The Editorial
24/06/2026
LIVE : RADIO : POD CAST | VARIETY ART
🌟 คืนนี้ 19:30 น. เตรียมความพร้อมเพื่อก้าวสู่วัย "Golden Age" อย่างมีคุณภาพ! 🌟
เมื่อก้าวเข้าสู่วัยผู้สูงอายุ หรือวัยที่เรียกว่า "Golden Age" การดูแลและการเตรียมความพร้อมทั้งกายและใจถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง คืนนี้มาร่วมพูดคุยและเจาะลึกเรื่องราวการดูแลผู้สูงอายุอย่างถูกวิธี เพื่อให้วัยนี้เป็นช่วงเวลาที่เปี่ยมสุขและมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด
ดำเนินรายการโดยสองพิธีกร: บอย พีอาร์ และ โย-โยทะกา
📌 ช่องทางการติดตาม (รับฟังและรับชมสดพร้อมกันทั่วโลก):
📻 สถานีวิทยุแห่งประเทศไทย QFM 97.0 MHz
💻 เว็บไซต์: http://97qfm.com/home.php?events=1
📱 Facebook Live: QFM Quality News Station
🎧 และทางวิทยุออนไลน์ทั่วโลก
⏰ เวลาออกอากาศ: คืนนี้เวลา 19:30 น. - 20:00 น.
(ออกอากาศเป็นประจำทุกวันจันทร์ - วันพุธ)
📺 หากพลาดชมสด สามารถรับชมย้อนหลังได้ทาง: YouTube Channel "VarietyYo Art Show"
#ผู้สูงอายุ #การดูแลผู้สูงอายุ #บอยพีอาร์ #โยทะกาจุลโลบล #ฟังวิทยุออนไลน์
23/06/2026
NEW ARRIVAL | THE EDITORIAL
อาดิดาส เปิดตัว Adizero Dropset Pro รองเท้าสำหรับฝึกซ้อมและแข่งขันการออกกำลังกายแบบไฮบริด
Adizero Dropset Pro ถูกออกแบบมาเพื่อการฝึกซ้อมและแข่งขันออกกำลังกายแบบไฮบริดโดยเฉพาะ ประกอบด้วยนวัตกรรมจาก Adizero ที่เป็นตระกูลรองเท้าวิ่งทำความเร็ว และ Dropset ซึ่งเป็นรองเท้าสำหรับการฝึกเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่ง จนได้ออกมาเป็นรองเท้าที่มีคุณสมบัติครบถ้วนทั้งในด้านความเร็ว ความมั่นคง การควบคุมการเคลื่อนไหว และการยึดเกาะกับพื้นผิว จึงเหมาะสำหรับนักกีฬาทุกระดับที่ต้องการฝึกซ้อมและแข่งขันออกกำลังกายแบบไฮบริด
49% ของนักกีฬาไฮบริดทั่วโลกต่างเห็นตรงกันว่ารองเท้าที่พวกเขาใช้อยู่ในตอนนี้มีขีดจำกัดในประสิทธิภาพในการใช้งาน รู้สึกว่ารองเท้าฝึกซ้อมที่ใช้อยู่ในปัจจุบันส่งผลต่อประสิทธิภาพการออกกำลังกาย ขณะที่อีก 47% ระบุว่ารองเท้าเทรนนิงที่ใช้อยู่ ไม่สามารถตอบสนองได้ครบทั้งการวิ่งและการเทรนนิง
รองเท้า Adizero Dropset Pro จัดจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ในราคา 4,900 บาท ที่ อาดิดาส แบรนด์ เซ็นเตอร์, อาดิดาส สปอร์ต เพอร์ฟอร์แมนซ์, อาดิดาส แอปพลิเคชัน, อาดิดาส ออนไลน์ สโตร์ www.adidas.co.th ช่องทาง LINE: และร้านค้าอุปกรณ์กีฬาชั้นนำทั่วประเทศที่ร่วมรายการ
อาดิดาส เปิดตัว Adizero Dropset Pro รองเท้าฝึกซ้อมและแข่งขันออกกำลังกายแบบไฮบริดรุ่นใหม่ล่าสุดจากตระกูล Adizero Dropset ที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการของนักกีฬาทั้งในด้านการใช้งานวิ่งด้วยความเร็วและการเทรนนิงเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ เหมาะสำหรับนักกีฬาทุกระดับ สามารถนำไปใช้ได้ทั้งในการฝึกซ้อมและการแข่งขัน
รองเท้า Adizero Dropset Pro ผสมผสานด้วยนวัตกรรมที่คิดค้นขึ้นมาเพื่อความเร็วตามแบบฉบับของตระกูล Adizero และความมั่นคงที่เป็น DNA ของตระกูล Dropset จึงเป็นรองเท้าที่มีความสมดุลรอบด้าน ทั้งความเร็ว ความมั่นคง การควบคุมการเคลื่อนไหว และการยึดเกาะกับพื้นผิว จึงเหมาะสำหรับการใช้งานในการออกกำลังกายแบบไฮบริด ไม่ว่าจะเป็นการวิ่ง Interval บนเครื่อง การดันเลื่อนน้ำหนัก (sled push) การ Lunge พร้อมน้ำหนัก (weighted lunges) การเดินแบกน้ำหนักแบบ farmer’s carry หรือการฝึก wall balls ซึ่งรองเท้าคู่นี้จะช่วยให้นักกีฬารู้สึกถึงความเบา สามารถเคลื่อนที่ได้อย่างคล่องตัวในเวลาที่ต้องเร่งความเร็ว รวมถึงช่วยให้ความมั่นคงในการยืนบนพื้นอีกด้วย
การเปิดตัว Adizero Dropset Pro ถือเป็นการพัฒนาต่อยอดมาจาก Adizero Dropset Elite รองเท้าสำหรับการแข่งขันไฮบริดที่อาดิดาส พัฒนาร่วมกับ Tim Wenisch เจ้าของตำแหน่งแชมป์โลกการแข่งขัน HYROX โดยในขณะที่ Elite ถูกสร้างขึ้นสำหรับนักกีฬาระดับแนวหน้า Adizero Dropset Pro ซึ่งผ่านการทดสอบร่วมกับ Graham Halliday และ Fabian Eisenlauer ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อนำแนวคิดเดียวกันมาสู่การฝึกซ้อมในชีวิตประจำวันของนักกีฬาทุกระดับ พร้อมเป็นรองเท้าคู่หลักสำหรับการเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขัน และตอกย้ำบทบาทของ Adizero Dropset ในฐานะแฟรนไชส์รองเท้าสมรรถนะสูงสำหรับการฝึกซ้อมแบบไฮบริดโดยเฉพาะ
การฝึกซ้อมแบบไฮบริดกำลังสร้างนักกีฬายุคใหม่ ทั้งนักวิ่งที่เพิ่มเวทเทรนนิงเข้าสู่การฝึกซ้อม ผู้ที่เน้นสร้างความแข็งแรงแต่ยังคงฝึกวิ่งอย่างสม่ำเสมอ หรือผู้ที่สลับระหว่างคาร์ดิโอและการฝึกฟังก์ชันนัลได้ภายในเซสชันเดียว จากผลวิจัยล่าสุดของอาดิดาส* พบว่าเกือบครึ่งหนึ่งของนักกีฬาไฮบริดทั่วโลก (49%) มองว่ารองเท้าฝึกซ้อมที่ใช้อยู่ในปัจจุบันเป็นข้อจำกัดต่อประสิทธิภาพการออกกำลังกาย ขณะที่นักกีฬาจำนวน 4 ใน 5 คน คาดหวังให้รองเท้าสามารถรองรับทุกกิจกรรมภายในการฝึกซ้อมได้ อย่างไรก็ตาม มากกว่าหนึ่งในสามระบุว่ายังไม่พบรองเท้าคู่ใดที่ตอบโจทย์การออกกำลังกายได้ครบทุกประเภท สะท้อนถึงความต้องการรองเท้าที่สามารถรองรับการฝึกซ้อมแบบไฮบริดได้อย่างแท้จริง
เบอร์นาร์ด เซอร์ รองประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์ของอาดิดาส เทรนนิง กล่าวว่า "นักกีฬาไฮบริดกำลังกำหนดนิยามใหม่ของสมรรถนะทางกีฬา ปัจจุบันนักกีฬาไม่ได้จำกัดการฝึกซ้อมอยู่เพียงรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งอีกต่อไป และอุปกรณ์ที่พวกเขาเลือกใช้ก็ต้องสามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวได้เช่นกัน
อาดิดาสมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมด้านการฝึกซ้อมผ่านการทำงานร่วมกับทั้งนักกีฬาระดับแนวหน้าและคอมมูนิตีนักกีฬาไฮบริดทั่วโลก ด้วยการรับฟังความคิดเห็น ทดสอบผลิตภัณฑ์ และพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างโซลูชันที่ตอบโจทย์ความต้องการของนักกีฬาได้อย่างแท้จริง แฟรนไชส์ Adizero Dropset สะท้อนถึงความมุ่งมั่นดังกล่าว โดยได้รับการออกแบบเพื่อสนับสนุนนักกีฬาตั้งแต่ช่วงการเตรียมความพร้อมไปจนถึงการแข่งขัน ขณะที่ Adizero Dropset Pro ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อรองรับทุกมิติของการฝึกซ้อมแบบไฮบริดในรองเท้าคู่เดียว”
รองเท้า Adizero Dropset Pro ประกอบด้วยเทคโนโลยีที่มีคุณสมบัติที่โดดเด่น ดังนี้
Lightstrike Pro Foam: เทคโนโลยีโฟมน้ำหนักเบาระดับพรีเมียมที่ใช้ในรองเท้าตระกูล Adizero ซึ่งเน้นด้านความเร็ว โดยมอบการรองรับแรงกระแทกและการคืนพลังงานที่มีประสิทธิภาพ สร้างการตอบสนองที่รวดเร็วในทุกการเคลื่อนไหว ช่วยให้นักกีฬาสามารถรักษาความเร็วและความคล่องตัวได้แม้ในช่วงการฝึกซ้อมที่มีความเข้มข้นสูง
Energy Rods: ออกแบบมาเพื่อช่วยให้การถ่ายน้ำหนักจากส้นเท้าสู่ปลายเท้าเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ โดยโครงสร้างที่ได้มีระดับความแข็งที่เหมาะสมเพื่อช่วยสร้างแรงส่งในทุกก้าว ช่วยเสริมประสิทธิภาพในการเร่งความเร็วระหว่างการฝึกซ้อม
Lighttraxion: ระบบการยึดเกาะน้ำหนักเบาที่ได้รับการออกแบบเพื่อลดน้ำหนักของรองเท้าโดยไม่ลดทอนประสิทธิภาพการยึดเกาะ ช่วยให้นักกีฬาสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็วและคล่องตัวตลอดการฝึกซ้อม
Continental™ Rubber: ยางพื้นรองเท้าที่ได้รับการออกแบบเพื่อมอบการยึดเกาะที่มั่นใจได้ทั้งบนพื้นผิวเปียกและแห้ง ช่วยให้นักกีฬารักษาความมั่นคงในทุกย่างก้าว ทุกเซ็ตการฝึก และทุกการเปลี่ยนรูปแบบการเคลื่อนไหว
Adizero Sockliner: แผ่นรองด้านในรองเท้าความหนาเพียง 2.6 มิลลิเมตร ช่วยลดน้ำหนักของรองเท้าและรักษาความสูงของพื้นรองเท้าให้อยู่ในระดับต่ำ เพื่อเพิ่มการรับรู้สัมผัสกับพื้น (ground feel) และช่วยให้ควบคุมการเคลื่อนไหวได้ดียิ่งขึ้นระหว่างการฝึกความแข็งแรงและการออกกำลังกายแบบฟังก์ชันนัล
Adizero Dropset Pro ได้รับการพัฒนาขึ้นสำหรับนักกีฬาที่ฝึกซ้อมหลากหลายรูปแบบ และต้องการรองเท้าที่สามารถรองรับความเข้มข้นของการฝึกได้ในทุกรูปแบบ สิ่งนี้ได้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของอาดิดาส ในการยกระดับประสิทธิภาพการฝึกซ้อมและการแข่งขันแบบไฮบริด ตั้งแต่ช่วงการเตรียมความพร้อมไปจนถึงวันแข่งขัน
การเปิดตัวครั้งนี้ยังตอกย้ำบทบาทของ adidas ในการสนับสนุนคอมมูนิตีนักกีฬาไฮบริดทั่วโลก ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ นวัตกรรม และกิจกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการของนักกีฬาอย่างแท้จริง รวมถึงการสานต่อความร่วมมือระยะยาวกับ ATHX พันธมิตรการแข่งขันไฮบริดอย่างเป็นทางการของแบรนด์ เพื่อร่วมผลักดันการเติบโตของกีฬาประเภทนี้ในระยะยาว
รองเท้า Adizero Dropset Pro จัดจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป 4,900 บาท ที่ อาดิดาส แบรนด์ เซ็นเตอร์, อาดิดาส สปอร์ต เพอร์ฟอร์แมนซ์, อาดิดาส แอปพลิเคชัน, อาดิดาส ออนไลน์ สโตร์ www.adidas.co.th ช่องทาง LINE: และร้านค้าอุปกรณ์กีฬาชั้นนำทั่วประเทศที่ร่วมรายการ
#แนะนำ
15/06/2026
EVENT UPDATE | THE EDITORIAL
Cartier Women’s Initiative Awards 2026 ฉลองครบรอบ 20 ปี
ภายใต้แนวคิด “Women Lighting the Path”
กรุงเทพมหานคร, 12 มิถุนายน 2569 — Cartier Women’s Initiative ฉลองวาระครบรอบ 20 ปีอย่างยิ่งใหญ่ ณ กรุงเทพมหานคร จัดพิธีมอบรางวัลประจำปี ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยกย่องเหล่าสมาชิก หรือ Fellows ประจำปี 2026 ของโครงการระดับสากลโดยเมซงคาร์เทียร์ ที่มุ่งมั่นสนับสนุนผู้ประกอบการหญิง ผู้สร้างผลกระทบเชิงบวก การเฉลิมฉลองดำเนินไปตลอดทั้งสัปดาห์ รวมถึงการเสวนา “Cartier Dialogues” และนิทรรศการสุดพิเศษ (Immersive Exhibition) ภายใต้แนวคิด “Women Lighting the Path” ประจำปี 2026 ที่ยกย่องผู้ประกอบการหญิงที่เต็มเปี่ยมด้วยความกล้าหาญ ความคิดสร้างสรรค์ และความตั้งใจในการขับเคลื่อนผลกระทบเชิงบวกทางสังคมและสิ่งแวดล้อมทั้งในระดับประเทศและระดับโลก
สองทศวรรษแห่งการปลดล็อกและเสริมพลังให้แก่ผู้ประกอบการหญิง
นับตั้งแต่จุดเริ่มต้นในปี 2006 โครงการ Cartier Women’s Initiative มีความเชื่ออันแน่วแน่ว่า ผู้หญิงที่ได้รับโอกาสในการเป็นผู้นำจะสามารถเปลี่ยนแปลงสังคมได้ ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา โครงการได้ขยายขอบเขตการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการหญิงที่ลุกขึ้นมาแก้ไขความท้าทายเร่งด่วนระดับโลก พร้อมทั้งเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับชุมชนระดับสากลที่ขับเคลื่อนด้วยพลังแห่งความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน การแบ่งปันประสบการณ์ และส่งต่อแรงบันดาลใจซึ่งกันและกัน จนถึงปัจจุบัน โครงการได้สนับสนุนผู้ประกอบการหญิงผู้สร้างผลกระทบมาแล้วกว่า 330 ราย จาก 67 ประเทศทั่วโลก มอบเงินทุนสนับสนุนไปแล้วทั้งสิ้น 14.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเชื่อมโยงเครือข่ายระดับโลกที่สมาชิกคอมมูนิตี้ยังมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันมากกว่า 520 ราย ครอบคลุมกว่า 80 ประเทศ
การเฉลิมฉลองความสำเร็จและผลกระทบเชิงบวก
พิธีมอบรางวัลอันยิ่งใหญ่จัดขึ้น ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ต้อนรับแขกผู้มีเกียรติมากกว่า 700 ท่าน ทั้งสมาชิกคอมมูนิตี้ Cartier Women’s Initiative สื่อมวลชนจากทั่วโลก เหล่าผู้ขับเคลื่อนความเปลี่ยนแปลง ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในระบบนิเวศของผู้ประกอบการในประเทศไทย ตลอดจนบุคคลสำคัญจากหลากหลายวงการ ดำเนินรายการโดย แซนดี ท็อกสวิก ผู้จัดรายการวิทยุและโทรทัศน์ นักเขียน และผู้สนับสนุนความเท่าเทียมทางเพศ โดยเปิดฉากอย่างน่าประทับใจด้วยภาพยนตร์สั้นที่พาเข้าสู่บรรยากาศของพิธีมอบรางวัล ซึ่งถูกรังสรรค์ขึ้นเสมือนการเดินทางผ่านแสงสว่าง การส่งต่อแรงบันดาลใจ และพลังแห่งการลงมือทำ
หลังจากกล่าวเปิดงานโดย ญานีน่า โนวิทสกาญ่า ประธานเจ้าหน้าที่บริหารคาร์เทียร์ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนีย ได้มีการถ่ายทอดเรื่องราวการเดินทางของสมาชิกทั้ง 30 ท่าน จาก 19 ประเทศ ในโครงการปี 2026 โดยเรื่องราวการสร้างธุรกิจได้ถูกนำเสนอผ่าน 3 ช่วงสำคัญ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงจุดเริ่มต้นของแต่ละธุรกิจ ความท้าทายเร่งด่วนทางสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ต้องเผชิญ นวัตกรรมล้ำสมัยที่สร้างความก้าวหน้าในสาขาต่าง ๆ ตลอดจนบุคคล หลักการ หรืออุดมการณ์ที่เป็นแรงบันดาลใจและแนวทางในการดำเนินงานของแต่ละคน และในตอนท้ายของการนำเสนอแต่ละช่วง ได้มีพิธีมอบโล่รางวัลเกียรติยศ พร้อมทั้งการแสดงความขอบคุณและยกย่องพันธมิตรและผู้สนับสนุนที่ร่วมเคียงข้างโครงการ Cartier Women’s Initiative มาอย่างยาวนาน
นอกจากนี้ ยังมีการกล่าวสุนทรพจน์โดย ซีริลล์ วิญเญอรอง ประธานกรรมการฝ่ายวัฒนธรรมและกิจกรรมเพื่อสังคมของคาร์เทียร์ และคุณนวลพรรณ ล่ำซำ ประธานคณะกรรมการ การพัฒนาของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) และนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ยังได้ตอกย้ำถึงความสำคัญของการสนับสนุนและเสริมพลังให้กับผู้หญิง ทั้งนี้ ซีริลล์ วิญเญอรอง ได้กล่าวตอนหนึ่งว่า “ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา โครงการ Cartier Women's Initiative ไม่เพียงแต่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง แต่ยังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง จากแพลตฟอร์มการมอบรางวัลสู่การเป็นคอมมูนิตี้ระดับโลกที่พร้อมสนับสนุนสมาชิกในทุกมิติและขับเคลื่อนธุรกิจของพวกเธออย่างต่อเนื่อง ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจของสมาชิกส่วนใหญ่ยังคงดำเนินกิจการอยู่ และหลายธุรกิจก็เติบโตขึ้น จนสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกให้แก่ผู้คนหลายล้านคนทั่วโลก และได้กลายมาเป็นแบบอย่างที่สร้างแรงบันดาลใจ และช่วยจุดประกายส่องสว่างเส้นทางแห่งอนาคตให้แก่ผู้อื่น
คุณนวลพรรณ ล่ำซำ ยังร่วมแชร์มุมมองและประสบการณ์จากการทลายกำแพงและอุปสรรคที่ปิดกั้นโอกาสผู้หญิงไว้ ว่า “การเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นได้จริงก็ต่อเมื่อเรากล้าก้าวเข้าไปในพื้นที่ที่ใครต่างบอกว่าเราไม่คู่ควร กล้าที่จะไม่ทำตัวกลมกลืนไปกับโครงสร้างที่ผุพัง กล้าที่จะเข้าไปเปลี่ยนแปลงโครงสร้างนั้น และท้ายที่สุดแล้ว ความไว้วางใจจะเกิดขึ้นจากการยืนหยัดในจุดยืนของตันเองอย่างมั่นคงในยามที่ต้องเผชิญกับความยากลำบาก”
พิธีมอบรางวัลปิดท้ายด้วยการกล่าวปาฐกถาพิเศษอันทรงพลังจาก อามัล คลูนีย์ ผู้ร่วมก่อตั้งมูลนิธิคลูนีย์เพื่อความยุติธรรม (Clooney Foundation for Justice) ซึ่งเน้นย้ำถึงพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากความกล้าหาญ การขับเคลื่อนเพื่อสิทธิมนุษยชน ตลอดจนการสร้างโลกที่เท่าเทียมยิ่งขึ้น พร้อมทั้งได้กล่าวชื่นชมว่า “พวกเรามารวมตัวกันที่นี่เพื่อเฉลิมฉลองให้แก่สมาชิกทั้ง 30 ท่าน ของโครงการ Cartier Women's Initiative ในปีนี้ ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ประกอบการหญิงผู้ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในหลายภาคส่วน เราได้เห็นแล้วว่าโครงการ Fellowship ไม่เพียงแต่ช่วยเร่งศักยภาพในเส้นทางอาชีพของผู้หญิงที่เต็มเปี่ยมด้วยความสามารถเหล่านี้เท่านั้น แต่ยังสร้างสายสัมพันธ์ของผู้หญิงที่พร้อมช่วยเหลือซึ่งกันและกันผ่านชุมชนอันทรงพลังแห่งนี้ และเรามั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่า สมาชิกในรุ่นนี้จะร่วมสืบทอดและส่งต่อเจตนารมย์อันล้ำค่านี้ต่อไปอย่างแน่นอน”
ค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลองปิดฉากลงด้วยการแสดงจาก Bangkok Dance Academy ที่ถ่ายทอดเรื่องราวของผู้ประกอบการหญิงที่สามารถเปลี่ยนอุปสรรคให้กลายเป็นโอกาส และเปลี่ยนความคิดสร้างสรรค์ให้กลายเป็นผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม
รางวัลประจำปี 2026
ในวาระครบรอบ 20 ปีครั้งนี้ได้ยกย่องผู้ประกอบการหญิง 30 ท่าน ครอบคลุม 10 หมวดรางวัล แบ่งเป็นรางวัลระดับภูมิภาค จำนวน 9 รางวัล และรางวัลผู้บุกเบิกด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (Science & Technology Pioneer Award) จำนวน 1 รางวัล โดยทั้ง 30 ท่าน ถูกคัดเลือกผ่านกระบวนการตรวจสอบและประเมินผลอย่างเข้มงวดโดยคณะกรรมการตัดสินอิสระ โดยรางวัลดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อยกย่องธุรกิจที่บริหารโดยผู้หญิง ซึ่งมุ่งมั่นแก้ไขความท้าทายเร่งด่วนทางสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยในปีนี้ นับเป็นครั้งแรกที่ได้ผู้ประกอบการหญิงจากประเทศเนปาล
ผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับหนึ่งจะได้รับทุนสนับสนุนจำนวน 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนรองชนะเลิศอันดับสองและสามจะได้รับทุนสนับสนุนจำนวน 60,000 ดอลลาร์สหรัฐ และ 30,000 ดอลลาร์สหรัฐ ตามลำดับ
นอกเหนือจากทุนสนับสนุนทางการเงินแล้ว สมาชิกทั้ง 30 ท่าน จะได้รับประโยชน์จากหลักสูตร Fellowship เป็นระยะเวลาหนึ่งปีที่ครอบคลุมหลากหลายโอกาสอย่างรอบด้าน รวมทั้งการเข้าถึงชุมชนระดับโลกของ Cartier Women’s Initiative ได้ตลอดชีวิต
นิทรรศการฉลอง 20 ปีแห่งการสร้างผลกระทบเชิงบวกและชุมชนของ Cartier Women’s Initiative
ภายในงานยังมีนิทรรศการสุดพิเศษ หรือ Immersive Exhibition ที่ชวนผู้ร่วมงานไปร่วมสำรวจความสำเร็จและการเติบโตของคอมมูนิตี้ตลอด 20 ปี ผ่านการถ่ายทอดเรื่องราวการเดินทางของสมาชิก 20 ท่าน ซึ่งดำเนินธุรกิจเพื่อรับมือกับความท้าทายในหลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็น ความหลากหลายทางชีวภาพ สุขภาพ การศึกษา การเปิดรับความเท่าเทียม และการเสริมสร้างศักยภาพทางเศรษฐกิจแก่ผู้หญิง นิทรรศการยังประกอบด้วยโซน “Cabinets of Curiosities” หรือ “ตู้แห่งความสงสัยใคร่รู้” ในรูปแบบ Interactive และพื้นที่จัดแสดงพิเศษที่รวบรวมผลงานและสิ่งของที่สะท้อนถึงการสร้างผลกระทบเชิงบวกจากฝีมือของสมาชิกโครงการและผู้ประกอบการหญิงชาวไทยที่ได้รับการคัดเลือกจากโครงการความร่วมมือในระดับประเทศกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปิดท้ายด้วยภาพยนตร์สั้นฉลองวาระครบรอบที่เชิดชูเจตนารมณ์อันทรงคุณค่าของโครงการ ตลอดจนความแข็งแกร่งของระบบนิเวศสำหรับผู้ประกอบการหญิง
Cartier Dialogues พาสำรวจนิยามบทบาทผู้นำในยุคปัจจุบัน
ก่อนเข้าสู่พิธีมอบรางวัล ได้มีการจัดกิจกรรมเสวนา “Cartier Dialogues” ขึ้นเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน ณ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ ได้เชิญแขกผู้มีเกียรติกว่า 140 ท่าน เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนและสำรวจมุมมองด้านภาวะผู้นำภายใต้แนวคิด “Women Lighting the Path”
การเสวนาในช่วงแรกในหัวข้อ “Unveiling Brilliance: Imposter Syndrome & The Path to Authentic Leadership” ได้รับเกียรติจากคุณ ซีริลล์ วิญเญอรอง และดร. ลิซา ออร์เบ-ออสติน นักจิตวิทยา โค้ชผู้บริหาร และที่ปรึกษาด้านองค์กร มาร่วมพูดคุยเกี่ยวกับสภาวะ “Imposter Syndrome” หรือ “อาการคิดว่าตนเองไม่เก่ง” ทั้งในแง่ของความท้าทายที่เกิดที่ตัวบุคคลเองและเชิงโครงสร้างระบบสังคม
และการเสวนาในช่วงที่สองภายใต้หัวข้อ “Strength Reimagined: Leadership, Kindness and the Courage to Defy Expectations” โดย ซีริลล์ วิญเญอรอง, อามัล คลูนีย์ และ รามลา อาลี นักมวยโอลิมปิก ผู้สร้างภาพยนตร์ และทูตองค์การยูนิเซฟแห่งสหราชอาณาจักร โดยได้ร่วมกันพูดคุยถึง “ภาพจำ” (Stereotype) ต่อคำว่า ความแข็งแกร่ง รวมถึงบทบาทของการศึกษา การคุ้มครองทางกฎหมาย และการผสานความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการเสริมศักยภาพให้แก่ผู้หญิง
มุ่งสู่บทต่อไปของ Cartier Women’s Initiative ในปี 2027
โครงการ Cartier Women’s Initiative ยังคงเปิดรับสมัครผู้เข้าร่วมโครงการประจำปี 2027 จนถึงวันที่ 16 มิถุนายนนี้ เวลา 14:00 น. ตามเวลายุโรป (CEST) หรือเวลา 19:00 น. ตามเวลาในประเทศไทย โดยจะยังคงแบ่งประเภทการมอบรางวัลเป็น 10 ประเภทรางวัล แบ่งเป็น ระดับภูมิภาค 9 ภูมิภาค และรางวัลเฉพาะทางผู้บุกเบิกทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (Science & Technology Pioneer Award) ซึ่งสมาชิกที่ได้รับ
การคัดเลือกจะได้รับการสนับสนุนด้านเงินทุน บุคลากร และทุนทางสังคม เพื่อเร่งศักยภาพในการขับเคลื่อนธุรกิจและทักษะความเป็นผู้นำ โดยจะมีการประกาศรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกในปี 2027 และเชิดชูเกียรติในพิธีมอบรางวัลครั้งต่อไปของ Cartier Women’s Initiative ณ กรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
ติดต่อ บุคคลสาธารณะ
เบอร์โทรศัพท์
เว็บไซต์
ที่อยู่
Bangkok
10400
เวลาทำการ
| จันทร์ | 09:00 - 18:00 |
| อังคาร | 09:00 - 18:00 |
| พุธ | 09:00 - 18:00 |
| พฤหัสบดี | 09:00 - 18:00 |
| ศุกร์ | 09:00 - 18:00 |
| เสาร์ | 09:00 - 15:00 |