Cybersecurity Risk Corner
03/05/2026
ในที่สุด สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ได้จัดทำ 🛡️ คู่มือหลักสูตรประกาศนียบัตรด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ออกมาแล้ว 👏
โดยแบ่งชัดเจนเป็น 2 ระดับ
👔 ผู้บริหารระดับสูง (Executive)
💼 ผู้บริหารระดับกลาง (Middle Management)
✨ เนื้อหาหลักสูตรที่ออกมาถือว่า “สอดคล้องและครอบคลุม” กับสิ่งที่อยากเห็น
โดยเฉพาะการเน้นบทบาทของบอร์ดและผู้กำหนดนโยบาย 🧭
🎯 การเชื่อมโยง 3 Lines of Defense
🎯 การพัฒนาทั้ง Strategic และ Tactical
📌 ซึ่งเป็น “หัวใจสำคัญ” ของการบริหาร Cyber Security ในยุคปัจจุบัน
หลักสูตรนี้ช่วยเติมเต็มทั้ง “คนวางแผน” และ “คนลงมือทำ” ให้เดินไปในทิศทางเดียวกัน ทำให้องค์กรมีทั้งวิสัยทัศน์และความพร้อมในการรับมือภัยไซเบอร์ได้อย่างรอบด้าน 🌐
องค์กรจะรอดหรือร่วง…อยู่ที่วิสัยทัศน์ผู้นำด้านไซเบอร์
ในยุคที่ “ภัยคุกคามไซเบอร์” ไม่ใช่แค่เรื่องของ IT
แต่คือ “ความเสี่ยงระดับองค์กร” ที่กระทบทั้งธุรกิจ ชื่อเสียง และความเชื่อมั่น
ผู้นำจึงต้องทำมากกว่าการป้องกัน
แต่ต้อง “กำหนดทิศทาง” และ “ขับเคลื่อนให้เกิดผลจริง”
🎯 2 หลักสูตรสำคัญ ครอบคลุมทั้ง “คิด” และ “ทำ”
🔹 ผู้บริหารระดับสูง (Strategic Vision & Governance)
👉 เน้น “คิดให้ถูก ก่อนเดินเกม”
• Governance — กำหนดนโยบายและทิศทาง
• Risk — มองความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ
• Leadership — สร้างผู้นำและวัฒนธรรมองค์กร
• Technology — ใช้เทคโนโลยีอย่างมีมาตรฐาน
• Strategy — วางยุทธศาสตร์ให้ทันต่อภัยคุกคาม
🔹 ผู้บริหารระดับกลาง (Implementation & Operational Bridge)
👉 เน้น “ทำให้เกิดผล ไม่ใช่แค่มีแผน”
• แปลงนโยบาย — ให้ทีมทำได้จริง
• ประเมินความเสี่ยง — จัดลำดับงานให้ถูก
• รับมือ Incident — ต้องเร็วและมีระบบ
• ประสานงานข้ามทีม — ลดช่องว่างการสื่อสาร
• สร้าง Awareness — ทำให้คนทั้งองค์กรไม่พลาด
👤 เหมาะสำหรับ
C-Level | ผู้บริหารระดับกลาง | ผู้ปฏิบัติด้านไซเบอร์
📌 เพราะ
“กลยุทธ์ที่ดี” ต้องมาพร้อม “การลงมือทำที่ถูกต้อง”
และ “การตัดสินใจของคุณ” คือเกราะป้องกันองค์กรทั้งระบบ
🚀 ถึงเวลายกระดับ…สู่ผู้นำ Cybersecurity ตัวจริง
🔗 หลักสูตรผู้บริหารระดับสูง
https://drive.ncsa.or.th/s/8A3a2Tsjz6mkZCD
🔗 หลักสูตรผู้บริหารระดับกลาง
https://drive.ncsa.or.th/s/kTZzXSaHxHHf8Qw
28/04/2026
Passphrase (วลีรหัสผ่าน) คืออะไร 🔐
Passphrase คือรูปแบบการตั้งรหัสผ่านที่เปลี่ยนจาก “คำสั้น ๆ จำยาก” มาเป็น “ประโยคยาว ๆ ที่มีความหมายกับคุณ” แทน เช่น ประโยคที่คุณชอบ หรือเรื่องราวที่คุณจำได้ขึ้นใจ วิธีนี้ช่วยให้คุณจำรหัสผ่านได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องจดไว้ที่ไหนให้เสี่ยงต่อการถูกขโมย ✍️
ทำไม Passphrase ถึงดีกว่า 💡
การใช้ประโยคที่มีความหมายกับตัวคุณเอง ทำให้จำได้ง่ายมาก เพราะมันเชื่อมโยงกับความทรงจำหรือสิ่งที่คุณคุ้นเคย 😊 คุณจึงไม่ต้องตั้งรหัสผ่านแบบซับซ้อนจนลืม หรือเขียนแปะไว้ให้คนอื่นเห็นโดยไม่ตั้งใจ
ยิ่งยาว ยิ่งปลอดภัย 🔒
ในโลกของความปลอดภัย รหัสผ่านที่ “ยาว” คือจุดแข็งสำคัญ ยิ่งมีความยาวมาก ก็ยิ่งเดาได้ยาก โดยเฉพาะการโจมตีแบบสุ่มเดารหัสผ่าน (Brute-force) ที่ต้องใช้เวลานานมากจนแทบเป็นไปไม่ได้เลย ⏳
เลิกใช้รหัสผ่านเดาง่าย 🚫
Passphrase ช่วยลดพฤติกรรมการตั้งรหัสผ่านแบบมักง่าย เช่น “123456” หรือ “password” ที่ใคร ๆ ก็เดาได้ง่าย ๆ 🙈 เพราะเมื่อคุณใช้ประโยคยาว ๆ คุณจะได้รหัสผ่านที่ทั้งปลอดภัยและไม่ซ้ำใคร
ตัวอย่างการสร้าง Passphrase ✨
ลองนึกถึงประโยคที่คุณชอบ เช่น “ฉันชอบความสงบ” จากนั้นพิมพ์โดยใช้คีย์บอร์ดภาษาอังกฤษ จะได้เป็นรหัสผ่านลักษณะเช่น Cyo=v[8;k,l'[
ซึ่งดูซับซ้อนสำหรับคนอื่น แต่คุณยังจำได้เพราะรู้ว่ามาจากประโยคอะไร 🧠
ทริคเล็ก ๆ ที่ควรรู้ 👍
หากเป็นประโยคภาษาอังกฤษ บางเว็บไซต์ไม่ให้เว้นวรรค (space) ก็แค่พิมพ์คำทั้งหมดติดกัน เท่านี้ก็ยังคงความปลอดภัยได้เหมือนเดิม
สรุปง่าย ๆ 🧾
Passphrase คือวิธีตั้งรหัสผ่านที่ “ยาว จำง่าย และปลอดภัยสูง” เหมาะกับทุกคน โดยเฉพาะผู้ที่ไม่อยากปวดหัวกับรหัสผ่านซับซ้อนเกินไป เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ใช้เพื่อปกป้องข้อมูลของคุณในโลกออนไลน์ 🌐🔐
ภาพประกอบ Generate จาก ChatGPT #ป้องกันภัยในโลกไซเบอร์
สคส. ชี้แจง กรณีติดตั้งกล้อง CCTV ที่บ้าน
28/03/2026
“การแก้ไขกฎหมายการะทำความผิดต่อเด็กผ่านสื่อออนไลน์”
เพื่อปกป้องชีวิตของเด็กและเยาวชนผู้บริสุทธิ์ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ ถูกล่อลวงทางเพศ ถูกทำร้ายร่างกายและจิตใจ เสัยอนาคตและอาจถึงขั้นต้องเสียชีวิต ผ่านการถูกกระทำด้วยวิธี Bullying
ขอเชิญชวนทุกคนมาร่วมกันช่วยผลักดัน แสดงความคิดเห็น และแชร์ให้ทุกคนที่รู้จักช่วยกันผลักดันการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้นะครับ
โดยสามารถร่วมแสดงพลังผ่านการแสดงความคิดเห็นด้วยสแกน QR code ในภาพ หรือ click link ที่ https://law.go.th/listeningDetail?survey_id=NjYwMkRHQV9MQVdfRlJPTlRFTkQ
ได้ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2569
20/03/2026
🚀 เปิดโลกสายไซเบอร์! โอกาสมาแล้ว!! 🔐💻
ขอเชิญน้อง ๆ ระดับมัธยมศึกษา และนิสิตนักศึกษาทั่วประเทศ
สมัครเข้าร่วมกิจกรรม “NCSA CTF Bootcamp 2026” 🎯
📅 จัดอบรมวันที่ 25 - 26 เมษายน 2569
⏰ เวลา 08.30 - 16.30 น.
💻 รูปแบบ ออนไลน์ (Zoom + Live ผ่าน Facebook / YouTube)
👉 สมัครเลย: https://www.thnca.or.th/fiscal-2569/ncsa-ctf-bootcamp-2026/
✨ สิ่งที่น้อง ๆ จะได้เรียนรู้
🔹 พื้นฐานการแข่งขัน CTF (Capture The Flag)
🔹 เทคนิค Cybersecurity ทั้งสาย Offensive & Defensive
🔹 ความรู้ด้าน Cloud ☁️ และ AI กับความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์
🔹 แนะแนวเส้นทางอาชีพสาย Cybersecurity 🚀
🔹 การสร้างโปรไฟล์เข้าสู่ตลาดแรงงานสายไซเบอร์
🎁 สิทธิพิเศษที่ได้รับ
✅ อบรมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
✅ รับ ประกาศนียบัตร หลังจบหลักสูตร
✅ ฝึกคิด วิเคราะห์ แก้ปัญหาแบบสาย Cyber ตัวจริง
✅ มีโอกาสต่อยอดเข้าค่าย Onsite Bootcamp 4 ภูมิภาค 🌏
👨🎓 คุณสมบัติผู้สมัคร
✔ นักเรียนมัธยม / นักศึกษามหาวิทยาลัย
✔ มีพื้นฐานจากหลักสูตร Basic Cybersecurity (NCSA MOOC)
✔ สนใจด้าน Cybersecurity
📌 เปิดรับสมัครถึง: 20 เมษายน 2569 เท่านั้น! ⏳
⚠️ ต้องสมัคร + ทำ Pre-test ให้ครบตามขั้นตอน
🔥 ใครอยากเริ่มต้นสาย Cyber หรืออยากลองสนาม CTF จริง
นี่คือโอกาสสำคัญ ที่จะ “ปลดล็อกสกิล” และ “ค้นหาเส้นทางอนาคต” ของตัวเอง!
💥 อย่ารอช้า! มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ Cyber Talent รุ่นใหม่ของประเทศไทยกัน! 🇹🇭💙
NCSA Thailand Thailand National Cyber Academy
19/03/2026
🚨 อย่าปล่อยให้ลูกหลานตกเป็นเหยื่อ! มาร่วมกันอุดช่องโหว่กฎหมาย ปกป้องเด็กไทยจากภัยคุกคามทางเพศออนไลน์ 🛑
🔥 รู้หรือไม่? คดีล่วงละเมิดทางเพศเด็กออนไลน์ในไทยพุ่งสูงขึ้นกว่า 10 เท่าในเวลาไม่กี่ปี และกลุ่มเสี่ยงที่สุดคือเด็กและเยาวชนอายุ 10 - 18 ปี ที่มักถูกหลอกล่อผ่านเกมออนไลน์และแอปพลิเคชันหาคู่
⚠️ ปัญหาคือ กฎหมายไทยตอนนี้ยังมี "ช่องโหว่"
1️⃣ Child Grooming (การตีสนิทเพื่อล่อลวง): ปัจจุบันหากมีผู้ใหญ่ทักแชตมาตีสนิท ล่อลวงให้เด็กเชื่อใจเพื่อหวังผลทางเพศ กฎหมายจะยังเอาผิดไม่ได้จนกว่าจะเกิดการล่วงละเมิดขึ้นจริง ทำให้เราหยุดคนร้ายก่อนเกิดเหตุได้ยากมาก
2️⃣ Sextortion (การขู่กรรโชกทางเพศ): มีกรณีที่คนร้ายหลอกให้เด็กถ่ายคลิปวิดีโอคอลลามก แล้วบันทึกหน้าจอไว้เพื่อนำมาแบล็กเมล์ ขู่เรียกเงินหรือบังคับให้ส่งคลิปเพิ่ม ซึ่งส่งผลกระทบให้เด็กรู้สึกอับอาย ซึมเศร้าขั้นรุนแรง หรือถึงขั้นตัดสินใจจบชีวิตตัวเอง
🛡️ ถึงเวลาต้องเปลี่ยน! เราสามารถช่วยกันปกป้องเด็กๆ ได้ ตอนนี้คณะกรรมการกฤษฎีกาได้เปิดรับฟังความคิดเห็น "ร่าง พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (การกระทำความผิดต่อเด็กผ่านสื่อออนไลน์)"
⚠️ ซึ่งกฎหมายใหม่นี้จะช่วยอุดช่องโหว่ โดยกำหนดให้พฤติกรรมการแชตล่อลวง (Grooming) การข่มขู่ และการคุกคามทางเพศออนไลน์ เป็นความผิดทางอาญาที่ชัดเจน เพื่อให้สอดคล้องกับสังคมที่เปลี่ยนไป
📢 ยอดคนร่วมสนับสนุนตอนนี้ยังน้อยมาก!
อย่าปล่อยให้ข่าวเด็กถูกคุกคามเป็นแค่เรื่องที่เราได้แต่อ่านแล้วบ่นเฉย ๆ
🤝 มาร่วมลงชื่อผลักดันกฎหมายนี้เพื่อสร้างสังคมออนไลน์ที่ปลอดภัยให้กับลูกหลานของเรากัน
👉 คลิกเพื่อร่วมแสดงความคิดเห็นและสนับสนุนกฎหมายได้ที่นี่เลย: https://law.go.th/listeningDetail?survey_id=NjYwMkRHQV9MQVdfRlJPTlRFTkQ
ช่วยกันแชร์ ช่วยกันเป็นกระบอกเสียง เพื่ออนาคตของเด็กไทย! 👦👧✨ #คุ้มครองเด็ก #แก้กฎหมายอาญา #หยุดภัยออนไลน์
08/03/2026
📱 “พื้นที่ส่วนตัวบนโลกออนไลน์…มีอยู่จริงหรือ?” 🚫🔒
เทอมที่ผ่านมา ผมมีโอกาสสอนวิชา Privacy in the Digital World ให้กับนักศึกษาชั้นปีที่ 4 และระหว่างการเรียนการสอน เราได้พูดคุยกันในหลายประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับ ความเป็นส่วนตัวในยุคดิจิทัล
หลายคนอาจคิดว่า ถ้าเราไม่ได้ทำอะไรผิด ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัว
บทความนี้จึงหยิบ บางประเด็นจากในห้องเรียน มาเล่าให้ฟังแบบเข้าใจง่าย เพื่อชวนทุกคนมองโลกดิจิทัลรอบตัวเราอีกมุมหนึ่ง
เพราะในความเป็นจริงแล้ว… 🌐 “พื้นที่ส่วนตัวบนโลกออนไลน์ อาจไม่ได้มีอยู่จริงอย่างที่เราคิด”
ยังมีคนไม่น้อยที่คิดว่า การโพสต์ลง Social Media ของตัวเอง คือพื้นที่ส่วนตัว หลายคนตั้งค่าบัญชีเป็น "ส่วนตัว" (Private) หรือเลือกโพสต์ให้เห็นเฉพาะ "เพื่อน" แล้วก็รู้สึกอุ่นใจว่าข้อมูลของเราปลอดภัย 🛡️ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ทันทีที่เราอัปโหลดรูปภาพหรือข้อความใด ๆ ลงไปบนอินเทอร์เน็ต ความเป็นส่วนตัวที่แท้จริงก็หายไปแล้วครับ ลองมาดูกันว่าทำไมพื้นที่ส่วนตัวบนโลกออนไลน์ถึงเป็นแค่ภาพลวงตา 🌫️✨
1. เรื่องเล่น ๆ ในวันนี้ อาจกระทบชีวิตในวันหน้า 📉💼
บนโลกออนไลน์ สิ่งที่เรียกว่า "กาลเทศะ" หรือเส้นแบ่งเรื่องส่วนตัวมักจะพังทลายลง (Context Collapse) ชีวิตครอบครัว เรื่องงาน และกลุ่มเพื่อน มักจะถูกจับมาปนกันหมดบนโซเชียลมีเดีย สิ่งที่คุณโพสต์บ่นขำ ๆ หรือรูปปาร์ตี้สุดเหวี่ยงเมื่อหลายปีก่อน อาจถูกบริษัทนายหน้าค้าข้อมูลเก็บรวบรวมไว้ และวันหนึ่งมันอาจถูกส่งต่อไปยังบริษัทที่คุณกำลังจะไปสมัครงาน ซึ่งอาจทำให้คุณชวดโอกาสได้งานนั้นไป โดยที่คุณไม่มีวันรู้ตัวเลยด้วยซ้ำ 🙅♂️📋
2. เราถูกแอบตามรอยอยู่ตลอดเวลา 👣🔍
ต่อให้คุณระมัดระวัง ไม่ค่อยโพสต์อะไร แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียก็ยังแอบตามเก็บข้อมูลคุณอยู่ดี คุณเคยสังเกตปุ่ม "Like" หรือปุ่มแชร์ที่แปะอยู่ตามเว็บไซต์อ่านข่าวหรือเว็บช้อปปิ้งไหมครับ? เครื่องมือพวกนี้สามารถติดตามพฤติกรรมการท่องเว็บของคุณได้ตลอดเวลา ไม่ว่าคุณจะกดปุ่มนั้นหรือไม่ หรือแม้แต่ตอนที่คุณไม่ได้ล็อกอินเข้าโซเชียลมีเดียอยู่ก็ตาม ข้อมูลร่องรอยเหล่านี้จะถูกนำไปสร้างเป็น "โปรไฟล์พฤติกรรม" เพื่อคาดเดาตัวตนของคุณและยิงโฆษณาใส่คุณอย่างแม่นยำ 🎯📊
3. เพื่อนอาจเผลอเปิดเผยความลับของเรา 👯♂️⚠️
บางครั้งคุณอาจจะดูแลข้อมูลตัวเองดีมาก แต่เพื่อนหรือคนใกล้ตัวก็อาจทำให้ข้อมูลคุณรั่วไหลได้โดยไม่ตั้งใจ เช่น เพื่อนอาจอัปโหลดรูปภาพที่มีคุณติดอยู่ หรือเช็คอินสถานที่พร้อมกับแท็กตำแหน่งที่ตั้ง (Geotag) โดยที่คุณไม่รู้ตัว การแชร์ตำแหน่งที่ตั้งแบบนี้บนโซเชียลมีเดีย สามารถกลายเป็นช่องโหว่ให้คนแปลกหน้า หรือแม้แต่โจรขโมยรู้ได้ทันทีว่าคุณไม่อยู่บ้าน 🏠🔓
💡 สรุป พฤติกรรมของคนเราในยุคนี้เป็นความย้อนแย้งที่น่าสนใจครับ (เรียกกันว่า Privacy Paradox) คือคนส่วนใหญ่มักบ่นว่ากังวลเรื่องความเป็นส่วนตัว แต่สุดท้ายก็ยอมแลกข้อมูลส่วนตัวของตัวเองอย่างง่ายดาย เพียงเพื่อแลกกับความสนุก ความสะดวกสบาย หรือยอดไลก์บนโซเชียลมีเดีย 👍🎁
จำไว้เสมอว่า ทุกสิ่งที่เราพิมพ์ กดไลก์ หรือคอมเมนต์ ล้วนทิ้งร่องรอยดิจิทัลไว้แบบถาวร 👣💎 ก่อนจะโพสต์อะไรครั้งต่อไป ลองหยุดคิดสักนิดว่าเราโอเคไหม หากข้อมูลนี้จะถูกคนอื่นนำไปใช้ หรือถูกบันทึกทิ้งไว้บนโลกออนไลน์ไปตลอดกาล เพราะบนโลกออนไลน์ "พื้นที่ส่วนตัวไม่มีอยู่จริงครับ" 🚫💻🧤
#ความเป็นส่วนตัว
08/03/2026
🤖 AI กับอนาคตของคนเรียนด้านคอมพิวเตอร์ 💻✨
ในยุคที่เทคโนโลยี AI พัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด หลายคนอาจจะเริ่มกังวลว่า AI จะเข้ามาแย่งงานมนุษย์หรือไม่ โดยเฉพาะสายงานที่อยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ตลอดเวลา 🖥️ จึงขอสรุปข้อมูลจากรายงานวิจัย Labor market impacts of AI เพื่อจะพาทุกคนไปทำความเข้าใจถึงผลกระทบของ AI ต่อตลาดแรงงานในปัจจุบัน และเจาะลึกว่าคนที่เรียนหรือทำงานในสายคอมพิวเตอร์จะมีโอกาสหรือทิศทางอย่างไรต่อไปในอนาคต
🌐 AI กับตลาดงานในอนาคต: ความจริงที่ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด
หลายคนอาจมองว่า AI ฉลาดจนสามารถทำงานแทนมนุษย์ได้เกือบหมด แต่จากข้อมูลการใช้งานจริงพบว่า ความสามารถของ AI ในการทำงานแบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบนั้น "ยังห่างไกล" จากขีดความสามารถทางทฤษฎีที่มันทำได้จริงอยู่มาก 📉 สาเหตุหลักมาจากข้อจำกัดหลายอย่างในการทำงานจริง เช่น กฎหมายเบื้องหลัง ข้อกำหนดของซอฟต์แวร์เฉพาะทาง หรือแม้กระทั่งความจำเป็นที่ต้องมี "มนุษย์" คอยตรวจสอบความถูกต้องของงานที่ AI ทำ 👩🏫👨🏫
เมื่อลองดูข้อมูลสถิติคนตกงานตั้งแต่ช่วงที่ AI อย่าง ChatGPT เริ่มเป็นที่รู้จัก (ปลายปี 2022) จนถึงปัจจุบัน พบข่าวดีว่า ยังไม่มีหลักฐานที่ชี้ว่า AI ทำให้คนทำงานในสายอาชีพที่มีความเสี่ยงตกงานเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด 🎉
อย่างไรก็ตาม แม้จะไม่เกิดวิกฤตคนตกงาน แต่ตลาดแรงงานในอนาคตก็เริ่มมีสัญญาณการเปลี่ยนแปลงที่ต้องจับตา คือ
📉 การจ้างงานเด็กรุ่นใหม่ชะลอตัว บริษัทต่าง ๆ เริ่มรับพนักงานจบใหม่ (อายุ 22-25 ปี) เข้าทำงานในสายอาชีพที่นำ AI มาใช้แทนได้ "น้อยลง"
⏳ การเติบโตของสายงานลดลง มีการคาดการณ์ว่าสายอาชีพที่ AI เข้ามามีบทบาทสูง จะมีการขยายตัวหรือความต้องการจ้างงานน้อยลงในช่วง 10 ปีข้างหน้า
👩💼 กลุ่มเป้าหมายของ AI คือคนรายได้ดี น่าแปลกที่งานที่ได้รับผลกระทบจาก AI ไม่ใช่งานใช้แรงงาน แต่มักจะเป็นงานของพนักงานกลุ่มที่มีการศึกษาสูง มีรายได้สูงกว่าค่าเฉลี่ย เป็นผู้หญิง และมีอายุมากกว่า
🚀 โอกาสในตลาดงานของคนเรียนด้านคอมพิวเตอร์กับ AI
หากเจาะจงมาที่สายงานเทคโนโลยี ข้อมูลระบุอย่างชัดเจนว่า สายอาชีพที่ได้รับผลกระทบและมีการนำ AI เข้ามาใช้งานจริงสูงที่สุดเป็นอันดับ 1 คือ "โปรแกรมเมอร์คอมพิวเตอร์" ⌨️ (มีสัดส่วนงานที่ถูก AI ช่วยทำสูงถึง 74.5%) นอกจากนี้ สายงานด้านคอมพิวเตอร์และคณิตศาสตร์โดยรวม ยังเป็นกลุ่มที่ AI มีศักยภาพจะเข้าไปเจาะระบบและทำแทนได้ถึง 94%
อ่านถึงตรงนี้ อาจจะคิดว่าคนที่เรียนด้านคอมพิวเตอร์กำลังจะตกงานแน่ ๆ แต่ในความเป็นจริง นี่คือ "โอกาสทอง" ต่างหาก! 🌟
แม้การใช้ AI เพื่อช่วยเขียนโค้ดคอมพิวเตอร์จะแพร่หลายมาก แต่การใช้งาน AI ในปัจจุบันก็มีทั้งรูปแบบการให้ AI ทำแทน (Automated) และการใช้ AI เป็นเพียง "ผู้ช่วย" เพื่อทุ่นแรง (Augmentative) อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่า AI ยังมีข้อจำกัดที่ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญตัวจริงมาดูแล โดยเฉพาะในด้านความปลอดภัย การเชื่อมต่อระบบ (API) และการตรวจสอบความถูกต้อง 🛠️🔒
ดังนั้น สำหรับคนเรียนด้านคอมพิวเตอร์ ทักษะพื้นฐานที่คุณมีคือข้อได้เปรียบมหาศาล เพราะโลกไม่ได้ต้องการแค่คนที่พิมพ์คำสั่งหา AI ได้ทั่วไป แต่ตลาดงานในอนาคตต้องการ "คนที่เข้าใจระบบคอมพิวเตอร์อย่างลึกซึ้ง และสามารถใช้ AI เป็นเครื่องมือทุ่นแรงได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ" 💪
หากคนเรียนด้านคอมพิวเตอร์สามารถใช้ AI เป็นผู้ช่วยในการทำงาน ช่วยลดเวลาทำงานซ้ำซาก และเอาเวลาไปพัฒนาระบบที่ซับซ้อนขึ้นได้ เทคโนโลยีนี้ก็จะไม่ใช่คู่แข่งที่มาแย่งงาน แต่จะเป็นเครื่องมือชั้นยอดที่ช่วยยกระดับความสามารถและสร้างโอกาสใหม่ ๆ ในหน้าที่การงานได้อย่างแน่นอน 🏆🌈
สรุปรายงาน "Labor market impacts of AI" (มีนาคม 2026) https://www.anthropic.com/research/labor-market-impacts
ภาพประกอบสร้างโดย nano banana gemini
18/02/2026
🔥 โอกาสทองมาถึงแล้ว! อัปสกิลเทพ ฟรี 100% กับ BOI STEM++ 🚀
เตรียมตัวให้พร้อมสู่โลกยุคใหม่! BOI STEM++ เปิดโอกาสให้คุณ Reskill & Upskill สู่การเป็นแรงงานทักษะสูงในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต แบบไม่มีค่าใช้จ่าย! ลงทะเบียน: https://boistemplus.boi.go.th/
💻 เรียนได้ทุกที่ ทุกรูปแบบ!
เลือกพัฒนาตัวเองได้ตามไลฟ์สไตล์ มีทั้งรูปแบบ Online, On-site และ Boot camp
✅ ฟรี! ค่าอบรม 100%
✅ ฟรี! สนับสนุนค่าเดินทางและอาหารกลางวัน (สำหรับ Onsite) 🍱🚗
✅ ครบเครื่อง! ทั้ง AI • Cyber • Tech • Business • Developer 💻🧠
🤝 ผนึกกำลังโดย 3 หน่วยงานยักษ์ใหญ่: กระทรวง อว. x สอวช. x BOI มั่นใจได้ในคุณภาพหลักสูตร!
🎯 เจาะลึกทักษะเพื่อ 9 อุตสาหกรรมเป้าหมาย:
🌱 การเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ
🍽️ การแปรรูปอาหารมูลค่าเพิ่มสูง
🚗 ยานยนต์สมัยใหม่ (EV / Battery)
⚡ เซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ
🤖 หุ่นยนต์ & ระบบอัตโนมัติ
💻 ดิจิทัลและเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Digital & AI)
⛽ เชื้อเพลิงและเคมีชีวภาพ
🏥 การแพทย์ครบวงจร
🛡️ อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ
💡 "สร้างอนาคตไทย ให้แข่งขันได้... เริ่มต้นที่ทักษะของคุณวันนี้"
📢 สมัครเข้าร่วมโครงการด่วน! https://boistemplus.boi.go.th/
#อบรมฟรี #แรงงานทักษะสูง
13/02/2026
🔐 Cybersecurity คืออะไร ทำไมทุกคนต้องรู้?
ลองจินตนาการว่า “มือถือ” หรือ “คอมพิวเตอร์” คือบ้านของเรา ในบ้านนั้นมีทั้งรูปถ่าย ข้อมูลบัญชี งานเรียน งานทำงาน และความลับส่วนตัว 💳📱
Cybersecurity หรือ ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ก็คือการปกป้อง “ของมีค่าในบ้านดิจิทัล” ไม่ให้ใครมาขโมย แก้ไข หรือทำลายจนเราใช้งานไม่ได้ เหมือนเราล็อกประตูบ้าน ติดกล้องวงจรปิด หรือจ้างยามเฝ้าทรัพย์สิน 🏠
แต่ในโลกไซเบอร์ บ้านคือ “ระบบคอมพิวเตอร์” และทรัพย์สินคือ “ข้อมูล”
❤️ หัวใจของ Cybersecurity มี 3 เรื่อง (CIA)
1️⃣ Confidentiality - ความลับต้องไม่รั่วไหล เหมือนจดหมายปิดผนึก หรือรหัส ATM ต้องมั่นใจว่า “เฉพาะคนที่มีสิทธิ์” เท่านั้นที่ดูได้ ถ้าใครแอบดูได้ = ความลับรั่วทันที 🚨
2️⃣ Integrity - ข้อมูลต้องไม่ถูกแก้ไข ลองนึกถึงขวดยาที่มีซีลปิดแน่น
เพื่อให้เรามั่นใจว่าไม่มีใครแอบเปลี่ยนยา ถ้าตัวเลขในบัญชีถูกแก้โดยเราไม่รู้ ความน่าเชื่อถือก็หายไปทันที 💊
3️⃣ Availability - ต้องพร้อมใช้เสมอ เหมือนรถต้องสตาร์ทติดตอนเราจะออกจากบ้าน 🚗 หรือแอปธนาคารต้องโอนได้ตอนจำเป็น ถ้าระบบล่ม เว็บเข้าไม่ได้ หรือโดนโจมตีจนใช้งานไม่ได้ นั่นคือปัญหาด้านนี้ทันที
🏰 ป้องกันอย่างไร? ต้อง “หลายชั้น” ไม่ใช่แค่รหัสผ่านเดียว
โลกไซเบอร์ไม่ควรมีแค่กุญแจดอกเดียว แต่ต้องมีทั้งรหัสผ่าน การยืนยันตัวตน 2 ชั้น ลายนิ้วมือ หรือ OTP เหมือนปราสาทสมัยก่อนที่มีคูเมือง กำแพง และทหารเฝ้ายาม 🛡️
เมื่อระบบรู้ว่า “คุณคือใคร” ก็ต้องกำหนดต่อว่า “คุณทำอะไรได้บ้าง” เหมือนพนักงานเข้าออฟฟิศได้ แต่เข้าห้องเซิร์ฟเวอร์ไม่ได้
⚠️ จุดอ่อนที่สุด ไม่ใช่คอมพิวเตอร์…แต่คือ “คน” ต่อให้ระบบดีแค่ไหน
ถ้าเราหลงเชื่ออีเมลปลอม หรือกดลิงก์แปลก ๆ ก็จบได้เหมือนกัน การหลอกลวงแบบนี้เรียกว่า Social Engineering เช่น Phishing ที่หลอกให้เรากรอกรหัสผ่าน หรือข้อมูลส่วนตัว 🎣 คนร้ายไม่ได้เก่งเรื่องแฮ็กอย่างเดียว แต่เก่งเรื่อง “หลอกให้เราไว้ใจ” มากกว่า
✨ สรุปง่าย ๆ Cybersecurity ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่คือการ “บริหารความเสี่ยง” ให้ชีวิตและธุรกิจเดินต่อได้ไม่สะดุด ในวันที่ทุกอย่างอยู่บนออนไลน์
การป้องกันข้อมูล ก็คือการป้องกันตัวเราเอง 💙
#ความปลอดภัยไซเบอร์ #รู้ทันภัยออนไลน์
02/02/2026
คำว่า “ความเป็นส่วนตัว” (Privacy) ถ้าจะอธิบายให้เข้าใจง่ายที่สุด มันคือเรื่องของ “สิทธิที่จะเลือก” 🔑 ว่าเราอยากจะยุ่งกับใคร หรืออยากให้ใครมายุ่งกับ ข้อมูลของเราแค่ไหน ลองนึกภาพตามง่าย ๆ 👀👇
🧘♂️ 1. โลกส่วนตัวที่เรากำหนดเอง
มันคือโมเมนต์ที่เราอยากอยู่เงียบ ๆ คนเดียว (Solitude) อยากซุบซิบความลับกับเพื่อนสนิทแค่ไม่กี่คน (Intimacy) 🤫 หรืออยากเดินห้างแบบเนียน ๆ โดยไม่มีใครจำเราได้ (Anonymity) 🕶️ ทั้งหมดนี้คือสภาวะที่เรา เลือกจะ “ปิด” หรือ “เปิด” เพื่อรับคนเข้ามาในพื้นที่ของเราเอง 🚪
🤫 2. สิทธิที่จะอยู่อย่างสงบ
มีคำนิยามคลาสสิกคำหนึ่งที่อธิบายไว้ว่า มันคือ “The right to be let alone” หรือ สิทธิที่จะไม่โดนใครมารบกวน ไม่โดนส่อง 👁️🗨️ และไม่โดนแอบเอาข้อมูลไปใช้ โดยที่เราไม่รู้เรื่องเลย
🧠 3. เรื่องของกาลเทศะและบริบท
ข้อมูลบางอย่าง เราบอกหมอได้ 🩺 เพื่อรักษาโรค แต่ถ้าหมอเอาเรื่องนั้นไปบอกเจ้านายเราหรือเอาไปขายต่อ 💸 อันนี้ถือว่า ละเมิดความเป็นส่วนตัวทันที ❌ เพราะมันผิด “บริบท” หรือผิด ข้อตกลงใจ ที่เรามีต่อกันในสถานการณ์นั้น ๆ
🔐 4. ไม่ใช่แค่การล็อกกุญแจ
อย่าสับสนกับคำว่า “ความมั่นคงปลอดภัย” (Security) นะ ความมั่นคงปลอดภัย เปรียบเหมือนเรามีรั้วบ้านแข็งแรง กันขโมยได้ 🧱 แต่ “ความเป็นส่วนตัว” คือ สิทธิของเจ้าของบ้าน 🏠 ที่จะเลือกว่าจะ ไขกุญแจเปิดประตูรับใครเข้ามานั่งคุยในบ้านบ้าง
✨ สรุปสั้น ๆ ให้จำขึ้นใจ
“ความเป็นส่วนตัว = อำนาจในการควบคุมชีวิตและข้อมูลของตัวเอง” 🛡️
#ความเป็นส่วนตัว #ข้อมูลส่วนบุคคล #ความมั่นคงปลอดภัย
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
เว็บไซต์
ที่อยู่
Bangkok
10210