PWsalestone
10/11/2025
หลายครั้งเราจะได้ยินเรื่องของหินหลายๆชนิด ที่มักทำให้เข้าใจผิดจากชื่อทางการค้าที่ตั้งมาเพื่ออธิบายหินชนิดนั้นครับ เช่น
1.ไหมทองที่มีคนบอกว่า เส้นไหมมาจากทองคำจริงๆ ซึ่งจริงๆแล้วเส้นไหมดังกล่าวมาจากแร่รูไทล์ ไม่ใช่แร่ทองคำ
2. ซันสโตนมูนสโตน ที่ทำให้เข้าใจว่า หินก้อนนี้มีแร่ 2 ชนิดมาอยู่ร่วมกัน ทั้งที่จริงๆ ทั้งซันสโตนและมูนสโตน เป็นชื่ออัญมณีของแร่เฟลด์สปาร์ ดังนั้น ชิ้นที่มีทั้งซันสโตนและมูนสโตนที่ว่า จึงควรเป็น ซันสโตน เพราะมีพื้นที่ที่แสดงคุณสมบัติอะเวนจูเรสเซนส์
รวมถึงชิ้นในรูปที่มีชื่อว่า ไอโอไลต์ซันสโตน (แต่ทางร้านก็ยังขายในชื่อนี้เพราะ เป็นสิ่งที่จะเข้าใจง่ายกับทางลูกค้าครับ)
เจ้าของร้านเคยได้ยินว่า ไอโอไลต์ซันสโตน คือ การรวมตัวกันของไอโอไลต์ และ ซันสโตน มาอยู่ในผลึกเดียวกัน โดยในความเป็นจริงแล้ว อัญมณีทั้ง 2 ชนิด ไม่ได้เกี่ยวกันเลยครับ ในการเกิดของหินชนิดนี้...😅😅😅
#ไอโอไลต์ (Iolite) เป็นชื่อทางการค้าของแร่ คอร์เดียไรต์(Cordierite) เกิดจากกระบวนการแปรสภาพของหินที่มีอะลูมิเนียมและแมกนีเซียมสูง เช่น หินดินดาน หรือหินภูเขาไฟบางชนิดที่อยู่ในสภาวะอุณหภูมิและความดันสูง เกิดเป็นผลึกออกมา และมีสูตรเคมีเป็น Mg₂Al₄Si₅O₁₈ ดังนั้น ไอโอไลต์จึงเป็น “แร่ในกลุ่มซิลิเกตของแมกนีเซียมและอะลูมิเนียม” ไม่ใช่แร่เฟลด์สปาร์
#ซันสโตน (Sunstone) เป็นชื่ออัญมณีของ เฟลด์สปาร์ชนิดหนึ่ง (โดยมากเป็น Oligoclase หรือ Labradorite) เกิดใน หินอัคนีที่เย็นตัวช้า เช่น หินแกรนิต หรือหินไรโอไลต์ โดยประกายสีทองหรือแดงในซันสโตน มาจาก การแทรกอนุภาคของแร่ทองแดง (Cu) หรือ แร่เฮมาไทต์ (Fe₂O₃) ภายในผลึก
แล้ว “ไอโอไลต์ซันสโตน” เกิดขึ้นได้อย่างไร?
จุดสำคัญคือ “มันไม่ใช่การแปรสภาพจากซันสโตนเป็นไอโอไลต์ หรือ การรวมกันของไอโอไลต์กับซันสโตน” แต่เป็น “ผลึกของไอโอไลต์ที่มีการแทรกตัวของแร่โลหะคล้ายกับที่พบในซันสโตน”
ส่วนเกร็ดที่วิบวับในเนื้อของซันสโตน เกิดจากในช่วงที่มีการตกผลึกของแร่คอร์เดียไรต์ ถ้ามีธาตุทองแดง เหล็ก หรือไทเทเนียมอยู่ในสภาพแวดล้อมนั้น จะเกิดอนุภาคเล็ก ๆ ของโลหะหรือออกไซด์ (คล้ายในซันสโตน) แทรกเข้าในผลึกไอโอไลต์ ผลึกที่ได้จึงเป็น ไอโอไลต์ ที่มีประกายแบบ ซันสโตนครับ
ดังนั้น จริง ๆ แล้วมันคือ “ไอโอไลต์ที่มีการแสดงคุณสมบัติคล้ายกับซันสโตน” นั่นเองครับ
ติดต่อเรา:
www.pwsalestone.com
Line@: https://lin.ee/ngPNOQwl
08/11/2025
#สปิเนล (Spinel) กับ #ทับทิม (Ruby) เป็นคู่ที่นักสะสมหรือพ่อค้าอัญมณีมักสับสนกันมากที่สุดในโลกเลย โดยเฉพาะสมัยก่อนที่ยังไม่มีเครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราะห์ โดยเฉพาะสปิเนลสีแดงเคยถูกเข้าใจว่าเป็น “ทับทิม” มาหลายร้อยปี เช่น “ทับทิมเจ้าชายดำ(Black Prince’s Ruby)” ที่แท้จริงคือสปิเนลครับ
เรามาลองเปรียบเทียบคุณสมบัติของอัญมณี 2 ชนิดนี้กันครับ
#ระบบผลึก (Crystal system) สปิเนลมีระบบผลึกแบบไอโซเมตริก (Isometric / Cubic) โดยเรามักเห็นเป็นรูปทรงแปดหน้า หรือ พีระมิดคู่ ในขณะที่ทับทิมอยู่ในระบบผลึกไตรโกนอล (Trigonal) ที่เรามักเห็นเป็นแท่งหกเหลี่ยม
-> รูปผลึกสามารถแบ่งได้ชัดเจน
#ระดับความแข็งของโมห์ (Mohs Scale Hardness) สปิเนล 8 ในขณะที่ทับทิม 9
-> ทับทิมแข็งกว่า ซึ่งสามารถทดสอบได้ด้วยแร่ในกลุ่มคอรันดัมเหมือนกัน
#ค่าความถ่วงจำเพาะ (Specific Gravity) สปิเนลเท่ากับ 3.58 ในขณะที่ทับทิมเท่ากับ 4.00
-> ทับทิมหนักกว่าที่ขนาดเม็ดเท่ากัน
#สี (Color) สปิเนลมักเป็นสีแดงอมชมพูหรือแดงสดแบบ “นีออน” บางทีอมส้ม ในขณะที่ทับทิมสีแดงมักเป็นสีแดงเข้มอมม่วงหรือแดงเลือดนก (Pigeon’s blood)
#ลักษณะการส่องแสงในแสงUV (Luminescense) สปิเนลเรืองแสงสีแดงสว่างภายใต้ UV ทับทิมก็เรืองแสงสีแดงภ่ยใต้ UV เช่นกัน แต่เข้มกว่านิด
-> อันนี้ไม่สามารถใช้ในการแยกได้นะครับ
ในกรณีของหินดิบ เราจะพอดูจากคุณสมบัติเฉพาะตัวเพื่อจำแนกได้ครับ แต่ส่วนใหญ่ในตลาดแล้ว เรามักจะพบสปิเนลในชิ้นที่เจียระไนแล้วนี่สิครับ ดังนั้น จึงต้องทดสอบด้วยการส่องดูหรือหาอะไรเป็นหลักในการจำแนก เจ้าของร้านเลยมีข้อแนะนำในการจำแนกขั้นต้น ดังนี้ครับ
1. ใช้ Dichroscope ที่ใช้จำแนกสีแฝด เพราะสปิเนลเป็นอัญมณีที่ไม่มีสีแฝดครับ หากส่องด้วย ใช้ Dichroscope จึงมีสีเดียว แต่หากพบว่ามีสีแฝด 2 สี ก็จะเป็นทับทิมครับผม...
แต่ในกรณีที่ไม่มีอุปกรณ์ เราอาจสามารถใช้วิธีหมุนอัญมณีเพื่อดูการเปลี่ยนสีได้ครับ เพราะสีแฝด คือ การเปลี่ยนสีเมื่อเปลี่ยนมุมมอง ดังนั้นในชั้นต้น หากพบว่ามีการเปลี่ยนสีก็ถือว่าเป็นทับทิม แต่หากไม่พบ ก็ไม่สามารถตัดสินได้ครับ เพราะบางชิ้นก็ไม่ชัดครับผม
อนึ่ง สีแฝดของทับทิม เป็น แดงม่วง กับ สีส้มแดง ครับ
2. ใช้เครื่องทดสอบเพชร (Diamond Tester) ที่ใช้วัดค่าการนำความร้อน เพราะทับทิมมีค่าการนำความร้อนสูงกว่าสปิเนล เพราะทับทิมมีค่าการนำความร้อนที่ 35–40 W/m·K ในขณะที่สปิเนลมีค่าการนำความร้อนที่ 14–20 W/m·K ซึ่งต้องดูในค่าสเกลครับ โดยสปิเนลมักไม่ขึ้น แต่ทับทิมจะขึ้น ซึ่งก็แล้วแต่สเกลของเครื่องทดสอบชิ้นนั้นครับ
3. ดูมนทิน หรือ อินคลูชันด้วยแว่นขยาย 10x ถ้าส่องดูแล้วมีเส้นไหมละเอียด (rutile) หรือจุดขุ่นกระจาย ชิ้นนั้นเป็น ทับทิม ในขณะที่ถ้าเนื้อพื้นเมื่อส่องดูใสกว่าและเห็นรูปเหลี่ยมในผลึกภายใน จะเป็นสปิเนลครับ
วิธีแยกที่เจ้าของร้านนำเสนอเป็นวิธีคร่าวๆนะครับ โดยส่วนตัวแล้ว เจ้าของร้านเองก็ยังสับสนในบางชิ้นที่เจียระไนแล้วครับ แต่สำหรับชิ้นที่ยังไม่ได้เจียระไนก็สามารถแยกได้หลายรูปแบบตามที่กล่าวครับผม
ติดต่อเรา:
www.pwsalestone.com
Line@: https://lin.ee/ngPNOQwl
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ติดต่อ ธุรกิจของเรา
เบอร์โทรศัพท์
เว็บไซต์
ที่อยู่
39/185 หมู่บ้าน เค. ซี. กรีนวิลล์ แขวงหนองจอก เขตหนองจอก
Bangkok
10530
เวลาทำการ
| จันทร์ | 08:00 - 22:00 |
| อังคาร | 08:00 - 22:00 |
| พุธ | 08:00 - 22:00 |
| พฤหัสบดี | 08:00 - 22:00 |
| ศุกร์ | 08:00 - 22:00 |
| เสาร์ | 08:00 - 22:00 |
| อาทิตย์ | 09:00 - 22:00 |