Unseen Running
23/11/2021
เปิดรับสมัคร รอบบัตรวีไอพี บัตรการกุศล และบัตรนักวิ่งต่างชาติ
งานบางแสน42 ชลบุรีมาราธอน 2021
สมัครออนไล์ได้แล้วที่ www.BANGSAEN42.com หรือลิงก์ทางลัดสมัครบัตรประเภทต่างๆ ดังนี้
บัตรวีไอพี https://race.thai.run/BS42-VIP-2021
บัตรการกุศล https://race.thai.run/BS42-Charity-2021
บัตรนักวิ่งต่างชาติ https://race.thai.run/BS42-Foreign-2021/?lang=en
รอบสมัครอื่นๆ ทยอยเปิดตามกำหนด อ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://mice.run/41reg
บัตรวีไอพี คือสมัครวิ่ง + ซื้อของที่ระลึก VIP รวมค่าสมัคร 3,700 บาท
บัตรการกุศล คือ สมัครวิ่ง + บริจาค รวมค่าสมัคร 3,700 บาท เช่นกัน
สมัครแล้ว มีเวลาชำระเงินภายใน 48 ชั่วโมง ระบบล็อกที่ให้แน่นอนถ้าสมัครแล้ว
ชำระได้ด้วยบัตรเครดิต บัตรเดบิต และจ่ายผ่าน QR Code โดยไม่ได้คิดค่าธรรมเนียมใดๆ เพิ่มเติม
*ราคาดังกล่าวรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม Vat7% แล้ว
**ราคาดังกล่าวร่วมค่าธรรมเนียมระบบออนไลน์ 5% แล้ว
หลังชำระเงินแล้ว ระบบจะส่งอีเมล์ยืนยันการชำระเงินออกไปให้โดยอัตโนมัติ ปกติไม่ควรเกิน 4 ชั่วโมง หากไม่ได้รับ สามารถติดต่อแอดมินทาง Inbox Message หรือ LINE@ ได้ตลอดเวลาค่ะ
ชำระเงินแล้ว ระบบจะส่งข้อมูลกันเองแบบอัตโนมัติ ไม่ต้องมาแจ้งว่าชำระเงินแล้วค่ะ
ช่วงเปิดรับสมัคร จะมีข้อความมาหาแอดมินเยอะมาก แอดมินรับรองว่าจะช่วยเหลือ และตอบทุกคำถาม แต่ขอเวลาประมาณไม่เกิน 4 ชั่วโมง หากเกินเวลาดังกล่าวรบกวนทักมาใหม่ อาจมีการตกหล่นค่ะ
ขอให้ทุกท่านที่สมัครแล้ว ซ้อมเยอะๆ นะคะ จะได้สนุกมากๆ ในวันงาน
อย่าลืมกดไลค์แฟนเพจ และแอดไลน์ เพื่อติดตามข้อมูลข่าวสารอัพเดทได้ตลอดค่ะ
LINE: ( https://line.me/R/ti/p/%40bangsaen42 )
ขอบคุณค่ะ
ทีมแอดมิน บางแสน42-2021
02/09/2021
สวนเปิดแล้วไหนใครไปวิ่งที่ไหนกันบ้างมาโชว์กันหน่อย
เร็ววววววว!!!!!!!!!!!!!!!
#วิ่งไหนดี
#ไปวิ่งไหนกัน
#ไปวิ่งกันไหม
🙃🙃🙃 #วิ่ง
#เช็คความฟิต
#โควิด19เราต้องรอด
#วิ่งออกกำลังกาย
#ออกกำลังกาย
#เพื่อสุขภาพ
#วิ่งระยะไกล
#วิงมาราธอน
#วิง
11/06/2021
ฤดูร้อนในประเทศไทยนั้นเรียกว่าร้อนระอุ ไม่มีใครอยากออกจากบ้านเลยก็ว่าได้ ยิ่งการวิ่งในหน้าร้อนนั้นมันช่างทรมานจิตใจและร่างกายเหลือเกิน ซึ่งอากาศร้อนนั้นทำให้นักวิ่งยังเสี่ยงต่อการเกิดโรค Heat Stroke (ฮีทสโตรก) หรืออีกชื่อที่คนไทยคุ้นหูว่า โรคลมแดด หลาย ๆ คนงดกิจกรรมวิ่งกลางแจ้งซึ่งการหยุดวิ่งไปนานๆ มันทำให้เราเหมือนกลับไปเริ่มต้นการวิ่งใหม่อีกครั้ง อีกทั้งยังทำให้ความฟิตของร่างกายตกและเสี่ยงต่ออาการบาดเจ็บได้ง่าย
Heat Stroke (ฮีทสโตรก) หรือโรคลมแดด คือโรคที่เกิดจากความร้อนที่ร่างกายสร้างขึ้นและได้รับความร้อนจากภายนอกด้วย จึงส่งผลให้ร่างกายระบายความร้อนไม่ทัน ทำให้ร่างกายมีอุณหภูมิสูงขึ้นเรื่อย ๆ จนอาจทำให้ระบบต่าง ๆ ภายในร่างกายเป็นอันตรายจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ โรคนี้ถ้าหากได้รับการรักษาที่ถูกต้องมีโอกาสรอดชีวิตถึง 90 % แต่ถ้าปล่อยทิ้งไว้เกินกว่า 2 ชั่วโมงก็มีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตได้
ปัจจัยที่ทำให้เกิด Heat Stroke
ส่วนปัจจัยที่ทำให้เกิด Heat Stroke นั้นมาจากการอยู่ในสถานที่ที่อากาศร้อนจัด โดยเฉพาะขณะที่อากาศร้อนชื้น หรือการออกกำลังกายอย่างหนัก โดยเฉพาะเมื่อออกกำลังกายในสถานที่ที่อากาศร้อน อาจมีปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ที่กระตุ้นให้เป็นโรคลมแดดได้ง่ายขึ้น เช่น การสวมใส่เสื้อผ้าที่หนาเกินไปจะทำให้เหงื่อระบายได้ยาก การดื่มแอลกอฮอล์ ร่างกายอยู่ในภาวะขาดน้ำ ทานน้ำน้อย เป็นต้น
การป้องกันอาการ Heat Stroke
การดูแลตัวเองในหน้าร้อน คืออย่าไปอยู่กลางแจ้งให้นานเกินไป ถ้ามีร่มก็สามารถใช้ร่มได้ ดื่มน้ำให้มาก ๆ ทานน้ำแข็ง ทานไอศกรีม หรือถ้าอยู่ในบ้าน พยายามเปิดประตู หน้าต่าง อย่าอยู่ในห้องปิด การอยู่ในห้องปิดจะทำให้อากาศถ่ายเทไม่ได้ แล้วเกิดความร้อนสะสมทำให้เกิด Heat Stroke ได้แม้อยู่ในบ้าน
ถ้าเราออกไปวิ่ง พยายามอย่าออกไปอยู่กลางแดดนานเกินไป ถ้าจำเป็นจริง ๆ ที่จะต้องออกไปอยู่กลางแจ้ง แนะนำว่าเราต้องหาเวลาเข้ามาอยู่ในที่ร่มบ้าง ถ้าเราอยู่กลางแดดนาน ๆ ก็จะเกิด Heat Stroke ได้
การปฐมพยาบาลกลุ่มผู้ป่วยที่เป็นโรค Heat Stroke อย่างแรกคือ เราต้องดูว่าผู้ป่วยมีภาวะความรู้สึกตัวที่ผิดปกติไปหรือเปล่า ถ้ามีภาวะความรู้สึกตัวที่ผิดปกติไป ให้ลองคลำชีพจรดูว่า การหายใจเขาผิดปกติหรือไม่ ถ้ามีการหายใจที่ผิดปกติต้องทำ CPR และโทร 1669 เพื่อเรียกรถพยาบาลมารับผู้ป่วยไปโรงพยาบาลอย่างรวดเร็ว
ในกลุ่มผู้ป่วยที่ยังมีความรู้สึกตัวที่ปกติดีอยู่ ก็สามารถนำผู้ป่วยเข้ามาในที่ร่มได้ และให้ผู้ป่วยดื่มน้ำให้เยอะ ๆ และรีบลดอุณหภูมิร่างกายโดยการใช้น้ำแข็งประคบทั่ว ๆ ร่างกาย ถ้ามีพัดลมสามารถเปิดพัดลมช่วยอีกทาง
อ้างอิง : Wirtual
#โรคลมแดด
#วิ่งไหนดี
#ไปวิ่งไหนกัน
#ไปวิ่งกันไหม
🙃🙃🙃 #วิ่ง
#เช็คความฟิต
#โควิด19เราต้องรอด
#วิ่งออกกำลังกาย
#ออกกำลังกาย
#เพื่อสุขภาพ
#วิ่งระยะไกล
#วิงมาราธอน
#วิง
08/06/2021
ไขข้อข้องใจ ทำไมถึงมีข่าวนักวิ่งเสียชีวิตกัน
จาก ดร.พจน์ พงศ์เผ่าพัฒนกุล
ไขข้อข้องใจ ทำไมวิ่งแล้วเสียชีวิต
วัคซีนโดสนี้ไม่มีวันหมดอายุ ความรู้ความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับการเสียชีวิตจากการออกกำลังกาย เพื่อไม่ให้ความกลัวจากความไม่รู้มาปิดกั้นโอกาสในการมีสุขภาพดี “วัคซีนที่ดีที่สุด = Vaccinate Yourself”
ในช่วงเวลา 2 – 3 ปี ที่ผ่านมานี้ หลายท่านคงเคยได้ยินหรือได้เห็นข่าวที่เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตระหว่างการออกกำลังกายผ่านหูผ่านตากันมาบ้างนะครับ บทความวันนี้ ผมจะมาเล่าให้ฟังเกี่ยวกับสาเหตุของการเสียชีวิตขณะออกกำลังกายให้ผู้อ่านทุกท่านได้ฟังกันครับ ซึ่งก่อนที่เราจะไปถึงรายละเอียดตรงนั้น ผมจำเป็นต้องอธิบายให้ทุกท่านเข้าใจถึงการทำงานของหัวใจของมนุษย์เรากันก่อนครับ
ในการบีบตัวหนึ่งครั้งของหัวใจของเรานะครับ ประกอบไปด้วยการทำงาน 2 ด้าน คือ การทำงานด้านไฟฟ้าเป็นลำดับแรก และตามมาด้วยการทำงานเชิงกล (หรือการบีบตัว-คลายตัว) เลือดจะถูกสูบฉีดออกจากหัวใจไปเลี้ยงทั่วร่างกายด้วยการทำงานเชิงกลหรือการบีบตัว-คลายตัวของหัวใจครับ โดยหัวใจก็เป็นอวัยวะหนึ่งที่มีกล้ามเนื้อที่ต้องทำงาน มีการบีบตัว-คลายตัวตลอดเวลา กล้ามเนื้อหัวใจจึงจำเป็นต้องได้รับเลือดและออกซิเจนเช่นเดียวกันกับกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อของอวัยวะอื่น ๆ โดยหลอดเลือดที่นำเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจนั้นมีชื่อว่า “หลอดเลือดแดงโคโรนารี” (coronary artery) ครับ หลอดเลือดนี้เป็นหลอดเลือดขนาดเล็ก เป็นแขนงของหลอดเลือดแดงใหญ่เอออร์ต้า (aorta) โดยมีรูเปิดอยู่ที่ส่วนต้นของหลอดเลือดแดงใหญ่เอออร์ต้า เชื่อมต่อและรับเลือดจากหัวใจโดยตรง ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของหลอดเลือดแดงโคโรนารีนี้ มีขนาดเล็กมากครับ มีเส้นผ่านศูนย์กลางส่วนต้นอยู่ประมาณ 4.5 ± 0.5 มิลลิเมตร (อ้างอิงในเพศชายเชื้อชาติยุโรป) (1) หลอดเลือดนี้จะค่อย ๆ แตกกิ่งก้านเป็นหลอดเลือดย่อย ๆ และมีขนาดเล็กลงไปเรื่อย ๆ ครับ เปรียบเสมือนรากไม้ ที่ตอนต้นจะมีขนาดใหญ่ มีการแตกกิ่งก้าน และรากจะมีขนาดค่อยๆ เล็กลงเรื่อย ๆ
ในภาวะปกติ เลือดจะถูกสูบฉีดให้ไหลผ่านหลอดเลือดแดงโคโรนารีไปยังกล้ามเนื้อหัวใจให้เพียงพอกับความต้องการของร่างกายครับ ในขณะพักหรืออยู่เฉย ๆ ก็ต้องมีความต้องการในระดับปกติ แต่เมื่อมีกิจกรรมทางกายก็ต้องการเลือดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายมากขึ้น ซึ่งวิธีการทำงานของหัวใจ ก็คือ หัวใจจะเต้นช้าลงหรือเร็วขึ้น และ/หรือบีบตัวแรงขึ้น สอดคล้องกับกิจกรรมนั้น ๆ ครับ ตัวอย่างเช่น ตอนที่เรานั่งดูทีวีอยู่บนโซฟาตัวโปรด หัวใจของเราจะเต้นไม่เร็วมากนักและก็บีบตัวปกติครับ แต่ในขณะที่เรากำลังวิ่ง หัวใจของเราจะเต้นเร็วขึ้นและบีบตัวแรงขึ้น กลไกเหล่านี้ มีไว้เพื่อให้เลือดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายให้เพียงพอกับความต้องการของอวัยวะทุกส่วนในร่างกาย ณ ขณะนั้น ๆ ครับ หัวใจของเราก็เหมือนอวัยวะอื่น ๆ ของร่างกายครับ ต้องมีเลือดไปเลี้ยงเช่นเดียวกัน เมื่อหัวใจเต้นเร็วขึ้น บีบตัวแรงขึ้นก็ย่อมต้องการเลือดไปเลี้ยงเพิ่มขึ้น ซึ่งตอนที่หัวใจเต้นเร็วขึ้นและบีบตัวแรงขึ้น เลือดที่ถูกสูบฉีดออกจากหัวใจก็จะไหลไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจผ่านหลอดเลือดแดงโคโรนารีด้วยการไหลที่เร็วขึ้นและมีความดันมากขึ้นไปโดยปริยายนั่นเองครับ (2)
จนถึงตรงนี้ ผมเชื่อว่าผู้อ่านทุกท่านคงเล็งเห็นถึงความสำคัญของเจ้าหลอดเลือดแดงโคโรนารีนี้แล้วนะครับ หลอดเลือดแดงโคโรนารีทำหน้าที่ส่งเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจของเราอย่างต่อเนื่อง ยาวนาน ตั้งแต่ตอนที่เราเกิดมาจนถึงวินาทีที่ผู้อ่านกำลังอ่านบทความนี้อยู่เลยทีเดียวครับ เปรียบเสมือนสายยางฉีดน้ำ เมื่อใช้ไปเป็นเวลานาน ๆ ตัวสายยาง (หรือในที่นี้ก็คือผนังหลอดเลือด) ย่อมมีการสูญเสียความยืดหยุ่นที่เคยมี แข็งมากขึ้น เปราะมากขึ้น และที่สำคัญผนังด้านในอาจมีตะไคร่หรือสาหร่ายมาเกาะอยู่ เป็นการกีดขวางการไหลของน้ำในสายยางได้ หลอดเลือดแดงโคโรนารีก็เช่นกันครับ เมื่อเรามีอายุมากกว่า 35 ปีขึ้นไป รวมทั้งมีปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ เช่น ความดันเลือดสูง ไขมันในเลือดสูง เบาหวาน ภาวะอ้วน พฤติกรรมเฉื่อยเนือยนิ่ง ไม่ค่อยมีกิจกรรมทางกาย สูบบุหรี่ เหล่านี้ (3) เราก็จะเริ่มมีความเสี่ยงของการเกิด “รอยโรค” ภายในผนังหลอดเลือดแดงโคโรนารี ในตำแหน่งที่เกิดรอยโรคในหลอดเลือดแดงโคโรนารีนั้น จะมีการสะสมของไขมันและเนื้อเยื่อภายในผนังชั้นในของหลอดเลือดครับ ทำให้ผนังหลอดเลือดบริเวณนั้นมีการนูนขึ้น มีการยื่นเข้าไปในบริเวณส่วนที่เป็นท่อที่มีการไหลของเลือด ทำให้หลอดเลือดมีการตีบแคบลง เกิดการกีดขวางการไหลของเลือดไปยังกล้ามเนื้อหัวใจที่อยู่ส่วนปลายของหลอดเลือดนั้น เกิดเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ (coronary artery disease, CAD) ได้ การตีบแคบของหลอดเลือดแดงโคโรนารีนี้ จะค่อยเป็นค่อยไป จะเริ่มจากการตีบแคบเพียงเล็กน้อยไปจนถึงการอุดกั้นการไหลของเลือดได้อย่างสมบูรณ์ หรือแม้กระทั่งการเกิดแคลเซียมสะสมที่บริเวณรอยโรคครับ ซึ่งกระบวนการเหล่านี้ใช้ระยะเวลาครับ การตีบแคบเพียงเล็กน้อย จะไม่แสดงอาการใด ๆ ออกมา ผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการก็ต่อเมื่อ รอยโรคมีการอุดกั้นในระดับที่มาก (ประมาณการว่ามากกว่า 60% ขึ้นไป) โดยผู้ป่วยจะมีอาการเจ็บแน่นหน้าอกเมื่อออกแรง และอาการจะหายไปเมื่อได้นั่งพัก ซึ่งผู้ป่วยกลุ่มนี้ก็จะได้รับคำแนะนำให้เข้าพบแพทย์เพื่อปรึกษาและเข้าสู่กระบวนการรักษาในลำดับต่อไป
ในทางกลับกัน ก็มีความเป็นไปได้ที่จะมีผู้ที่มีรอยโรคในหลอดเลือดแดงโคโรนารีแต่ไม่แสดงอาการใด ๆ สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ และที่สำคัญสามารถออกกำลังกายหนัก ๆ ได้ โดยไม่มีความผิดปกติได้ สามารถวิ่งออกกำลังกาย ปั่นจักรยาน เล่นเทนนิส เตะฟุตบอลได้ ปัญหาก็คือ ไอ้เจ้าผิวภายในหลอดเลือดของรอยโรคที่ทำให้หลอดเลือดมีการตีบแคบลงนี้ มันสามารถที่จะถูกกระแสเลือดที่ไหลด้วยความเร็วและแรงเซาะให้หลุดหรือแตกออกจากผนังของหลอดเลือดได้ ซึ่งนับเป็นสถานการณ์ที่อันตรายมาก ๆ เลยครับ เป็นอันตรายถึงชีวิตเลยทีเดียว เพราะว่า เมื่อผิวภายในตรงบริเวณที่มีการตีบแคบโดนกระแสเลือดพัดให้หลุดออกจากผนังหลอดเลือด กลไกภายในร่างกายของเราจะมองว่า ตรงบริเวณนั้นเกิดบาดแผลขึ้นครับ ลองนึกภาพเวลาเราเป็นแผลถลอกหรือโดนของมีคมบาดนะครับ สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือ ร่างกายจะกระตุ้นกลไกการแข็งตัวของเลือดเพื่อทำให้เลือดหยุดไหลครับ เช่นเดียวกัน เมื่อเกิดแผลขึ้นภายในหลอดเลือดแดงโคโรนารี ร่างกายก็จะกระตุ้นกลไกการห้ามเลือด ทำให้เกิดลิ่มเลือดขึ้นตรงบริเวณรอยโรค จนทำให้เกิดการอุดกั้นเส้นเลือดแบบ 100% เลยครับ เลือดจึงไม่สามารถไหลไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจบริเวณที่อยู่ต่อจากรอยโรคที่เกิดลิ่มเลือดได้เลยครับ เหตุการณ์นี้ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจเกิดการขาดเลือด หรือทำให้กล้ามเนื้อหัวใจตายตามมา จนไม่สามารถบีบตัว-คลายตัวได้ตามปกติ เมื่อหัวใจทำงานแย่ลงอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายก็ขาดเลือดไปเลี้ยง มีการทำงานที่ล้มเหลว เป็นสาเหตุให้เสียชีวิตได้ครับ หากได้รับการรักษาโดยการสลายลิ่มเลือดหรือแพทย์ใส่อุปกรณ์เข้าไปเปิดหลอดเลือดที่อุดตันได้ทันท่วงที ก็จะสามารถช่วยชีวิตผู้ป่วยไว้ได้ครับ
จากข้อมูลข้างต้นสามารถกล่าวได้ว่า การเสียชีวิตขณะออกกำลังกาย สาเหตุหนึ่งมาจาก การที่ผู้ป่วยมีโรคหลอดเลือดหัวใจแต่ไม่แสดงอาการ และในขณะที่ผู้ป่วยออกกำลังกายอยู่นั้น เกิดการหลุดหรือแตกของรอยโรคภายในผนังหลอดเลือดแดงโคโรนารี (plaque rupture) ทำให้เกิดการอุดตันของเส้นเลือดนั้น ๆ เกิดกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด จนไม่สามารถบีบตัวสูบฉีดเลือดได้อย่างเพียงพอตามที่ร่างกายต้องการ เป็นสาเหตุให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้ครับ ซึ่งเหตุการณ์แบบนี้ เป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตในนักกีฬาที่มีอายุมากกว่า 35 ปีขึ้นไปครับ (4-6)
จากข้อมูลทั้งหมดที่ได้เล่ามาตั้งแต่ต้น หากเรามีความเข้าใจที่ตรงกันแล้ว ก็จะเห็นได้เลยว่า การมีกิจกรรมทางกายหรือการออกกำลังกายนั้น มีประโยชน์อย่างยิ่งและทำหน้าที่คล้ายวัคซีนในการป้องกันรอยโรคได้เป็นอย่างดี เพียงแต่ว่าเราเข้าใจและต้องประเมินศักยภาพและความพร้อมของร่างกายของเราให้ดี ไม่หักโหมหรือทำจนเกินกำลัง เพียงเท่านี้อันตรายและความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตจากการออกกำลังกายก็ไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัวอีกต่อไป...
…
บทความโดย ดร.พจน์ พงศ์เผ่าพัฒนกุล
อาจารย์ประจำ ภาควิชาเทคโนโลยีหัวใจและทรวงอก คณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
#วัคซีนที่ดีที่สุด #ไขข้อข้องใจ #ทำไมวิ่งแล้วเสียชีวิต #กิจกรรมทางกาย #สสส #ทีแพค
เอกสารอ้างอิง
1. Dodge JT, Brown BG, Bolson EL, Dodge HT. Lumen diameter of normal human coronary arteries. Influence of age, s*x, anatomic variation, and left ventricular hypertrophy or dilation. Circulation. 1992;86(1):232-46.
2. Burton DA, Stokes K, Hall GM. Physiological effects of exercise. Continuing Education in Anaesthesia Critical Care & Pain. 2004;4(6):185-8.
3. Hajar R. Risk Factors for Coronary Artery Disease: Historical Perspectives. Heart Views. 2017;18(3):109-14.
4. Wasfy MM, Hutter AM, Weiner RB. Sudden Cardiac Death in Athletes. Methodist Debakey Cardiovasc J. 2016;12(2):76-80.
5. Koester MC. A Review of Sudden Cardiac Death in Young Athletes and Strategies for Preparticipation Cardiovascular Screening. J Athl Train. 2001;36(2):197-204.
6. Schmied C, Borjesson M. Sudden cardiac death in athletes. Journal of Internal Medicine. 2014;275(2):93-103.
06/06/2021
เล่าสู่กันฟังกันหน่อยจ้าาาาาาาาา
คิดถึงบรรยากาศนั้นจัง
#วิ่งไหนดี
#ไปวิ่งไหนกัน
#ไปวิ่งกันไหม
🙃🙃🙃 #วิ่ง
#เช็คความฟิต
#โควิด19เราต้องรอด
#วิ่งออกกำลังกาย
#ออกกำลังกาย
#เพื่อสุขภาพ
#วิ่งระยะไกล
#วิงมาราธอน
#วิง
05/06/2021
กิจกรรมดีจาก #สสส ครับ
"นางฟ้านักวิ่ง" เอิร์น-จิราภรณ์ กมลรังสรรค์
ชวนนักวิ่งดูแลใจช่วงโควิดด้วย "คู่มือสร้างภูมิคุ้มใจ"
เป็นอีกหนึ่งสาวเก่งในวงการนักวิ่ง ที่ทั้งสวยและดูแลตัวเองได้ดีเยี่ยม สำหรับเน็ตไอดอลฉายา "นางฟ้า นักวิ่ง" เอิร์น - จิราภรณ์ กมลรังสรรค์ โดยในช่วงโควิดที่ต้องกักตัวอยู่บ้าน ต้องห่างจากสนามวิ่ง สนามซ้อม หลายคนอาจรู้สึกเครียด สาวเอิร์นจึงขอชวนเหล่านักวิ่งมาดูแลใจด้วย “คู่มือสร้างภูมิคุ้มใจ” หนังสือที่จะพาทุกคนออกจากความทุกข์ สร้างความสุขทางจิตใจ มี 4 เล่ม 4 สไตล์ คือ
1. ภูมิคุ้มใจฉบับมหาชน
2. ภูมิคุ้มใจฉบับครอบครัวที่ต้องห่างกัน
3. ภูมิคุ้มใจฉบับคู่รักที่ต้องอยู่ด้วยกัน และ
4.ภูมิคุ้มใจฉบับครอบครัวและเด็ก นักวิ่งคนไหนช่วงนี้เหงาๆ
เข้าไปดาวน์โหลดมาอ่านออนไลน์ได้ฟรีที่ : HappinessisThailand.com
รายละเอียดเพิ่มเติม : ความสุขประเทศไทย
#ธนาคารจิตอาสา #ความสุขประเทศไทย #สสส
#วิ่งไหนดี
#ไปวิ่งไหนกัน
#ไปวิ่งกันไหม
🙃🙃🙃 #วิ่ง
#เช็คความฟิต
#โควิด19เราต้องรอด
#วิ่งออกกำลังกาย
#ออกกำลังกาย
#เพื่อสุขภาพ
#วิ่งระยะไกล
#วิงมาราธอน
#วิง
#วิ่งไหนดี
#ไปวิ่งไหนกัน
#ไปวิ่งกันไหม
🙃🙃🙃 #วิ่ง
#เช็คความฟิต
#โควิด19เราต้องรอด
#วิ่งออกกำลังกาย
#ออกกำลังกาย
#เพื่อสุขภาพ
#วิ่งระยะไกล
#วิงมาราธอน
#วิง
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
ติดต่อ ธุรกิจของเรา
เบอร์โทรศัพท์
เว็บไซต์
ที่อยู่
Bangkok
10120