Plan Market Gold Co.,Ltd.

Plan Market Gold Co.,Ltd.

แชร์

Photos from Plan Market Gold Co.,Ltd.'s post 12/09/2025

จากข่าวที่เกิดอุบัติเหตุรถชนเสาไฟฟ้าแล้วเสาล้มเป็นจำนวนมากนั้น การเลือกใช้หลอดต่อสายให้เหมาะสมกับแต่ละระยะของสายก็สามารถช่วยลดความเสียหายลงได้

หลักการเลือกใช้หลอดต่อสายไฟฟ้าแรงสูง (Splicing Sleeves) นั้น โดยหลอดต่อสายจะมีอยู่ 3 ประเภท ได้แก่ non-tension, partial tension และ full tension ขึ้นอยู่กับ แรงดึง (tension force) ที่กระทำต่อสายไฟฟ้า ณ จุดที่ทำการต่อ โดยแต่ละประเภทมีคุณสมบัติและข้อจำกัดที่แตกต่างกัน ดังนี้
1. Non-Tension Splicing Sleeves
หลอดต่อชนิด non-tension หรือ dead-end sleeves ใช้สำหรับต่อสายไฟฟ้าในจุดที่ ไม่มีแรงดึงสูง หรือ จุดที่สายไม่มีความตึงเลย เช่น การต่อสายในส่วนที่เป็นสายลอยหรือสายต่อลงดิน (jumper) ที่ไม่ได้รับแรงดึงหลักของสายส่ง หลอดชนิดนี้จะทำหน้าที่เป็นเพียงตัวนำไฟฟ้าเชื่อมต่อระหว่างสาย 2 เส้นเท่านั้น โดยไม่ได้ออกแบบมาเพื่อรับแรงดึงทางกลไกจากสายไฟฟ้า
คุณสมบัติ:
ไม่สามารถรับแรงดึงได้ * การต่อจะใช้การบีบ (crimping) เพื่อให้หลอดสัมผัสกับสายอย่างแน่นหนา
การใช้งาน:
ใช้สำหรับต่อสายในจุดที่มีการขดหรืองอสาย (loop)
ใช้ต่อสายที่ปลายทาง (dead-end) หรือส่วนต่อที่ไม่ได้อยู่ในแนวสายหลัก
2. Partial Tension Splicing Sleeves
หลอดต่อชนิด partial tension หรือ reducing sleeves ใช้สำหรับต่อสายไฟฟ้าในจุดที่มี แรงดึงไม่สูงมาก หรือ แรงดึงปานกลาง ซึ่งมักเป็นจุดที่สายไฟฟ้าไม่ได้อยู่ในแนวตรงและมีแรงดึงไม่ถึง 100% ของความสามารถในการรับแรงดึงของสาย (rated breaking strength)
คุณสมบัติ:
รับแรงดึงได้บางส่วน (มักจะรับได้ประมาณ 25-50% ของแรงดึงสูงสุดของสาย)
มีคุณสมบัติทางกลที่แข็งแรงกว่าแบบ non-tension
การใช้งาน:
ใช้ต่อสายในส่วนที่มีการเปลี่ยนแปลงทิศทางเล็กน้อย
เหมาะกับการใช้งานในบางกรณีที่ต้องการลดขนาดสาย หรือจุดที่ไม่ใช่สายส่งหลักที่มีแรงดึงสูงมาก
3. Full Tension Splicing Sleeves
หลอดต่อชนิด full tension หรือ tension splices ใช้สำหรับต่อสายไฟฟ้าในจุดที่ รับแรงดึงเต็มที่ หรือ แรงดึงสูงสุด เช่น การต่อสายในแนวสายส่งหลักที่พาดผ่านเสาไฟฟ้าแรงสูง ซึ่งแรงดึงที่กระทำต่อสายมีค่าสูงมาก และการต่อจะต้องมีความแข็งแรงทางกลไกเทียบเท่ากับสายไฟฟ้าเอง
คุณสมบัติ:
รับแรงดึงได้เต็มที่ (100% ของแรงดึงสูงสุดของสาย)
มีโครงสร้างที่แข็งแรงและซับซ้อนกว่าแบบอื่น โดยอาจมีส่วนประกอบ 2 ชั้น คือชั้นนอกที่รับแรงดึง และชั้นในที่เป็นตัวนำไฟฟ้า
การต่อต้องใช้เครื่องมือเฉพาะและต้องมีขั้นตอนการบีบที่ถูกต้องเพื่อให้มั่นใจว่าสามารถรับแรงดึงได้
การใช้งาน:
ใช้ต่อสายในเส้นทางสายส่งหลัก
ใช้ในจุดที่สายมีระยะห่างระหว่างเสายาว
จำเป็นต้องใช้ในกรณีที่สายไฟฟ้าขาดและต้องการต่อกลับเข้าไปใหม่เพื่อให้สามารถใช้งานได้ตามปกติ

สรุปหลักการเลือกใช้
การเลือกใช้หลอดต่อสายไฟฟ้าจึงต้องพิจารณาจาก แรงดึงที่จุดต่อ เป็นหลัก 💡
ถ้าไม่มีแรงดึง: ใช้ non-tension
ถ้ามีแรงดึงปานกลาง: ใช้ partial tension
ถ้ามีแรงดึงสูง: ใช้ full tension

การเลือกใช้ประเภทที่ถูกต้องจะช่วยลดความเสียหายได้คือถ้าในกรณีเกิดอุบัติเหตุแล้วเสาไไฟฟ้าหัก ก็จะให้หลอดต่อสายขาดก่อนแทนที่จะโดนดึงจนให้เสียหายเป็นวงกว้าง

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง บริการอุปกรณ์ ใน Bangkok?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


194 ซอยรามคำแหง 24 แยก 24 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ
Bangkok
10240

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 17:00
อังคาร 08:00 - 17:00
พุธ 08:00 - 17:00
พฤหัสบดี 08:00 - 17:00
ศุกร์ 08:00 - 17:00