Nono

Nono

แชร์

28/05/2026

📣 พร้อมแล้วมาทดสอบสายตากัน มาช่วยกำจัดสิ่งเสพติดที่มอมเมาเด็กและเยาวชนของเรากันเถอะ
ช่วยกำจัดบุหรี่ไฟฟ้า และผลิตภัณฑ์นิโคตินที่เป็นอันตรายต่อเด็กและเยาวชน ที่เด็กกลุ่มนี้ซ่อนไว้นั้น มีตรงไหนและมีกี่ชิ้น มาช่วยกันกำจัดให้หมดไป
📍กติกา: เพียงกากบาทลงบนสิ่งเสพติดตัวร้ายเหล่านั้น ตอบเข้ามาที่คอมเมนต์ใต้โพสต์นี้
🎉31 ท่านแรกที่ตอบถูก รับของที่ระลึก ฟรี !!! 🎁
📍 ตั้งแต่วันนี้ - 2 มิ.ย. 2569 🚭
ประกาศรายชื่อผู้โชคดี ทางแฟนเพจ มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ วันที่ 9 มิ.ย. 2569
#มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่
#นิโคตินเสพติดจนตาย

#31พฤษภาคม
#วันงดสูบบุหรี่โลก

WHO warns ni****ne pouch brands targeting youth as sales surge 19/05/2026

องค์การอนามัยโลก (WHO) ออกคำเตือนเกี่ยวกับการขยายตัวอย่างรวดเร็วของผลิตภัณฑ์ “ถุงนิโคติน” ทั่วโลก ซึ่งกำลังถูกทำการตลาดเชิงรุกต่อเด็กวัยรุ่นและเยาวชน โดย WHO ระบุว่า หลายประเทศยังมีการกำกับดูแลที่จำกัดหรือแทบไม่มีเลย ส่งผลให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับการเสพติดนิโคตินในเยาวชนและความเสี่ยงต่อสุขภาพที่เกี่ยวข้อง

รายงานฉบับนี้เผยแพร่ก่อนวันงดสูบบุหรี่โลก (31 พฤษภาคม) ซึ่งในปีนี้จะมุ่งเน้นประเด็น “การเสพติดยาสูบและนิโคติน” รวมถึงกลยุทธ์ของอุตสาหกรรมที่ใช้ดึงดูดผู้ใช้รุ่นใหม่ให้ติดนิโคติน

ถุงนิโคตินเป็นซองขนาดเล็กที่วางไว้ระหว่างเหงือกกับริมฝีปาก เพื่อปล่อยนิโคตินผ่านเยื่อบุในช่องปาก โดยทั่วไปประกอบด้วยนิโคติน สารแต่งกลิ่น สารให้ความหวาน และสารเติมแต่งอื่น ๆ ยอดขายปลีกของถุงนิโคตินในปี 2024 สูงกว่า 23,000 ล้านชิ้น เพิ่มขึ้นมากกว่า 50% จากปีก่อนหน้า

“การใช้ถุงนิโคตินกำลังแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ขณะที่กฎระเบียบยังตามไม่ทัน”
นพ.วินายัก ปราสาด (Dr. Vinayak Prasad) หัวหน้าหน่วย To***co Free Initiative ของ WHO กล่าว
“รัฐบาลต่าง ๆ ต้องดำเนินการทันทีด้วยมาตรการคุ้มครองที่เข้มแข็งและอ้างอิงหลักฐานทางวิชาการ”

WHO ได้จัดทำรายงานระดับโลกฉบับแรกในหัวข้อ
“เปิดโปงกลยุทธ์และยุทธวิธีทางการตลาดที่ผลักดันการเติบโตของถุงนิโคติน”
(Exposing marketing tactics and strategies driving the growth of ni****ne pouches)
เพื่อตอบสนองต่อคำร้องขอจากหลายประเทศที่ต้องการแนวทางที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับถุงนิโคตินและแนวทางที่รัฐบาลควรดำเนินการ โดยตลาดถุงนิโคตินทั่วโลกในปี 2025 มีมูลค่าเกือบ 7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

(อ่านเพิ่มเติมรายงานได้ที่ : https://www.who.int/publications/i/item/9789240114920)

WHO เน้นย้ำว่า “นิโคติน” เป็นสารที่เสพติดสูงและเป็นอันตราย โดยเฉพาะต่อเด็ก วัยรุ่น และเยาวชนที่สมองยังพัฒนาไม่เต็มที่ การได้รับนิโคตินในช่วงวัยรุ่นอาจส่งผลกระทบต่อพัฒนาการของสมอง รวมถึงสมาธิและการเรียนรู้ การเริ่มใช้นิโคตินตั้งแต่อายุน้อยยังเพิ่มโอกาสของการเสพติดระยะยาว และการใช้ผลิตภัณฑ์นิโคตินหรือยาสูบอื่นในอนาคต อีกทั้งยังเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด

ช่องว่างทางกฎหมายทำให้เยาวชนตกอยู่ในความเสี่ยง

ถุงนิโคตินมักหลุดรอดจากการกำกับดูแลทางกฎหมาย โดย:

* ประมาณ 160 ประเทศ ยังไม่มีกฎหมายเฉพาะควบคุม
* 16 ประเทศ สั่งห้ามจำหน่าย
* 32 ประเทศ มีกฎระเบียบบางรูปแบบ เช่น
* 5 ประเทศ จำกัดรสชาติ
* 26 ประเทศ จำกัดการขายให้ผู้เยาว์
* 21 ประเทศ ห้ามโฆษณา ส่งเสริมการขาย และการสนับสนุนกิจกรรมต่าง ๆ

“รัฐบาลกำลังเห็นการแพร่ระบาดของผลิตภัณฑ์เหล่านี้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นและเยาวชนที่ตกเป็นเป้าหมายจากกลยุทธ์หลอกลวงเชิงการตลาด”
นพ.เอเตียน ครูก (Dr. Etienne Krug) ผู้อำนวยการฝ่ายปัจจัยกำหนดสุขภาพ การส่งเสริมสุขภาพ และการป้องกันโรคของ WHO กล่าว
“ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างการเสพติด และจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปกป้องเยาวชนจากการชักจูงของอุตสาหกรรม”

กลยุทธ์การตลาดที่ออกแบบมาเพื่อดึงดูดเยาวชน

รายงานชี้ให้เห็นกลยุทธ์ของอุตสาหกรรมที่มุ่งดึงดูดผู้ใช้รุ่นใหม่ ได้แก่:

* บรรจุภัณฑ์ทันสมัย เรียบหรู และพกพาง่าย
* รสชาติ เช่น หมากฝรั่ง และเยลลี่หมี
* การใช้ influencer และการโปรโมตอย่างหนักบนโซเชียลมีเดีย
* การสนับสนุนคอนเสิร์ต เทศกาล และการแข่งขันกีฬา รวมถึง Formula 1
* การสร้างภาพลักษณ์ไลฟ์สไตล์ที่ดูทันสมัย
* การสื่อสารที่ส่งเสริมให้ใช้แบบ “แอบใช้ได้” ในโรงเรียนหรือพื้นที่ปลอดบุหรี่

บรรจุภัณฑ์บางชนิดยังเลียนแบบลูกอมหรือขนมยอดนิยม ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อเด็กเล็ก

รายงานเตือนว่า กลยุทธ์ทั้งหมดนี้ถูกออกแบบมาเพื่อทำให้นิโคตินดูเป็นเรื่องปกติ ลดการรับรู้ถึงอันตราย และดึงคนรุ่นใหม่เข้าสู่การเสพติดนิโคติน

WHO เรียกร้องให้ดำเนินการอย่างเร่งด่วน

WHO เรียกร้องให้รัฐบาลออกกฎหมายควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบและนิโคตินทุกประเภท รวมถึงถุงนิโคติน โดยมาตรการที่แนะนำ ได้แก่:

* ห้ามหรือจำกัดรสชาติอย่างเข้มงวด
* ห้ามโฆษณา ส่งเสริมการขาย และการสนับสนุนกิจกรรม รวมถึงบนโซเชียลมีเดียและการใช้ influencer
* มาตรการตรวจสอบอายุผู้ซื้อและควบคุมการจำหน่ายอย่างเข้มงวด
* คำเตือนสุขภาพที่ชัดเจนและบรรจุภัณฑ์แบบเรียบ
* กำหนดเพดานปริมาณนิโคตินที่อนุญาต
* การจัดเก็บภาษีเพื่อลดการเข้าถึงและยับยั้งการใช้ในเยาวชน
* การเฝ้าระวังรูปแบบการใช้และกลยุทธ์ของอุตสาหกรรม
* การบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง

WHO ระบุว่า ถุงนิโคตินไม่ควรถูกมองว่า “ปลอดภัยไร้ความเสี่ยง” อย่างไรก็ตาม บางผลิตภัณฑ์กลับถูกจำหน่ายในระดับความแรงหลายระดับ เช่น “ผู้เริ่มต้น” “ขั้นสูง” และ “ผู้เชี่ยวชาญ” โดยมีการระบุปริมาณนิโคตินสูงถึง 150 มิลลิกรัม

WHO เรียกร้องให้เยาวชนตระหนักและปฏิเสธกลยุทธ์ของอุตสาหกรรมที่พยายามทำให้การใช้นิโคตินดูเป็นเรื่องปกติ พร้อมย้ำว่า การดำเนินการอย่างเร่งด่วนและประสานความร่วมมือในวันนี้ จะช่วยปกป้องคนรุ่นใหม่จากการเสพติดนิโคตินได้ในอนาคต

ที่มา : https://www.who.int/news/item/15-05-2026-who-warns-ni****ne-pouch-brands-targeting-youth-as-sales-surge

WHO warns ni****ne pouch brands targeting youth as sales surge The World Health Organization (WHO) today issues a strong warning over the rapid global expansion of ni****ne pouch products, which are being aggressively marketed to adolescents and young people. WHO notes that regulation in many countries is limited or absent, raising concerns about youth ni****ne...

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ การปฏิบัติ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง คลินิก ใน Bangkok?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ประเภท

เว็บไซต์

ที่อยู่


939 Rama 1 Road, Wangmai, Pathumwan
Bangkok
10330