Khit ma dee

Khit ma dee

แชร์

Photos from designism's post 24/08/2025
30/07/2025

เจาะลึกเทคนิคหา “Consumer Insight” สู่กลยุทธ์พลิกเกมตลาด ชนะใจลูกค้า และการแข่งขันทุกสมรภูมิ Red Ocean – Blue Ocean

ในยุคการแข่งขันสูง มีทั้งผู้เล่นแข็งแกร่ง และผู้ท้าชิงหน้าใหม่ แบรนด์ที่จะครองใจลูกค้า และชนะสมรภูมิการแข่งขันเดือด Red Ocean หรือพื้นที่ใหม่อย่าง Blue Ocean ต้องเข้าใจ “ความต้องการลึกๆ ในใจของลูกค้า” สิ่งนี้เรียกว่า “Insight” ที่อยู่ในใจ หรืออยู่ในความคิดลึกๆ ของลูกค้า

ในงาน เซสชั่น “Decoded: พลิกเกมการตลาดจากสิ่งที่ลูกค้าไม่เคยพูด Data ไม่เคยบอกคุณ” โดย คุณบังอร สุวรรณมลคล, CEO & Founder of Hummingbirds Consulting ได้พาไปหาคำตอบทำไม Insight ถึงมีความสำคัญกับแบรนด์ หรือธุรกิจ พร้อมเผยเทคนิคการหา Inisght พาแบรนด์มัดใจลูกค้า และชนะการแข่งขัน

🎯 เทคนิคหา “Insight” ลูกค้า เปลี่ยนให้เป็น Game Changer

👉🏻I = Invisible Truths: ความจริงที่ซ่อนอยู่ทรงพลังอย่างมาก จะไม่ถูกพูดถึง จนกว่าแบรนด์จะค้นหาผ่านการพูดคุยกับลูกค้าในเชิงลึก

- รู้จักเทคนิคหา Insight ด้วย “ทฤษฎีไข่ดาว" คือการมองหา “Context Understanding First” คือการเข้าใจบริบทของสิ่งรอบข้าง วิถีชีวิต และความต้องการของลูกค้าก่อน แล้วเปลี่ยนให้เป็น “โซลูชัน” หรือ “การตลาด” ของแบรนด์

การจะได้ Insight ลูกค้าตามทฤษฎีไข่ดาว แบรนด์ควรเร่ิมจากตั้งคำถามทั่วไปก่อน เพื่อให้เข้าใจภาพรวม หรือบริบท จากนั้นค่อยถามคำถามเฉพาะเจาะจง

👉🏻N = Needs Thay Can’t Name: ลูกค้ามีความต้องการหลายอย่างที่ระบุไม่ได้ ด้วย “Design Thinking Concept”

1. Problem Space: ต้องเข้าใจ Pain point ของลูกค้า และความต้องการที่แอบซ่อนอยู่

2. Ideation Space: จากนั้นดีไซน์ไอเดียว่าปัญหานั้นๆ จะแก้ด้วยโซลูชันอะไร

3. Solution Space: เอาไอเดียมาทดสอบ เพื่อทำให้เป็นโซลูชันที่ช่วยแก้ปัญหาลูกค้าได้จริง

👉🏻S = Subconscious Driver: ความคิด ความเชื่อ ความรู้สึกที่อยู่ใต้ระดับการรับรู้ของมนุษย์ที่ไม่สามารถพูดออกมาได้ตรงๆ แต่เป็นแรงผลักดันให้เกิดพฤติกรรม

- Unspoken Truth หรือความจริงที่ไม่ได้พูดออกมา มักไม่ได้ปรากฏให้เห็นใน Data ไม่มีในออนไลน์ และโฆษณา ดังนั้นการสื่อสารที่ดี คือ การพูดระดับ Subconscious ที่เข้าใจความต้องการลึกๆ ในใจของลูกค้า

👉🏻I = Intuition for Future: Insight ช่วยคาดการณ์อนาคตบางอย่างได้โดยที่ Data ยังไม่ได้บอก

👉🏻 G = Gap in the Market: เติมเต็มช่องว่างในตลาด โดยอย่าตามแต่ Demand ลูกค้า

เทคนิคสร้างเกมที่ทำให้แบรนด์ชนะ ก่อนอื่นต้องรู้ Insight 2 มุมคือ

– Expectation สิ่งที่ลูกค้าคาดหวัง หรือความฝันของลูกค้า

– Experience ความจริง หรือสิ่งที่เจอในตลาด

เมื่อเข้าใจ 2 มุมแล้ว จะทำให้แบรนด์เห็น “Need Gap” ที่ยังไม่มีใครตอบสนองลูกค้า และเมื่อแบรนด์ตอบโจทย์ Need Gap ได้ จะสร้างประสบการณ์สุดว้าว! ให้กับลูกค้า

👉🏻 H = Human Centered Innovation: ความเข้าใจลูกค้าคือหัวใจสำคัญของการพัฒนานวัตกรรม

Innovation ที่จะได้การตอบรับดีจากลูกค้า ต้องมาจาก Empathy หรือความเข้าอกเข้าใจลูกค้า และช่วยแก้ปัญหาลูกค้าได้จริง

เพราะฉะนั้นนวัตกรรมที่ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหา หรือไม่ได้ตอบโจทย์ความต้องการ ลูกค้าย่อมไม่สนใจ แบรนด์จึงไม่ควรเสียเวลาพัฒนานวัตกรรมที่ลูกค้าไม่สนใจ

👉🏻 T = Truth That Transform Strategy: Insight เป็นส่วนผสมของกลยุทธ์

แบรนด์ที่มี Insight จะเป็นส่วนผสมสำคัญในการพัฒนา “กลยุทธ์การตลาด” ที่สร้าง Impact และชนะตลาดได้

ไม่แค่นั้น คุณบังอร ยังได้แชร์กลยุทธ์การแข่งขันในตลาด Red Ocean และ Blue Ocean ไว้อย่างน่าสนใจ...

🎯 กลยุทธ์แข่งขันในตลาด "Red Ocean"

1. Low-cost Strategy: สู้ด้วยราคา

แบรนด์/ธุรกิจที่จะใช้กลยุทธ์ Low-cost ต้องมีความได้เปรียบทางการแข่งขันด้านต้นทุน หากไม่มีความได้เปรียบด้านต้นทุน ไม่แนะนำให้แบรนด์แข่งขันด้วยกลยุทธ์นี้

2. Differentiation Strategy: สู้ที่ความแตกต่าง ด้วย 4 วิธีดังนี้

– Product Strategy
– Communication Strategy
– Experience Strategy
– Branding Strategy

3. Niche Strategy: สู้ที่ตลาด Niche เพื่อสร้างชัยชนะเล็กๆ ก่อน แล้วค่อยก้าวไปสู่ตลาด Mass

แบรนด์/ธุรกิจสามารถนำแนวคิด “The Ripple Effects” มาปรับใช้กับการวางกลยุทธ์แบรนด์ นั่นคือ From Niche to Mass เริ่มต้นจากตลาด Niche ก่อน จากนั้นค่อนขยายไปสู่ตลาด Mass

🎯 กลยุทธ์ “Blue Ocean”

1. ดึงดูดลูกค้าที่ออกจากตลาดหรือแบรนด์ให้กลับมา

2. ขยายฐานลูกค้าใหม่ ที่ยังไม่เคยมีประสบการณ์กับแบรนด์ หรือผลิตภัณฑ์ใน Category นั้นๆ มาก่อน

3. มองหากลุ่มลูกค้าใหม่ที่แบรนด์ไม่เคยทำตลาดมาก่อน

👉🏻อ่านเพิ่มเติม พร้อมตัวอย่างเคสได้ที่ลิงก์ในคอมเมนต์

!

03/06/2025

หลายคนใช้ ChatGPT เป็นเครื่องมือช่วยทำงาน ทำการบ้าน คือถามคำถาม ได้คำตอบ แล้วก็จบ ซึ่งเป็นการใช้ประโยชน์จาก AI ได้ไม่เต็มที่ จริงๆ แล้ว ChatGPT สามารถเป็นเครื่องมือช่วยให้เรียนรู้ได้ดีและเร็วขึ้น ถ้ารู้ว่าต้องสั่งงานมันอย่างไร บทความนี้จะแนะนำ 10 คำสั่ง ที่สามารถนำไปใช้เพื่อช่วยให้การเรียนรู้ในเรื่องต่างๆ ของคุณดีขึ้นและเร็วขึ้น
10 คำสั่ง ChatGPT ขั้นเทพ ช่วยให้เรียนรู้ได้เร็วขึ้น
[1] เปลี่ยนเนื้อหายากๆ ให้เข้าใจง่ายด้วยภาพ
ถ้าคุณต้องอ่านเนื้อหาที่ยากและยาว ChatGPT สามารถช่วยสรุปหรือทำเป็นผังความคิด (flowchart) เพื่อให้เห็นภาพรวมและจุดเชื่อมโยงต่างๆ ได้ง่ายขึ้น
ลองสั่ง: "ช่วยทำ flowchart อธิบาย [หัวข้อ] โดยแสดงความเชื่อมโยงของแต่ละส่วน"
[2] สร้างแบบทดสอบส่วนตัว
แทนที่จะใช้แฟลชการ์ดแบบเดิมๆ ให้ ChatGPT สร้างแบบทดสอบตามเรื่องที่คุณกำลังเรียน โดยเน้นจุดที่คุณยังไม่ค่อยเข้าใจ
ลองสั่ง: "ช่วยตั้งคำถามเกี่ยวกับ [วิชา/หัวข้อ] พร้อมอธิบายคำตอบในแต่ละข้อ"
[3] สรุปเนื้อหาวิดีโอยาว ๆ ให้เหลือเฉพาะใจความสำคัญ
ถ้าคุณดูวิดีโอสอนหรือฟังเลคเชอร์นานๆ แล้วจำประเด็นสำคัญไม่ค่อยได้ ลองคัดลอกสคริปต์ (ถ้ามี) มาให้ ChatGPT ช่วยสรุป
ลองสั่ง: "ช่วยสรุปใจความสำคัญของเนื้อหาและประเด็นหลักจากวีดีโอนี้"
[4 ] อธิบายเรื่องยากให้ง่ายด้วยการเปรียบเทียบ
บางเรื่องอาจเข้าใจยากเพราะเป็นเรื่องที่จับต้องไม่ได้ แต่ ChatGPT สามารถช่วยอธิบายโดยใช้การเปรียบเทียบกับสิ่งที่คุ้นเคย
ลองสั่ง: "ช่วยอธิบาย [เรื่องที่เข้าใจยาก] โดยเปรียบเทียบกับเรื่องง่ายๆ"
[5] ใช้ ChatGPT เป็นติวเตอร์เฉพาะทาง
ChatGPT มีข้อมูลในหลากหลายสาขาวิชา คุณสามารถให้มันทำหน้าที่เหมือนผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนั้นๆ แล้วสอนคุณทีละขั้นตอนได้
ลองสั่ง: ช่วยสอน [ทักษะ] แบบทีละขั้นตอน ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้าน [สาขา]

24/02/2025

เพราะความรู้ดีๆ ไม่ควรถูกเก็บไว้แค่ในวงสนทนา
นี่คือสารตั้งต้นของ Wisdom on the House แพลตฟอร์มแห่งการเรียนรู้ การแบ่งปัน และการสร้างพลังร่วมกันจาก หม่ล่าสุดจาก H.o.w หรือ House of Wisdom เครือข่ายผู้นำทางความคิด นักธุรกิจ และผู้เชี่ยวชาญในหลากหลายวงการ นำโดย คุณโจ้ ธนา เธียรอัจฉริยะ และ คุณกระทิง เรืองโรจน์ พูนผล
การเปิดตัวเพจ Wisdom on the House ไม่ใช่เพียงการสร้างอีกหนึ่งเพจคอนเทนต์ แต่มันเป็นการสร้าง "ระบบนิเวศของปัญญา" ที่ให้ทุกคนสามารถเรียนรู้จากบุคคลระดับแนวหน้าในแต่ละสาขา และสร้างการเปลี่ยนแปลงในระดับมหภาค โดยมีแนวคิดหลักคือการแบ่งปันซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของแพลตฟอร์มนี้
#จุดเริ่มต้น

Wisdom on the House มาจากการรวมตัวของกลุ่มคนที่มีแนวคิดเดียวกัน ซึ่งเชื่อว่าความรู้ที่ดีไม่ควรถูกเก็บไว้แค่กับตัวเอง แต่ต้องถูกส่งต่อเพื่อสร้างแรงกระเพื่อมในสังคม
คุณโจ้ ธนา และ คุณกระทิง เรืองโรจน์ เริ่มต้นจากการพูดคุยแลกเปลี่ยนแนวคิดในกลุ่มเล็ก ๆ กับเพื่อน ๆ และผู้เชี่ยวชาญในหลายแวดวง ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจ เทคโนโลยี การลงทุน การพัฒนาตัวเอง ไปจนถึงศาสตร์แขนงต่าง ๆ ที่มีประโยชน์ต่อสังคม ในทุกครั้งที่มีการสนทนา "พลังของปัญญา" ที่เกิดขึ้นนั้นน่าทึ่งเสมอ ไม่ว่าจะเป็นแนวคิดทางธุรกิจที่ช่วยให้บริษัทเติบโต faster, smarter หรือบทเรียนชีวิตที่พลิกมุมมองของใครหลายคน
แต่สิ่งที่ทั้งสองคนสังเกตเห็นก็คือ องค์ความรู้เหล่านี้มักจะหายไปเมื่อบทสนทนาจบลง และคนจำนวนมากอาจพลาดโอกาสเข้าถึงมุมมองที่ทรงคุณค่าเหล่านี้ จากแนวคิดที่ว่า "ถ้าความรู้ดี ๆ สามารถเปลี่ยนชีวิตคนได้ แล้วทำไมเราไม่กระจายมันออกไปให้กว้างขึ้น?" จึงเกิดเป็นไอเดียของการสร้างแพลตฟอร์ม Wisdom on the House ขึ้นมา
อ่านต่อได้ที่: https://techsauce.co/news/wisdom-on-the-house-launch
ในตอนนี้ Wisdom on the House พร้อมให้ทุกคนติดตามได้ผ่านช่องทางต่างๆ ทั้งบนเว็บไซต์และ page:
1. https://wisdomonthehouse.com/
2. https://www.facebook.com/profile.php?id=61572978636966

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง บริษัท สื่อ ใน Bangkok?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


Bangkok