A Trade Service

A Trade Service

แชร์

01/06/2022

📣 มีเงินเหลือเดือนละ 1,000 พอจะลงทุนได้บ้างมั้ย ? . . . การทยอยซื้อหุ้น หรือ DCA คือการซื้อหุ้นตัวเดียวกันในทุกๆ เดือน โดยไม่สนว่าตอนนั้นราคาเท่าไหร่ แต่มั่นใจว่าในระยะยาวมีแนวโน้มเป็นขาขึ้น พื้นฐานดีแน่นอน จะมีหุ้นตัวไหนที่น่าสนใจ และทยอยซื้อได้บ้าง มาดูกันครับ

01/06/2022

"ถือหุ้น" ...ก็แค่ซื้อหุ้นแล้วถือไป มันยากตรงไหน ?
มาดูกัน ว่ายากจริงไหม และทำไมคนส่วนใหญ่ถึงทำกันไม่ได้ ...
1. หุ้นสามารถราคาขึ้นลงได้เกิน 50
...อันนี้รวมถึงหุ้นพื้นฐานดี หุ้นปันผล ...ราคาก็สามารถแกว่งขึ้นลงได้เกิน 50% ...แปลว่า ถ้าเราคิดจะถือหุ้นแล้วกินปันผลสบายๆ ต้องเข้าใจด้วยว่า ในเวลาที่ตลาดมีข่าวร้าย มีวิกฤต พอร์ตเราอาจติดลบ 50% เลยก็ได้ ...แต่ถ้าเราอยากได้ปันผลแบบสบายๆ ก็ต้องทำความเข้าใจประเด็นนี้ให้ดี
2. การถือหุ้นยาวๆ มักได้ผลตอบแทนหลายเท่าตัว..ถ้าเรามองแค่ข้อ 1 เราคงคิดว่า งั้นฉันจะถือหุ้นทำไม ..ก็ขายตอนมันขึ้น แล้วมาช้อนซื้อตอนมันลง ไม่ดีกว่าหรือ?..แต่ก็อย่างที่บอกว่า ถ้าเราต้องมานั่งเฝ้าจับจังหวะ ขึ้น หรือ ลง ...มันก็ไม่ใช่ Passive Income แบบสบายๆ ไงล่ะ
ใช่ เราไม่สามารถสบายและทำกำไรสูงสุดในเวลาเดียวกัน แต่สุดท้ายการถือหุ้นดี ก็ยังคงให้ผลตอบแทนระยะยาวสูงมากๆ อยู่ดี
3. การทยอยซื้ออย่างเดียว ง่ายกว่าพยายามซื้อให้ต่ำ และขายให้สูง..มีหลายคนถามผมว่า ในเมื่อรู้ว่า ตรงนี้หุ้นแพง ทำไมไม่ขายไปก่อน แล้วมารับตอนหุ้นถูก ? ...ก็นั่นแหละ เราอาจจะรู้ว่า ตอนไหนหุ้นแพง แต่หลายๆ ครั้งที่หุ้นแพง ราคามันก็ยังวิ่งไปต่ออีกหลายเด้งเลยก็ได้ ...นั่นเป็นคำตอบที่ว่า การที่เราดีใจที่ได้ขายแพง จริงๆ อาจเป็นการขายหมูครั้งใหญ่เลยก็ได้
4. ผมจึงเลือกวิธีออมในหุ้น
ก็คือ ทยอยซื้อเมื่อหุ้นถูก แล้วพยายามไม่ขายเลย (ถึงขายก็เป็นสัดส่วนที่น้อย)..เพราะ สุดท้ายหุ้นที่ขึ้น มันจะชดเชยหุ้นที่ลงอยู่แล้วในระยะยาว ...คิดง่ายๆ สมมุติซื้อหุ้น 100,000 บาท ถ้ามันขึ้น มันอาจกลายเป็น 1 ล้านก็ได้..แต่ถ้ามันลง เราเสียหายสูงสุดก็คือ 1 แสน การออมหุ้นจึง ปิดประตูความเสี่ยง แต่เปิดโอกาสกำไรให้สูงที่สุดนั่นเอง
5. ทำไมถึงต้องกล้าซื้อหุ้นดีในเวลาวิกฤต..เอาตรงๆ นะ ถ้าเรามัวแต่รอว่า อยากซื้อหุ้นในราคาต่ำที่สุด ...สุดท้ายเราอาจจะไม่ได้ซื้อหุ้นเลย ...เพราะ การทยอยซื้อในจุดที่ราคาหุ้นต่ำ มันง่ายกว่า การพยายามหาจุดต่ำที่สุด ...
ขอให้เลือกหุ้นดี มีข่าวร้ายก็ทยอยรับไป ในความเสี่ยงที่เราจำกัดไว้..หลังจากนั้น ก็แค่ ถือทนๆ รอรวย แค่นั้นเอง
6. ถ้าเป้าหมายคือ เอากำไรเร็วๆ ให้เทรด แต่ถ้าเป้าหมายคือ อิสรภาพทางการเงินให้ถือ..เรื่องนี้ เถียงกันไม่เคยจบ ระหว่าง คนเทรดหุ้น กับ คนถือออมหุ้น ...สรุป ง่ายๆ คือ เอาเป้าหมายเราเป็นหลัก แล้วค่อยๆ ทำไป ...เดี๋ยววันนึงมันก็จะไปถึงเป้าที่ตั้งไว้
7. เราต้องเลือกหุ้น ที่สอดคล้องกับเป้าหมายของเราด้วย..ถ้าเราจะถือยาว ก็ต้องซื้อหุ้นที่ราคาถูก มีเงินปันผลสม่ำเสมอ หรือไม่ก็เลือกหุ้นที่ Deep Value เยอะๆ เพราะ หุ้นเหล่านี้เหมาะกับการถือยาว ...แต่ถ้าเราไปซื้อหุ้นเติบโต ที่ P/E ปันผลต่ำ บางครั้งมันก็ไม่เหมาะที่เราจะถือยาวๆ
8. การถือหุ้นยาว ต้องกระจายความเสี่ยง..หลายคนถามว่า เขาอยากเลือกหุ้นที่ดีที่สุด ตัวเดียวแล้วถือแบบเน้นๆ จะดีไหม ? ...เอาตรงๆ นะ ถ้าเรามีหุ้นน้อยตัวเกินไป พอร์ตเราจะแกว่งเยอะไป จนเราทนไม่ไหว ...การมีหุ้นที่มากพอ ทำให้เราถือหุ้นได้ง่ายกว่า ทนรวยได้เยอะกว่านั่นเอง
ก็ลองไปปรับใช้ในการถือหุ้นระยะยาวกันดูนะครับ

01/06/2022

การซื้อขายหุ้นแบบระยะสั้นถึงสั้นมาก (Trading) นักลงทุนต้องมีสติ ไม่ใช่อารมณ์ พยายามควบคุมสมาธิให้อยู่ในเกมของเรา และลงทุนไปตามกลยุทธ์ที่วางไว้
นักลงทุนที่ชื่นชอบการซื้อขายระยะสั้น มักจะเลือกหุ้นที่มี “ปริมาณการซื้อขายสูง” และ “ราคาหุ้นมีความผันผวนสูง” เพื่อให้มั่นใจว่าจะสามารถขายหุ้นได้ในเวลาและราคาที่ต้องการ รวมทั้งมีการเคลื่อนไหวของราคาที่กว้างมากพอที่จะสร้างกำไรได้ในระหว่างวัน
กลยุทธ์การลงทุนระยะสั้นๆ มีหลายแบบ นักลงทุนต้องเลือกให้เหมาะกับสไตล์การลงทุนของตนเอง
ปัจจุบันมีนักลงทุนจำนวนไม่น้อยที่ชื่นชอบการซื้อขายหุ้นแบบระยะสั้นถึงสั้นมาก (Trading) ซึ่งอาศัยความผันผวนขึ้นลงของราคาหุ้นในช่วงสั้นๆ เป็นโอกาสในการแสวงหากำไร
แน่นอนว่า... การลงทุนแบบนี้มีโอกาสทำกำไรได้ดีกว่าและเร็วกว่าการลงทุนระยะยาว เพียงแค่ราคาหุ้นขยับเพิ่มขึ้นไปไม่กี่ช่องก็สามารถทำกำไรได้มากมาย แต่มองอีกด้านหนึ่งหากเกิดความผิดพลาดขึ้นมา นักลงทุนก็มีความเสี่ยงสูงและมีโอกาสขาดทุนมากด้วยเช่นกัน
ก่อนการลงทุนแบบนี้จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่นักลงทุนจะต้องศึกษากฎ กติกา วางแผนการลงทุน และกลยุทธ์ต่างๆ อย่างละเอียดรอบคอบ และนี่คือ... กลยุทธ์การลงทุนแบบรายวันฉบับมือใหม่
มีสติก่อนออกสตาร์ท
นักลงทุนต้องมีสติ ไม่ใช่อารมณ์ เพราะขณะที่จ้องหน้าจออยู่นั้น เชื่อเถอะว่า... “ความโลภ” และ “ความกลัว” จะเข้าครอบงำ หากจิตใจอ่อนแอ ตัดสินใจลงทุนตามจิตวิทยาตลาด ย่อมทำให้ท่านขาดทุน ดังนั้น จงมีสติ ควบคุมสมาธิให้อยู่ในเกมของเรา และลงทุนไปตามกลยุทธ์ที่วางไว้
เลือกหุ้น
นักลงทุนที่เน้นซื้อขายระยะสั้นมักเลือกหุ้นที่จะเข้าไปลงทุนจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ ปริมาณการซื้อขายสูง และ พฤติกรรมของราคาหุ้นที่มีความผันผวนสูง ซึ่งต้องเป็นหุ้นที่มีทั้งสองประการ เพื่อให้มั่นใจว่าจะสามารถขายหุ้นได้ในเวลาและราคาที่ต้องการ รวมทั้งมีการเคลื่อนไหวของราคาที่กว้างมากพอที่จะสร้างกำไรได้ในระหว่างวัน หรือนักลงทุนบางคนอาจสนใจหุ้นที่มีราคาต่ำ เพราะต้องการเห็นการปรับตัวของราคาขึ้นในอัตราสูงๆ
เลือกกลยุทธ์การลงทุน
การซื้อขายระยะสั้นต้องอาศัยกลยุทธ์ต่างๆ ในการเทรดทั้งสิ้น เพราะหากปราศจากกลยุทธ์เหล่านี้ เราก็จะเทรดแบบสะเปะสะปะไม่มีการวางแผนใดๆ แทนที่จะกำไร อาจขาดทุนได้ง่ายๆ โดยมีกลยุทธ์อยู่หลากหลายแบบสำหรับการลงทุนระยะสั้นๆ เช่น
Scalping เป็นกลยุทธ์การทำกำไรโดยการเปิดและปิดการซื้อขายในช่วงสั้นๆ ทำกำไรเพียงไม่กี่จุด (ส่วนมากจะอยู่ราวๆ 5 - 20 จุด) พูดง่ายๆ คือ ทำกำไรทันทีที่ราคาหุ้นขยับไปถึงจุดที่กำหนด ซึ่งหัวใจของการเทคนิคนี้ คือ “เข้าให้ไว กำไรรีบออก เน้นกำไรจุดน้อยๆ แต่บ่อยๆ” เหมาะกับนักลงทุนที่มีเวลานั่งเฝ้าหน้าจอการเทรด ที่สำคัญ คือ ต้องคาดการณ์ได้อย่างรวดเร็วว่าตลาดน่าจะเป็นไปในทิศทางใด จากนั้นก็เปิดหรือปิดสถานะในทันที
ตัวอย่างเช่น ซื้อหุ้น AAA ที่ราคา 10 บาท ตั้งขาย 10.10 บาท เมื่อหุ้นขึ้นไปถึงราคา 10.10 บาท ก็ขายทำกำไร แต่อย่าลืม!!! ดูต้นทุนค่าคอมมิชชั่นด้วย เพราะกำไรที่ได้ อาจไม่คุ้มค่าคอมมิชชั่นที่ต้องจ่ายให้กับโบรกเกอร์
Day Trading เป็นกลยุทธ์การลงทุนระยะสั้นที่แพร่หลายที่สุด เน้น “ซื้อและขายหุ้นในวันเดียวกัน” ฉวยโอกาสจากจังหวะการขึ้นลงของราคาหุ้นในระหว่างวัน ไม่มีการถือหุ้นข้ามคืนอย่างเด็ดขาด โดยกรอบเวลาของกราฟราคาที่นิยมใช้ คือ 4 ชั่วโมง 1 ชั่วโมง 30 นาที และ 15 นาที เหมาะกับนักลงทุนสายเก็งกำไรที่มีเวลาดูตลาดทั้งวัน เพราะต้องติดตามการเคลื่อนไหวของราคาตลอดชั่วโมงการเทรด
Swing Trading เป็นกลยุทธ์ที่มีการเข้าซื้อขายหุ้นเป็นรอบๆ เน้นที่จังหวะเข้าเท่านั้น ไม่สนใจเทรนด์หรือแนวโน้ม โดยจะ “ซื้อเมื่อย่อตัว” และ “ขายเมื่อเด้ง” นิยมใช้สำหรับเก็งกำไรระยะสั้นถึงปานกลาง รอบหนึ่งอาจกินเวลาไม่กี่วัน หรือลากยาวไปเป็นสัปดาห์ๆ ก็ได้ (ประมาณ 3 – 14 วัน) แล้วแต่พฤติกรรมของหุ้นตัวนั้นๆ เหมาะกับคนที่มีเวลาน้อยหรือทำงานประจำอยากมีเวลาว่าง ไม่ชอบเฝ้าหน้าจอ
Trend Tradingหรือ Trend Following เป็นกลยุทธ์ที่เน้น “เทรดตามแนวโน้ม กินคำใหญ่ กำไรหลายเด้ง” พูดง่ายๆ คือ ต้องอ่านแนวโน้มให้ขาด มองแนวโน้มใหญ่เป็นหลัก จากนั้นถือรันเทรนด์ปล่อยกำไรให้วิ่งไปเรื่อยๆ จนกว่าจะราคาจะหมดแนวโน้มค่อยขาย โดยระยะในการทำกำไรจะขึ้นอยู่กับรูปแบบของเทรนด์นั้นๆ ว่ามีระยะมากน้อยเพียงใด อาจจะ 1-6 เดือนขึ้นไป เหมาะกับคนที่มีความอดทนสูง สามารถอดเปรี้ยวไว้กินหวาน ทนกำไรหรือขาดทุนในระยะยาวได้
นอกจากนี้ ยังมีกลยุทธ์การลงทุนระยะสั้นๆ อีกมากมายหลายแบบ แต่ไม่ว่าจะเลือกใช้กลยุทธ์แบบไหน ต้องมั่นใจว่าเหมาะกับสไตล์การลงทุนของเรา โปรดจำไว้ว่า... ไม่มีกลยุทธ์ไหนดีกว่ากัน ทุกกลยุทธ์สามารถทำกำไรได้ทั้งสิ้น แต่ละกลยุทธ์ก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันออกไป เลือกเอาที่เราถนัดจะดีที่สุด
กำหนดจุดตัดขาดทุน
สิ่งสำคัญสุดๆ ที่ขาดไม่ได้ในการลงทุนระยะสั้นก็คือ การกำหนดจุดหยุดขาดทุน (Stop Loss) ซึ่งมีวิธีการเลือกง่ายๆ อยู่ 2 แบบ คือ เลือกจุดหยุดขาดทุนที่ยอมรับได้มากที่สุด นั่นคือ สำรวจกระเป๋าเงินของตนเองว่ารับความเสี่ยงได้ขนาดไหน หรือเลือกจุดหยุดขาดทุนทางเทคนิคจากตัวหุ้นนั้นๆ ซึ่งต้องดูกราฟและข้อมูลประกอบ แต่ถ้าจะให้ดี... การเลือกจุดหยุดขาดทุนจะต้องดูทั้งสองด้านประกอบกัน
ทั้งหมดนี้ คือ เทคนิคเบื้องต้นของการลงทุนแบบรายวัน ซึ่งผลจากการวิจัยของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งพบว่า... ในแต่ละปีมีนักลงทุนแบบที่ลงทุนรายวันเพียง 20% เท่านั้นที่จะได้กำไร ส่วนอีก 80% จะขาดทุนจากการลงทุน
อย่าลืมว่า... คุณกำลังเล่นกับไฟ หากอยากเป็นผู้ชนะก็ต้องหมั่นฝึกฝน มีวินัย ไม่โลภ และยอมรับว่ามีโอกาสขาดทุนสูงกว่ากำไรมากทีเดียว

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง วาณิชย์ ใน Bangkok?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

เว็บไซต์

ที่อยู่


กรุงเทพ 2, ลำผักชี, หนองจอก, กรุงเทพมหานคร
Bangkok
10530