Tokenomics

Tokenomics

แชร์

15/08/2024

Centralize Exchanges Vs Decentralize Exchanges

การเปรียบเทียบระหว่าง Centralized Exchange (CEX) และ Decentralized Exchange (DEX) เป็นเรื่องสำคัญสำหรับผู้ที่สนใจลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล เพราะทั้งสองมีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกัน

1. โครงสร้าง
- Centralized Exchange (CEX) คือแพลตฟอร์มการซื้อขายเหรียญสกุลเงิน โดยมีบริษัทหรือหน่วยงานเป็นคนกลาง (ตัวกลางในการแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัล) การทำธุรกรรมทั้งหมดจะถูกดำเนินการผ่านเซิร์ฟเวอร์ของบริษัท
- Decentralized Exchange (DEX) คือแพลตฟอร์มที่ถูกทำขึ้นมาเพื่อการแลกเปลี่ยนระหว่างสินทรัพย์ดิจิทัล กระบวนการแลกเปลี่ยนนี้จะไม่มีบุคคลที่สามหรือตัวกลางในการแลกเปลี่ยน ผู้ใช้งานสามารถทำธุรกรรมได้โดยตรงผ่านกระบวนการอัตโนมัติในระบบบล็อกเชนนั้น ๆ ด้วยตนเอง
2. ความเป็นส่วนตัวและการระบุตัวตน
- CEX ส่วนใหญ่ต้องการให้ผู้ใช้งานทำการยืนยันตัวตน (KYC) ซึ่งรวมถึงการยืนยันชื่อ ที่อยู่ และข้อมูลส่วนตัวอื่นๆ
- DEX ไม่ต้องการการยืนยันตัวตน (KYC) ทำให้ผู้ใช้สามารถซื้อขายได้โดยไม่ต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว
3. ความปลอดภัย
- CEX มักมีมาตรการความปลอดภัยขั้นสูง เช่น การยืนยันตัวตนแบบสองขั้นตอน (2FA) เพื่อปกป้องบัญชีผู้ใช้
- DEX เนื่องจากผู้ใช้งานเก็บสินทรัพย์ไว้ในกระเป๋าดิจิทัลของตนเอง แต่ผู้ใช้ต้องระมัดระวังเรื่องความปลอดภัยของกระเป๋าดิจิทัลและ Private key
4. ค่าธรรมเนียม
- ค่าธรรมเนียมการซื้อขายบน CEX มักจะต่ำกว่าหรือมีโครงสร้างค่าธรรมเนียมที่ชัดเจนกว่า DEX เนื่องจากแพลตฟอร์มสามารถจัดการทรัพยากรและประสิทธิภาพในการดำเนินการได้ดีกว่า
- ค่าธรรมเนียมการซื้อขายบน DEX มักจะเป็นค่าธรรมเนียมเครือข่าย (เช่น ค่า Gas Fees) ซึ่งอาจสูงหรือต่ำขึ้นอยู่กับความแออัดของเครือข่าย
ในปัจจุบัน CEX ยังคงเป็นที่นิยมมากกว่า เนื่องจากการใช้งานที่ง่าย ความสะดวกในการซื้อขายด้วยเงินบาท มีระบบรักษาความปลอดภัยที่รัดกุม และการปฏิบัติตามกฎระเบียบของสำนักงาน ก.ล.ต.

ทั้งนี้การเลือกใช้แพลตฟอร์มใดขึ้นอยู่กับความต้องการและระดับความรู้ของผู้ใช้งานเกี่ยวกับคริปโตและบล็อกเชน ก็ควรคำนึงถึงความปลอดภัยและการปฏิบัติตามกฎหมายเป็นสำคัญ

27/06/2024

ใน Bitcoin ทั้งหมด จำนวน 21 ล้าน BTC อยู่ในมือใครกันบ้างนะ ? CoinsConnect มีคำตอบให้

15/06/2024

เทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain Technology)

Blockchain Technology คือเทคโนโลยีการประมวลผลเป็นเครือข่ายที่มีความปลอดภัย เชื่อถือได้ และกระจายศูนย์ (Decentralize) ใช้สำหรับการบันทึกธุรกรรม เก็บข้อมูล และแลกเปลี่ยนมูลค่า บนบัญชีแบบกระจายศูนย์ (distributed ledger) ที่ไม่ได้ถูกควบคุมโดยหน่วยงานกลางที่ใดที่หนึ่ง แต่ควบคุมโดยเครือข่ายคอมพิวเตอร์ทั่วโลก โดยคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่อง (node) ในเครือข่าย ใช้ software เดียวกันเพื่อดูแล เก็บข้อมูล และตรวจสอบสำเนาของบัญชีแยกประเภท Blockchain สาธารณะ (Public Blockchain)
Blockchain ทำงานอย่างไร
เมื่อผู้ใช้งานส่งธุรกรรม (Transaction) จากฝ่ายหนึ่งไปยังอีกฝ่ายหนึ่งในเครือข่ายบล็อกเชน ทำให้ข้อมูลบนบัญชีบนบล็อกเชนเปลี่ยนแปลงไป ธุรกรรมนั้นที่รอดำเนินการ (pending transaction) จะถูกประมวลผลและตรวจสอบ (Validate) โดยทุก node ในเครือข่าย เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลที่ถูกบันทึกมีความถูกต้องและปลอดภัย ด้วยกลไกการยืนยันและฉันทามติ (Consensus Mechanism)
เมื่อได้รับการยืนยันแล้ว บล็อกนั้นจะถูกเพิ่มเข้าไปในบล็อกเชน ต่อกันไปเรื่อย ๆ เป็นสายโซ่ที่เชื่อมกันด้วยเทคโนโลยีการเข้ารหัส (Cryptography) โดยแต่ละ Node จะได้รับค่าตอบแทนเป็นค่าธรรมเนียม (Transaction Fees)
เทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) เป็นนวัตกรรมที่กำลังเปลี่ยนแปลงวิธีการจัดการข้อมูลและการทำธุรกรรมในหลากหลายอุตสาหกรรม ความสามารถในการบันทึกข้อมูลอย่างปลอดภัยและโปร่งใส รวมถึงการกระจายศูนย์ (Decentralization) ทำให้บล็อกเชนมีประโยชน์มากมาย การเพิ่มความปลอดภัย ความโปร่งใส และประสิทธิภาพในการทำธุรกรรมและการจัดการข้อมูล การใช้งานบล็อกเชนไม่เพียงแต่จำกัดอยู่ในธุรกิจการเงินและคริปโตเคอร์เรนซี แต่ยังสามารถนำไปใช้ในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น การจัดการห่วงโซ่อุปทาน การบันทึกข้อมูลทางการแพทย์ และการลงคะแนนเสียงออนไลน์ ทำให้บล็อกเชนเป็นเทคโนโลยีที่มีศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงวิธีการทำธุรกรรมและการจัดการข้อมูลในอนาคต

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง นักบัญชี ใน Bangkok?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่อยู่


The Rice Tower Saphankwai
Bangkok

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00