LetIn Property
13/07/2023
บริษัทจีนเข้าลงทุนอสังหาฯไทยกว่า 114,000,000,000 บาท ทั่ว 3 ทำเลเด่น กทม.-ภูเก็ต-พัทยา 🏝️
การประเทศไทยกำลังจะมีการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่เข้ามาบริหารประเทศ นำมาสู่โอกาสการลงทุนรอบใหม่ของผู้ประกอบการ
โดยพบว่า มีนักลงทุน 2 ชาติหลักที่เข้ามาลงทุนพัฒนาคอนโดฯคือ ญี่ปุ่นกับจีนนะคะ จุดเน้นอยู่ที่กลุ่มผู้ซื้อชาวต่างชาตินั้น จะเป็นลูกค้าจีนเกินครึ่งอยู่ตลอดเวลา ทำให้มีนักลงทุนจีนเข้ามาลงทุนสร้างคอนโดฯในเมืองไทย เพื่อขายลูกค้าจีนด้วยกัน
ตลาดคอนโดฯเมืองไทยได้รับความสนใจจากนักลงทุนจีนเป็นอย่างมาก มีการเข้ามาลงทุนอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2552-2561 โดยมีจำนวนเพียง 10 บริษัท แต่มีมูลค่าโครงการรวมกันเกิน 1.14 แสนล้านบาทเลยค่ะ
1. ริสแลนด์ (ประเทศไทย)
มีทุนจดทะเบียน 2,000 ล้านบาทในปี 2560 ปัจจุบันพัฒนาโครงการมูลค่ารวม 51,300 ล้านบาท
2. ไฮไชน์ ดีเวลลอปเม้นท์ กรุ๊ป
ทุนจดทะเบียน 200 ล้านบาทในปี 2561 พัฒนาแล้ว 22,500 ล้านบาท
3. เทียนเฉิน อินเตอร์เนชั่นแนล พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย)
ทุนจดทะเบียน 200 ล้านบาทในปี 2552 พัฒนาแล้ว 17,000 ล้านบาท
4. รอยัลลี ไชนีส อินเตอร์เนชั่นแนล
ทุนจดทะเบียน 250 ล้านบาทในปี 2556 พัฒนาแล้ว 7,800 ล้านบาท
5. พีทีเอฟ เรียลตี้ (2017)
ทุนจดทะเบียน 130 ล้านบาทในปี 2560 พัฒนาแล้ว 6,600 ล้านบาท
6. ดับบลิว พี ดีเวลลอปเปอร์
ทุนจดทะเบียน 20 ล้านบาทในปี 2556 พัฒนาแล้ว 3,000 ล้านบาท
7. จีดีที พร็อพเพอร์ตี้
ทุนจดทะเบียน 500 ล้านบาทในปี 2556 พัฒนาแล้ว 2,600 ล้านบาท
8. ซีทีซีซี เอ็นจิเนียริ่ง
ทุนจดทะเบียน 20 ล้านบาทในปี 2555 พัฒนาแล้ว 1,900 ล้านบาท
9. มีสไตล์ เอสเตท
ทุนจดทะเบียน 150 ล้านบาทในปี 2556 พัฒนาแล้ว 1,300 ล้านบาท
10. อีลิท พลัส ดีเวลลอปเม้นท์
ทุนจดทะเบียน 100 ล้านบาทในปี 2559 พัฒนาแล้ว 700 ล้านบาท
โดยนักลงทุนจีนที่เข้าสู่ตลาดอสังหาฯเมืองไทย มีรูปแบบการลงทุน ได้แก่
🔹 เข้ามาด้วยตัวเองแล้วเปิดบริษัทไทย
🔹 ร่วมทุนกับคนไทยเพื่อพัฒนาโครงการต่าง ๆ
🔹 เข้ามาแบบบริษัทต่างประเทศ จากนั้นหาผู้ร่วมทุนเป็นรายโครงการ โดยจดทะเบียนตั้งบริษัทร่วมทุนเป็นรายโครงการค่ะ
อ่านเพิ่มเติมได้ที่: https://today.line.me/th/v2/article/LXDVg3G
---------------
🏡 สนใจซื้ออสังหาฯ ราคาดีที่สุด
📱LINE : https://bit.ly/LineOA_propertyjibjib
☎️ : 065-626-5636
🤩ลงทะเบียนรับ Private Consult และ สิทธิพิเศษ
👉🏻 https://bit.ly/Privateconsult_Propertyjibjib
-------------
#ความรู้อสังหา #บ้าน #ซื้อบ้าน
#อสังหา #เช่าอสังหา #บ้านสองชั้นโล่งโปร่งสบาย #คอนโดใกล้BTS
10/05/2023
“เตรียมตัวดี มีชัยไปกว่าครึ่ง” เป็นคำพูดที่ไม่เกินจริง โดยเฉพาะในเรื่องของการลงทุน นอกจากความมุ่งมั่นตั้งใจที่นักลงทุนควรมีแล้ว การเตรียมตัวที่ดี จะพาให้เราไปสู่เป้าหมายได้อย่างแน่นอน
เมื่อเริ่มต้นลงทุน ควรรู้อะไรบ้าง
✨ เป้าหมายการลงทุน
ลงทุนเพื่อวัตถุประสงค์ใด เช่น เพิ่มมูลค่าของเงินให้ชนะเงินเฟ้อ เพื่อนำไปใช้ในวัตถุประสงค์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น เพื่อการเกษียณอายุ เพื่อการศึกษาของบุตร เป็นต้น
✨ อัตราผลตอบแทนที่คาดหวัง ซึ่งขึ้นกับเงินลงทุนเบื้องต้น และ ระยะเวลาการลงทุน
✨ ความสามารถในการยอมรับความเสี่ยง และความยินดีในการรับความเสี่ยง
- ปัจจัยกำหนดความสามารถในการรับความเสี่ยง เช่น อายุ รายได้ และระยะเวลาการลงทุน
- ความเต็มใจในการรับความเสี่ยง คือ ทัศนคติ ความชอบหรือความสนใจในสินทรัพย์ลงทุนแต่ละประเภท
✨ รู้จักและเข้าใจในสินทรัพย์ที่จะลงทุน
ควรถามตัวเองว่ามีความเข้าใจในสินทรัพย์นั้นมากน้อยเพียงใด ทั้งผลตอบแทน ความเสี่ยง วิธีการซื้อขาย หากยังไม่รู้หรือไม่แน่ใจ ควรศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับสินทรัพย์ลงทุนประเภทนั้น ๆ ให้ดีก่อน
✨ การลงทุนประเภทใดบ้างที่ต้องเสียภาษี
- การลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงินทุกประเภทที่ให้ผลตอบแทนในรูปของดอกเบี้ย เช่น เงินฝากประจำ พันธบัตรรัฐบาล และ หุ้นกู้ โดยดอกเบี้ยที่ได้รับจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 15%
- การลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงินทุกประเภทที่ให้ผลตอบแทนในรูปของเงินปันผล เช่น หุ้นสามัญ และ กองทุนรวมที่จ่ายเงินปันผล โดยเงินปันผลที่ได้รับจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 10%
เมื่อเริ่มลงทุนแล้ว ควรมีการประเมินและทบทวนแผนการลงทุนอย่างสม่ำเสมอด้วย เช่น ทุก 6 เดือน หรือ 12 เดือน เพื่อปรับปรุงแผนการลงทุนของเราให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน
“รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง” อย่างแน่นอน
ที่มาข้อมูล : scb.co.th
หมายเหตุ : บทความนี้เพื่อใช้สำหรับศึกษาเบื้องต้นเท่านั้น มิได้มีเจตนาในการชี้นำการลงทุนแต่อย่างใด นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน
#คอนโดออริจิ้น #ออริจิ้น
16/03/2023
03/03/2023
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
ติดต่อ ธุรกิจของเรา
เว็บไซต์
ที่อยู่
Investment Property Lounge @Staybridge Suites Bangkok Thonglor
Bangkok
10110