LEAD Business
02/05/2024
--- AI and Innovation Program --- by LEAD Business x Founderz
Currently, CHANGE occurs abruptly, leading to technological advancements and forcing organizations to keep up with changes and adapt to survive. Artificial Intelligence or AI is one of emerging and game-changing trends and considered beneficial tool for organizations to stand out from the competition.
LEAD Business Institute, in collaboration with Founderz who is online business school revolutionizing the world’s education, propose AI and Innovation program with the aim to maximize the latest AI tools to increase organizational productivity and unleash employees’ creativity.
The Program is designed with blended learning methodology consisting of 9 modules of cutting-edge contents (100% online) and key point wrap-up sessions (on-site) by the Thai instructor who has hands-on experience in practical AI tool application.
Importantly, the program is certified by LEAD, Founderz and Microsoft.
🕴ผู้นำจะหลอมรวมผู้คนในช่วงวิกฤตได้อย่างไร 🕴
ไม่ว่าสภาวะใดก็ตาม การพัฒนาคุณสมบัติส่วนบุคคล ไม่ว่าจะเป็น การตระหนักรู้ในตนเอง ความไม่ทะนงตน ความเข้าอกเข้าใจ และความเห็นอกเห็นใจจะช่วยให้ผู้นำยกระดับการฟัง การเรียกขวัญกำลังใจ และการผลักดันให้เกิดความก้าวหน้าได้ แต่ในขณะเกิดวิกฤติ จะต้องเกิดการหลอมรวมผู้คน เพื่อให้ก้าวผ่านวิกฤติไปได้ ซึ่งต้องอาศัยผู้นำที่มีความเห็นอกเห็นใจมากขึ้น โดมีแนวทางการพัฒนาดังต่อไปนี้:
📌 1. พัฒนามุมมองและตีความสถานการณ์ตามความเป็นจริง – ผู้นำสามารถทำให้ผู้คนไม่รู้สึกโดดเดี่ยวด้วยการแสดงออกถึงความไม่ทะนงตนอย่างจริงใจ พร้อมทั้งสื่อสารถึงความกลัวและความไม่มั่นใจของตนเอง
📌 2. ส่งเสริมการเป็นเจ้าของร่วมกันและการไม่แบ่งแยก – ผู้นำมีบทบาทสำคัญในการเปิดโอกาสให้มีการแสดงออกอย่างเสรี พร้อมทั้งรับฟังบุคลากรและส่งเสริมให้เกิดการตอบสนองต่อวิกฤติไปในทิศทางเดียวกัน ผู้นำสามารถปฏิบัติตามแนวทางนี้ได้ด้วยการเปิดใจรับฟังพนักงานทุกคนโดยมีทัศนคติเชิงบวก ไม่ตัดสินล่วงหน้า และยอมรับความหลากหลายในการแสดงออก สิ่งเหล่านี้สามารถบรรเทาความวิตกกังวลและเพิ่มความผูกพันของพนักงานที่มีต่อองค์กรได้
📌 3. ดูแลเอาใจใส่บุคลากรด้วยความเห็นอกเห็นใจ – ผู้นำจะต้องเป็นแบบอย่างที่ดีในการแสดงออกถึงความเห็นอกเห็นใจและความเอาใจใส่ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งในการก้าวผ่านวิกฤติ
📌 4. ร่วมทุกข์ร่วมสุขและนึกภาพอนาคตหลังวิกฤติจบลง – เมื่อพนักงานรู้สึกปลอดภัยที่จะแสดงออกถึงความผิดหวัง ความวิตกกังวล และความกลัวร่วมกันในช่วงเวลาที่เกิดวิกฤติ อาจจะส่งผลให้การพัฒนาความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นระหว่างคนในองค์กร และสุดท้ายองค์กรก็จะแข็งแกร่งขึ้นเมื่อวิกฤตสิ้นจบลง
นอกจากความสามารถในช่วงวิกฤติของผู้นำแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่ผู้นำควรให้ความสำคัญคือ การเติมเต็มความต้องการด้านจิตใจในที่ทำงาน ซึ่งหมายถึงความรู้สึกของการได้รับรางวัลที่มาจากความสำเร็จ ความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม และความปรารถนาให้งานของพวกเขาน่าสนใจและมีความหมาย
แปลและเรียบเรียงโดย สถาบัน ลีด บิซิเนส
ที่มา: What is psychological?: How can leaders bring their communities together in a crisis?, McKinsey & Company
📌 คุณสมบัติของผู้นำในช่วงเวลาแห่งความท้าทาย 📌
องค์กรในทุกอุตสาหกรรมต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะการพัฒนาของเทคโนโลยีที่ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตและการทำงาน ทำให้องค์กรและพนักงานจำเป็นต้องปรับตัวและรับมือกับความท้าทายที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง และในสถานการณ์เช่นนี้ ผู้นำคือบุคคลสำคัญที่มีบทบาทในการกำหนดทิศทาง พร้อมกับการบริหารคน เพื่อให้องค์กรสามารถก้าวผ่านการเปลี่ยนแปลงและเป็นองค์กรชั้นนำในธุรกิจต่อไป
🎯 ผู้นำต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้างที่จะสนับสนุนทีมงานได้ดีที่สุดในช่วงเวลาแห่งความท้าทาย 🎯
ผู้นำที่มีความเห็นอกเห็นใจ (Compassionate Leader) จะช่วยส่งเสริมให้เกิดความจงรักภักดีต่อองค์กรและการมีส่วนร่วมจากพนักงานมากขึ้นและในท้ายที่สุดก็จะทำให้เกิดทีมที่มีผลการปฏิบัติงานที่ดีขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่ยากลำบาก ความเห็นอกเห็นใจจะมีบทบาทสำคัญมากขึ้น กล่าวคือ ไม่ว่าจะเกิดวิกฤตขึ้นในรูปแบบใดก็ตาม ผู้นำที่พยายามทำความเข้าใจสิ่งที่พนักงานกลัวและกังวลจะเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการฟื้นตัวจากความล้มเหลวและการตัดสินใจในเชิงธุรกิจที่ดีขึ้น ซึ่งในสถานการณ์จริง มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด เพราะเมื่อเผชิญกับความไม่แน่นอน เป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่จะพยายามควบคุมและดำเนินการสิ่งต่างๆ อย่างรวดเร็ว แต่วิกฤตการณ์จำเป็นต้องมีความเป็นผู้นำแบบพิเศษ ที่มีลักษณะ ‘สงบนิ่งอย่างมีสติ’ ซึ่งถูกอธิบายไว้ในหนังสือที่ชื่อ ‘Deliberate Calm’ ของผู้มากประสบการณ์จาก McKinsey ประกอบด้วย Jacqueline Brassey, Aaron De Smet และ Michiel Kruyt คุณลักษณะดังกล่าวถือเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้นำปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงในช่วงเวลาที่ยากและสำคัญที่สุด และการเสริมสร้างความสงบนิ่งอย่างมีสตินั้น ผู้นำจะต้องพัฒนาความสามารถต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การตระหนักรู้ในตนเอง (Self-awareness) ความฉลาดทางอารมณ์ (Emotional Intelligence) และการมีสติ (Mindfulness) การวิจัยของ McKinsey พบว่า มีคุณสมบัติ 4 ประการ ที่สามารถลดความเป็นไปได้ในการพยายามควบคุมสิ่งต่างๆ และยอมแพ้ต่อความกลัวตามธรรมชาติของมนุษย์ได้ คุณสมบัติเหล่านี้สามารถช่วยให้ผู้นำพาองค์กรฝ่าวิกฤติไปได้อย่างปลอดภัย คุณสมบัติเหล่านั้น คือ
✏ 1. การตระหนักรู้ (Awareness) – ผู้นำจำเป็นต้องรับรู้และยอมรับว่า ในบางครั้ง ทั้งตัวเราและผู้อื่นอาจตอบสนองต่อสิ่งต่างๆ โดยไม่ยั้งคิด เพราะฉะนั้นการหาเวลาและสร้างพื้นที่สำหรับการอยู่กับตัวเองและตระหนักรู้ในตนเองโดยการหายใจเข้าลึกๆ และทำใจให้สงบ เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี
✏ 2. ความเปราะบาง (Vulnerability) – ผู้นำที่มีความเห็นอกเห็นใจควรลดความทะนงตนเป็นตัวอย่างให้กับทีมในช่วงวิกฤต ด้วยการไม่แสดงออกถึงความเก่งกาจอยู่ตลอดเวลาและเผชิญหน้ากับความเป็นจริง ซึ่งจะช่วยให้พนักงานรู้สึกว่าพวกเขาไม่ได้โดดเดี่ยว
✏ 3. ความเข้าอกเข้าใจ (Empathy) – ผู้นำควรแสดงความเห็นอกเห็นใจเพื่อเข้าถึงความรู้สึกและสร้างสัมพันธ์กับผู้อื่น
✏ 4. ความเห็นอกเห็นใจ (Compassion) – การแสดงพฤติกรรมด้วยความเห็นอกเห็นใจจะทำให้พนักงานแต่ละคนและทีมรู้สึกการได้รับการเอาใจใส่อย่างแท้จริง และผู้นำจะต้องเปิดใจรับการแสดงออกถึงความเข้าอกเข้าใจและความเห็นอกเห็นใจจากผู้อื่นด้วย แนวทางปฏิบัติเหล่านี้จะช่วยให้ผู้นำสามารถสร้างสภาพแวดล้อมที่มีการสนับสนุนซึ่งกันและกัน ซึ่งช่วยให้พวกเขาฝ่าฟันช่วงเวลาที่ยากลำบากได้
แปลและเรียบเรียงโดย สถาบัน ลีด บิซิเนส
ที่มา: What is psychological?, McKinsey & Company
🖋 ความปลอดภัยทางจิตใจ (Psychological Safety): อิทธิพลจากผู้นำและการสร้างสภาพแวดล้อม 🖋
📌 ทักษะความเป็นผู้นำมีความสำคัญต่อความปลอดภัยทางจิตใจอย่างไร?
ผลการวิจัยของ McKinsey แสดงให้เห็นว่าการลงทุนสำหรับการพัฒนาความเป็นผู้นำในทุกระดับขององค์กรจะช่วยปลูกฝังพฤติกรรมที่สามารถส่งเสริมความปลอดภัยทางจิตใจ ผลจากการวิเคราะห์พบว่า พนักงานที่อยู่ในองค์กรที่ลงทุนอย่างจริงจังในการพัฒนภาวะผู้นำ มีแนวโน้มมากกว่า 64 เปอร์เซ็นต์ ที่จะประเมินผู้นำระดับสูงว่ามีการโอบรับความหลากหลายมากกว่า นอกจากนั้น ยังมีทักษะอีกบางประการที่ผู้นำสามารถพัฒนาเพื่อส่งเสริมความปลอดภัยทางจิตใจในทีม ซึ่งทักษะเหล่านั้นคือ
🎯 1. การสนทนาแบบเปิดเผย (Open-dialogue Skills) - ซึ่งช่วยให้ผู้นำสามารถทำความเข้าใจถึงสาเหตุของความไม่ลงรอยกันและสามารถพูดคุยหาทางออก เพื่อก้าวผ่านความตึงเครียดในทีมงานได้
🎯 2. การสนับสนุนผลักดัน (Sponsorship) - หรือเรียกได้ว่าเป็นการช่วยให้คนอื่นประสบความสำเร็จก่อนนึกถึงตัวเอง
🎯 3. ความอ่อนน้อมถ่อมตนตามสถานการณ์ (Situational Humility) – เป็นการแสดงออกถึงความไม่รู้ในบางเวลา ซึ่งจะช่วยพัฒนาคุณลักษณะของความสงสัยใคร่รู้และกรอบความคิดแบบเติบโตของผู้นำ
ผู้นำสามารถสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยทางจิตใจได้อย่างไร?
ผู้นำจะทำให้ลูกน้องรู้สึกปลอดภัยทางจิตใจหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับวิธีการปฏิบัติและการพูดคุยกับลูกน้องของผู้นำ จากการวิจัยของ McKinsey พบว่า มีรูปแบบความเป็นผู้นำ 3 แบบที่สามารถส่งเสริมบรรยากาศของการเอาใจใส่ได้
🎯 ผู้นำรูปแบบแรก คือ ผู้นำเชิงปรึกษา (Consultative Leadership) ซึ่งส่งผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อความปลอดภัยทางจิตใจ โดยผู้นำที่ฝึกฝนความเป็นผู้นำรูปแบบนี้จะคอยหารือกับสมาชิกในทีม ขอความคิดเห็น และพิจารณาความคิดเห็นของพวกเขาอย่างแท้จริง
🎯 ผู้นำแบบต่อมาคือ ผู้นำเชิงสนับสนุน (Supportive Leadership) มีผลทางอ้อมต่อความปลอดภัยทางจิตใจจากการสร้างบรรยากาศเชิงบวกของทีม ผู้นำเชิงสนับสนุนจะแสดงความห่วงใยและสนับสนุนสมาชิกในทีม ไม่เพียงแต่ในฐานะพนักงานเท่านั้น แต่ในฐานะของเพื่อนมนุษย์ด้วย พฤติกรรมเหล่านี้ยังส่งเสริมให้สมาชิกในทีมช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
🎯 ผู้นำแบบสุดท้าย คือ ผู้นำแบบท้าทายปัญญา (Challenging Leadership) เมื่อมีการสร้างบรรยากาศของทีมที่ปลอดภัยและสนับสนุนกันและกันแล้ว รูปแบบความเป็นผู้นำแบบท้าทายในบางครั้งสามารถเสริมสร้างความปลอดภัยทางจิตใจให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นได้ โดยผู้นำที่ท้าทายปัญญาจะขอให้สมาชิกในทีมทบทวนเกี่ยวกับเป้าหมายของงาน และวิธีที่พวกเขาสามารถทำงานมากให้เกินความคาดหวังและเติมเต็มศักยภาพของตน อีกทั้งความเป็นผู้นำแบบท้าทายมีความเชื่อมโยงกับความคิดสร้างสรรค์ที่เพิ่มขึ้นของพนักงาน รวมถึงความต้องการที่จะพัฒนาตนเองให้ดียิ่งขึ้น
แปลและเรียบเรียงโดย สถาบัน ลีด บิซิเนส
ที่มา: What is psychological?, McKinsey & Company
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
เบอร์โทรศัพท์
ที่อยู่
HEAD OFFICE 999/9 OFML 1708, 17th Floor, The Offices At Central World, Rama 1 Road, Patumwan Sub-District, Patumwan District
Bangkok
13300
เวลาทำการ
| จันทร์ | 09:00 - 17:00 |
| อังคาร | 09:00 - 17:00 |
| พุธ | 09:00 - 17:00 |
| พฤหัสบดี | 09:00 - 17:00 |
| ศุกร์ | 09:00 - 17:00 |