SM Magazine
09/07/2026
🍔 แมคโดนัลด์ ประเทศไทย เดินหน้าลงทุนระยะยาว หลังคว้าสิทธิ์บริหารแฟรนไชส์ต่ออีก 20 ปี
แมคไทย ประกาศเดินหน้ากลยุทธ์การเติบโตระยะยาว หลังได้รับสิทธิ์บริหารแฟรนไชส์ แมคโดนัลด์ ประเทศไทย ต่อเนื่องอีก 20 ปี ในฐานะแฟรนไชส์เพียงรายเดียวของประเทศ สะท้อนความเชื่อมั่นจากบริษัทแม่ที่มีต่อศักยภาพตลาดไทยและความแข็งแกร่งในการบริหารธุรกิจ
ไฮไลต์ของแผนลงทุนระยะยาว ได้แก่
📍 ขยายสาขาเท่าตัวภายในปี 2033 จากปัจจุบันกว่า 245 สาขา ครอบคลุมทั้งเมืองหลัก เมืองรอง และชุมชน เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้น
👨🍳 สร้างงานกว่า 6,000 อัตรา รองรับการขยายธุรกิจ พร้อมยกระดับทักษะแรงงานด้านบริการสู่มาตรฐานสากล
🤝 หนุนเศรษฐกิจท้องถิ่น ผ่านการทำงานร่วมกับซัพพลายเออร์ไทยที่มีมาตรฐานการผลิตระดับสูง สร้างการเติบโตไปพร้อมกับชุมชน
📲 ลงทุนด้านนวัตกรรมและดิจิทัล ยกระดับประสบการณ์ลูกค้าทั้งในร้านและออนไลน์ พร้อมพัฒนาเมนู คุณภาพสินค้า และความคุ้มค่าให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่
การต่อสัญญาแฟรนไชส์ครั้งนี้ นอกจากแสดงถึงความเชื่อมั่นในตลาดไทย แต่ยังเป็นสัญญาณของการลงทุนระยะยาวที่คาดว่าจะช่วยขับเคลื่อนการจ้างงาน การพัฒนาบุคลากร และเศรษฐกิจไทยไปพร้อมกับการเติบโตของแบรนด์ระดับโลก
#แมคโดนัลด์ประเทศไทย #แมคไทย #แฟรนไชส์แมคโดนัลด์
30/06/2026
ประเทศไทยกำลังมี "ทรัพย์สินทางปัญญา" (Intellectual Property: IP) ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง และถูกมองว่าเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ของประเทศ
นี่คือเหตุผลที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เปิดตัวงาน Thailand Character & Content Expo 2026 (TCEX 2026) ซึ่งไม่ใช่เพียงงานแสดงผลงานของนักสร้างสรรค์ แต่ถูกวางบทบาทให้เป็นเวทีเชื่อมโยงผู้สร้างสรรค์ นักลงทุน เจ้าของแบรนด์ ผู้ซื้อสิทธิ และแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อผลักดันให้ "Creative IP" ของไทยสามารถสร้างรายได้เชิงพาณิชย์ได้จริง
อรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรม Character, Content, Animation และ Digital Content ไม่ได้เป็นเพียงภาคความคิดสร้างสรรค์ แต่กำลังเป็น "กลไกสำคัญของเศรษฐกิจสร้างสรรค์" และเป็นเครื่องมือทางธุรกิจที่สามารถต่อยอดสู่การสร้างรายได้ สร้างมูลค่าเพิ่ม และขยายโอกาสทางการค้าได้อย่างเป็นรูปธรรม
ตัวเลขที่สะท้อนศักยภาพของอุตสาหกรรมนี้คือ เศรษฐกิจสร้างสรรค์ของไทยมีมูลค่ากว่า 1.44 ล้านล้านบาท คิดเป็น 8.01% ของ GDP ประเทศ ขณะที่อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ทั่วโลกยังเติบโตเฉลี่ย 10% ต่อปี ซึ่งสูงกว่าหลายอุตสาหกรรมดั้งเดิม
"ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าความคิดสร้างสรรค์เป็นทรัพยากรทางเศรษฐกิจที่สำคัญ และเป็นโอกาสของประเทศไทยในการสร้างมูลค่าเพิ่ม สร้างรายได้ และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว" อธิบดีกล่าว
จากเครื่องมือคุ้มครอง สู่เครื่องมือสร้างธุรกิจ
อีกหนึ่งสัญญาณสำคัญคือการเติบโตของระบบทรัพย์สินทางปัญญาไทย ซึ่งข้อมูลของกรมทรัพย์สินทางปัญญาระบุว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีการจดทะเบียนและแจ้งข้อมูลทรัพย์สินทางปัญญารวมกว่า 1.26 ล้านรายการ โดยเป็นเครื่องหมายการค้ากว่า 649,000 รายการ
ขณะที่การแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์มีมากกว่า 438,000 รายการ และในช่วงปี 2560-2568 การยื่นคำขอด้านทรัพย์สินทางปัญญาเติบโตเฉลี่ย 7.5% ต่อปี
อธิบดีมองว่า ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าภาคธุรกิจและผู้สร้างสรรค์ไทยเริ่มใช้ระบบทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันมากขึ้น
"ปัจจุบันทรัพย์สินทางปัญญาไม่ได้ทำหน้าที่เพียงคุ้มครองสิทธิ แต่เป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างธุรกิจ สร้างแบรนด์ และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการนำ IP ไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์"
TCEX 2026จึงไม่ใช่งานโชว์ผลงานเท่านั่น แต่เป็นอีกงานที่เป็นเวทีสร้างมูลค่าจาก IP ของครีเอเตอร์ไทย ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-12 กรกฎาคม 2569 ภายใต้แนวคิด "The Multiverse of Creativity"
งานครอบคลุม 4 อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ได้แก่
1. Character & Art
2. Content & Story
3. Creative Lifestyle
4. Game & Interactive
โดยมีผู้ประกอบการและนักสร้างสรรค์กว่า 250 ราย เข้าร่วม
สิ่งที่แตกต่างจากงานแสดงสินค้าทั่วไป คือการสร้าง "ตลาดซื้อขายทรัพย์สินทางปัญญา" ผ่านกิจกรรม Business Matching และ Pitching เพื่อเชื่อมผู้สร้างสรรค์กับนักลงทุน ผู้ซื้อสิทธิ และพันธมิตรธุรกิจ
โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญาตั้งเป้าจัดการเจรจาธุรกิจ กว่า 500 นัดหมาย และผลักดันให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจ ไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาท
เติม Ecosystem ให้ธุรกิจ IP ไทย
นอกจากพื้นที่แสดงผลงานแล้ว ภายในงานยังมีเวทีสัมมนาตลอด 4 วัน ครอบคลุมประเด็นที่กำลังเป็นโจทย์ของอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็น AI กับทรัพย์สินทางปัญญา การบริหารลิขสิทธิ์ การทำ Licensing การสร้างแบรนด์จาก IP และการต่อยอดผลงานสร้างสรรค์สู่ธุรกิจ
พร้อมทั้งมีโซนให้คำปรึกษาจากหน่วยงานภาครัฐและสถาบันการเงิน เพื่อช่วยผู้ประกอบการนำทรัพย์สินทางปัญญาไปใช้สร้างธุรกิจได้จริง
อีกหนึ่งก้าวสำคัญคือการลงนาม MOU ระหว่างกรมทรัพย์สินทางปัญญากับกรมส่งเสริมวัฒนธรรม รวมถึงแพลตฟอร์มดิจิทัลรายใหญ่ ได้แก่ TikTok, Shopee และ Lazada เพื่อยกระดับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา และขยายโอกาสการค้าออนไลน์ให้ผู้ประกอบการไทย
ความหวังใหม่ของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทย
สิ่งที่ TCEX 2026 กำลังสะท้อน คือการเปลี่ยนมุมมองต่อ "คาแรกเตอร์ การ์ตูน เกม คอนเทนต์ และงานสร้างสรรค์" จากเดิมที่เป็นเพียงผลงานศิลปะหรือความบันเทิง ให้กลายเป็น Creative IP ที่สามารถสร้างแบรนด์ ขยายผ่านระบบ Licensing เชื่อมโยงการลงทุน และสร้างรายได้ระยะยาว
หากประเทศไทยสามารถสร้างระบบนิเวศที่เชื่อมโยงครีเอเตอร์ นักลงทุน แบรนด์ และตลาดโลกได้อย่างต่อเนื่อง ธุรกิจ IP ไทยอาจก้าวขึ้นเป็นอีกหนึ่งเสาหลักของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และเป็นความหวังใหม่ในการสร้างการเติบโตของประเทศในอนาคต.
#ทรัพย์สินทางปัญญา
30/06/2026
AI ไม่แย่งงาน...แต่กำลังแทนคนทั้งองค์กร
ตัวอย่างองค์กรเดียวจากจีน แรงงานหายวับเกือบล้านในพริบตา
นับวันธุรกิจในโลกจะยิ่งเปลี่ยนเร็วราวพลิกฝ่ามือ เมื่อจีนเร่งใช้ AI และหุ่นยนต์ เหมือนเช่นแผนการเปลี่ยนแปลงระบบการจัดส่งสินค้า ที่กำลังจะทำให้แรงงานกว่า 7 แสนตำแหน่งอาจหายไปในพริบตา ลองสำรวจอาชีพของคุณ พร้อมจะถูกเอไอทำแทนแล้วหรือยัง
กระแสการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบอัตโนมัติไม่ได้เป็นเพียงแนวโน้มของอนาคตอีกต่อไป แต่กำลังเกิดขึ้นจริงในระดับองค์กรขนาดใหญ่ โดยเฉพาะในประเทศจีน ซึ่งกำลังกลายเป็นห้องทดลองขนาดใหญ่ของโลกด้าน AI และหุ่นยนต์
ตัวอย่างที่สะท้อนภาพการเปลี่ยนผ่านได้ชัดเจน คือคำประกาศของผู้ก่อตั้ง JD .com Richard Liu ที่ระบุว่า บริษัทมีเป้าหมายให้ระบบโลจิสติกส์ทั้งหมดทำงานด้วยระบบ Automation โดยแทบไม่ต้องพึ่งแรงงานมนุษย์อีกต่อไป
ประเด็นที่สร้างแรงกระเพื่อมไม่ใช่เพียงการใช้เทคโนโลยี แต่คือขนาดของแรงงานที่ได้รับผลกระทบ เพราะธุรกิจโลจิสติกส์ของเจดีเดอทคอมมีพนักงานมากกว่า 700,000 คน จากพนักงานทั้งองค์กรเกือบ 900,000 คน
หากแผนดังกล่าวเดินหน้าเต็มรูปแบบ ย่อมหมายถึงการเปลี่ยนโครงสร้างการจ้างงานครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของโลก
ยิ่งไปกว่านั้น เรื่องนี้ไม่ใช่เพียงคำประกาศบนเวที เพราะบริษัทมีแผนลงทุนด้านระบบอัตโนมัติระยะ 5 ปีอย่างชัดเจน ทั้งการจัดซื้อหุ่นยนต์กว่า 3 ล้านตัว รถขับเคลื่อนอัตโนมัติประมาณ 1 ล้านคัน และโดรนอัตโนมัติอีกราว 100,000 ลำ เพื่อยกระดับระบบคลังสินค้าและการขนส่งทั้งหมด
แนวโน้มเดียวกันเกิดขึ้นในอุตสาหกรรมการผลิต โดย BYD ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่ของจีน ได้ลดจำนวนพนักงานลงกว่า 100,000 คน ในช่วงปีที่ผ่านมา หลังเร่งลงทุนด้านระบบอัตโนมัติ ทำให้จำนวนพนักงานลดลงจากเกือบ 1 ล้านคน เหลือประมาณ 890,000 คน
สิ่งที่น่าสนใจคือ บริษัทจีนจำนวนมากไม่ได้ประกาศว่า "เลิกจ้างเพราะ AI" โดยตรง เนื่องจากก่อนหน้านี้ศาลจีนเคยมีคำวินิจฉัยว่า นายจ้างไม่สามารถอ้างเหตุผลว่าใช้ AI มาแทนแรงงานเพื่อเลิกจ้างพนักงานได้ ทำให้องค์กรส่วนใหญ่เลือกใช้วิธีลดคนอย่างค่อยเป็นค่อยไป ผ่านการไม่รับพนักงานเพิ่ม และการปรับโครงสร้าง หรือใช้เหตุผลด้านธุรกิจแทน
AI กำลังเปลี่ยนตลาดแรงงานเร็วกว่าที่คิด
สิ่งที่เกิดขึ้นในจีนสะท้อนว่าความเสี่ยงของแรงงานยุคใหม่อาจไม่ใช่การตกงานในวันนี้ แต่คือความไม่แน่นอนว่า
"อีก 3-5 ปี งานที่ทำอยู่จะยังมีอยู่หรือไม่"
อาชีพที่มีลักษณะงานเป็นขั้นตอนซ้ำ ๆ ใช้กฎเกณฑ์ตายตัว หรือสามารถวัดผลเป็นกระบวนการได้ มีแนวโน้มถูก AI และระบบอัตโนมัติเข้ามาทดแทนได้มากที่สุด เช่น
• งานธุรการและคีย์ข้อมูล
• พนักงานบริการลูกค้าระดับพื้นฐาน
• งานบัญชีและเอกสารบางประเภท
• งานคลังสินค้าและโลจิสติกส์
• พนักงานผลิตในโรงงาน
• งานวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้น
• งานแปลภาษาและเขียนคอนเทนต์พื้นฐาน
ในทางกลับกัน งานที่ต้องอาศัยการคิดเชิงกลยุทธ์ การตัดสินใจซับซ้อน ความคิดสร้างสรรค์ การบริหารคน หรือการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า ยังเป็นพื้นที่ที่ AI เข้ามาแทนได้ยาก และมีแนวโน้มที่มนุษย์จะทำงานร่วมกับ AI มากกว่าจะถูกแทนที่ทั้งหมด
บทเรียนที่ไทยต้องจับตา
หลายฝ่ายมองว่าจีนกำลังเป็น "ห้องทดลอง" ของโลกด้าน AI และหุ่นยนต์ สิ่งที่เกิดขึ้นในจีนวันนี้ มีโอกาสเกิดขึ้นในประเทศอื่น รวมถึงประเทศไทยในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า AI จะมาแย่งงานหรือไม่ แต่คือ งานของเรามีส่วนไหนที่ AI ทำแทนได้ 100% แล้ว และมีส่วนไหนที่ยังต้องอาศัยทักษะของมนุษย์
สำหรับภาคธุรกิจ การลงทุนใน AI จะกลายเป็นเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุน ขณะที่สำหรับแรงงาน การเรียนรู้ทักษะใหม่ การใช้ AI เป็นผู้ช่วย และการพัฒนาความสามารถที่ AI ยังทำไม่ได้ อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดแรงงานยุคใหม่
เพราะในโลกธุรกิจวันนี้ การเปลี่ยนแปลงไม่ได้เกิดขึ้นเป็นสิบปีเหมือนในอดีต แต่สามารถพลิกโฉมทั้งอุตสาหกรรมได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่ปี และตัวอย่างจากจีนกำลังแสดงให้โลกเห็นว่า การปฏิวัติแรงงานด้วย AI เริ่มต้นขึ้นแล้ว ไม่ใช่อนาคตที่อยู่ไกลจนคาดเดาไม่ได้
#แรงงานหุ่นยนต์
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
ติดต่อ ธุรกิจของเรา
เว็บไซต์
ที่อยู่
SM Magazine บริษัท เอส สแควร์ แมกกาซีน จํากัด 1511/53-54 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ
Bangkok
10400