October Network
19/06/2026
ชีวประวัติโดยย่อของ “ลุงโชติ” (ประสงค์ อรุณสันติโรจน์)
1. วัยเด็ก ครรลองชีวิตชาวจีน และการแต่งงาน (พ.ศ. 2480–2500)
• กำเนิดและครอบครัว: ลุงโชติเกิดเมื่อวันที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2480 ที่หมู่บ้านรางทอง ตำบลทุ่งน้อย อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม เป็นบุตรคนที่ 4 (ลูกชายคนโต) ในบรรดาพี่น้องทั้งหมด 9 คน ของคุณพ่อซุ่นเจียงและคุณแม่หงส์ มีชื่อภาษาจีนเดิมว่า “เป้งซ้ง” (แปลว่าต้นสนที่แข็งแกร่ง) ด้วยความที่เป็นบุตรชายคนโตตามธรรมเนียมจีน จึงถูกบิดาเคี่ยวเข็ญให้ท่องตำราจีนโบราณตั้งแต่เด็ก
• การศึกษาและการทำงาน: ได้เข้าเรียนภาษาจีนจนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จากโรงเรียนเจ้งเม้งกงฮัก และเรียนภาคภาษาไทยต่อจนจบชั้นมัธยมปลาย ที่ศาลาวัดไร่เกาะ เนื่องจากฐานะทางบ้านยากจน จึงต้องออกมาช่วยบิดามารดาทำไร่ไถนาและหาบของไปขายอย่างหนักตั้งแต่เด็ก โลกทัศน์ในวัยเยาว์จึงจำกัดอยู่เพียงแถวบ้าน นครปฐม และเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ไปเยี่ยมญาติ (น้า 4 ย่านบางโพ) โดยรถไฟเป็นครั้งคราว
• การแต่งงาน: เมื่ออายุได้ 18 ปี บิดามารดาได้จัดการคลุมถุงชนจัดหาคู่ครองมาให้ แม้จะไม่ได้เริ่มต้นจากความรัก แต่ทั้งสองก็ครองคู่กันอย่างมั่นคง
2. จุดเปลี่ยนสู่วิถีการเมืองและเข้าเป็นสมาชิก พคท. (พ.ศ. 2500–2503)
• การเปิดโลกทัศน์: ในยุคที่รัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม เปิดขยายเสรีภาพและเริ่มญาติดีกับจีนแผ่นดินใหญ่ ลุงโชติได้เข้าไปเปิดหน่วยสอนภาษาจีนตามบ้านที่ตลาดต้นสำโรงตอนกลางคืน ทำให้ได้รู้จักกับกลุ่มเยาวชนหัวก้าวหน้า เช่น ตังปิว (สมยศ) และเฮียหมง จนได้รวมกลุ่มศึกษาอภิปรายทฤษฎีการเมือง ชีวทัศน์ของเยาวชน ร่วมกิจกรรมทางสังคม และเริ่มอ่านหนังสือนิยาย วรรณกรรมก้าวหน้าทั้งของไทยและต่างประเทศ (เช่น งานของศรีบูรพา เสนีย์ เสาวพงศ์ ปาจิน และหลู่ซิ่น) ซึ่งเปลี่ยนโลกทัศน์ของเขาอย่างสิ้นเชิง
• การทำงานอาชีพ: เพื่อลดความขัดแย้งกับบิดาเรื่องการทำกิจกรรม ลุงโชติได้เข้าทำงานเป็นเสมียนทำบัญชีงบดุลให้กับโรงฆ่าสัตว์ (หลงจี้เซียะฮวย) ตื่นตีสามไปจดน้ำหนักและแบ่งหมูชำแหละ ได้เงินเดือนแรก 800 บาท ซึ่งถือว่าสูงมากในยุคนั้น
• เข้าสู่พรรคคอมมิวนิสต์: อั้งเง็ก (กล้า) แกนนำเยาวชนก้าวหน้า ได้ชักชวนลุงโชติเข้าสู่เส้นทางการเมือง หลังผ่านกระบวนการพิสูจน์ตนเองในฐานะ “สมาชิกเตรียม” เป็นเวลา 6 เดือนและทำภารกิจหาเป้าแกนสำเร็จ ลุงโชติจึงได้ปฏิญาณตนต่อหน้าธงค้อนเคียว เข้าเป็นสมาชิกสมบูรณ์ของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) ในปี พ.ศ. 2503 โดยใช้ชื่อจัดตั้งว่า “นิยม”
3. งานใต้ดินและบนดินในจังหวัดนครปฐม (พ.ศ. 2503–2507)
• รูปแบบการทำงาน: ลุงโชติใช้การสอนภาษาจีนตามบ้าน (หน่วยย่อยวัฒนธรรม) เป็นฉากบังหน้า (งานบนดิน) เพื่อเพาะเป้าสร้างแกน ขยายจัดตั้งมวลชนลูกหลานจีนเข้าสู่องค์การสันนิบาตเยาวชนแห่งประเทศไทย (ส.ย.ท.) และรับเลือกเข้าพรรค (งานใต้ดิน) นอกจากนี้ยังได้รับหน้าที่ขนส่ง เชื่อมต่อรับส่งคนจากภาคตะวันตกเข้าสู่กรุงเทพฯ เพื่อส่งไปศึกษาต่อในประเทศพี่น้อง
• การศึกษาการเมือง: ได้รับการคัดเลือกให้เข้าร่วม “สหศึกษา” ร่วมกับสหายจากเขตงานอื่นในบ้านเช่าปิดลับ (องค์การ) ในกรุงเทพฯ เพื่อศึกษาสถานการณ์และทฤษฎีลัทธิมาร์กซอย่างเข้มงวดภายใต้กฎงานลับ
• วิกฤตการณ์และการย้ายเขตงาน: ในช่วงนี้ลุงโชติย้ายมาอยู่หน่วยนำงานของ "ครูวิมล" งานขยายจัดตั้งและการเผยแพร่แถลงการณ์พรรคสร้างแรงสั่นสะเทือนจนรัฐบาลเผด็จการ (จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์) เริ่มกวาดล้าง สหายหลายคนถูกจับกุม ต่อมาในปี พ.ศ. 2506 เถ้าแก่โรงหมูหนีหนี้ล้มละลาย ทำให้ลุงโชติตกงานและประสบภาวะทางการเงินชักหน้าไม่ถึงหลัง จนกระทั่งปี พ.ศ. 2507 ทางจัดตั้งจึงสั่งการให้เขาโยกย้ายไปขยายงานมวลชนในเขตงานใหม่ที่อำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
4. งานมวลชนที่สามร้อยยอดและการเดินทางไปจีน (พ.ศ. 2507–2510)
• ขยายงานสามร้อยยอด: ลุงโชติเดินทางไปปลูกกระต๊อบในไร่สับปะรดที่สามร้อยยอด เผชิญชีวิตที่ยากลำบาก ต้องขี่จักรยานไปขนน้ำขุ่นมาแกว่งสารส้มเพื่อดื่มกิน โดยร่วมมือกับ "สหายเกียรติ" ขยายการสอนภาษาจีนบังหน้าเพื่อสร้างแกนนำและจัดตั้งหน่วยพรรค ทั้งในเขตไร่ใหม่ ไร่เก่า และศาลาลัย รวมถึงเป็นสถานีเชื่อมต่อระหว่างเมืองกับป่าเขาตะนาวศรี
• ทัศนศึกษาและฝึกอาวุธที่ประเทศจีน (พ.ศ. 2509): ลุงโชติทำหน้าที่เป็นหัวหน้าคณะนำเยาวชนก้าวหน้าเดินทางผ่านฮ่องกงและมาเก๊าเข้าสู่ประเทศจีน ได้รับการต้อนรับจากสหายหลี่หัว คณะของเขาถูกส่งไปอบรมทฤษฎีมาร์กซิสต์ ฝึกวินัยทหาร การทำระเบิด และยุทธวิธีจรยุทธในค่ายทหารที่เมืองนานกิงนานร่วมสองเดือน ท่ามกลางกระแสการปฏิวัติวัฒนธรรม และได้มีโอกาสเข้าร่วมงานฉลองวันชาติจีน ณ จัตุรัสเทียนอานเหมิน ได้เห็นประธานเหมาเจ๋อตงและผู้นำจีนคนสำคัญ ก่อนจะเดินทางกลับสู่ประเทศไทยอย่างปลอดภัยในปี พ.ศ. 2510
5. งานใต้ดินในกรุงเทพฯ ภาวะเสียลับ และการฟื้นฟูจัดตั้ง (พ.ศ. 2510–2513)
• ภัยคุกคามในเมือง: หลังจากลุงโชติเดินทางกลับไทย งานที่ราบเริ่มถูกเพ่งเล็ง ประกอบกับ "ผิน บัวอ่อน" (สหายอุทัย) แกนนำระดับสูงถูกจับกุมในพ.ศ. 2510 และเกิดคนทรยศ (ยักษ์ใหญ่) ขายความลับให้ทางการ ทำให้เครือข่าย พคท. ในภาคกลางตะวันตกและเมืองท่องเที่ยวอย่างหัวหินถูกกวาดล้างอย่างหนัก สหายหลายคนรวมถึง "สหายลุง" (สัมผัส พึ่งประดิษฐ์) ทยอยถูกจับกุม จัดตั้งในที่ราบตัดขาดกับชั้นบน
• ขึ้นเขาตะนาวศรีครั้งแรก (ปลายปี 2510): ลุงโชติเดินทางร่วมกับสหายลุงบุกป่าเข้าสู่เทือกเขาตะนาวศรีฝั่งราชบุรีเพื่อร่วมงานฉลองครบรอบ 25 ปีวันก่อตั้ง พคท. (1 ธันวาคม พ.ศ. 2510) ได้พบกับสหายพลอย (ไสว มาลยเวช) และร่วมกิจกรรมปลุกระดมกับมวลชนกะเหรี่ยง ขาลงเกิดการปะทะกับทหารรัฐบาล แต่สามารถหลบหนีตัดเส้นทางใหม่กลับเข้ากรุงเทพฯ ได้สำเร็จ
• ความผิดพลาดจากการลอกเลียนทางความคิด: ในช่วงพ.ศ. 2511–2513 อิทธิพลจากการปฏิวัติวัฒนธรรมของจีนทำให้จัดตั้งดำเนินแนวทางซ้ายจัด บังคับให้สหายย้าย "องค์การ" (บ้านเช่า) จากเมืองลงสู่ชนบทและวิจารณ์ตัวเองอย่างรุนแรง ส่งผลให้สหายหญิงคนหนึ่งและเยาวชนทนไม่ไหวหนีไปมอบตัวและคายความลับ ลุงโชติต้องพาลูกเมียหนีกลับบ้านเดิม ส่วนตัวเองย้ายหนีตระเวนเปลี่ยนบ้านเช่าอย่างฉุกละหุกหลายแห่ง ตั้งแต่พระประแดง ห้วยขวาง จนถึงวงเวียนใหญ่ เพื่อหนีการจับกุมของตำรวจอย่างหวุดหวิด
• ฟื้นจัดตั้งและส่งคนเข้าป่า: ลุงโชติร่วมมือกับ "สหายดำ" และ "สหายกด" แกนนำคนใหม่ เพื่อฟื้นฟูสายงาน จัดตั้งหน่วยศึกษากลุ่มเยาวชนในกรุงเทพฯ (สหายมุก สหายเพ็ญ) และครูจีน (สหายชา) พร้อมจัดตั้งสถานีขนส่งชายป่าด่านสิงขรส่งคนและเสบียงหนุนช่วยในป่า แม้จะสูญเสียสหายศักดิ์จากการถูกโจรปล้นฆ่าฝั่งพม่า แต่สหายเจิมก็บุกป่าเชื่อมต่อกับกองกำลังติดอาวุธเทือกเขาตะนาวศรีสำเร็จในกลางปี พ.ศ. 2513
6. สู่สงครามประชาชนบนเทือกเขาตะนาวศรีและบทสรุป (พ.ศ. 2513–2527)
• ในช่วงปลายปี พ.ศ. 2513 หลังจากการประสานงานระหว่างที่ราบและป่าเขาเสร็จสมบูรณ์ เพื่อระบายคนและดำเนินตามแนวทาง "ใช้ชนบทล้อมเมือง" ลุงโชติจึงได้เดินทางเข้าป่าเพื่อร่วมขบวนการต่อสู้ด้วยอาวุธบนเทือกเขาตะนาวศรีอย่างเต็มตัวเป็นเวลานานร่วม 10 ปี (พ.ศ. 2513–2523) เผชิญความยากลำบากในป่าดงดิบ
• ภายหลังจากสิ้นสุดยุคต่อสู้ในป่า ลุงโชติย้ายกลับมาทำงานใต้ดินในเมืองอีกครั้ง และท้ายที่สุดในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2527 เขาถูกทางการจับกุมตัวได้ที่บ้านเช่าในซอยเรวดี จังหวัดนนทบุรี และนี่คือหน้าหนึ่งในบันทึกประวัติศาสตร์ของนักปฏิวัติอาชีพที่ไม่เคยแม้สักครั้งที่จะคิดทรยศต่ออุดมการณ์
ลุงโชติ เป็นทั้งนักคิด นักเขียน นักแปล อาจารย์บรรยายพิเศษ ผู้มีผลงานด้านหนังสือทั้งเขียน
และแปลเรียบเรียงแนววรรณกรรม ประวัติศาสตร์ และปรัชญาจีนเล่มใหญ่
เล่มเล็กกว่า 30 เรื่อง ในนามปากกา อรุณ โรจนสันติ และ ส.นิยม
เรื่องเด่นที่นำไปสร้างเป็นละครโทรทัศน์โดยนพพล โกมาชุน คือ เยาวราชในพายุฝน
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ติดต่อ ธุรกิจของเรา
เบอร์โทรศัพท์
เว็บไซต์
ที่อยู่
Bangkok
10200