Rewards Engstitute
16/03/2026
รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ทำหน้าที่พิธีกรสองภาษาในงาน AI for Good Hackathon 2026
งานนี้เป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้นักเรียนและนักศึกษาร่วมกันใช้ AI สร้างแนวคิดและโซลูชันเพื่อแก้ปัญหาสังคม ภายใต้แนวคิด “Make It Real”
สิ่งที่ประทับใจมากคือการได้เห็นพลังและความหวังของคนรุ่นใหม่ผ่านการนำเสนอผลงานของแต่ละทีม หลายไอเดียสะท้อนว่าพวกเขายังมีความเชื่อและความหวังในประเทศชาติและผู้ใหญ่ในประเทศอยู่ และยังได้เห็นนักเรียน นักศึกษาใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร นำเสนอ และพัฒนาไอเดียของตัวเองอย่างมั่นใจและสนุกสนาน
ขอบคุณโอกาสดี ๆ ที่ทำให้ได้ทำงานร่วมกับผู้บริหารจาก Capgemini, ผู้บริหารและทีมงาน OpenMind Projects รวมถึงได้รับเกียรติจากท่านนพรัตน์ ศรีพรหม ผู้อำนวยการกองวิชาการและแผนงาน กรมการปกครองในการเป็นล่ามให้ท่านด้วย
ขอบคุณพี่โตโต้ ประธานมูลนิธิ OpenMind Project และพี่หมุย รองประธานมูลนิธิที่นึกถึงและให้ความไว้วางใจให้ไปร่วมทำงานในครั้งนี้ด้วยนะคะ
เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ทั้งท้าทาย สนุก และทำให้ได้เห็นพลังของคนรุ่นใหม่ที่กำลังใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีให้กับสังคม
26/12/2025
เวทีแข่งขันการออกแบบนวัตกรรม AI ภายใต้ตีม "Make It Real" เพื่อสังคมที่ดี สำหรับใครที่สนใจ สามารถสแกน QR Code เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมได้เลยค่ะ
18/05/2025
สามทักษะแห่งทศวรรษ
เมื่อวานให้สัมภาษณ์น้องคนนึง มีคำถามปิดท้ายว่าผมคิดว่าทักษะอะไรที่สำคัญที่สุดในอนาคตยุค AI นี้ ผมก็ตอบไปว่า “Growth mindset” ซึ่งก็คิดว่าเป็นคำตอบที่ดีพอใช้ แต่พอฟังกูรูระดับโลกอย่างคุณ robert greene ที่เขียนหนังสือระดับ best seller หลายเล่ม ศึกษาชีวิตผู้คนมาตั้งแต่ยุคโบราณจนถึงปัจจุบันแล้วต้องคิดใหม่เลยทีเดียว
โรเบิร์ตตอบคำถามคล้ายกันกับผมซึ่งผมฟังแล้วก็อยากกลับไปแก้และเล่าให้น้องคนนั้นฟังมาก
เพราะคำตอบของคุณโรเบิร์ต กรีน ไม่ได้แค่ฟังแล้วพยักหน้าแต่อยู่ในระดับที่ถึงกับต้องทบทวนตัวเองตามไปด้วยและอยากแชร์ให้กัลยาณมิตรทุกคนฟัง … อยู่ในระดับนั้นเลย
โรเบิร์ต กรีน ตอบคำถามที่ว่าทักษะใดที่สำคัญที่สุด จำเป็นที่สุดในยุคสมัยที่ผันผวนและปั่นป่วนแบบนี้สำหรับทั้งเรื่องชีวิตและเรื่องงานและไม่ว่าเป็นคนรุ่นใหม่หรือซีอีโอก็ต้องมี
เขาพูดถึงทักษะสามอย่าง ซึ่งน่าสนใจว่าไม่ใช่ทักษะแบบ hard skill อย่างต้องรู้ coding ต้องเก่ง AI อะไรแบบนี้เลย
………
ทักษะแรกที่โรเบิร์ตกรีนบอกคือความฉลาดในการเข้าสังคม (social intelligence) ซึ่งสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆในยุคที่คนรุ่นใหม่ดูแต่หน้าจอและไม่ออกไปไหนในสังคมที่ซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ ทักษะในเรื่องความเข้าใจความรู้สึกผู้อื่นอย่างลึกซึ้ง (empathy) การสื่อสารและการเล่าเรื่องได้ดี ความสามารถในการฟัง รวมถึงความสามารถในการสร้างและเพิ่มความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้คน
เพราะมันจะนำไปสู่การร่วมมือกันกับหลายฝ่าย (collaboration) และความสามารถในการเป็นผู้นำคน
ซึ่งกรีนบอกว่าคือความสามารถในการที่ทำให้ผู้คนชอบเรา (likable) นั่นเอง
ซึ่งความสำคัญของเรื่องนี้ตรงกับที่วอร์เรน บัฟเฟต์ ตอบคำถามน้องๆรุ่นใหม่ที่งานประชุมผู้ถือหุ้นล่าสุดว่า “คนที่คุณคบหาสมาคมด้วยนั้นสำคัญอย่างยิ่ง และอย่าคาดหวังว่าคุณจะตัดสินใจถูกต้องทุกครั้งในเรื่องนี้ แต่ชีวิตของคุณจะก้าวหน้าไปในทิศทางเดียวกับคนที่คุณทำงานด้วย คนที่คุณชื่นชม และคนที่กลายมาเป็นเพื่อนของคุณ”
ในไทยเองนั้น การที่จะเอาตัวเองไปอยู่ท่ามกลางกัลยาณมิตร คนที่เก่งกว่าเรา พาเราไปในทางที่ดีนั้นน่าจะต้องเริ่มจากตัวเองที่ต้องสังเกตและรู้จักตัวเองก่อน และพาตัวเองไปอยู่ในกลุ่มผู้คนที่ส่งเสริมเรา ไม่ว่าจะทำงานในบริษัทที่มีกิจกรรมบริษัทให้เราได้เข้าร่วม หลักสูตรต่างๆที่มีในไทย หรือแม้แต่ไปคารวะหาอาจารย์เก่งๆที่ช่วยเหลือเราได้
แต่ในการที่เราจะมีคนเก่ง คนดีรอบตัวนั้นก็ขึ้นอยู่กับตัวเราเองว่าเรานิสัยดีแค่ไหนและมองหาอะไรจากการไปเข้าสังคม จะเอาแค่ connection ผิวเผิน ไปทางเส้นสาย เอนเอียงไปในการหาประโยชน์เพื่อตัวเอง จะไปแค่งานปาร์ตี้เมาเหล้าผิวเผิน หรือจะไปอยู่ในดง giver และใฝ่หาความรู้ร่วมกันและส่งเสริมซึ่งกันและกัน …..
ทุกอย่างคือดาบสองคมเสมอในมุมผม
“The most important single ingredient in the formula of success is knowing how to get along with people.”
— Theodore Roosevelt
………..
ข้อที่สองที่คุณโรเบิร์ตบอกก็คือ ความรักในการเรียนรู้ (love of learning) พลังอำนาจที่แท้จริงของวินัยและ passion ในการกระหายใคร่รู้ตลอดเวลา ไม่ใช่แค่การเรียนตามระบบการศึกษาแต่เป็นวินัยเรื่องการอ่าน อ่านหนังสืออย่างสม่ำเสมอ
การหาไอเดียใหม่ๆ ความกระหายในการไปฟังไปเรียนในเรื่องที่เราไม่รู้ เจอคนที่เราไม่คุ้น พยายามเข้าใจในภาพกว้าง ไม่ใช่แค่เรื่องใดเรื่องหนึ่ง แล้วพอรู้หลายเรื่อง ความรู้ที่มาผสมกันนั่นคือไอเดียหรือความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆนั่นเอง
พี่สุรชัย พฤฒิกุลางกูร มืออิลัสอันดับหนึ่งของโลกชาวไทยเคยให้เคล็ดลับของการเป็นมือหนึ่งโลกมาอย่างยาวนานว่า …ให้ไปในที่ที่คนอาชีพเดียวกับเราไม่ไป….
ผมเคยไปมหาวิทยาลัยดังที่สหรัฐ ความตระหนักถึงความจำเป็นในการรู้ระดับสหวิทยาการ (multidisciplinary) นั้นสำคัญมากๆที่จะทำให้มนุษย์ยังมีคุณค่ามากกว่า AI มหาวิทยาลัยหลายแห่งเริ่มมีการส่งเสริมด้านนี้อย่างจริงจังแล้วด้วย
ที่สำคัญกว่านั้น ความคิดแบบ beginner’s mind (ภาษาญี่ปุ่นคือ Shoshin) นั้นจำเป็นมากๆที่จะทำให้ตัวเอง humble มีความสงสัยใคร่รู้ตลอดเวลาและยอมเสียฟอร์ม ยอมบอกว่าตัวเองไม่รู้เพื่อให้รู้ ซึ่งทำได้ยากขึ้นเรื่อยๆเวลามีตำแหน่งสูงๆในระดับซีอีโอที่อีโก้จากความสำเร็จมักจะทำให้ความคิดแบบ beginner’s mind นั้นทำได้ยากมากๆ
แต่ในยุคสมัยแห่งการเปลี่ยนแปลงแบบทวีคูณ ประสบการณ์เดิมใช้แทบไม่ได้อีกต่อไป ความรักในการเรียนรู้จึงเป็นทักษะที่จำเป็นสุดๆในทศวรรษที่จะถึงนี้
คนรุ่นผมที่อายุมากและเจออะไรมามากก็จะคิดว่าตัวเองรู้ทุกอย่าง แต่เมื่อเดือนที่ผ่านมา ผมแค่ได้ฟังสามเรื่องคือ โลกแห่ง Esport ความสัมพันธ์ของคนรุ่นใหม่จากงานวิจัย Tinder และล่าสุดในฟังความยิ่งใหญ่ของจักรวาล BL และ GL (Boy love และ Girl Love) ก็เป็นการกระตุกตัวเองได้อย่างดีว่าเรานั้นช่างไม่รู้อะไรเลย
“Live as if you were to die tomorrow. Learn as if you were to live forever.”
— Mahatma Gandhi
…………..
ข้อสุดท้าย โรเบิร์ตบอกว่าคือ ความอดทน (patience) ซึ่งคุณโรเบิร์ตบอกว่าเป็นทักษะที่คนมองข้ามได้ง่ายสุดในโลกสมัยนี้ แต่มนุษย์นั้นถ้าจะเก่งมากกว่าคนอื่นในเรื่องใดเรื่องหนึ่งนั้นไม่มีทางลัด ต้องใช้เวลาเป็นปี ไม่ใช่วัน และต้องมีความอึดถึกทนเป็นคุณสมบัติพิเศษที่เดินหน้าต่อแม้จะยังไม่เห็นฝั่งก็ตาม ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่หาได้ยากในยุคโซเชียล โดยเฉพาะในเด็กรุ่นใหม่ที่อยากรวยเร็ว ใจร้อน
ถ้าใครมีจะเรียกว่าเป็น superpower เลยก็ได้เพราะคนส่วนใหญ่แทบจะไม่่มี
ผมเพิ่งเขียนเรื่องเชฟไอซ์แห่งศรณ์ ร้านมิชิลินสามดาวร้านเดียวของไทย เชฟไอซ์พยายามสอนเด็กๆรุ่นใหม่แต่พบว่าความอดทนนั้นต่ำมาก สามวันห้าวันถ้าทำไม่ได้ก็เลิกแล้ว อยากดัง อยากประสบความสำเร็จเร็ว แต่เชฟไอซ์เล่าว่าเขาพยายามหัดหุงข้าวขึ้นหม้อแบบให้เมล็ดตั้งฉากได้ทั่วพื้นที่ที่ได้วิธีการมาจากคุณยายทางภาคใต้ ใช้เวลาหุงผิดต้องทิ้ง ลองใหม่อยู่ห้าปี……
นี่คือคุณสมบัติของเบอร์หนึ่งในวงการคนทำอาหารของไทย
“Success is very often a matter of hanging on after others have let go.”
— William Feather
…………
โรเบิร์ต กรีนสรุปว่า ทักษะสามอย่างนี้ไม่ใช่ได้มาง่ายๆ และไม่สามารถ “hack” ได้ ต้องฝึกฝนถึงจะได้มา ต้องหัดไปเจอผู้คน หัดทำตัวเป็น giver รู้จักสะสมกัลยาณมิตร ต้องหัดเรียนรู้ มีวินัยในการอ่านหนังสือ มีวินัยในการเรียนสาขาวิชาใหม่ๆ และต้องหัดที่จะอดทน รอคอยและใช้เวลาฝึกทักษะที่สำคัญๆ
โรเบิร์ตบอกว่าถ้าเป็นคนอายุน้อย มีสามอย่างนี้ได้เดี๋ยวก็จะมีไอเดีย มีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก และในมุมผมนั้น ถ้าผู้นำองค์กรไหนมีสามข้อนี้ก็จะสามารถนำพาองค์กรให้เจอ S curve ใหม่และเป็นผู้นำที่ไม่ตกยุคได้ ไม่มีใครแทนได้เช่นกัน
สามทักษะแห่งทศวรรษนี้ ถ้ามองอย่างลึกซึ้งในเชิงการตลาดก็จะพอเข้าใจได้ เพราะอะไรที่มีค่ามากๆก็คืออะไรที่มีน้อย
คุณสมบัติสามอย่างนี้ในยุคสมัยนี้หาคนมีไม่ง่ายเพราะคนยุคอะไรที่เคลื่อนตัวเร็ว เสพติดมือถือ ติดกับดักอัลกอรึทึ่มของโซเชียลก็จะไม่อยากไปสังคมกับใครตัวเป็นๆ ไม่อยากเรียนรู้อะไรใหม่ๆและไม่มีความอดทนกันเป็นส่วนใหญ่
ซึ่งถ้าเราอยากจะเป็นคนที่มีมูลค่าสูงกว่าใครในสังคมยุคใหม่ การอดทนพัฒนาทักษะทั้งสามอย่างจึงจำเป็นเป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ ตำแหน่งอะไรก็ตาม
โดยเฉพาะในยุค average is over แบบนี้ครับ…..
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
ติดต่อ โรงเรียนนี้
เบอร์โทรศัพท์
เว็บไซต์
ที่อยู่
Bangkok
10240