5 STAR

5 STAR

แชร์

Photos 25/03/2017

การแก้แค้นที่โหดเหี้ยมที่สุด
ไร้มนุษยธรรมที่สุด
คือการฆ่าให้ตายทรมาน
ด้วยความจงใจส่งคู่แค้นลงนรก

หลายคนเชื่อเรื่องนรก
เพราะต้องหมกมุ่นทำบาปอยู่ทุกวัน
จนฝันร้ายเกี่ยวกับนรก
และการไล่ล่าในแดนปีศาจแทบทุกคืน
แล้วก็นึกไม่ออกว่าจะทำบุญท่าไหน
ให้ได้รู้สึกว่ามีสิทธิ์ไปสวรรค์กับใครเขา

คำว่า ‘เจอกันในนรก’ จึงไม่ได้มีแต่ในหนัง
บางคนจ้องตาฆ่ากัน
แล้วกระแทกเสียงฝากคำนี้ไว้
เป็นคำสุดท้ายใส่หน้ากันจริงๆ
บรรยากาศมันตกแต่งจิตให้เชื่อได้จริงๆว่า
จิตวิญญาณที่ดิ้นรนทรมาน
เมื่อดับจากร่างมนุษย์นี้แล้ว
จะได้มีที่หมายอื่นให้ต้องดิ้นรนทนทุกข์กันต่อ
ไม่ใช่จบแบบศพนิ่งที่เห็นด้วยตาเปล่า

การแกล้งคนที่ตนเจ็บใจให้ต้องลงนรก
เป็นสิ่งที่อยู่ในใจคนกิเลสหนามาตลอด
บางคนจิตครึ่งดิบครึ่งสุก
คือ หันมาศรัทธาศาสนา ศรัทธาวิบากกรรมแล้ว
ไม่กล้าฆ่าคนอื่นแล้ว ละอายที่จะสาปแช่งแล้ว
แต่ยังอดไม่ได้ เจ็บใจแล้วอยากเอาคืน
ก็อุตส่าห์หาวิธีแกล้งอื่นแบบหนักๆ
เช่น ทะเลาะกับใครเกี่ยวกับเรื่องทางศาสนา
เห็นว่าตนเอาชนะไม่ได้ด้วยคำพูด
ก็หลอกให้คู่แค้นไปด่าครูบาอาจารย์
ที่ตนเชื่อว่าเป็นพระอรหันต์หรืออริยเจ้า
บาปกรรมจะได้ติดตัว ร้อยรัดมัดแน่น
ให้ผลร้ายเร็วทันตา
หรืออีกทีก็หนีนรกไม่พ้นในกาลต่อไป

พูดง่ายๆ ใจที่เจ็บ ใจที่แค้น
คือใจที่คิดอะไรร้ายๆได้พิสดาร
สุดแต่ความเชื่อ สุดแต่ความรู้สึก
ประมาณว่า เอาคืนชาตินี้ชาติเดียวน้อยไป
ถ้าให้หายเจ็บใจต้องทรมานนานกว่าหนึ่งชีวิต

คำว่า ‘แก้แค้น’
มีรากมาจากความรู้สึกคั่งแค้นคับอก
อึดอัดอก อึดอัดใจ เหมือนถูกอุดปากอุดจมูก
และสัญชาตญาณกิเลสก็บีบคอตัวเอง
ให้ลงมือทำให้อีกฝ่ายเจ็บเท่ากับหรือมากกว่าตน

มีเพียงชนหมู่น้อย
ที่รู้ธรรมะจริงจากการเอาธรรมะเข้าสู่ใจจริงๆ
เมื่อแค้นแล้วรู้แนวทาง ‘แก้แค้น’
ด้วยการอาศัยความคิดดีๆ คำพูดดีๆถอนแค้น
เช่น โดนพวก ‘ปากหมา’ ด่าใส่
แต่ใจที่เจ็บ ใจที่รู้สึกว่าเขาปากหมานั้น
เห็นถนัดว่าถ้าตนด่าตอบ ก็ปากหมาตามเขาไป
จึงตั้งใจช่วยเปลี่ยนเอา ‘ปากคน’ ไปสวมแทน
โดยเริ่มจากตนเอง ระงับแค้นของตนเอง
โต้ตอบเขาไปด้วยวิถีจิตของมนุษย์
ขยับปากเอื้อนเอ่ยสุภาพนุ่มนวลแบบมนุษย์
ศรัทธาว่าน้ำใสใจจริงเยี่ยงมนุษย์ช่วยได้
ใช้ใจสะอาดชะล้างใจสกปรกได้

เมื่อกระแสกุศลชนะ
เห็นกับตาว่าเขาอ่อนลง
มีประกายความสว่างส่องออกมาจากหัวใจ
พูดกับคุณดีขึ้น ดูหน้าตาเป็นคนดีขึ้น
คุณจะสัมผัสถึงเทียนต่อเทียน กุศลต่อกุศล
เมื่อมีฝ่ายเร่ิมแก้แค้นด้วยวิถีสวรรค์
สวรรค์ก็เกิดขึ้นแทนนรกที่ร่วมสร้างกันมา
เวรมืดที่ผูกกันไว้เปลี่ยนเป็นสายใยสว่างทันตาเห็น
คุณจะรู้สึกว่าคุ้มค่า
เห็นว่าจุดเริ่มต้นในการเปลี่ยนเส้นทางภัยเวร
บางทีเริ่มต้นด้วยคำเพียงไม่กี่คำเท่านั้น

จะดีกว่ากันแค่ไหน
ถ้าสุดท้ายคุณสั่งลาคู่อาฆาต
ได้ด้วยคำว่า เจอกันในสวรรค์นะ!

Photos 23/03/2017

เรื่องหยุดทำร้ายตัวเอง
มนุษย์เรา มีอารมณ์และความรู้สึกอันหลากหลาย
แต่ละอารมณ์ จะสนองตอบตามความเคยชินของสิ่งที่กระทบ
โกรธ เมื่อมีคนมาด่าว่า หรือนินทา
ชื่นชอบ พอใจ เมื่อคำเยินยอหรือสรรเสริญ เอ่ยถึงชื่อตน
แต่สิ่งเหล่านี้ก็มิได้อยู่กับเรา คงทนหรือถาวร
มีเกิดขึ้น…แล้วหายไป…เกิดขึ้น….แล้วดับไป
เป็นเช่นนี้ ครั้งแล้วครั้งเล่า

ทุกสิ่งอย่างเป็นไปตามกฏแห่งธรรมชาติ (ธรรมะ)
มิได้เป็นไปตามความต้องการของใจ
เราโกรธเขา เกลียดเขา ว่าร้ายเขา
ด้วยคิดว่าได้ความสะใจ สาสมใจ ที่ได้โกรธ ได้เกลียด
และคิดว่าตนเองอยู่เหนือเขา ชนะเขา
แต่หารู้ไม่ว่า ความรู้สึกและอารมณ์นั้นๆ….
กำลังข่มขี่ และทำร้ายตัวเราเอง….
ให้เราเป็น…ผู้แพ้

เมื่อใดก็ตาม ที่เราโกรธ เกลียด เพ่งโทษ มุ่งร้าย….ใครสักคน
ตอนนั้นเอง เราหาได้ทำร้ายคนที่เราโกรธหรือเกลียดไม่
แต่เรากำลังทำร้าย และข่มเหงตัวเราเองโดยไม่รู้ตัว
และความรู้สึก และอารมณ์นั้นๆ ก็มิได้เป็นความสุขสงบเย็น
และทำให้ผู้ถือมั่นในอารมณ์ และความรู้สึกเช่นนี้ก็จะสะสมพอกพูน….
ความน่ารังเกลียดให้กับตนเอง

การอภัย และอโหสิกรรมให้กับเขาผู้ล่วงละเมิดเรา
แม้คนๆ นั้นจะเคยเป็นศรัตรู หรือเคยทำร้ายเราก็ตามที
เพื่อจะได้ปลดปล่อยตัวเราเองจาก “ตนนั่นแหล่ะที่ทำร้ายตนเอง”
นี่คือ ผลบุญที่เห็นทันตาของการให้อภัยไม่ถือสา
แต่เป็น “อุเบกขา” ด้วยความเข้าใจทั้งทางโลกและทางธรรม ธรรมะ

ศัตรูก็คือใจของเรานั้นเอง อยากชนะสื่งใดจงชนะใจตนเองให้ได้ก่อน เป็นนายของใจให้ได้ก่อน ชีวิตจะพบความสำเร็จได้ไม่ยากเลย

________________________________________________________

มารยาทของผู้เป็นใหญ่

ผู้ใหญ่ไม่ใช่อยู่ที่เกิดก่อน ผู้ดีไม่ใช่อยู่ที่เรียนสูง
มารยาทจรรยาของการเป็นผู้ใหญ่ ก็คือต้องสุขุมรอบคอบ และไม่ยึดติดเสียงเป็นหลัก
คือ ต้องไม่หวั่นไหวกับคำนินทาและสรรเสริญ

________________________________________________________

โลกิยะ หรือ โลกุตระ

คนที่เดินทางโลกุตระ ย่อมไปดีทางโลกิยะไม่ได้
คนที่เดินทางโลกิยะ ย่อมสำเร็จทางโลกุตระได้ยาก เพราะอะไร ?
ถ้าคนหนึ่งสำเร็จได้ทั้งโลกิยะ และโลกุตระง่ายแล้ว
ทำไม องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธโคดม
ต้องสละราชบัลลังก์แห่งจักรพรรดิไปเป็นธรรมราชาเล่า ?
ถ้าเป็นไปได้ พระองค์เป็นมหาจักรพรรดิพร้อมทั้งธรรมราชา ไม่ดีหรือ ?
แต่มันเป็นไปไม่ได้ เพราะโลกของโลกิยะและโลกุตระเดินคู่ขนานกัน
เราต้องตัดสินใจ ต้องมีความเด็ดเดี่ยวและกล้าหาญในการที่จะเลือกทางใดทางหนึ่ง

________________________________________________________

เพราะยึดจึงเดือดร้อน

>ทุกวันนี้ เกิดความทุกข์ ความเดือดร้อน ก็เพราะมนุษย์ไปยึดโน้น ยึดนี่
>ยึดพวกยึดพ้อง ยึดหมู่ ยึดคณะ ยึดประเทศเป็นสรณะ โดยไม่คำนึงถึงธรรมสากล
>จักรวาลโลกมนุษยนี้ ทุกคนมีกรรมจึงเกิดมาเป็นสัตว์โลก
>สัตว์โลกทุกคนต้องใช้กรรมตามวาระ ตามกรรม
>ถ้าทุกคนยึดถือเป็นอารมณ์ ก็จะเกิดการเข่นฆ่ากัน เกิดการฆ่าฟันกัน
>เพราะอารมณ์แห่งการยึดถืออายตนะ ฉะนั้น ต้องพิจารณาให้ถ่องแท้ว่า
>สิ่งใดทำแล้ว สัตว์โลกมีความสุข สิ่งนั้นควรทำ นี่คือ หลักความจริงของธรรมะ

________________________________________________________

บรรเทาทุกข์

>การที่เราจะไม่ต้องทุกข์มากนั้น
เราจะต้องรู้ว่า เรานี้จะต้องไม่เอาชีวิตไปฝากสังคม เราต้องเป็นตัวของเราเอง
>และเราจะต้องวินิจฉัยในเหตุการณ์ที่จะเข้ามาเกี่ยวข้องกับตัวเราว่า สิ่งใดเราควรทำ สิ่งใดไม่ควรทำ

________________________________________________________

หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม

การดูคนขอให้ดูเห็นด้วยปัญญา อย่าไปเห็นกิเลสเขา เขาเป็นคนดีคนไม่ดีรู้ได้อย่างไร ต้องสืบเสาะเจาะให้ลึก อย่าเจาะแต่ภายนอก ดูผิวเผินไม่รู้เรื่อง ต้องดูถึงจิตใจ จิตใจนี้สำคัญมาก

________________________________________________________

>ในชีวิตของคนหนึ่งคนนั้น ย่อมมีทั้งคนรักและคนเกลียด
ถึงแม้เขาจะเป็นคนเลวสักเท่าใด ก็ยังมีคนที่รักเขาอยู่
>ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นคนดีแค่ไหน แต่ก็ยังมีคนที่เกลียดเขาอยู่
>ในโลกนี้คนเรานั้นแตกต่างกัน
>การที่เราจะปรับให้เข้ากับทุกสิ่งได้นั้นเป็นการยาก
แต่ก็ยังมีสิ่งหนึ่ง ที่สามารถปรับให้เข้ากับทุกสิ่งได้
>นั่นคือ
>>>>>>>>>> “ธรรมะ”

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง โรงแรม ใน Bangkok?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ประเภท

เว็บไซต์

ที่อยู่


กรุงเทพมหานคร
Bangkok
10530