SoEngine
09/10/2024
สัญญาณความรุนแรงด้านสุขภาพจิตในสังคมไทย และนวัตกรรมสุขภาพจิต
ปัญหาด้านสุขภาพจิตเกิดขึ้นในสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะหลังสถานการณ์ระบาดของโรคโควิด - 19 พบว่าปัญหาสุขภาพจิตได้ทวีความรุนแรง โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงาน ที่มีอาการซึมเศร้า ความเครียด และการพยายามทำร้ายตัวเอง มากยิ่งขึ้น
ในปี 2023 ประเทศของเราพบสถิติผู้ป่วยจิตเวชมากถึง 2.9 ล้านคน โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นและนักศึกษา ซึ่งกว่า 40% มีอาการเครียดเรื้อรัง และ 30% รู้สึกเศร้า ขณะที่ 12% พยายามทำร้ายตัวเอง ต่อมาในปี 2024 มีผู้ป่วยโรคซึมเศร้าโดยคาดการณ์ประมาณ 1.5 ล้านคน และในแต่ละชั่วโมงมีผู้ป่วยที่พยายามฆ่าตัวตายถึง 6 คน ซึ่งนับเป็นปัญหาที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน
นวัตกรรมสุขภาพจิตของไทย
เป็นที่น่ากังวลว่าในจำนวนผู้ป่วยโรคซึมเศร้าที่มากขึ้นทุกปี กลับพบข้อมูลจากศูนย์ความรู้โรคซึมเศร้าไทย กรมสุขภาพจิต ระบุว่า โดยเฉลี่ยผู้ป่วยโรคซึมเศร้าจำนวน 100 คน จะเข้าถึงการรักษาเพียง 28 คนเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ความกดดันเหล่านี้ได้ผลักดันให้เกิดนวัตกรรมหรือแนวทางเพื่อเป็นตัวเลือกให้กับผู้ป่วยหรือผู้มีมีความเสี่ยงจะเป็นโรคซึมเศร้าได้เข้าสู่แนวทางการรักษาหรือพบกับผู้เชี่ยวชาญให้มากที่สุด โดยนวัตกรรมหลายอย่างที่ถูกพัฒนาขึ้น อาทิ
แชทบอต Phyjai : ใส่ใจ by ศิริราช เป็นแชทบอทที่พัฒนาขึ้นเพื่อช่วยสนับสนุนด้านสุขภาพจิตของผู้ใช้ โดยเฉพาะในช่วงที่มีผลกระทบจากโควิด-19 แชทบอทนี้สามารถให้คำแนะนำและการสนับสนุนทางอารมณ์ตลอด 24 ชั่วโมง โดยใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อวิเคราะห์และตอบสนองต่ออารมณ์ของผู้ใช้ ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถระบุและจัดการกับความเครียด ความวิตกกังวล และภาวะซึมเศร้าได้ดียิ่งขึ้น โดยผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงบริการนี้ได้ง่าย ๆ ผ่านเฟซบุ๊ก โดยค้นหาคำว่า "Psyjai" และเริ่มต้นแชทได้ทันที นอกจากนี้ยังมีระบบแนะนำวิธีการขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญสำหรับผู้ที่อยู่ในสภาวะเสี่ยง โดยมีการรักษาความลับของผู้ใช้งานตามมาตรฐานสากล
DMIND Aplication : ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยคัดกรองภาวะซึมเศร้าด้วยเทคโนโลยี AI โดยสามารถประเมินสุขภาพจิตจากการแสดงออกทางใบหน้า น้ำเสียง และข้อความของผู้ใช้ แอปนี้เป็นนวัตกรรมที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างคณะแพทยศาสตร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ของจุฬาฯ และกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข จุดประสงค์หลักคือเพื่อให้ประชาชนสามารถประเมินภาวะเสี่ยงซึมเศร้าได้ด้วยตนเอง และให้คำแนะนำสำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงในระดับต่างๆ โดยมีนักจิตวิทยาช่วยติดตามผู้ที่มีภาวะรุนแรงอย่างรวดเร็ว
"Hack Jai" เป็นกิจกรรมแฮกกาธอนด้านสุขภาพจิตครั้งแรกในประเทศไทย ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนานวัตกรรมเพื่อดูแลสุขภาพจิตคนไทย โดยการจัดงานนี้ร่วมมือกันระหว่างกรมสุขภาพจิต, ไทยพีบีเอส, และเครือข่ายภาคีต่าง ๆ เป้าหมายหลักของ Hack Jai คือการพัฒนาระบบที่สามารถป้องกันและเสริมสร้างสุขภาพจิตก่อนที่จะเกิดปัญหา โดยนวัตกรรมที่สร้างขึ้นจะถูกนำไปผลักดันในระดับนโยบาย ซึ่งในงานนี้มี 8 นวัตกรรมที่ได้รับการพัฒนาขึ้น หนึ่งในนั้น เช่น "ใจฟู Community" ที่เน้นการสร้างชุมชนสุขภาพจิตที่ดีผ่านการร่วมมือของเยาวชน, influencer, บ้าน, วัด, และโรงเรียน นอกจากนี้ยังมีโครงการ "ฟังกันก๊อนน" ที่เน้นสุขภาพใจในสถานที่ทำงาน โดยให้พนักงานมีพื้นที่รับฟังปัญหาสุขภาพจิตอย่างจริงจัง
การเผชิญหน้ากับวิกฤตสุขภาพจิตในสังคมไทยจำเป็นต้องใช้ทั้งความเข้าใจและความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งนวัตกรรมด้านสุขภาพจิตที่ถูกพัฒนาขึ้นและการสร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับการพูดคุยและขอความช่วยเหลือ ถือเป็นก้าวสำคัญในการแก้ไขปัญหาในระยะยาว เมื่อเทคโนโลยีและชุมชนร่วมมือกันเพื่อให้การสนับสนุนทางจิตใจเกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ เราอาจมองเห็นสังคมที่สุขภาพจิตของประชาชนได้รับการดูแลมากยิ่งขึ้น ทั้งในระดับปัจเจกและสังคมโดยรวม.
ข้อมูลด้านสถิติ :
https://www.hfocus.org/content/2024/03/30088
https://forbesthailand.com/news/hr/thai-2023-mentalhealth-situation
ข้อมูลนวัตกรรม :
https://www.mhesi.go.th/index.php/en/content_page/item/4209-138643.html
https://www.md.chula.ac.th/dmind-application/
https://policywatch.thaipbs.or.th/article/life-20
#สุขภาพจิต #สุขภาพจิตไทย #โรคซึมเศร้า #นวัตกรรมสุขภาพจิต #แชทบอท #สังคมไทย #วิกฤตสุขภาพจิต
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
ติดต่อ โรงเรียนนี้
ที่อยู่
Palette Artspace 1057 Sukhumvit 55, Klongtan Nuea, Wattana
Bangkok
10110