A2M

A2M

แชร์

26/07/2022

🙏สวัสดีค่ะ เพื่อนๆที่เป็นคอกาแฟ รู้หรือไม่ว่ามีประโยชน์อะไรบ้าง วันนี้เราพามาดูประโยชน์ของ "กาแฟ" และวิธีดื่มให้ปลอดภัยต่อสุขภาพกันนะคะ
กาแฟมีประโยชน์มากก็จริง แต่ต้องกินให้ถูกวิธีด้วย เพราะอาจมีโทษต่อร่างกายได้เช่นกัน☕️☕️

เป็นที่ทราบกันดีกว่ากาแฟเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมที่มาพร้อมกับรสชาติขมแต่กลมกล่อมและอร่อยนุ่มนวลในแบบที่หาไม่ได้ในรสชาติของเครื่องดื่มชนิดอื่นๆ อีกทั้งยังมีประโยชน์ต่อร่างกาย และราคาเข้าถึงได้ชนิดที่สามารถดื่มได้ทุกวันแบบสบายๆ

นอกจากรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์แล้ว กาแฟยังมีประโยชน์ที่โดดเด่นและหาไม่ได้ง่ายๆ ในเครื่องดื่มชนิดอื่นๆ ด้วยเช่นกัน แต่ก็มาพร้อมกับอันตรายแฝงหากดื่มอย่างไม่ระมัดระวังด้วย

9 ประโยชน์ของ "กาแฟ"😍😍
1. เพิ่มระดับพลังงาน
คาเฟอีนในกาแฟเข้าไปเปลี่ยนระดับสารสื่อประสาทบางชนิดในสมอง จึงช่วยกระตุ้นพลังงาน และลดความเหนื่อยล้าได้เป็นอย่างดี จึงไม่น่าแปลกใจหากใครจะถามหากาแฟทุกเช้าหลังตื่นนอนในเช้าที่ยังง่วงๆ เพลียๆ

2. อาจช่วยลดความเสี่ยงโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ได้
การดื่มกาแฟเป็นประจำ อาจช่วยลดความเสี่ยงของโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ได้ในระยะยาว อาจเป็นเพราะกาแฟช่วยรักษาการทำงานของเซลล์เบตาในตับอ่อน ซึ่งมีหน้าที่ในการผลิตอินซูลินเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดนั่นเอง

3. บำรุงสมอง
จากงานวิจัยบางชิ้นพบว่า การดื่มกาแฟช่วยป้องกันการเกิดของโรคอัลไซเมอร์ได้ รวมถึงโรคพาร์กินสัน และป้องกันความสามารถในการเรียนรู้และเข้าใจลดลงด้วย

4. อาจช่วยควบคุมน้ำหนักได้
กาแฟอาจช่วยให้ร่างกายควบคุมน้ำหนักได้ และอาจช่วยลดไขมันในร่างกายได้อีกด้วย รายงานวิจัยชิ้นหนึ่งระบุว่า คนที่ดื่มกาแฟมักเป็นคนที่ชอบทำกิจกรรมต่างๆ ทำให้ร่างกายได้ขยับเขยื้อนบ่อยๆ และนั่นอาจเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้กาแฟช่วยควบคุมน้ำหนักได้ทางอ้อมอีกด้วย

5. อาจช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคซึมเศร้า

รายงานวิจัยหลายชิ้นพบว่า การดื่มกาแฟอาจช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคซึมเศร้าได้ และยังอาจช่วยลดอัตราการเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายได้อีกด้วย

6. อาจช่วยปกป้องสภาพของตับได้

การดื่มกาแฟอาจช่วยลดการเสียชีวิตจากโรคตับเรื้อรัง รวมไปถึงโรคอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับตับได้ เช่น ตับอักเสบ และมะเร็งตับ เป็นต้น

7. บำรุงหัวใจ
รายงานวิจัยบางชิ้นพบว่า การดื่มกาแฟช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ หัวใจเต้นผิดจังหวะ และหัวใจวายได้

8. ช่วยให้อายุยืน
กาแฟอาจเกี่ยวข้องกับลดความเสี่ยงของการเสียชีวิตจากหลายๆ สาเหตุ เช่น อายุ น้ำหนัก หรือการดื่มแอลกอฮอล์ อย่างไรก็ตาม ยังต้องการข้อมูลจากรายงานวิจัยเพิ่มเติมสำหรับประโยชน์จากกาแฟในข้อนี้

9. อาจเพิ่มความสามารถด้านกีฬา
อาจฟังดูแปลกไปสักหน่อย แต่กาแฟสามารถเพิ่มความสามารถในการทำกิจกรรมทางร่างกายได้ และสามารถทำให้ร่างกายทานทนต่อการออกกำลังกายได้ด้วย อย่างไรก็ตาม ยังต้องการข้อมูลจากรายงานวิจัยอย่างละเอียดเพิ่มเติมอีกเช่นกัน

ดื่มกาแฟอย่างไรถึงจะดีต่อสุขภาพ

1. ดื่มกาแฟในช่วงเวลาที่เหมาะสม หากอยากได้รับประโยชน์จากคาเฟอีนในการช่วยให้ร่างกายตื่นตัวมากที่สุด ควรดื่มในช่วง 30-11.30 น. จะดีที่สุด
2. ไม่ควรดื่มกาแฟมากเกินไป ซึ่งปริมาณที่เหมาะสมของร่างกายแต่ละคนไม่เหมือนกัน อาจต้องลองดื่มดูว่าปริมาณเท่าใดที่ร่างกายรับได้และไม่ทำให้ใจสั่น ตื่นเต้น นอนไม่หลับ หรือเกิดผลข้างเคียงอื่นๆ แต่โดยทั่วไปกำหนดไว้ให้คร่าวๆ ที่ไม่เกิน 300 มิลลิกรัมต่อวัน
3. ไม่ควรดื่มกาแฟตอนท้องว่าง เพราะอาจเร่งให้กระเพาะอาหารผลิตกรดออกมามากเกินไป หรืออาจดื่มกาแฟและกินอาหารเล็กๆ น้อยๆ ร่วมด้วย
4. ไม่ควรดื่มกาแฟหลัง 14.00-16.00 น. เพราะปริมาณคาเฟอีนที่ยังเหลืออยู่อาจทำให้นอนไม่หลับได้
5. เลือกดื่มกาแฟไม่ใส่น้ำตาล ครีมเทียม และอื่นๆ หรือถ้าอยากใส่ ควรใส่ปริมาณน้อยๆ
6. ดื่มกาแฟก่อนออกกำลังกาย อาจช่วยให้ร่างกายตื่นตัว และได้ออกแรงเผาผลาญพลังงานในร่างกายได้มากขึ้น
7. ไม่ควรดื่มกาแฟหากอยู่ในช่วงที่มีอาการท้องเสีย ท้องร่วง หรือลำไส้แปรปรวน
8. ผู้ที่มีโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์ก่อนดื่มกาแฟ เพื่อให้ทราบถึงปริมาณที่ควรดื่มอย่างเหมาะสม

👇เพื่อนๆสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมจากลิงค์ด้านล่างกันได้เลยค่ะ
https://www.sanook.com/health/32297/
ขอขอบคุณแหล่งที่มา sanook

💖A*M พร้อมดูแลและเข้าใจคุณ💖
ฝากเบอร์โทรให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับทาง Inbox
หรือ 02-3219160
Line : (https://lin.ee/szkwHAc)
💖

21/07/2022

🙏สวัสดีค่ะ เพื่อนๆ วันนี้เรามาดูกันว่า ปลั๊กพ่วงหรือรางปลั๊กไฟ มีแบบไหนกันบ้าง
ที่บ้านหรือคนโดอาจจะรูปลั๊กไฟไม่เพียงพอ จึงจำเป็นต้องใช้ปลั๊กพ่วง แต่อาจจะยังไม่รู้ว่า แบบไหนใช้สำหรับอะไรเพื่อให้ง่ายขึ้นมาทำความรู้จักปลั๊กพ่วงกันก่อน

ปลั๊กพ่วง คืออุปกรณ์ตัวหนึ่งที่จำเป็นกับการใช้งานในบ้าน เนื่องจากโดยปกติ เต้ารับผนังนั้นจะถูกวางจุดมาอย่างตายตัว จึงต้องใช้ปลั๊กพ่วงเพื่อวัตถุประสงค์ต่าง ๆ อาทิเช่น
- จำนวนเต้ารับไม่เพียงพอกับอุปกรณ์ที่จะใช้
- ต้องการความยาวสายไฟที่เพิ่มขึ้น
- ต้องการใช้งานฟีเจอร์ต่าง ๆ ในปลั๊กพ่วง เช่นกรองสัญญาณ,กันไฟกระชาก
- เพื่อความสวยงามของการจัดวางสาย
ที่ผ่านมา "ปลั๊กพ่วง" ไม่เคยถูกกำหนดมาตรฐาน เพิ่งจะมามีมาตรฐานปลั๊กพ่วงในปีนี้เอง ทางผู้เขียนจะมาแยกย่อยให้ฟังในปลั๊กพ่วงแต่ละประเภทกันค่ะ
ปลั๊ก 3 ตา
ปลั๊กแบบนี้เป็นต้นกำเนิดที่เรียกว่า "ปลั๊กสามตา" ครับส่วนใหญ่จะรองรับไฟที่ประมาณ 500W-1000W การใช้งานควรจะดึงสายไฟให้หมดก่อนใช้

🔌ปลั๊กโรลสายไฟ
ปลั๊กโรลม้วนสายไฟส่วนใหญ่จะรองรับการใช้งานที่ 2500W-3500W มักจะใช้ในกรณีที่ต้องการใช้สายไฟยาว ๆ เพราะม้วนโรลนั้นสามารถเก็บได้ง่าย มีหัวเสียบทั้งแบบ 2 ขา และแบบ 3 ขา การใช้งานควรจะดึงสายไฟให้หมดก่อนใช้

🔌ปลั๊กบ็อกยางสนาม
ปลั๊กบ็อกยางสนามวัสดุบอดี้จะเป็นยาง เพื่อลดแรงกระแทกและความทนทาน ส่วนใหญ่จะใช้ในงานช่าง หรือใช้งาน Outdoor ไม่ค่อยเห็นใครนำปลั๊กบ็อกยางมาใช้ภายในบ้าน เพราะไม่ค่อยส่วนงาม ส่วนใหญ่จะรองรับไฟได้ที่ 3500W (แล้วแต่รุ่น)

🔌ปลั๊กพ่วง2ขา
ปลั๊กที่เราเห็นกันจนชินตาเพราะมีขายกันแพร่หลายทั่วไป มักจะรองรับไฟที่ประมาณ 1500W ไม่เหมาะกับการใช้งานไฟสูง ๆ เหมาะกับใช้งานทั่ว ๆ ไปเช่นพัดลม ชาร์จมือถือ แบบนี้พอได้ ส่วนใหญ่มักจะมาพร้อมกับคำว่า "มอก.สายไฟ 11-2531" ซึ่งแปลว่ามี มอก.เฉพาะสายไฟ ไม่มี มอก.ทั้งตัวครับ

🔌ปลั๊กจีน
ปลั๊กที่แอดคิดว่ามีความอันตรายที่สุด อันตรายในที่นี้เกิดจากภาพลักษณ์ที่ดูน่าใช้งาน ดูแข็งแรง แต่เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่า ข้างในงานเป็นอย่างไร ประกอบเช่นไร ส่วนใหญ่เท่าที่เห็นปลั๊กจีนมักจะใช้เหล็กหรือเหล็กชุบสีแทนทองเหลือหรือทองแดง ทำให้มีความร้อนที่สูงขึ้นครับ ส่วนใหญ่จะเขียนว่ารองรับไฟที่ 2500W แต่เอาเข้าจริงอย่าใช้ถึงเลย อันตราย

🔌ปลั๊กกรองไฟ
ปลั๊กกรองไฟส่วนใหญ่จะเป็นปลั๊กที่มีราคาสูง เหมาะกับอุปกรณ์ประเภทเครื่องเสียง โฮมเธียร์เตอร์ ทีวี อุปกรณ์ภาพและเสียงที่มีราคาแพง (AV) เพราะจะมีฟังก์ชั่นในการกรองสัญญาณภาพและเสียงให้ไม่มีสัญญาณรบกวน และส่วนใหญ่จะมาพร้อมกับฟังก์ชั่นกันไฟกระชากประสิทธิภาพสูงอีกด้วย โดยทั่วไปจะออกแบบมาให้รองรับกำลังไฟได้สูง 3500W

🔌ปลั๊กกันไฟกระชาก
เป็นปลั๊กที่มาพร้อมฟีเจอร์กันไฟกระชาก ฟ้าผ่า,หม้อแปลงระเบิด, โดยจะใส่วงจรกันไฟกระชากมาด้วย มีการรับแรงกระชากที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับจำนวนจูลล์ เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด ควรติดตั้งสายดินที่บ้าน ปกติจะรองรับไฟที่ 10A 2500W หรือ 16A 3500W

🔌ปลั๊ก มอก. 2432-2555
เป็นมาตรฐานใหม่ล่าสุดของปลั๊กพ่วง โดยมีข้อกำหนดหลายอย่างที่มาจากทาง สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม(สมอ.) เป็นมาตรฐานใหม่ของปลั๊กในประเทศไทย และต้องใช้แบบเดียวกัน ต่อไปถ้าปลั๊กพ่วงไม่เป็นไปตาม มอก.ฉบับนี้ถือว่าฝ่าฝืนและผิดกฏหมาย❌ การให้ใบอนุญาตมี 2 พิกัด คือพิกัด 10A 2500W และ 16A 3500W

รายละเอียดของปลั๊กพ่วง มอก. https://www.plugthai.com/article/109

👇เพื่อนๆสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมจากลิงค์ด้านล่างกันได้เลยค่ะ
https://shorturl.asia/DkLjr
ขอขอบคุณแหล่งที่มา plugthai.com

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง ตัวแทน / บริการด้านอสังหาริมทรัพย์ ใน Bangkok?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


Bangkok
10240