่านซึ่งถือเป็นเป้าหมายสำคัญของการตลาด online
2. : ชัดเจน มีเป้าหมาย
internet เร็วไม่ได้ทำให้การเสพ contents เร็วขึ้นเท่านั้น แต่มันยังเพิ่มปริมาณ contents ในโลกออนไลน์แบบเท่าทวี ลองสังเกตพฤติกรรมเราเองสิครับ ทุกวันเรา scroll down ผ่าน contents ในหน้า feed ของเราเองไปเท่าไหร่ ในยุคที่ผู้อ่านต้องเสพข้อมูลจำนวนมากในแต่ละวันการทำให้ contents เข้าใจง่าย จัดเจน และมีเป้าหมาย (แต่ไม่ลดลูกเล่น) ทำให้ผู้อ่านเข้าใจ message ที่เราต้องการสื่อสารได้ง่ายขึ้น
3. : เชื่อมโยง อย่างแยบยล
การเติบโตของข้อมูลทำให้ผู้บริโภคมีความรู้เพิ่มมากขึ้น ในโลกออนไลน์โดยเฉพาะ Social Media ตัวอย่างเช่น Facebook ผู้บริโภคไม่ได้ต้องการที่จะ shopping เขาต้องการใช้ชีวิตแบ่งบันประสบการณ์ของเพื่อน การที่ Brand จะเข้าไปขายสินค้าจึงง่ายที่จะเกิดการต่อต้าน ดังนั้นการสร้าง contents บนโลกออนไลน์ marketer จะต้องใช้วิธีการสอดแทรกสินค้าเข้าไปใน contents อย่างแยบยล ไม่ hard sale จนเกินไป
4. : ชอบแล้วต้องมีช่องให้ตัดสินใจ
contents ใน digital marketing แม้จะมุ่งเน้นให้มีประสบการณ์ร่วมที่ดี อ่านแล้วสนุก ซึ้ง หรือเกิดแรงบันดาลใจ แต่ marketer ต้องไม่ลืมขายของนะครับ ดังนั้นการสร้าง contents บนช่องทางออนไลน์ที่ดี ข้อความที่จะวาง call-to-action เพื่อให้ลูกค้าที่ที่ประทับใจหรือเกิดความสนใจมีช่องทางที่จะติดต่อกับ Brand ต่อไป ลองคิดดูว่าถ้าเราสร้าง contents ที่ทำให้ลูกค้าสนใจแต่ไม่วางช่องทางติดต่อไว้ ลูกค้าไปใช้ search engine หาข้อมูลแต่กลับไปเจอสินค้าของคู่แข่ง ไม่เท่ากับเรายกลูกค้าให้คู่แข่งไปเท่านั้นเหรอครับ
5. : เป็นมิตรกับอากู๋
การเป็นมิตรกับอากู๋ (Google) ถือเป็นอีกหนึ่งในสูตรสำคัญในยุคที่ Google เป็นเหมือน “จุดเร่ิมต้น” ในการเดินทางในโลกออนไลน์ ทุกวันนี้เวลาที่ผู้บริโภคต้องการจะหาข้อมูล คิดอะไรไม่ออกก็มักจะเร่ิมที่ Google เสมอ ดังนั้นถ้าเราทำให้ข้อมูลที่ลูกค้ากำลังหาใน search engine แสดงผลสินค้าหรือ website ของ brand เป็นลำดับต้น ๆ ก็มีชัยไปกว่าครึ่ง (โดยส่วนตัวหาข้อความที่ search ใน Google ไม่ค่อยเกิน 5 pages)
6. : อ่านแล้วยังไง?? ถ้าไร้ประโยชน์
และสุดท้ายสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ contents ที่เราสร้างนั้นจะต้องคำนึงถึง “ประโยชน์” ที่มีต่อลูกค้า (ผู้อ่าน) ทั้งประโยชน์ที่ช่วยตอบโจทย์ความต้องการในเวลาที่เหมาะสม ประโยชน์ด้านความรู้สึกเช่น ความสนุก ความประทับใจ สร้างแรงบันดาลใจ หรือแม้กระทั่ง “ประโยชน์” เฉพาะบุคคล เพราะไม่ว่าเราจะสร้าง contents ที่ดียอดแค่ไหน มีภาพที่สวยงามเพียงใด หรือแม้กระทั่งอากู๋หาเจอง่ายแค่ไหน ถ้าไม่ก่อให้เกิดประโยชน์กับผู้อ่าน มันก็จะเป็นเพียงหนึ่งในข้อมูลมากมายในโลกออนไลน์ที่ถูก scroll down #คุณว่าจริงไหม ?
10/04/2018
“ทำอย่างไรให้ Content เข้าตา”
ความพยายามของนักการตลาดในการสร้าง Content ใหม่ ๆ เพื่อให้โดนใจกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ยังคงเป็นที่หยิบยกขึ้นมาพูดคุยกันบนโต๊ะประชุมเสมอ คำถามพื้นฐานง่าย ๆ คือ “ทำไมลูกค้าจึงต้องหยุดอ่าน” “มันสร้างประสบการณ์อย่างไรกับเขา” และที่สำคัญที่สุดคือ “มันช่วยให้ลูกค้าสนใจ เข้าใจ หรือตัดสินใจใช้สินค้าของเราได้อย่างไร” จากการทำงานจริงผมบอกได้เลยครับว่าไม่มีสูตรสำเร็จ และสิ่งที่สำเร็จในอดีตก็อาจจะใช้ไม่ได้อีกในปัจจุบันด้วยเช่นเดียวกัน แต่อาจจะพอบอกได้ว่า 3 องค์ประกอบสำคัญในการสร้างและส่ง Content มีอะไรและผู้สร้าง Content จะต้องคำนึงถึงเรื่องใดบ้าง
Content อย่างไร?
หัวใจของการสร้าง content ที่ดี คือ “สร้าง Content ที่ดี” แต่คำว่า “ที่ดี” ละอย่างไร มี 3 สิ่งที่คุณควรจะคำนึงถึงคือ
1) Content ต้องมีคุณค่าต่อผู้อ่าน อาจจะสร้างความรู้ (ในสิ่งที่กลุ่มเป้าหมายสนใจ) สร้างความสนุกความบันเทิง หรือเป็น Content ที่ช่วยเหลือผู้อ่าน และต้องไม่ลืมสอดแทรกวัตถุประสงค์ของการสื่อสารเขาไปใน Content บางคนเล่าเพลินลืมขายซะงั้น
2) พาดหัวน่าสนใจ แต่ไม่แรงกันเกินจริง หมดยุคแล้วสำหรับคำจั่วหัวแรง ๆ แล้วเนื้อในไม่มีอะไรเพียงล่อให้คนกดเพื่อเรียกยอด page view การทำเช่นนี้ก็เหมือนนิทานเด็กเลี้ยงแกะ ในอนาคตแม้คุณจะมีสุดยอด Content ที่สามารถดึงดูดและน่าสนใจจริง ๆ ก็จะไม่สามารถดึงคนกลุ่มที่ผิดหวังจากการพาดหัวที่คุณเคยทำได้อีก ดังนั้นสร้างพาดหัวแค่ให้น่าสนใจ สัมพันธ์กับเนื้อหาหลัก เน้นสั้นกระชับใช้ภาษาสวยก็ช่วยได้ แต่ทั้งนี้ต้องเข้าใจกลุ่มเป้าหมายว่าเป็นกลุ่มใด
3) ใช้ภาษาเดียวกับกลุ่มเป้าหมาย ต่อเนื่องจากข้อ 2 บางครั้งเราสร้างภาษาหรูหรา (มากเกินไป) จนทำให้กลุ่มเป้าหมายไม่สามารถมีประสบการณ์ร่วมที่ดีได้ ดังนั้นนักผลิต Content จึงควรจะศึกษาก่อนว่ากลุ่มเป้าหมายที่ต้องการสื่อสารด้วยคือใคร และใช้คำหรือภาษาที่ใกล้เคียงกับเขามากที่สุด หลายครั้งที่เห็นการสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษไม่เกิดผลลัพธ์ที่ดี อย่าลืมว่า “inside out อยู่ในพิพิธภัณฑ์หมดแล้ว”
Photo แบบไหน?
สิ่งแรกที่กลุ่มเป้าหมายจะเห็นคือ “ภาพ” (content ที่ใช้ในสื่อออนไลน์ควรใส่ภาพประกอบเพื่อช่วยในการสื่อสาร) ไม่ใช่เนื้อหาดี ๆ หรือคำคม ๆ ที่คุณสอดแทรกไว้ในบทความ ดังนั้นการเลือกภาพถือว่าเป็นหน่วยทะลวงฟันในการจะเข้าไปในใจกลุ่มเป้าหมายกันทีเดียว Content ที่เป็น VDO ก็สามารถเลือกภาพได้ซึ่งการเลือกภาพที่ดีจะกระตุ้นให้เกิดการดู VDO เพิ่มมากขึ้นด้วย ทีนี้เราจะเลือกภาพแบบไหนหล่ะ 3 กลเม็ดเลือกภาพมีดังนี้
1) ควรเลือกใช้ภาพที่สอดคล้องกับเรื่องที่เล่า หลายครั้งที่นักผลิต Content เลือกใช้ภาพเพราะ “สวย” ภาพสวยควรอยู่ใน gallery ภาพที่ใช้ในการทำ Content เลือกภาพที่ช่วยในการเล่าเรื่องเอาแบบ “สวยไม่มากแต่ความหมายเยอะ” อะไรประมาณนี้จะดีกว่า
2) ควรเลือกภาพที่มี objective ชัดเจน บางครั้งเราเลือกภาพที่มี graphic หรือมีตัวอักษรในภาพเยอะไปหมดทำให้ไม่มี focus การใช้ภาพในการนำเสนอ Content ควรเลือกภาพที่มีวัตถุในภาพไม่มากเกินไป ดูแล้วเข้าใจว่าผู้สร้างกำลังสื่อสารเรื่องอะไร และเมื่ออ่านพาดหัวสามารถส่งเสริมกันได้ดี
3) ในภาพสีก็เหมือนภาษาจำเป็นต้องเลือกให้เหมาะสมกับประสบการณ์ของกลุ่มเป้าหมาย ไม่ใช่เทรนด์มา pastel ก็ใช้กันทั้งบ้านทั้งเมือง บางเรื่องบาง Content หรือบางกลุ่มคนก็ใช้ pastel ไม่เหมาะ ข้อควรระวังคืออย่าเลือกแต่สีที่ผู้สร้าง Content ชอบ อันนี้เจอบ่อยมาก ขอ copy ข้อความข้างบนมา “inside out อยู่ในพิพิธภัณฑ์หมดแล้ว”
ท้ายที่สุดอย่างที่บอกว่าการสร้าง Content ไม่มีสูตรสำเร็จ การสร้าง Content ที่ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องผู้สร้างจำต้อง level up อย่างสม่ำเสมอ เพราะผู้เสพ Content เองเขาก็ level up ขึ้นทุกวัน...คุณว่าจริงไหม?
30/03/2018
“สงครามการตลาด”
เพียงไม่กี่เดือนมานี้หลายอุตสาหกรรมเข้าสู่ตลาดแข่งขันเข้มข้น (Hypercompetition) หรือจะเรียกให้นักการตลาดเข้าใจง่าย ๆ คือ red ocean นั่นเอง ภายใต้น่านน้ำสีแดงกลยุทธ์ทางการตลาดถูกหยิบมาใช้ในหลายด้าน เช่น การสร้างความแตกต่างให้กับ Brand และสินค้า การเปรียบเทียบจุดเด่นจุดด้อย การสาดโคลนใส่คู่แข่ง การสร้างภาพลักษณ์ รวมถึงการนำนวัตกรรมมาช่วยให้เกิดความได้เปรียบทางการแข่งขัน แนวคิดทางการตลาดที่ผมว่าน่าจะเหมาะกับสถานการณ์ในตอนนี้ คือ Marketing warfare (Al Ries and Jack Trout 1986) ซึ่งเป็นการประยุกต์ใช้ยุทธวิธีทางการทหารเข้าแนวคิดทางการตลาด โดยแบ่งแนวรบเป็น 3 แนวรบหลัก คือ Air war, Ground war และ People war
Air war ยึดน่านฟ้า ทำลายขวัญข้าศึก
ในการรบยุคใหม่การโจมตีทางอากาศถือเป็นยุทธวิธีลำดับต้น ๆ ที่ใช้ถล่มเป้าหมาย ทำลายขวัญข้าศึก ด้วยอากาศยานที่มีความเร็วสูงและระเบิดทำลายล้างสูงที่สร้างความเสียหายเป็นวงกว้างจึงเป็นยุทธวิธีที่มีประสิทธิภาพ ผู้ที่ยึดครองน่านฟ้าได้คือผู้มีชัยเหนือสงคราม ในทางการตลาด Air war ไม่ใช่การทำลายแต่กลับเป็นการสร้าง ยุทธวิธีของแนวรบการตลาดบนน่านฟ้าเน้นไปที่การสร้าง Awareness สร้าง Appeal ให้เกิดการจดจำ สนใจ หรืออยู่ในใจกลุ่มผู้บริโภคที่เรามักเรียกกันว่า share of mind อาวุธที่สำคัญคือ marketing communication ทั้งในรูปแบบ offline และ online ระดับของการทำลายล้างอยู่ที่ contents ว่าน่าสนใจและสร้างประสบการณ์ร่วมกับผู้บริโภคอย่างไร ต้องไม่ลืมว่า contents ที่เราสื่อสารจำต้องเป็นประโยชน์ไม่ว่าจะเป็นประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากตัวสินค้า เช่น แก้ปัญหาให้กับผู้บริโภค (ทอดอาหารไม่ติดกระทะ) การให้ข้อมูลการใช้งานที่เกี่ยวกับสินค้าที่เป็นประโยชน์มากขึ้น (วิธีทำเครื่องดื่มให้เย็นเป็นวุ้นในไม่กี่นาที) หรืออาจจะเป็นประโยชน์ด้านจิตใจ เช่น สร้างความสนุกสนาน สร้างความซาบซึ้งดูแล้วน้ำตาไหล ไม่จำเป็นที่่ลูกค้าต้องมาเป็นลูกค้าเราในทันทีแค่มีเราอยู่ในใจวันที่ลูกค้าต้องการจะเปลี่ยน Brand คุณจะเป็นตัวเลือกต้น ๆ ใน lists ของลูกค้าแล้ว
Ground war ยึดพื้นที่ ขยายอนาเขต
หลังจากระเบิดปูพรมด้วยเครื่องบินรบเป็นที่เรียบร้อยลำดับต่อไปก็ต้องส่งกำลังภาคพื้นเข้าไปบดขยี้เพื่อยึดพื้นที่ ขยายอนาเขตต่อไป ในทางการตลาดสงครามภาคพื้นจะมุ่งเน้นไปที่การขยายฐานลูกค้า เพิ่มยอดขาย สร้างส่วนแบ่งการตลาด ด้วยยุทธวิธีในการบุกทะลวงแบบตึกต่อตึก ประตูบานต่อบาน แม้จะเสียทรัพยากรบ้างก็ตาม
ตัวอย่างเช่น การจัดทำ promotions ลด แลก แจก แถม น้ำชาชิงโชค การทำสงครามราคาแบบบาทสองบาทก็เอา แหกกฏออกจากคอกอย่างธนาคารไร้ค่าธรรมเนียม หรือถ้าธุรกิจใหญ่หน่อยก็รุกเข้าไปซื้อคู่แข่งซะเลยทำกันเยอะในต่างประเทศ
People war ออกศึกข้านึกแต่รบ จบศึกข้านึกแต่รักเจ้าเท่านั้น
ในอีกแนวรบที่ต้องทำคู่ขนาดกันไปคือการสร้างสัมพันธ์ที่่ดีกับประชาชน เพราะคุณคงไม่อยากจบสงครามแล้วเจอจราจลต่อ การทำงานเชิงจิตวิทยาจึงเป็นอีกหนึ่งยุทธวิธีทางการทหารที่จำเป็น แต่ในทางการตลาดยุทธวิธีในการครองใจมวลชนไม่ได้หมายถึงการสร้างสัมพันธ์ที่ดีอีกต่อไป แต่หมายถึงการสร้างความเข้าใจอย่างลึกซึ้งต่อสิ่งที่ลูกค้าเป็น อาวุธหลักอย่าง CRM ที่เน้นความเข้าใจ รู้ใจและเข้าถึง หรือในยุคการตลาด 4.0 อย่าง Engagement คือการสร้างการมีส่วนร่วมมีความผูกพันหรือเป็นส่วนหนึ่ง การบริหารประสบการณ์ลูกค้า Customer experience เป็นกระบวนการที่นักการตลาดยุคนี้ต้องเข้าใจอย่าง “ลึกซึ้ง” หรือแม้แต่ CSR ก็เป็นหนึ่งในวิธีการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าและในยุคที่โลกเล็กเท่ากับหน้าจอโทรศัพท์มือถือ กลยุทธ์ในการยึดพื้นที่ในใจลูกค้าต้องถูกยกกำลังด้วยเทคโนโลยี เพราะทุกวันนี้ผู้บริโภคใช้เวลาอยู่กับมือถือมากกว่าสื่ออื่นดังนั้นถ้าจะ connect กับคนสมัยนี้จะมีช่องทางไหนดีกว่านี้ คุณว่าจริงไหม?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
ติดต่อ ธุรกิจของเรา
เบอร์โทรศัพท์
เว็บไซต์
ที่อยู่
จามจุรีสแควร์ 319 ถ. พญาไท แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน
Bangkok
10330
เวลาทำการ
| จันทร์ | 09:00 - 19:00 |
| อังคาร | 09:00 - 19:00 |
| พุธ | 09:00 - 19:00 |
| พฤหัสบดี | 09:00 - 19:00 |
| ศุกร์ | 09:00 - 19:00 |