The Intelligence

The Intelligence

แชร์

27/05/2026

จีนติดตามทิศทางการดำเนินนโยบายทางการค้าของประเทศต่าง ๆ ที่จะเป็นผลเสียต่อผลประโยชน์ของจีนอย่างใกล้ชิด โดยเมื่อ 26 พฤษภาคม 2569 จีนเตือนรัฐบาลประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป ได้แก่ ฝรั่งเศส สเปน อิตาลี เนเธอร์แลนด์ และลิทัวเนีย ให้ทบทวนเอกสารที่จะใช้ในการประชุมคณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) เนื่องจากเอกสารดังกล่าวมีข้อความเรียกร้องให้ยุโรปประณามนโยบายการค้าของจีนว่าไม่เป็นธรรม และให้ยุโรปพิจารณาขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน โดยจีนมีมุมมองว่าข้อความดังกล่าวเสี่ยงทำให้ยุโรปกับจีนต้องทำสงครามการค้าระหว่างกัน ไม่เป็นผลดีต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและความร่วมมือด้านอื่น ๆ

สื่อมวลชนจีนรายงานด้วยว่า ประธานาธิบดีฝรั่งเศส เตรียมเสนอในการประชุมคณะกรรมาธิการยุโรปใน 29 พฤษภาคม 2569 ให้ร่วมกันใช้มาตรการภาษีต่อจีน ในลักษณะเดียวกันกับที่สหรัฐฯ ใช้มาตรา 301 พิเศษ เป็นมาตรการฝ่ายเดียวและเป็นเครื่องมือวิจารณ์นโยบายการค้าของจีนเชิงลบ ตลอดจนเป็นข้ออ้างในการทำสงครามการค้ากับจีน ทั้งนี้ จีนระบุว่ามุมมองเชิงลบต่อยุโรปเป็นผลจากการที่จีนได้เปรียบดุลการค้ายุโรป มูลค่าถึง 360,000 ล้านยูโร เมื่อปี 2568 ทำให้ยุโรปกังวลกับจีนอย่างมาก ประกอบกับนักการเมืองในยุโรปบางส่วนพยายามเผยแพร่แนวคิดหวาดระแวงจีน ด้วยการสร้างกระแสวิตกกังวลเกี่ยวกับสินค้าจีนที่ล้นตลาด และเข้าไปแย่งตลาดสินค้าที่ผลิตในยุโรปเอง

จีนเน้นย้ำว่าสินค้าจีนที่เข้าไปทำตลาดในยุโรปได้ดี มีเพียงสินค้า 3 ประเภท ได้แก่ รถยนต์พลังงานไฟฟ้า อุปกรณ์โซลาร์เซลล์ และแบตเตอรี่ลิเธียม ซึ่งจีนสามารถขยายปริมาณการส่งออกได้มากขึ้นตามความต้องการของยุโรป รวมทั้งน่าจะเป็นผลดีต่ออุตสาหกรรมในยุโรป เช่น โรงงานผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าของบริษัท Renault ของฝรั่งเศส ที่พัฒนาเทคโนโลยีการผลิตได้เร็วเพราะมีสินค้าจีนอยู่ในห่วงโซ่การผลิต นอกจากนี้ จีนยังเปิดเผยข้อมูลว่ายุโรปได้เปรียบดุลการค้าจีนในด้านการบริการ และการเก็บค่าลิขสิทธิ์ หรือทรัพย์สินทางปัญญา สะท้อนว่า ประเทศยุโรปบางแห่งกำลังใช้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องและบิดเบือน เพื่อทำลายภาพลักษณ์และผลประโยชน์ด้านการค้าของจีน

จีนพยายามเตือนยุโรปไม่ให้กำหนดนโยบายภาษีต่อสินค้าจีน รวมทั้งย้ำว่าที่ผ่านมา จีนและยุโรปมีพัฒนาการความสัมพันธ์ที่ดีและเป็นหุ้นส่วนที่เชื่อถือได้มาโดยตลอด ดังนั้น จีนคัดค้านการใช้มาตรการฝ่ายเดียวเพื่อกลั่นแกล้งจีน หรือทำลายระเบียบการค้าโลก รวมทั้งระบุชัดเจนว่าจะติดตามผลการประชุมคณะกรรมาธิการยุโรปใน 29 พฤษภาคม 2569 อย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้เป็นจุดเริ่มต้นสงครามการค้าระหว่างยุโรปกับจีน

#จีน #สหภาพยุโรป #สงครามการค้า #เศรษฐกิจโลก #กำแพงภาษี #จีนยุโรป #การเมืองระหว่างประเทศ #ภูมิรัฐศาสตร์ #เศรษฐกิจโลกปั่นป่วน #ข่าวต่างประเทศ #วิเคราะห์ข่าว #ข่าวความมั่นคง #จับตาโลก #ข่าววันนี้

23/05/2026

สถานการณ์ความมั่นคงและพัฒนาการทางการเมืองในเมียนมาได้รับความสนใจจากสื่อต่างประเทศและองค์กรปกป้องสิทธิมนุษยชนอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเมื่อ 21 พฤษภาคม 2569 มีรายงานว่าปัจจุบัน รัฐบาลเมียนมาสนับสนุนให้เยาวชนอายุระหว่าง 16-19 ปี สมัครโครงการฝึกอบรมเพื่อเป็นกำลังพลในกองทัพเมียนมา โดยรัฐบาลเมียนมารณรงค์และประชาสัมพันธ์ให้เยาวชนทั่วประเทศ สมัครหลักสูตรของกองทัพ ที่กรุงเนปยีดอ และเมืองใกล้เคียง โดยหลักสูตรดังกล่าวจะเริ่มเปิดเรียน รวมทั้งฝึกอบรมระหว่างปีการศึกษา 2569-2570 โดยรัฐบาลและกองทัพสร้างแรงจูงใจด้วยการให้เยาวชนเข้าร่วมหลักสูตรดังกล่าวได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และมีโอกาสได้รับการศึกษาต่อในโรงเรียนของกองทัพต่อไป

องค์กรปกป้องสิทธิมนุษยชนทั้งในเมียนมาและต่างประเทศ มีมุมมองว่าโครงการดังกล่าวเป็นไปเพื่อจูงใจให้เยาวชนเมียนมาเป็นกำลังพลในกองทัพ ที่ต้องปฏิบัติการรักษาความมั่นคงในประเทศต่อไปในระยะยาว ที่ผ่านมา กองทัพเมียนมาสูญเสียกำลังพลระหว่างการสู้รบกับกลุ่มผู้เห็นต่างทางการเมืองและชนกลุ่มน้อยอย่างต่อเนื่อง ทำให้ต้องเร่งรับสมัครทหารรุ่นใหม่ รวมทั้งอาจใช้หลักสูตรดังกล่าวแพร่กระจายอุดมการณ์ความมั่นคงทางการเมืองของกองทัพเมียนมา โดยใช้โอกาสจากระบบการศึกษาที่ล้มเหลวในช่วงสงครามกลางเมือง ฟื้นฟูระบบการศึกษารูปแบบใหม่ที่จะเอื้อประโยชน์ต่ออำนาจทางการเมืองของกองทัพ นอกจากนี้ รัฐบาลและกองทัพเมียนมาใช้โรงเรียนทหารรูปแบบใหม่นี้โน้มน้าวให้เยาวชนชาวเมียนมาร่วมมือกับกองทัพมากขึ้น แทนที่จะเดินทางออกนอกประเทศหรือไปประกอบอาชีพอื่น

ที่ผ่านมา สถานการณ์ความไม่มั่นคงในเมียนมา และแรงกดดันจากรัฐบาล รวมทั้งกองทัพเมียนมาที่ต้องการให้ชาวเมียนมาอายุระหว่าง 18-35 ปี เกณฑ์ทหาร โดยประกาศใช้กฎหมายเมื่อปี 2567 ที่กำหนดให้พลเมืองเพศชายและหญิงต้องเข้าเกณฑ์ทหารเป็นระยะเวลา 2 ปี ทำให้ชาวเมียนมาบางส่วนต้องการอพยพออกจากประเทศ เพราะมีมุมมองว่านโยบายดังกล่าวเป็นการละเมิดสิทธิและความปลอดภัย ทั้งนี้ มาตรการของเมียนมาทำให้มีการเกณฑ์ทหารเพิ่มแล้วอย่างน้อย 110,000 คน

#เมียนมา
#กองทัพเมียนมา
#สงครามกลางเมือง
#สิทธิมนุษยชน
#ข่าวต่างประเทศ
#ความมั่นคง



#ข่าวโลกวันนี้


#วัยรุ่นกับสงคราม
#จับตาเมียนมา

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง บริษัท สื่อ ใน Bangkok?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


Bangkok