Pui Shop For Man

Pui Shop For Man

แชร์

27/05/2019

ปัญหาเกี่ยวกับการมองเห็น ทำความเข้าใจปัญหาด้านสายตาและดวงตา
กว่า 60% ของประชากรโลกหรือมากกว่า 4.5 พันล้านคนต้องใช้เลนส์หรือกระบวนการในการแก้ไขปัญหาสายตาและการมองเห็น ในฐานะที่เอสซีลอร์เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีเลนส์แว่นตาระดับโลก เรามุ่งเน้นแก้ไขปัญหาด้านการมองเห็นทุกรูปแบบ การให้ข้อมูลเกี่ยวกับภาวะความผิดปกของสายตารูปแบบต่างๆ จะช่วยในการตัดสินใจที่ถูกต้องเพื่อสุขภาพดวงตาของคุณ

กรรมพันธุ์ สิ่งแวดล้อม และอายุ สิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลกระทบต่อดวงตา เพราะดวงตาเป็นหนึ่งในอวัยวะที่ซับซ้อนที่สุดในร่างกายมนุษย์ ผลกระทบจากสิ่งที่กล่าวมามีตั้งแต่ความไม่สบายตาไปจนถึงปัญหาการมองเห็นที่รุนแรงมากขึ้นที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสายตา ปัญหาเหล่านี้สามารถแบ่งได้ดังต่อไปนี้:

ภาวะดวงตา: ปัญหาความผิดปกติที่ส่งผลต่อวิสัยทัศน์และความบกพร่องของการทำงานทางสายตา อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับภาวะสายตาสั้น สายตายาวและภาวะทางสายตาอื่น ๆ อีกมากมายที่อาจมีผลต่อคุณหรือคนที่คุณรัก

โรคตา: โรคตาเป็นปัญหาที่เกิดจากการตอบสนองของร่างกายต่อปัจจัยภายในและภายนอก อ่านเพิ่มเติมได้เกี่ยวกับโรคตาต่างๆ ที่อาจเกิดกับคุณ เช่น โรคต้อหิน ไปจนถึงโรคตาแดงหรือ 'ตาสีชมพู'

อาการที่เกี่ยวกับการมองเห็น: อาการเหล่านี้เป็นอาการทางสายตาที่พบได้ทั่วไปซึ่งมีสาเหตุมาจากโรคตาหรือสภาวะของดวงตา อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการมองเห็นพร่ามัว ตาล้า และอาการอื่น ๆ ที่อาจสร้างความรุนแรงแก่ดวงตาคุณ

┏━━━━━━━━━━━━━━┓
✦ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ✦
┗━━━━━━━━━━━━━━┛
ติดต่อ 🌹คุณเกล🌹
☎โทร : 064-9978742

หรือคลิกลิงค์คุยทางไลน์
https://line.me/R/ti/p/%40aal5288e

09/05/2019

โรคหลอดเลือดสมอง
โรคหลอดเลือดสมองสามารถแบ่งได้เป็น 2 ชนิด คือ
• ชนิดเส้นเลือดตีบ หรืออุดตัน
• ชนิดเส้นเลือดแตก


โรคนี้ถ้าเป็นแล้ว แม้รอดชีวิตก็มักจะมีความพิการหลงเหลืออยู่ไม่มากก็น้อย อย่างไรก็ตามโรคนี้สามารถป้องกันได้และถ้าไม่รีบรักษาตั้งแต่เริ่มมีอาการก็อาจช่วยให้รอดชีวิตและมีความพิการน้อยลงหรือกลับไปทำงานตามปกติ

ลักษณะอาการและอาการเตือนของโรคหลอดเลือดสมองขึ้นอยู่กับว่าสมองส่วนใดเสียการทำงานไป เช่น
• พูดไม่ออกหรือไม่เข้าใจคำพูด หรือพูดไม่ชัดทันทีทันใด
• แขนหรือขาซีกใดซีกหนึ่งอ่อนแรง ชา หรือขยับไม่ได้ขึ้นมาทันทีทันใด
• ตาข้างใดข้างหนึ่งมัวหรือมองไม่เห็นฉับพลัน เห็นภาพซ้อนหรืออาการคล้ายมีม่านมาบังตา
• ปวดศีรษะรุนแรง ฉับพลันชนิดไม่เคยเป็นมาก่อน
• มึนงง เวียนศีรษะหรือเสียการทรงตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งร่วมกับอาการอื่นข้างต้น
อาการเตือนเหล่านี้อาจเป็นชั่วขณะแล้วดีขึ้นเอง แต่ก็มีความสำคัญและผู้ป่วยควรจะพบแพทย์โดยด่วน ถ้าผู้ป่วยเข้ารับการรักษาเร็วเท่าใด อัตราการตาย ความพิการจะยิ่งน้อยลง

ปัจจัยเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมอง
หากผู้ใดมีปัจจัยเหล่านี้อยู่จะมีโอกาสเกิดโรคหลอดเลือดสมองได้มากกว่าปกติ อย่างไรก็ตามผู้ที่ไม่มีปัจจัยเสี่ยง ก็มีโอกาสเกิดโรคหลอดเลือดสมองได้เช่นกัน
ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญได้แก่ :
• ความดันโลหิตสูง เป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญมากถ้าสามารถป้องกัน ไม่ให้เป็นโรคความดันโลหิตสูง หรือถ้าเป็นแล้วการลดความดันโลหิตให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมจะสามารถลดความเสี่ยงลงได้
แนวทางปฏิบัติ ในการลดความเสี่ยงจากความดันโลหิตสูง คือ
• รักษาน้ำหนักตัวไม่ให้อ้วนเกินไป
• ลดอาหารเค็ม
• รับประทานอาหารให้พอเหมาะ เน้นอาหารที่เป็นพืช ผัก ผลไม้
• ตรวจสุขภาพเป็นครั้งคราว
ถ้าพบว่าเป็นความดันโลหิตสูง แพทย์อาจแนะนำให้รับประทานยาลดความดันโลหิตร่วมด้วย ผู้ป่วยไม่ควรหยุดยาเองโดยเด็ดขาดและควรปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด
• การสูบบุหรี่ เป็นปัจจัยเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมองที่สำคัญเช่นกัน จึงควรงดสูบบุหรี่
• โรคหัวใจ มีหลายชนิด เช่น ลิ้นหัวใจพิการ โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ โรคหัวใจขาดเลือด ฯลฯ ซึ่งแพทย์อาจพิจารณาให้ยาบางชนิดเพื่อลดโอกาสเกิดโรคหลอดเลือดสมอง
• โรคเบาหวาน ควรพบแพทย์และรับประทานยาตามที่แพทย์แนะนำอย่างเคร่งครัด
• ภาวะไขมันในเลือดสูง ควรลดการรับประทานอาหารที่มีไขมันมากเกินไป และอาจต้องรับประทานยาลดไขมันร่วมด้วย ตามที่แพทย์แนะนำจะช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคเส้นเลือดหัวใจตีบตันและช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมองอีกด้วย
• ภาวะเครียด การที่เครียดมากเกินไปจะมีผลให้เกิดความดันโลหิตสูงมากกว่าปกติ และจะทำให้เกิดอัมพาตตามมาได้
• การขาดการออกลังกาย การที่ไม่ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอทำให้อ้วนและเกิดภาวะเครียดซึ่งจะเป็นปัจจัยเสริมต่อการเกิดอัมพาต
สรุป คำแนะนำการปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันอัมพาต มีดังนี้
• ลดและควบคุมความดันโลหิต
• ลดโคเลสเตอรอลในเลือด
• ลดน้ำหนัก (ถ้าอ้วน)
• ออกกำลังกายอย่างน้อย สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง
• รับประทานผักและผลไม้ให้มาก
• งด ! อาหารไขมัน
• งด ! เหล้า บุหรี่และสารเสพติด
• รับประทานยาป้องกันการเกิดลิ่มเลือดตามคำสั่งแพทย์
การรักษาโรคหลอดเลือดสมอง วิธีการที่สำคัญคือ
• ต้องรีบไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุด
• การรักษาในช่วงแรกเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง มิฉะนั้นผู้ป่วยบางรายแทนที่จะฟื้นตัวได้ กลับจะเกิดภาวะอัมพาตถาวรตลอดไป ผู้ป่วยอัมพาตระยะแรกจึงจำเป็นต้องอยุ่ในความดูแลของแพทย์และทีมการพยาบาลที่เชี่ยวชาญ โดยเฉพาะในช่วงสัปดาห์แรกเพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการฟื้นฟูอย่างรวดเร็วและไม่เกิดภาวะแทรกซ้อน

┏━━━━━━━━━━━━━━┓
✦ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ✦
┗━━━━━━━━━━━━━━┛
ติดต่อ 🌹คุณเกล🌹
☎โทร : 064-9978742

หรือคลิกลิงค์คุยทางไลน์
https://line.me/R/ti/p/%40aal5288e

Photos from Pui Shop For Man's post 05/03/2019

โรคเก๊าท์
โรคเก๊าท์เป็นหนึ่งในกลุ่มโรคข้ออักเสบที่เกิดจากการสะสมของผลึกกรดยูริกตามข้อต่างๆ ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการปวด บวม แดงบริเวณข้ออย่างเฉียบพลัน โดยพบได้บ่อยในผู้ชายและผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน โรคเก๊าท์เป็นโรคที่สามารถรักษาและควบคุมไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำได้


​สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงของโรคเก๊าท์​อาการโรคเก๊าท์​การตรวจวินิจฉัยโรคเก๊าท์​การรักษาโรคเก๊าท์​การป้องกันและดูแลตัวเองของผู้ป่วยโรคเก๊าท์


สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงของโรคเก๊าท์
โรคเก๊าท์เกิดจากภาวะกรดยูริก (uric acid) ในเลือดสูงติดต่อกันเป็นเวลานานจนเกิดเป็นผลึกสะสมอยู่ในข้อ ทำให้เกิดการอักเสบ ปวดบวมอย่างรุนแรง ทั้งนี้ กรดยูริกเปรียบเสมือนของเสียในร่างกายที่เหลือจากการกำจัดเซลล์ที่หมดอายุลง โดยร่างกายของแต่ละคนจะมีกรดยูริกอยู่ประมาณร้อยละ 80 ส่วนอีกร้อยละ 20 มักได้รับจากอาหารที่รับประทานเข้าไป

ปัจจัยที่กระตุ้นให้ระดับกรดยูริกในเลือดสูงจนตกตะกอนเป็นผลึก ได้แก่

การรับประทานอาหารที่มีกรดยูริกสูง เช่น เนื้อสัตว์ เครื่องในสัตว์ อาหารทะเล เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลฟรุกโตส
อาการเจ็บป่วยที่มีผลต่อการสร้างเซลล์เพิ่มขึ้น เช่น โรคมะเร็ง โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว (ลูคีเมีย) โรคสะเก็ดเงิน
อาการเจ็บป่วยที่กระตุ้นให้ร่างกายสร้างกรดยูริกขึ้นมามากกว่าปกติ ขณะเดียวกันก็ลดความสามารถในการกำจัดกรดยูริกออกจากร่างกาย เช่น โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และโรคไต
การใช้ยาบางชนิด ที่ส่งผลให้ไตขับกรดยูริกออกทางปัสสาวะได้น้อยลง


อาการโรคเก๊าท์
ผู้ป่วยโรคเก๊าท์จะมีอาการปวด บวมแดง ร้อนบริเวณข้ออย่างฉับพลันทันทีทันใด โดยมักเริ่มจากข้อบริเวณโคนนิ้วหัวแม่เท้า แต่ก็สามารถเกิดกับข้ออื่นๆ ได้ เช่น ข้อเท้า ข้อเข่า ข้อมือ ซึ่งจะเป็นๆ หายๆ ในระยะแรก โรคเก๊าท์ที่ไม่ได้รับการรักษาหรือดูแลอย่างถูกต้อง อาการอักเสบจะรุนแรงมากขึ้นทำให้ผู้ป่วยปวดถี่ขึ้นและนานขึ้นจนอาจกลายเป็นโรคข้ออักเสบเรื้อรัง และอาจส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ตามมา เช่น โรคไต นิ่วในทางเดินปัสสาวะ และไตวาย



การตรวจวินิจฉัยโรคเก๊าท์
นอกเหนือจากการตรวจร่างกายแล้ว แพทย์วินิจฉัยโรคเก๊าท์ได้ด้วยวิธีดังต่อไปนี้

1. เจาะน้ำในข้อที่มีอาการออกมาตรวจว่ามีผลึกของกรดยูริกหรือไม่ ถือเป็นวิธีหลักในการตรวจวินิจฉัย โดยแพทย์จะพิจารณาช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเจาะ เพราะหากผู้ป่วยยังมีอาการปวดมาก อาจไม่สมควรเจาะในขณะนั้น แต่อาจให้รับประทานยาเพื่อให้หายอักเสบก่อน

2. เจาะเลือดดูระดับกรดยูริกว่าสูงมากน้อยเพียงใด เป็นการตรวจในกรณีที่ผู้ป่วยยังไม่พร้อมรับการเจาะน้ำในข้อ ทั้งนี้ระดับกรดยูริกสูงไม่ได้หมายความว่าเกิดการตกตะกอนเป็นผลึกในข้อเสมอไป

3. การตรวจ dual energy CT scan เป็นการเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ที่ช่วยให้แพทย์เห็นผลึกของกรดยูริกที่ตกตะกอนอยู่ในข้อได้โดยไม่จำเป็นต้องเจาะน้ำออกมาตรวจ แต่การตรวจแบบนี้เหมาะสำหรับกรณีที่ผลึกจับตัวเป็นก้อนใหญ่จนสามารถเอกซเรย์เห็นได้ ซึ่งแพทย์จะประเมินจากลักษณะข้อที่ผิดปกติ หรือระยะเวลาที่ผู้ป่วยมีอาการผิดปกติ เช่น เป็นๆ หายๆ มานาน 5-10 ปี



การรักษาโรคเก๊าท์
แนวทางการรักษาโรคเก๊าท์คือการลดกรดยูริกในเลือดให้ต่ำลง ซึ่งทำได้โดยการรับประทานยาละลายผลึกกรดยูริกแล้วให้ร่างกายขับออก เมื่อกรดยูริกลดต่ำลงก็จะเกิดการอักเสบน้อยลง

ทั้งนี้ ผู้ป่วยจำเป็นต้องรับประทานยาอย่างต่อเนื่อง เพราะนอกจากจะเป็นการรักษาอาการอักเสบเฉียบพลันแล้ว ยังเป็นการป้องกันการกลับมาสะสมใหม่และลดความเสี่ยงที่อาจเกิดจากภาวะแทรกซ้อนของโรค รวมถึงการเกิดปุ่มหรือก้อนผลึกกรดยูริกในเนื้อเยื่อที่เรียกว่าก้อนโทฟัส (tophus) ซึ่งทำให้ดูไม่สวยงาม

การป้องกันและดูแลตัวเองของผู้ป่วยโรคเก๊าท์
การป้องกันโรคเก๊าท์ที่สามารถทำได้ คือปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคด้วยการไม่รับประทานอาหารที่มีกรดยูริกสูงต่อเนื่องเป็นเวลานาน ส่วนการดูแลตัวเองของผู้ป่วย

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ดีเก๊าท์ (อาหารเสริมเพื่อโรคเก๊าท์)
💢ลดปริมาณกรดยูริก ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคเก๊าท์
ลดอาการปวดตามข้อในผู้ป่วยโรคเก๊าท์
💢บำรุงไตให้แข็งแรง ลดภาวะไตเสื่อมปรับสมดุลกรดยูริกในร่างกาย
💢ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล น้ำตาล และไขมันในเลือดและช่วยปรับระดับความดันให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
💢บำรุงระบบไหลเวียนโลหิตและระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย
__________________________________
┏━━━━━━━━━━━━━━┓
✦ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ✦
┗━━━━━━━━━━━━━━┛
ติดต่อ 🌹คุณเกล🌹
☎โทร : 064-9978742

คลิกลิงค์เพื่อติดตามข้อมูล
https://bit.ly/2RLfs6K

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง ร้านเสริมสวย ใน Bangkok?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


54/4-5 ถ. สุวินทวงศ์ แขวงมีนบุรี
Bangkok
10150