AnswerPDPA
17/04/2026
ไม่มี A.I. ในเยอรมนี.......
เพราะในเยอรมนี
เขาไม่ได้เรียกว่า A.I.
เขาเรียกว่า
K.I. — Künstliche Intelligenz
(อ่านว่า คา-อี) 😊
และบางที
ความแตกต่างของโลก
ก็เริ่มต้นจาก “คำที่เราใช้เรียกมัน”
ผมสะพายเป้กับลูกชาย เดินทางไปประเทศเยอรมนี 11 วันเต็ม
จากนครแฟรงเฟิร์ต ไปจนถึง ไลป์ซิก และกรุงเบอร์ลิน
ระหว่างทาง
ได้คุยกับชาวเยอรมันหลายคน
เรื่องเดียวกันที่โลกสนใจคือ
"A.I." หรือที่คนเยอรมันเรียกว่า K.I. (คา-อี)
คำตอบที่ได้ไม่เหมือนที่ผมคิดเลย
เยอรมนีภาคประชาชนไม่รีบใช้ AI
แต่ก็ไม่ได้ทอดทิ้ง
สิ่งที่รับรู้คือชาวเยอรมัน
ไม่ใช่ประเทศที่ เห่อ A.I.
เขาไม่กระโจน ไม่ตื่นเต้น
prompt ภาพอะไรต่อมิอะไรเกินเหตุ
แต่เขาจะถามก่อนเสมอว่า
มันคุ้มค่าที่จะใช้…หรือยัง
และเราควบคุมมันได้…แค่ไหน
ประเทศเยอรมนีให้คุณค่ากับ
การกำกับดูแล (Governance)
สูงมากนะครับ
พนักงานโรงแรมที่ผมไปพัก
ในเมือง Leipzig เล่าให้ฟังว่า
โรงแรมมี A.I. ช่วยร่างอีเมล ให้
มี template ให้พร้อม หลายชุด
แต่ก่อนกด send
เขาจะอ่านซ้ำแล้วซ้ำอีก 2–3 รอบ
ไม่มีคำว่า ส่งเลย เดี๋ยวค่อยแก้
เพราะสำหรับชาวเยอรมัน
ความถูกต้อง (accuracy) และ คุณภาพ
สำคัญกว่า ความเร็ว (speed)
แล้ว A.I. หมกตัวอยู่ที่ไหน?
เขามักอยู่ในโรงงานอุตสาหกรรมครับ
ผมลองท่องโลกอินเตอร์เนท
เจอบทความของ Der Spiegel
พอสรุปได้ว่าเยอรมนี A.I.
อาจดูนิ่งๆ ในภาคประชาชน
แต่ในภาคอุตสาหกรรม
เขาเดินไปไกลมากแล้ว
บริษัทอุตสาหกรรม 65% ใช้ A.I. จริงจัง
สูงกว่าประเทศอื่นๆ ในยุโรป (56%) และค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมในโลก (61%)
ไม่ใช่แค่ทดลอง แต่ใช้ใน production แล้ว
เป้าหมายเขาชัดมากครับคือ
เพิ่ม productivity
ลด cost
เกือบ 3 ใน 4 กำลังมอง AI assistants
แต่ก็ใช่ว่าทุกบริษัทในเยอรมนีใช้นะครับ
ยังมีอีกกว่า 40%
ที่ใช้คำว่า “ยังตามไม่ทัน”
ยัง integrate ไม่ได้
ทำไมภาคประชาชนไม่ได้ใช้พร่ำเพรื่อ?
เขาก็ใช้ครับ แต่ชาวเยอรมัน
มีอดีตที่เจ็บปวดจาก
เรื่องข้อมูลส่วนบุคคล
ประเทศนี้มีอดีตครับ..
และเป็นอดีตที่ลึกมาก 😈
ไม่ว่าจะเป็นยุคของพรรค N**i ผ่านกลไก
Stasi (Staatssicherheitsdienst) หรือ
ตำรวจลับและหน่วยข่าวกรอง
ที่เฝ้าจับตาอย่างเป็นระบบ
อย่างเป็นปรกติธุระ
(Systematically and Regularly)
และ จับตาประชากรจำนวนมาก (Large Scale)
ทำให้คนเยอรมันนั้นระแวง
การถูกเฝ้ามองโดยสัญชาตญาณ
การที่ A.I. ที่เก็บข้อมูลส่วนบุคคล
มันเตือนหรือไปกระตุ้นต่อม trigger
ความทรงจำทันที
ดังนั้นเมื่อ A.I. เริ่ม รู้จักเรา มากขึ้น
มันไม่ได้ทำให้คนเยอรมันตื่นเต้น
อีกอย่างคือคนเยอรมันไม่ชอบคำว่า
“ประมาณ ๆ” (Ungefähr)
ถ้า A.I. มี hallucination
คำตอบเดียวคือ
“ไม่เอา” unacceptable
ผมลองถามหลายคนว่า
กลัวไหมว่างานจะหาย?
กลัวไหมจะตกงาน?
คำตอบคล้ายๆกันมาก
“รู้…แต่ไม่กลัว”
ไม่มี panic
มีแต่คำเดียว ก็ reskill มันซะ
โลกเปลี่ยน
ก็เปลี่ยนตัวเอง
ผมเดินเข้าร้านหนังสือในเยอรมนี
ในร้านไม่ได้มีหนังสือ A.I. เต็มไป
ดาดเดื่อแบบ overwhelming
เล่มหนึ่งสะดุดตามาก
จั่วหัวว่า
“Bereit für die KI-Ära”
ผมอดขำไม่ได้
เพราะมันแปลว่า
“เตรียมตัวให้พร้อม
สำหรับยุคปัญญาประดิษฐ์”
ชาวเยอรมันต้องเตรียมพร้อมเสมอ
มันไม่ใช่ความตื่นเต้น
แต่มันคือ
“ความพร้อม”
ถ้าจะให้ผมสรุปในประโยคเดียว
เยอรมนีไม่ได้ถามว่า
A.I. ทำอะไรได้บ้าง ❌
แต่ถามว่า
เราควรให้มันทำอะไร ✅
และควบคุมมันได้หรือยัง
ผมยืนยันนะครับ
ไม่มี A.I. ในเยอรมันนี
เพราะมีแต่ คา-อี "K.I."
04/04/2026
🚨 คุณทำงานให้ฝ่ายบุคคล ฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ ฝ่าย HRหรือไม่? ถ้าใช่ “ควร“ อ่านคำเตือนจากราชการ
🚨 ฝ่ายบุคคล (HR) ออฟฟิศคุณ กำลังตกเป็นเป้าหมายอันดับ 1 ของแฮกเกอร์! ระวังมัลแวร์สายพันธุ์ใหม่ "BlackSanta" แฝงมาในคราบเรซูเม่สมัครงาน! 📁☠️
การเปิดไฟล์จากคนแปลกหน้า คือข้อห้ามทางไซเบอร์... แต่สำหรับ "ฝ่ายบุคคล หรือ HR" มันคือหน้าที่ที่พวกเขาต้องทำทุกวัน! และตอนนี้ แฮกเกอร์กำลังใช้ช่องโหว่นี้ โจมตีบริษัททั่วโลกครับ
รายงานล่าสุดจากทีมนักวิจัยความปลอดภัย (Aryaka) ตรวจพบแฮกเกอร์กลุ่มใหม่ที่ใช้มัลแวร์ชื่อ "BlackSanta" พุ่งเป้าโจมตีแผนก HR โดยเฉพาะ ด้วยกลไกการแฮ็กที่แนบเนียนขั้นสุด จนโปรแกรมสแกนไวรัสยังจับไม่ได้!
🕵️♂️ กลโกงสุดล้ำของ "BlackSanta" ทำงานยังไง? 👇
✉️ 1. เหยื่อล่อคือ "เรซูเม่สมัครงาน"
แฮกเกอร์จะส่งอีเมลสมัครงานที่ดูเป็นทางการมาก พร้อมแนบลิงก์เรซูเม่ (อ้างว่าฝากไฟล์ไว้บน Dropbox) แต่แท้จริงแล้ว ไฟล์ที่ HR โหลดมา ไม่ใช่ PDF แต่เป็นไฟล์จำลองดิสก์ (.ISO)
🖼️ 2. ซ่อนโค้ดมรณะไว้ใน "รูปภาพ" (Steganography)
ความน่ากลัวคือ มัลแวร์ตัวนี้ไม่ได้มาเป็นไฟล์ไวรัสโต้งๆ แต่มันซ่อนคำสั่งอันตรายไว้ใน "รูปภาพธรรมดา" ขณะที่ HR คิดว่าคอมพิวเตอร์กำลังโหลดรูปโปรไฟล์ผู้สมัคร... เบื้องหลังคอมพิวเตอร์กำลังถูกสั่งรันโค้ดมรณะแบบเงียบๆ!
🛡️ 3. มือสังหารโปรแกรมสแกนไวรัส (EDR Killer)
เมื่อมัลแวร์แฝงตัวสำเร็จ มันจะใช้เทคนิคขั้นสูง (BYOVD) เจาะลึกเข้าไปถึง "แก่นกลาง (Kernel)" ของระบบปฏิบัติการ และจัดการ "ปิดสวิตช์" ระบบรักษาความปลอดภัยทั้งหมดของบริษัท (เช่น Microsoft Defender) โดยไม่มีสัญญาณเตือนใดๆ ดังขึ้นเลย
📂 4. ล้วงความลับบริษัทสบายใจเฉิบ
เมื่อเกราะป้องกันของบริษัทถูกปิดตาย แฮกเกอร์ก็จะเดินหน้าขโมย "ข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงานทั้งบริษัท" (เงินเดือน, ประวัติ, บัตร ปชช.) รวมถึงสแกนหา "กระเป๋าเงินคริปโตฯ" เพื่อขโมยเงินออกไป
✅ HR และบริษัท ต้องตั้งรับอย่างไร?
กฎเหล็ก: ไฟล์เรซูเม่ควรเป็น .PDF เท่านั้น! หากอีเมลสมัครงานแนบลิงก์ให้ดาวน์โหลดไฟล์นามสกุลแปลกๆ เช่น .ISO, .ZIP, .RAR, .EXE ให้สงสัยว่าเป็นไวรัส 100% ห้ามคลิกเปิดเด็ดขาด!
อย่าโหลดจากลิงก์ภายนอก: หลีกเลี่ยงการโหลดเรซูเม่จากลิงก์ Cloud ภายนอกที่ไม่รู้จัก
แจ้ง IT ด่วน: ฝ่าย IT ควรตั้งค่าความปลอดภัย บล็อกการรันไฟล์ Script แปลกปลอม และให้พนักงาน HR แจ้งทันทีเมื่อเจออีเมลสมัครงานที่น่าสงสัย
การเผลอคลิกเรซูเม่ปลอมแค่ครั้งเดียว อาจหมายถึงข้อมูลของพนักงาน "ทั้งบริษัท" รั่วไหลไปอยู่ในมือโจร!
📢 รีบกดแชร์ และแท็กเตือนเพื่อนๆ ที่ทำงานฝ่าย HR, ฝ่ายสรรหาบุคลากร (Recruiter), และเจ้าของกิจการ ให้ระวังตัวและเช็กอีเมลให้ดีก่อนคลิก
ที่มา :
🔗https://hackread.com/blacksanta-malware-hr-staff-fake-cv-downloads/
___________________________________________
#เตือนภัยออนไลน์ #ภัยไซเบอร์องค์กร #ข้อมูลรั่วไหล #ฝ่ายบุคคล #แฮกเกอร์ #รู้เท่าทันมิจฉาชีพ #ความปลอดภัยไซเบอร์ #แชร์เตือนภัย
#ข้อมูลส่วนบุคคล
#ภัยใกล้ตัว
#ข้อมูลรั่วไหลเป็น0
#ศูนย์เฝ้าระวังการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
เว็บไซต์
ที่อยู่
Bangkok
เวลาทำการ
| จันทร์ | 10:00 - 16:00 |