N-Cycle
19/09/2016
ใครกำลังมองหารถพับเฟรมอลู ลองเลือก HORIZE เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกดูนะครับ เป็นดาฮอนเจนเนอเรชั่นใหม่ที่ออกแบบมาโดยมีนิยามสั้นๆ สามคำคือนุ่ม พุ่ง ไหล. รุ่นนี้มาพร้อมเกียร์ Shimano Altus 8 sp. เรียกว่าขาชิวขี่ได้ ขาซิ่งขี่มันส์ และเสริมความเท่ด้วยวงล้อกึ่งแอโร BlacFoot Semi-Aero ของ Dahon
ราคา 16,900 แถมหมวก ไฟหน้าหลัง และกระติกน้ำ Dahon สุดเก๋ครับ
สนใจสอบถามได้ที่ 086-7077585 นะครับ
-Cycle
26/08/2016
Route ดำสุดเท่ เปลี่ยนเบาะเป็น WTB Volt ยาง Schwalbe Durano ซิ่งๆ ลูกค้าเพิ่งแวะมาเอาครับ
13/08/2016
วันนี้ขอแนะนำอุปกรณ์ช่วยพยุงจักรยานดาฮอนเวลาพับครับ บางคนอาจจะเคยเห็น หรือเคยใช้กันมาบ้างแล้วครับ
Landing gear หรือ ที่บางคนเรียกว่า Third wheel ติดตั้งอยู่ใต้กระโหลกครับเวลาจะใช้ก็แค่ดันลงมาดังในรูป แค่นีเราก็จะนำจักรยานไปไหนๆแบบทุ่นแรงและทุ่นเวลา ใครที่ยังไม่มี ลองหามาติดกับจักรยานคันเก่งดูนะครับ
10/08/2016
จะเลือกจักรยานกันยังไงดี: เสือหมอบทางขรุขระ และ รถทัวริ่ง
ตอนที่แล้วเรามาคุยกันเรื่องหมอบทางเรียบกันไปแล้ว วันนี้มาจบกันด้วยเสือหมอบที่ถูกออกแบบให้วิ่งทางขรุขระกันพอได้บ้างครับ แบบแรกที่เริ่มเป็นทีรู้จักกันในบ้านเราก็คือ รถ Cyclocross หรือบางทีก็เรียกสั้นๆกันว่ารถ Cross หรือ CX ครับ เจ้ารถ Cyclocross มีต้นกำเนิดในยุโรป โดยเกิดจากการแข่งขันตัดข้ามทุ่งเพื่อร่นระยะทางระหว่างเมืองครับแทนที่จะขี่บนถนนธรรมดาก็มีลุยๆกันบ้าง ในตอนหลังก็วิวัฒนาการมาเป็นการแข่งวิ่งวนในสนามที่เตรียมไว้ล่วงหน้ากันซึ่งในสนาม Cyclocross ทางมักจะไม่เรียบและโดยปรกติก็มีโคลนหรือหลุมต่างๆพอสมควร (นึกถีงสนามโมโตครอสของมอเตอร์ไซค์เลยครับ) ทำให้ในบางทีนักแข่ง Cyclocross ต้องเอาจักรยานมาแบกบนใหล่แล้ววิ่งหลบสิ่งกีดขวางแล้วค่อยเอารถลงมาขี่ต่อ ทำให้เกิดการทำเฟรมเฉพาะขึ้นมา ซึ่งโดยปรกติจะดูกันออกง่ายว่าคันใหนเป็น Cyclocross โดยดูจาก toptube ที่แบนด้านล่าง แล้วมักจะเอาสายเบรคขึ้นไปเดินอยู่บน top tube เพื่อความสะดวกในการแบกและทำความสะอาดซ่อมแซมระหว่างแข่ง ส่วนของกะโหลกก็จะอยู่สูงกว่ารถทั่วไปหลบสิ่งกีดขวางตอนเข้าโค้ง ตัว geometry จะออกไปทางรถหมอบ Endurance ครับ แต่มีที่ต่างก็คือ Cyclocross ฐานล้อจะสั้นกว่าเพื่อความกระฉับกระเฉงในการเข้าโค้งแคบๆ แต่ล้อไม่ติดเฟรมจนเกินไปไม่งั้นโคลนเข้าไปติดหมด Cyclocross ส่วนใหญ่ในปัจจุบันใช้ เบรคแบบ Disc เหมือนเสือภูเขากันหมดครับและมักจะมากับปลดเร็วแบบ Thru Axle ที่ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของโครงสร้างแกนล้อไม่บิดงอทำให้เข้าโค้งรับแรงกระแทกได้ดีกว่ามากๆ ยางที่ใช้ใน Cyclocross ปรกติจะเป็นยางมีดอกใหญ่ๆ เหมือนกับในรถเสือภูเขา ในการแข่งขันจะนิยมใช้ยาง Tubular หรือยางฮาฟมากกว่ายางแบบ clincher (ยางงัด) และโดยมากจะทำให้รับยางได้ถีง 35 mm เป็นอย่างน้อยครับ
นอกจาก Cyclocross แล้วหลังๆยังมีการแข่งขันแบบใหม่เกิดขึ้นในอเมริกานั่นคือการขี่แข่งขันบนนถนนเล็กที่ปูด้วยกรวด หรือที่เรียกกันว่า Fire Road หรือ Gravel Road ครับ ถ้าเทียบก็คงเหมือนทางเดินโรยกรวดบ้านเราการแข่งแบบนี้มักจะแข่งระยะไกลระดับ 100-200 โลพอๆกับ Audax บ้านเรา ซึ่งกลายเป็นที่นิยมกันอย่างรวดเร็วครับเนื่องจากถนนแบบนี้แทบจะไม่มีรถ เส้นทางก็จะสวยงามแปลกๆกันออกไปครับ พอได้รับความนิยมเลยมีการดัดแปลงรถ cyclocross มาทำเป็นรถชนิดใหม่ เรียกว่า gravel bike หรือ เสือทางกรวดก็ว่าได้ครับ ซึ่งดูจากข้างนอกจะคล้ายๆกันแต่มีจุดต่างสำคัญๆ คือ Gravel bike จะมีฐานล้อยาวกว่ารถ Cyclocross พอสมควรครับ เพราะต้องการเพิ่มเสถียรภาพในการเกาะถนน เพราะถ้าฐานล้อสั้นเกินไปเวลาขี่บนทางกรวดล้อหลังอาจจะสะบัดเสียหลักได้ง่ายกว่า ยางที่ใช้ของรถ Gravel จะใส่ยาง size ใหญกว่ามากครับ โดยปรกติอาจจะใส่ยางหน้ากว้าง 35 mm แต่ในการแข่งขันบางครั้งก็ใส่ขึ้นไปถึง 40 mm เลยทีเดียว ซึ่งโดยปรกติจะเป็นยางที่ดอกไม่ใหญ่เป็นบั้งๆ แบบเสือภูเขาหรือ Cyclocross แต่ก็จะมีดอกให้รีดน้ำอยู่พอสมควรครับ การใส่ยางใหญ่แบบนี้อนุญาติให้ รถ Gravel สามารถใช้ลมยางต่ำๆได้ทำให้นิ่มนวลมากขึ้นด้วยครับ นอกจากฐานล้อแล้ว มุมของตะเกียบหน้าก็จะเอียงมากกว่ารถเสือหมอบปรกติทำให้ขี่ทางไกลๆได้ดีขึ้นครับ
รถอีกตระกูลหนึ่งที่เป็นที่ชื่นชอบของคนชอบขี่ท่องเที่ยวก็คือรถตระกูลทัวริ่งครับ จริงๆรถทัวริ่งก็คือรถที่เราขี่กันไปท่องเที่ยวระยะทางไกลนั่นละครับ จะว่าไปก็ใช้รถอะไรก็ได้ละครับ ตั้งแต่ จักรยานพับล้อเล็กไปจนถีงเสือหมอบ แต่ถ้ารถตระกูลทัวริ่งแบบจริงจังแล้ว มักจะใช้ล้ออยุ่สองขนาด ทั้งแบบ 26" เหมือนเสือภูเขา และ 700c เหมือนเสือหมอบ
ตัวถังของรถทัวริ่งแบบจริงๆจังๆมักจะใช้เป็นเหล็กทั้งคันนัยว่าให้สามารถซ่อมที่ใหนก็ได้ในโลก ตะเกียบก็จะเป็นเหล็กด้วยครับด้วยเหตุผลเดียวกัน แต่ไม่ใช่ว่ารถอลู หรือคาร์บอนจะไม่มีนะครับ แค่มีน้อยกว่าเท่านั้นเองเพราะรถสองแบบนั้นมีปัญหาขึ้นมาซ่อมแซมยากกว่ากันแยะ ผลของการใช้เหล็กทำตัวถังก็คือได้คุณสมบัติในการดูดซับความสั่นสะเทือนของเฟรมเหล็กเพิ่มเข้ามาด้วยครับ
ส่วนเรื่อง Geometry ของรถทัวริ่งโดยทั่วไป ช่วงล้อของรถทัวริ่งจะยาวมากๆทำให้เสถียรภาพการทรงตัวดีขี่แล้วไม่เหนื่อยครับ โดยมากรถทัวริ่งมักจะใช้แฮนด์แบบเสือหมอบ แต่ก็จะมีแฮนด์ที่ได้รับความนิยมพอๆกันก็คือแฮนด์แบบ Trekking หรือ ที่บ้านเราเรียกกันว่าแฮนด์ผีเสื้อที่ลักษณะโค้งเป็นวงรีทำให้มีจุดที่จับแฮนด์ได้หลายส่วนและยังใช้ติดอุปกรณ์เพิ่มเติมได้โดยง่ายครับ นอกจากแฮนด์แบบ Trekking แล้วรถทัวริ่งก็ยังมีการใช้แฮนด์แบบอื่นบ้างเหมือนกันครับ ไม่ว่าจะเป็นแฮนด์ตรงธรรมดา หรือแฮนด์ style คล้ายๆแฮนด์ตรงแต่ลู่มาด้านหลังทำให้จับถนัดขึ้น เฟรมรถทัวริ่งที่ดีต้องมีทั้งจุดติดบังโคลนและจุดยีดกระเป๋าซึ่งโดยปรกติก็มีทั้งด้านหน้าและด้านหลังครับ
รถทัวริ่งโดยทั่วไปๆปรกติจะแบ่งเป็นสองแบบคือรถสำหรับการท่องเที่ยวระยะไกล้ที่สัมภาระไม่แยะนัก ที่เราเรียกกันว่า light touring กับรถทัวริ่งที่สัมภาระแยะหน่อยสามารถไปได้ในระดับหลายอาทิตย์ หรืออาจจะปั่นนานกว่านั้น รถแบบแรกบางที่เราก็เรียกว่ารถ Randonneur หรือจักรยานแบบ Rando ครับซึ่งโดยปรกติถ้าเทียบกับแบบหลังหรือ Full Touring นี่ รถ Rando จะมีขนาดฐานล้อที่สั้นกว่า ท่อเหล็กก็จะแข็งแรงน้อยกว่าเพราะรับน้ำหนักน้อยกว่าแต่ในเวลาเดียวกันก็จะขี่ได้รวดเร็วกว่าแยะ ถ้าจะให้เทียบก็เหมือนกับหมอบ Endurance ที่ออกแบบมาติดกระเป๋าและรับน้ำหนักเพิ่มได้ครับ ในขณะที่ Full Touring มักจะออกแบบโดยให้ความสนใจต่อความสามารถในการบรรทุกของและน้ำหนักส่วนเกิน ในขณะที่ยังให้ความสบายในการขับขี่สูงสุด
Click ตามรูปประกอบเพื่อดูคำอธิบายนะครับ เจอกันตอนหน้าครับ. Link ของ ตอนเก่าๆ ดูข้างล่างเลยนะครับ
อ่านตอนเก่ากันได้ครับ
รถพับ
https://www.facebook.com/Ncycleshop/posts/366474593476921
เสือภูเขา
https://www.facebook.com/Ncycleshop/posts/368408866616827
เสือหมอบ
https://www.facebook.com/Ncycleshop/posts/371528546304859
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
เบอร์โทรศัพท์
เว็บไซต์
ที่อยู่
พิชยา ลีฟวิ่ง Asoke-Dindeang Road
Bangkok
10400