Go Go Go
22/11/2022
ปลายเดือนที่แล้วไปทานมื้อเย็นที่ร้าน Ranee's Restaurant สาขา The Circle Ratchapruk มาครับ นี่เป็นครั้งแรกที่ทานที่สาขานี้เลย ร้านจะมีทั้งโซนติดแอร์และโซนภายนอก แต่กว้างขวางกว่าสาขาข้าวสารแน่นอน
- Burrata Salad (280+ บาท) Burrata cheese หอมมันนวล เสิร์ฟกับมะเขือเทศราชินีสดหวาน ราดด้วย balsamic รสชาติเปรี้ยวหวานกำลังดี และ pesto ที่ช่วยเพิ่มกลิ่นหอม เป็นจานเปิดที่สดชื่นดี
- Tagliatelle Frutti Di Mare (330+ บาท) เมนู signature ประจำร้าน ตัวเส้นวันนี้ทำออกมา al dente กำลังดี ตัวซอสรสชาติครีมมี่และกลมกล่อม ใส่อาหารทะเลมาให้ปริมาณพอสมควร กุ้งกับปลาหมึกสดเด้ง จานนี้ยังคงอร่อยครับ
- Pizza Half Rustica Half Fruitti Di Mare (460+ บาท) สั่งมา mix อย่างละครึ่งถาด แป้งพิซซ่าวันนี้ไม่ค่อยกรอบ ค่อนไปทางเหนียว อาจเป็นจุดที่ต้องพัฒนา ส่วนเครื่องนั้น ร้านนี้ให้มาปริมาณพอสมควรอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นไส้กรอกต่างๆ ทางฝั่งของ Rustica หรืออาหารทะเลทางฝั่งของ Mare ทานกับ Chilli Oil สูตรลับของร้านจะช่วยเพิ่มรสชาติให้พิซซ่าจานนี้มากยิ่งขึ้น
ถือว่าร้านทำออกมาได้ใกล้เคียงกับสาขาแรกที่ตรอกมะยม แต่คงมีเรื่องของพิซซ่าที่อาจจะต้องพัฒนาเพิ่มเติมต่อไป ส่วนพาสต้ากับสลัดวันนี้ทำออกมาได้ดีเช่นเคยครับ ตามไปลองชิมกันได้เลย
📌 The Circle Ratchapruk
⏰ 11.00-22.00 น. ทุกวัน
☎️ 061-174-2886
16/05/2022
มีโอกาสไปชิมฝีมือเชฟ Jean-Michel Lorain ที่มาเสิร์ฟเมนูสุดพิเศษที่ร้าน J'AIME by Jean-Michel Lorain ในช่วงต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา แอบเทียบเมนูแล้วคล้ายกับเมนู Lunch ที่เสิร์ฟที่ร้าน Relais & Chateaux - La Côte Saint Jacques & Spa ของเชฟในฝรั่งเศสที่ได้ 2 ดาวมิชลิน โดยวันนี้เลือกทานเป็น 3-course (1900+ บาท) ที่เสิร์ฟเฉพาะ lunch เท่านั้น
0 Canapé selections เสิร์ฟมา 3 ชิ้น
- Gillardeau oyster terrine and red wine jus กัดไปเจอแป้งกรอบๆ ต่อด้วยเนื้อเนียนนุ่มของ Terrine ที่ได้กลิ่นหอมของ Oyster ชัดเจน รสชาติจะออกเปรี้ยว เป็นคำแรกที่ทานแล้วสดชื่นเหมือนอยู่ริมทะเล
- Beetroot ดูหน้าตาด้านนอกเป็น Beetroot ฝานบาง ด้านบนโรยด้วยผง Kale กัดไปจะเจอความกรุบกรอบ ส่วนด้านในเป็น Beetroot chutney รสชาติเปรี้ยวนำ เป็นอีกคำที่ทานแล้วสดชื่นดี
- Duck roulade เป็ดด้านบนปรุงมาได้นุ่ม มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ส่วนด้านล่างเป็นขนมปัง คำนี้ก็โอเคอยู่
ถัดมาเป็นขนมปัง ซึ่งเสิร์ฟตามปกติของร้าน J’aime มีตัวเลือก 3 อย่าง เป็น Shea butter white, Rye และ Whole wheat เสิร์ฟกับ Butter, Duck fat, Macadamia butter และ Olive oil เหมือนเดิม
0.5 Chef Michel’s famous amuse-bouche
จานคลาสสิกของเชฟ เป็น Blood Sausage ทำจากเลือดหมู เนื้อสัมผัสเนียนนุ่ม ไม่มีความคาวเลือดแถมได้กลิ่นหอมอ่อนๆ รสหวานนิดๆ ทานคู่กับ Mashed Potato ที่เนื้อเนียนครีมมี่ ปรุงรสออกเค็มเล็กน้อย และ Pan-seared apple ที่หอมมันและรสหวานเล็กน้อย เป็นจานที่น่าสนใจดี
1 Pan-seared duck foie gras, caramelized endives, nashi pear, Sakura vinegar and Sancho berries consommé
Foie gras ปรุงมาดีมาก เนื้อนุ่มและรสมันอร่อยมีความครีมมี่ ทานกับซอส Consommé ปรุงมารสเปรี้ยวเค็ม และ Sakura vinegar รสเปรี้ยวที่ช่วยตัดเลี่ยน เสิร์ฟกับ Caramelized endives รสหวานนิดๆ และ Nashi pear ที่เพิ่มความกรุบกรอบ เป็นจานที่รสชาติลงตัวและอร่อยมาก
2 Wagyu beef, pastrami, daikon pickles and artichoke mousseline
เนื้อใช้ส่วน Striploin ปรุงได้ Medium rare ตามที่สั่ง มีความฉ่ำและรสชาติเนื้อดีมาก เนื้อนุ่มไม่เหนียวเลย ทานคู่กับซอสเนื้อหอมๆ รสชาติเค็มมันกลมกล่อม และ Artichoke mousseline เนื้อเนียน ปรุงรสเปรี้ยวด้วย Mustard เพิ่มรสชาติให้จานนี้ยิ่งขึ้น ส่วนตัว Pastrami ใช้ Short ribs หมักสมุนไพรแล้วอบจนกลิ่นหอม แถมไม่เหนียวเลย ทานกับ Daikon pickles กรุบๆ จานนี้เป็นอีกจานที่ทุกองค์ประกอบทำได้ดีและอร่อยมาก
3 Chocolate, blood orange, and honey notes
แป้ง Chocolate กรอบๆ มีครีมด้านในได้กลิ่นน้ำผึ้งอ่อนๆ ทานคู่กับไอศกรีมส้ม รสเปรี้ยวอมหวานและ Orange chutney รสเปรี่ยวหวานที่มีความขมเล็กน้อยแต่เพิ่มความหอมของกลิ่นส้ม มีครีม Chocolate รสออกหวานและครีมส้มรสออกเปรี้ยวเพิ่มความเข้มข้นของรสชาติ และเพิ่มความกรุบกรอบด้วย Chocolate crumbles เป็นจานของหวานที่ใช้ Combination คลาสสิกของส้มกับ Chocolate และเชฟผสานทุกองค์ประกอบได้ดีมาก อร่อยดีจานนี้
ปิดท้ายด้วย Petit Four ที่เสิร์ฟมาทั้งหมด 3 ชิ้น ทานคู่กับ Cappuccino ร้อนๆ
- Signature mille-feuille เมนูคลาสสิกของร้าน แต่เสิร์ฟเป็นชิ้นเล็กแทน อร่อยเหมือนเดิม แป้งกรอบ ครีมหอมมัน Strawberry สดเพิ่มความเปรี้ยวหวาน
- Financier with plum sauce เนื้อแน่น ผิวกรอบเล็กน้อย ตัวซอสเพิ่มรสเปรี้ยว
- Hazelnut choux cream เนื้อชูครีมแน่นดี ครีมเฮเซลนัทหอมหวานดี
ดีใจมากๆ ที่มีโอกาสได้ทานอาหารของเชฟ เป็นมื้อเที่ยงที่ทั้งอิ่มและอร่อยมากๆ ประทับใจแทบทุกจานที่เสิร์ฟ เหมือนยกเมนูต่างๆ จากร้านที่ฝรั่งเศสมาเสิร์ฟที่ไทยเลย แถมราคาถือว่าคุ้มค่ามากๆ รับรองว่าถ้าเชฟมาไทยอีกรอบหน้าจะไปทานอีกแน่นอนครับ
📌 โรงแรม U Sathorn Bangkok (เดิน 10 นาทีจาก MRT ลุมพินี)
⏰ มื้อเที่ยง 12.00 - 14.30 น. และมื้อค่ำ 18.00 - 21.30 น.
(ร้านปิดทุกวันอังคาร พุธ และมื้อเที่ยงพฤหัสบดี)
☎️ 02-119-4899
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
เว็บไซต์
ที่อยู่
Bangkok
73170