NLAB
15/10/2024
ตอนนี้ NLAB มีโครงการให้คำแนะนำหรือเป็นที่ปรึกษาให้ #ฟรี!!! เดือนละ 2 Project ครับ อยากให้ช่วยเรื่องอะไร หรืออยากปรึกษาสามารถทักมาคุยได้เลยนะครับฟรีๆ ไม่คิดตังค์ ไม่ขายคอร์ส ไม่ชวนลงทุน ไม่ใช่บอส แฮร่!!!
ส่งรายละเอียดเรื่องที่อยากให้ช่วยไว้ใน inbox ได้นะครับ 🙂
www.narenrit.com
16/06/2024
หาก User interface คือหน้าตาของแอปพลิเคชัน Tone of Voice ก็เปรียบเสมือน น้ำเสียง หรือ สำเนียงของแอปพลิเคชันเช่นกัน 🙂
การกำหนด Tone of Voice สำหรับแอปพลิเคชันมีความสำคัญอย่างมาก เพราะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผูใช้รู้สึกถึงความเป็นมิตร ความน่าเชื่อถือ และบุคลิกภาพของแบรนด์หรือบริการนั้น ๆ การเลือกใช้ Tone of Voice ที่เหมาะสมจะช่วยให้การสื่อสารในแอปพลิเคชันมีความชัดเจนและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นได้ครับ
🚀และนี่คือขั้นตอนในการกำหนด Tone of Voice สำหรับแอปพลิเคชันแบบคร่าวๆนะครับ
1️⃣ #เข้าใจกลุ่มเป้าหมาย (Understand the Audience) - ระบุว่าใครคือผู้ใช้แอปพลิเคชันของคุณ พวกเขามีลักษณะอย่างไร อายุ เพศ ความสนใจ และความต้องการของพวกเขาคืออะไร
#ตัวอย่าง: หากแอปพลิเคชันของคุณเป็นแอปการศึกษา กลุ่มเป้าหมายอาจเป็นนักเรียน นักศึกษา หรือครูผู้สอน
2️⃣ #กำหนดบุคลิกภาพของแบรนด์ (Define Brand Personality) ระบุบุคลิกภาพที่คุณต้องการให้แบรนด์หรือแอปพลิเคชันของคุณมี เช่น เป็นมิตร จริงใจ มืออาชีพ หรือสนุกสนาน
#ตัวอย่าง: แอปพลิเคชันที่เน้นการช่วยเหลือด้านสุขภาพจิต อาจต้องการมีบุคลิกภาพที่อบอุ่นและให้การสนับสนุน
3️⃣ #สร้างGuideline สำหรับ Tone of Voice (Create a Tone of Voice Guideline) กำหนดหลักการในการใช้คำศัพท์ ประโยค และรูปแบบการสื่อสารในแอปพลิเคชัน (Do / Don’t) เช่น การใช้คำสั่งที่ชัดเจน การหลีกเลี่ยงคำที่ซับซ้อน และการใช้ภาษาในรูปแบบที่สอดคล้องกัน
#ตัวอย่าง: แอปพลิเคชันธนาคารอาจใช้ภาษาที่เป็นทางการและชัดเจน ขณะที่แอปพลิเคชันด้านฟิตเนสอาจใช้ภาษาที่เป็นกันเองและสร้างแรงบันดาลใจ
🔥เพื่อให้เห็นภาพยิ่งขึ้น จะยกตัวอย่าง Tone of voice ของ 2 บริการที่มีความแตกต่างกันมาให้ดูเป็นตัวอย่างคร่าวๆนะครับ
🚕 แอปบริการเรียกรถ Taxi 🚕
ตัวอย่าง Tone of Voice สำหรับแอปให้บริการแท็กซี่สามารถมีหลายแบบตามภาพลักษณ์ของแบรนด์หรือกลุ่มเป้าหมายที่กำหนดเอาไว้ เช่น
#เป็นกันเองและสะดวกสบาย
ตัวอย่าง > "ต้องการเดินทาง? แค่เปิดแอปเรา แล้วเลือกรถที่คุณต้องการได้เลย สะดวก ปลอดภัย และสบายใจได้ทุกเที่ยว!"
#เรียบง่ายและมั่นใจได้
ตัวอย่าง > "เพียงแค่ไม่กี่คลิก รถแท็กซี่ของเราจะอยู่ตรงหน้าคุณ พร้อมที่จะพาคุณไปทุกที่ ปลอดภัยแน่นอน!"
#หรูหราและพรีเมียม
ตัวอย่าง > "ขึ้นรถกับบริการแท็กซี่ระดับพรีเมียมที่คุณคู่ควร เรามอบประสบการณ์การเดินทางที่เหนือระดับ ให้คุณรู้สึกพิเศษในทุก ๆ ครั้ง"
#เน้นความปลอดภัยและการดูแล
ตัวอย่าง > "เรื่องการเดินทางให้เราดูแลคุณ ทุกการเดินทางมีความปลอดภัยสูงสุด และเราพร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง"
#สดใสและทันสมัย
ตัวอย่าง > "เส้นทางของคุณคือเป้าหมายของเรา ใช้แอปเราวันนี้ เดินทางสะดวกสบายในทันที พร้อมฟีเจอร์ใหม่ๆ ให้คุณตื่นเต้นทุกครั้งที่ใช้"
🍜ตัวอย่าง Tone of Voice สำหรับแอปสั่งอาหาร 🍜
ตัวอย่าง Tone of Voice สำหรับแอปให้บริการสั่งอาหารสามารถมีหลายแบบตามภาพลักษณ์ของแบรนด์หรือกลุ่มเป้าหมายที่กำหนดเอาไว้ เช่น
#เป็นกันเองและสนุกสนาน
ตัวอย่าง > "หิวหรือยัง? สั่งอาหารกับเราง่ายสุด ๆ แค่ไม่กี่คลิก แล้วรอรับความอร่อยถึงหน้าบ้านได้เลย! ลุยกัน!"
#เรียบง่ายและตรงไปตรงมา
ตัวอย่าง > "แค่เลือกเมนูที่คุณชอบ เราจัดส่งให้ถึงที่ภายในเวลาอันรวดเร็ว ทานให้อร่อยนะครับ/ค่ะ!"
#หรูหราและพรีเมียม
ตัวอย่าง > "พบกับประสบการณ์การสั่งอาหารระดับพรีเมียม ที่คุณจะไม่ลืม. เราคัดสรรเมนูอย่างพิถีพิถัน เพื่อมอบความอร่อยให้คุณ."
#เน้นสุขภาพและความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
ตัวอย่าง > "หิวได้ แต่สุขภาพต้องมาก่อน เลือกเมนูอาหารสุขภาพที่ส่งตรงถึงคุณแล้ว ลองเลย!"
#ก้าวร้าวหรือแหวกแนว
ตัวอย่าง > "เบื่ออาหารเดิม ๆ ไหม? มาลองอะไรใหม่กับเราได้ทุกวัน! อย่ารอช้า สั่งเลย!"
📱ตัวอย่างการใช้งาน Tone of Voice ในแอปพลิเคชัน 📱
#ข้อความต้อนรับ (Welcome Messages) ใช้ภาษาที่อบอุ่นและเป็นมิตร เช่น "ยินดีต้อนรับสู่แอปของเรา! เรามีอะไรสนุก ๆ รอคุณอยู่"
#คำแนะนำและการแจ้งเตือน (Instructions and Notifications) ใช้ภาษาที่ชัดเจนและตรงไปตรงมา เช่น "อย่าลืมอัปเดตโปรไฟล์ของคุณเพื่อประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุด"
#ข้อความแสดงข้อผิดพลาด (Error Messages) ใช้ภาษาที่เป็นมิตรและให้คำแนะนำในการแก้ไข เช่น
"โอ๊ะ! ดูเหมือนว่าจะมีบางอย่างผิดพลาด ลองใหม่อีกครั้งหรือขอความช่วยเหลือจากเรา"
💡Tone of voice ในแต่ละแบบให้ความรู้สึกที่แตกต่างกัน สามารถดึงดูดลูกค้าตามกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกัน อยากให้ลูกค้าและผู้ใช้งานแอปพลิเคชั่นรู้จักเราในแบบใหน หรืออยากสื่อสารอย่างไรกับผู้ใช้งานของเรา การสร้าง Tone of Voice จึงเป็นสิ่งที่เราต้องกำหนดเอาไว้ตั้งแต่ขั้นตอนแรกๆของการออกแบบครับ
🎯การเลือกใช้คำ รูปประโยคและใช้น้ำเสียงที่เหมาะสมในแอปพลิเคชันจะช่วยให้ผู้ใช้รู้สึกถึงความเอาใจใส่และการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งจะนำไปสู่ประสบการณ์การใช้งานที่ดีและความพึงพอใจของผู้ใช้ในระยะยาว
❤️แบรนด์ที่ใช้ Tone of voice ที่เหมาะสมจะสามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า เพิ่มความน่าเชื่อถือ และกระตุ้นให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อหรือใช้งานของเราเพิ่มมากขึ้นได้ครับ
หากชอบ Content แบบนี้อย่าลืมกดแชร์ กด Like หรือ กดติดตาม NLAB ไว้ได้เลยนะครับ
จะหาอะไรหนุกๆมาแชร์ มาเล่าให้ฟังบ่อยๆเลยคร้าบบบบ
www.narenrit.com
14/06/2024
Design Thinking เป็นกระบวนการแก้ปัญหาที่มุ่งเน้นไปที่การเข้าใจความต้องการของผู้ใช้งานหรือลูกค้า และสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ๆ โดยมีขั้นตอนที่ชัดเจน อาทิ การเข้าใจปัญหา (Empathize), การกำหนดปัญหา (Define), การสร้างไอเดีย (Ideate), การสร้างต้นแบบ (Prototype), และการทดสอบ (Test)
ในปี 2009 AirBnB อยู่ในสภาวะใกล้ล้มละลาย เช่นเดียวกับสตาร์ทอัพอีกหลายๆ แห่งในยุคนั้น ในขณะนั้น AirBnB มีรายได้ไม่ถึงสัปดาห์ละ 200 ยูโรด้วยซ้ำ ทำให้ผู้ก่อตั้งทั้งสามคนเริ่มตั้งคำถามกับสิ่งที่เกิดขึ้นและพยายามที่จะแก้ไขมันโดยใช้งบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัด 🔥
Joe Gebbia หนึ่งในผู้ก่อตั้ง AirBnB ยอมทิ้งการเรียนคอมพิวเตอร์เพื่อไปสมัครเรียนที่ Rhode Island School of Design เพราะเขาได้ยินเรื่องเกี่ยวกับวิธีการคิดแบบ Design thinking ว่า "ต้องเอาตัวเองไปไว้ในรองเท้าของลูกค้า เพื่อหาสิ่งที่พวกเขาต้องการ" หลังจากเข้าศึกษาอย่างจริงจัง เขาเริ่มนำแนวคิดต่างๆมาสู่ทีมและพัฒนา AirBnB ทีละน้อย จนเริ่มเห็นแนวโน้มที่เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ📝
🔎 Design Thinking ประกอบไปด้วย
1️⃣ การเข้าใจปัญหา (Empathize)
ในการเริ่มต้น Airbnb ผู้ก่อตั้งได้พยายามเข้าใจความต้องการของผู้ใช้โดยตรง พวกเขาได้ใช้เวลาพูดคุยกับลูกค้า ทั้งผู้ที่ให้เช่าห้องและผู้ที่มาพัก เพื่อรับฟังปัญหาและความต้องการที่แท้จริง พวกเขาได้ลองเป็นเจ้าของบ้านพักและผู้เข้าพักด้วยตัวเอง เพื่อทำความเข้าใจประสบการณ์จริง ๆ ของทั้งสองฝ่าย
2️⃣ การกำหนดปัญหา (Define)
หลังจากเข้าใจความต้องการของผู้ใช้ ผู้ก่อตั้งได้ระบุปัญหาหลักที่ผู้ใช้ประสบอยู่ อาทิเช่น ปัญหาของเจ้าของบ้านที่ไม่รู้ว่าจะถ่ายภาพบ้านอย่างไรให้ดึงดูดลูกค้า หรือปัญหาของผู้เข้าพักที่ไม่รู้ว่าจะหาแหล่งที่พักที่ดีและเชื่อถือได้จากที่ไหน เพราะรูปไม่น่าเชื่อถือและไม่กล้าที่จะจอง
3️⃣ การสร้างไอเดีย (Ideate)
เมื่อระบุปัญหาแล้ว Airbnb ได้ใช้กระบวนการระดมสมองเพื่อสร้างแนวคิดและวิธีแก้ไขต่าง ๆ พวกเขาคิดวิธีการต่าง ๆ ที่จะทำให้ประสบการณ์ของผู้ใช้ดีขึ้น เช่น การจัดทำแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ใช้งานง่าย การให้บริการถ่ายภาพบ้านพักให้เจ้าของที่พักแบบฟรีๆ เพื่อช่วยให้เจ้าของบ้านสามารถดึงดูดลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น
4️⃣ การสร้างต้นแบบ (Prototype)
หลังจากที่ได้ไอเดียแล้ว พวกเขาได้สร้างต้นแบบของแพลตฟอร์มและบริการต่าง ๆ โดยมีการพัฒนาเว็บไซต์และแอปพลิเคชันที่มีฟีเจอร์ใหม่ ๆ เพื่อทดลองใช้กับกลุ่มผู้ใช้ในวงจำกัดก่อน
5️⃣ การทดสอบ (Test)
เมื่อสร้างต้นแบบแล้ว Airbnb ได้ทำการทดสอบและรับฟังความคิดเห็นจากผู้ใช้จริง พวกเขานำผลการทดสอบมาปรับปรุงและพัฒนาแพลตฟอร์มอย่างต่อเนื่อง จนได้ผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ได้ดีที่สุด 🥳
🔥 #ตัวอย่างความสำเร็จของ Airbnb จากการคิดแบบ Design Thinking
หนึ่งในตัวอย่างความสำเร็จของ Airbnb ที่เกิดจากการใช้ Design Thinking คือการถ่ายภาพบ้านพักที่ให้เช่า เดิมทีเจ้าของบ้านมักจะถ่ายภาพบ้านของตนด้วยกล้องจากสมาร์ทโฟน ทำให้ภาพที่ได้ไม่ดึงดูดผู้เข้าพักมากนัก Airbnb จึงได้คิดและจัดหาช่างภาพมืออาชีพไปถ่ายภาพบ้านพักให้ฟรี ผลที่ได้คือ ภาพที่ดูสวยงามและมีคุณภาพสูงขึ้น ทำให้มีผู้เข้าพักสนใจและจองห้องพักมากขึ้นเป็นเท่าตัวในเวลาอันรวดเร็ว
จากกระบวนการเหล่านี้จะเห็นได้ว่า Design Thinking มีส่วนสำคัญในการช่วยให้ Airbnb สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่ตรงกับความต้องการของผู้ให้บริการและลูกค้าของพวกเขามากขึ้น และสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับทั้งเจ้าของบ้านและผู้เข้าพัก
Joe Gebbia เชื่อว่าการพูดคุยกับลูกค้าและพยายามเข้าใจความต้องการของลูกค้า มีความสำคัญมาก และเขาขอให้ทีมของเขาคิดในแบบที่ลูกค้าคิด!
พนักงานใหม่ทุกคนที่เข้ามาใน AirBnB สัปดาห์แรกต้องออกไปพบลูกค้า และพูดคุยกับลูกค้าเพื่อหาปัญหาให้เยอะที่สุดแล้วบันทึกมันไว้ สิ่งนี้ถูกกำหนดขึ้นเพื่อให้พนักงานได้เห็นด้วยตาของตัวเอง ว่ามีปัญหาอะไรเกิดขึ้นบ้างจากนั้นจึงกลับมาคิดและหา Solution เพื่อแก้ไขมัน
หนึ่งในนักออกแบบของ AirBnB เล่าให้ฟังว่าตอนที่เค้ากำลังพูดคุยถามปัญหาต่างๆจากลูกค้าอยู่นั้น ลูกค้าก็เล่าขึ้นมาเองว่า “การให้คะแนนด้วยดาวที่ให้กับที่พัก มันดูเย็นชาเกินไป”
หลังจากการพูดคุยกับลูกค้า เค้าใช้เวลาหนึ่งวันในการตัดสินใจและออกแบบใหม่โดยเปลี่ยนจากรูปดาว ⭐️ ให้เป็นรูปหัวใจ ❤️แทน
เพราะเชื่อว่าหัวใจจะสร้างความรู้สึกที่ลึกซึ้งได้มากกว่า 🥰
การปรับเพียงเล็กน้อยนี้แทบจะไม่ได้ใช้เงินเลย แต่กลับส่งผลให้ AirBnB มีผู้คนมาให้คะแนนที่พักเพิ่มขึ้นกว่า 30% และ AirBnB ได้พัฒนาจากการทำเงินเพียง 200 ยูโรต่อสัปดาห์ ไปสู่การปฏิวัติการท่องเที่ยวทั่วโลก และมีรูปภาพสวยๆจากที่พักต่างๆมากกว่า 1,500,000 ชิ้นใน 192 ประเทศ และ 34,000 เมือง มีจำนวนผู้พักมากกว่า 40 ล้านคนในปี 2015 🚀
นี่เป็นเพียง 1 ตัวอย่างที่นำมาเล่าให้ฟังสั้นๆ ว่าการคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking) มีความสำคัญอย่างไร และมีวิธีการทำอย่างไรบ้าง หากเพื่อนๆลองนำกลับไปทำแล้วได้ผลอย่างไร กลับมาเล่าสู่กันฟังด้วยน้าาาา 🙂
ถ้าชอบ Content แบบนี้อย่าลืมกดแชร์ กด Like หรือ กดติดตาม NLAB ไว้ได้เลยนะครับ จะหาอะไรหนุกๆมาแชร์ มาเล่าให้ฟังบ่อยๆเลยคร้าบบบบ
www.narenrit.com
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
เว็บไซต์
ที่อยู่
Bangkok
10310