Crystal Pond

Crystal Pond

แชร์

14/08/2022

ไม่ใช่ไม่เข้าใจคนอื่น แต่ปัญหาคือเข้าใจตัวเองมากไป

10 สิงหาคม 2565 ผมติดโควิต
Out มากครับ มาคุยอะไรเนี่ย..555

อะน่า ขอเล่านิดนึงครับ เพราะมันเป็นบทเรียนใหม่ของลูกสาวผม(น้องแอล)ครับ...

วันแรก : 9 ส.ค. 65
ผมขึ้น Tier 1 กลับบ้านก็กักตัว แบบที่หลายๆคนก็เคยทำกัน (เหมือนการซ้อมหนีไฟ)
และเย็นวันนี้เพื่อนผมจะแวะมาเอาของที่บ้านครับ
...จุดเริ่มต้น มันก็มาจากตรงนี้นี่แหละครับ...
ซึ่งครอบครัวเพื่อนผมยังไม่เคยมีใครติด (เมื่อวาน..ผมยังพูดคำนี้ได้อยู่เลย 🥹)

ผมเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้เพื่อนฟัง เพื่อนำไปตัดสินใจ
สรุปเพื่อนผมมาครับ 😅

วันที่ 2 : 10 ส.ค. 65
2 ขีด..!! 😱
และปัญหาใหม่ของแอลก็เริ่มขึ้น
แอล : “ทำไมพ่อต้องเป็นโควิตด้วย..!!”
ผม : ยิ้มอ่อน (กรรม..555)

ตกเย็น น้องกรีน ลูกเพื่อนผม ก็โทรหาแอล
กรีน : “เธอเป็นไงบ้าง?” “แล้วแม่เธอละ?” “พ่อเธอเป็นคนเดียวใช่ไหม?”
แอล : …
😡โกรธเพื่อน...เพราะรู้สึกว่าเพื่อนโทรมาหลอกถามว่าใครเป็นบ้าง เพราะรังเกียจ

วันที่ 3 : 11 ส.ค. 65
กรีน : โทรมาถามอีก...
แอล : 😡...555

วันที่ 4 : 12 ส.ค. 65
เพื่อนๆในกลุ่มนัดไปเล่นกัน แต่ไม่ชวนแอล
แอล สุดจะทน 😫😭 หน้าหงิกมาเกาะกระจกห้องคุยกับผม (หน้าเอนดู555)

หลังจากลูกสาวเล่าจบ
ผม : พ่อถามหน่อย ถ้าพ่อของกรีนติด ลูกจะทำยังไง? จะทำต่างจากที่กรีนทำไหม?

แอล : เงียบไป 3 วิ ...ก็ไม่กล้าเจอเค้าเหมือนกันคะ แต่พ่อคะ หนูก็จะไม่โทรไปถาม ให้คนตอบต้องอึดอัดแบบนี้

ผม : แล้วทำไมต้องอึดอัด ตอบไปแบบไม่อึดอัดไม่ได้เหรอลูก

แอล : ก็ทำไมเค้าต้องมาจับผิดเราด้วยละ

ผม : กรีนอาจจะเป็นห่วงหนู แล้วโทรมาถามก็ได้นะลูก

แอล : พ่อรู้ได้ยังไงคะ?

ผม : พ่อไม่รู้หรอกคะ แต่ทุกวัน พ่อโทรถามเพื่อนพ่อว่า บ้านเค้ามีอาการอะไรไหม และเล่าให้ฟังว่าที่บ้านเราเป็นยังไง เพราะพ่อเป็นห่วงกลัวเค้าติดจากพ่อ พ่อเลยคิดว่าที่กรีนถามหนู เค้าน่าจะเป็นห่วงหนูนะ เพราะสิ่งที่เค้าถาม เค้าน่าจะรู้จากพ่อแม่เค้าแล้วนะ 😉

แอล : . . .

ผม : แล้วทำไมหนูไม่โทรหาเพื่อนก่อน เหมือนพ่อละคะ? ต่อให้เค้าโทรมาเพราะแค่อยากรู้จริงๆ ก็ไม่เห็นเป็นไรเลย เรารู้ว่าเค้าอยากรู้อะไร เราก็เล่าไปเลย เค้าจะได้ไม่ต้องลำบากใจถามเราไงคะ มันไม่ได้มีผลเสียอะไร เดียวหายก็กลับมาเจอกันเหมือนเดิม จริงไหม?

แอล : จริงคะ หนูรู้สึกผิดมากเลย หนูไปโทรหากรีนก่อนนะคะ ขอบคุณนะคะพ่อ

ผม : ค่ะ...

การเข้าใจคนอื่นจริงๆไม่ยาก ถ้าเราสามารถเอาตัวเรา เข้าไปแทนตัวเค้า เราก็จะสามารถเข้าใจความรู้สึกของคนอื่นได้

หรือบางครั้งถ้าเราตั้งแง่ว่าเขาจะมาจับผิดเรา ก็ทำให้เราขาดการวิเคราะห์ว่าเรื่องที่เขาอยากจะรู้ จริงๆแล้วไม่ได้เป็นความลับ หรือถ้าบอกไปก็ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน หรือทำให้เหตุการณ์เปลี่ยนไปแต่อย่างใด

หวังว่าเคสนี้ จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆนะครับ ใครมีเคสเรื่องลูกที่เป็นประโยชน์ เอามาแชร์ให้ฟังกันบ้างนะครับ

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ บุคคลสาธารณะ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง บุคคลสาธารณะ ใน Bangkok?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ประเภท

เว็บไซต์

ที่อยู่


Bangkok
10260