Beatrix

Beatrix

แชร์

22/08/2022

เงินบาทอ่อนค่า จับตาปัจจัยสำคัญสัปดาห์หน้า การเมืองในปท.-ประชุมเฟด
เงินบาทพลิกอ่อนค่ากลับมาทดสอบแนว 35.75 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่เงินดอลลาร์ฯ ฟื้นตัวรับสัญญาณคุมเข้มของสหรัฐฯ โดยเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อไปจนกว่าเงินเฟ้อจะอยู่ภายใต้การควบคุม หุ้นไทยปรับตัวลงช่วงปลายสัปดาห์ ขณะที่กลุ่มนักลงทุนต่างชาติยังคงซื้อสุทธิหุ้นไทย จับตาปัจจัยสำคัญสัปดาห์หน้า ตัวเลขส่งออกเดือนก.ค. การเมืองในประเทศ ประชุมเฟด

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทว่า เงินบาทอ่อนค่าทดสอบระดับ 35.75 บาทต่อดอลลาร์ฯ ท้ายสัปดาห์ โดยเงินบาทพลิกกลับมาอ่อนค่า หลังตัวเลขจีดีพีไตรมาสที่ 2/65 ของไทยขยายตัวเพียง 2.5% YoY ซึ่งต่ำกว่าที่ตลาดคาด ประกอบกับมีแรงกดดันเพิ่มเติมจากสถานะขายสุทธิพันธบัตรไทยของนักลงทุนต่างชาติในช่วงกลาง-ปลายสัปดาห์
นอกจากนี้สกุลเงินเอเชียส่วนใหญ่ปรับตัวอ่อนค่าลงตามค่าเงินหยวนท่ามกลางการคาดการณ์ว่า สัญญาณอ่อนแอของเศรษฐกิจจีนอาจทำให้ทางการจีนต้องออกมาตรการกระตุ้นเพิ่มเติม

ส่วนเงินดอลลาร์ฯ ฟื้นตัวขึ้นตามสัญญาณคุมเข้มนโยบายการเงินของสหรัฐฯ หลังรายงานการประชุมเฟดและมุมมองของเจ้าหน้าที่เฟด ตอกย้ำว่า เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่องจนกว่าอัตราเงินเฟ้อจะกลับลงมาอยู่ในระดับที่ควบคุม/ยอมรับได้ นอกจากนี้เงินดอลลาร์ฯ ยังมีปัจจัยบวกจากตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ ที่ปรับตัวลงมากกว่าที่คาดด้วยเช่นกัน
ในวันศุกร์ที่ 19 ส.ค. 2565 เงินบาทปิดตลาดที่ระดับ 35.75 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 35.19 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันพฤหัสบดีก่อนหน้า (11 ส.ค.) ขณะที่ระหว่างวันที่ 15-19 ส.ค. นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทยต่อเนื่องอีก 24,208 ล้านบาท แต่มีสถานะเป็น NET INFLOW เข้าตลาดพันธบัตรเพียง 410 ล้านบาท (แม้ซื้อสุทธิพันธบัตร 3,783 ล้านบาท แต่ก็มีตราสารหนี้ที่หมดอายุ 3,373 ล้านบาท)
สำหรับสัปดาห์ถัดไป (22-26 ส.ค.) ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ระดับ 35.20-36.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ถ้อยแถลงของประธานเฟดจากงานสัมมนาประจำปีของเฟดที่ Jackson Hole สถานการณ์สหรัฐฯ-จีน และตัวเลขการส่งออกเดือนก.ค. ของไทย

ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดขายบ้านใหม่ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน ยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย และตัวเลข PCE/Core PCE Price Indices เดือนก.ค. ดัชนีความเชื่อมั่นและตัวเลขเงินเฟ้อคาดการณ์ของผู้บริโภค (เบื้องต้น) เดือนส.ค. และจีดีพีไตรมาส 2/65 (ครั้งที่ 2)

นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตามการกำหนดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ LPR ของธนาคารกลางจีน ผลการประชุมธนาคารกลางอินโดนีเซียและธนาคารกลางเกาหลีใต้ รวมถึงดัชนี PMI เดือนส.ค. (เบื้องต้น) ของยูโรโซน อังกฤษ และสหรัฐฯ

16/08/2022

หุ้นไทยวันนี้ (16 ส.ค. 65) เปิดตลาด +4.66 จุด ดัชนีอยู่ที่ 1,630 จุด
ตลาดหุ้นไทยเช้านี้ (16 ส.ค. 65) ดัชนี SET Index เปิดตลาด อยู่ที่ระดับ 1,629.91 จุด ปรับขึ้น +4.66 จุด หรือคิดเป็น +0.29% มีมูลค่าซื้อขายรวมทั้งสิ้น 3,614 ล้านบาท เมื่อเวลา 10.00.09 น.

ดัชนี SET50 ล่าสุดปรับขึ้น +1.92 จุด คิดเป็น +0.19% อยู่ที่ 988.57 จุด มูลค่าซื้อ-ขายรวม อยู่ที่ 2,051 ล้านบาท คิดเป็นราว 56.74% ของการซื้อ-ขายทั้งหมด
1. KBANK : 437.19 ล้านบาท ราคา +0.50 บาท (+0.33%)
2. PTTEP : 279.62 ล้านบาท ราคา -1.50 บาท (-0.97%)
3. DELTA : 267.13 ล้านบาท ราคา +12.00 บาท (+2.18%)
4. AOT : 193.09 ล้านบาท ราคา -0.50 บาท (-0.69%)
5. BH : 175.58 ล้านบาท ราคา +3.50 บาท (+1.86%)
6. CPH : 152.60 ล้านบาท ราคา +7.50 บาท (+18.07%)
7. CPALL : 112.71 ล้านบาท ราคา +0.25 บาท (+0.42%)
8. EA : 100.31 ล้านบาท ราคา +0.75 บาท (+0.87%)
9. SAWAD : 84.96 ล้านบาท ราคา +1.75 บาท (+3.41%)
10. BDMS : 84.68 ล้านบาท ราคา +0.50 บาท (+1.80%)

ขณะที่ตลาด mai ปรับขึ้น +2.59 จุด หรือคิดเป็น +0.42% ในทิศทางเดียวกัน อยู่ที่ระดับ 617.95 จุด มูลค่าซื้อขาย 227.27 ล้านบาท

หมายเหตุ – ข้อมูลเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่ข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุน โปรดตรวจสอบข้อมูลอย่างเป็นทางการจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

14/08/2022

หุ้นไทยสัปดาห์ที่ผ่านมา (8-11 ส.ค.) ยืนเหนือ 1,600 จุดได้ตลอดทั้งสัปดาห์ โดยปิดตลาดที่ 1,622.26 จุด

โดย “ชาญชัย พันทาธนากิจ” ผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส จำกัด กล่าวว่า สัปดาห์ที่ผ่านมา โฟกัสหลักของ SET คือตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐที่ออกมาค่อนข้างดีกว่าที่ตลาดคาดไว้ ช่วยลดแรงกดดันที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะขึ้นดอกเบี้ยในอัตรา 0.75% ลงมาที่ระดับ 0.5% ในการประชุมครั้งถัดไป ขณะที่ภาพดอกเบี้ยนโยบายของไทยเริ่มเห็นสัญญาณการปรับขึ้น ครั้งล่าสุดในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เมื่อวันที่ 10 ส.ค. ปรับขึ้นดอกเบี้ยแล้ว 0.25%
เชื่อว่ารอบการประชุมที่เหลืออีก 2 ครั้งของปีนี้ น่าจะมีการขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ทั้ง 2 รอบ ทำให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยจะขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 1.25% ซึ่งน่าจะเป็นปัจจัยหนึ่งที่ช่วยชะลอการอ่อนค่าของเงินบาทได้ และหนุนต่อทิศทางเงินทุนต่างชาติ (fund flow) ที่ไหลเข้ามา”

ขณะที่ทิศทางกำไรบริษัทจดทะเบียนไทยช่วงไตรมาส 2/2565 ที่รายงานออกมาแล้ว คาดว่าไม่น่าจะสร้างดาวน์ไซด์ให้กับประมาณการกำไรทั้งปี เพราะฉะนั้นมองส่วนนี้เป็นอีกปัจจัยบวกหนึ่งช่วยหนุนตลาดขึ้นมาได้

มองไปในสัปดาห์ข้างหน้านี้ (15-19 ส.ค.) “ชาญชัย” วิเคราะห์ว่า SET Index มีโฟกัสหลักด้วยกัน 3 ประเด็น คือ 1.การรายงานกำไรไตรมาส 2/2565 ของ บจ.ไทยโค้งสุดท้าย ในวันที่ 15-16 ส.ค.

2.การรายงานตัวเลขอัตราขยายตัวทางด้านเศรษฐกิจ (จีดีพี) ไตรมาส 2/2565 ของไทย ในวันที่ 15 ส.ค. ซึ่งเชื่อว่าไม่น่าจะกดดันตลาด และ 3.ติดตาม fed minutes ของการประชุมเฟดในรอบก่อนที่จะมีรายงานออกมา

“ภาพเคลื่อนไหวของดัชนี SET Index มีโอกาสปรับตัวขึ้นได้ แต่จะไม่เร่งขึ้นเหมือนสัปดาห์นี้ น่าจะประคองตัวบริเวณเหนือ 1,600 จุด ส่วนแนวต้านมองอยู่ในโซน 1,630-1,640 จุด”

12/08/2022

เจาะพอร์ตลงทุน ชัชชาติ 4.33 ล้านบาท ฟินโนมีนา ชี้ 7 กองทุนแกร่ง
“ฟินโนมีนา” วิเคราะห์พอร์ตกองทุน “ชัชชาติ” มูลค่า 4.33 ล้านบาท ชี้แข็งแกร่งสู้ภาวะตลาดผันผวนได้

วันที่ 11 สิงหาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน ของ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ซึ่งพบว่า มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 42,852,349 บาท ไม่มีหนี้สิน
ทั้งนี้ พอร์ตกองทุนของนายชัชชาติ มีการซื้อทุนกองทุนรวม 4,338,623.87 บาท โดยมีรายการดังต่อไปนี้
1. กองทุนเปิด แอสเซทพลัส สมอล แอนด์ มิด แคป อิควิตี้ ชนิดเพื่อการออก ASP-SME-SSF มูลค่า 198,191.46 บาท คิดเป็นสัดส่วน 4.57% ของพอร์ตกองทุนทั้งหมด ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี -3.36%

2. กองทุนเปิดกรุงศรีโกลบอลเทคโนโลยีอิควิตี้เพื่อการเลี้ยงชีพ มูลค่า 101,756.89 บาท คิดเป็นสัดส่วน 2.35% ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี -45.02%

3. กองทุนเปิดกรุงศรีตราสารเงิน-สะสมมูลค่า 400.08 บาท คิดเป็นสัดส่วน 0.01% ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี +0.22%

4. SCBLT1 หุ้นระยะยาวปันผล 70/30 มูลค่า 2,480,345.02 บาท คิดเป็นสัดส่วน 57.17% ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี +1.32%

5. RGHC โกลบอลเฮลธ์แคร์ เพื่อการเลี้ยงชีพ มูลค่า 1,550,680.70 บาท คิดเป็นสัดส่วน 35.74%

6. SCBSFF ตราสารหนี้ระยะสั้น มูลค่า 6,173.92 บาท คิดเป็นสัดส่วน 0.14% ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี +0.14%

7. GOLDH โกลด์ THB เฮดจ์ มูลค่า 1,075.80 บาท คิดเป็นสัดส่วน 0.02%

ทั้งนี้ ทาง “ฟินโนมีนา” ชี้ด้วยว่า พอร์ตกองทุนของนายชัชชาติดังกล่าว เมื่อต้องเจอภาวะตลาดผันผวนก็เอาอยู่

10/08/2022

หุ้นไทยวันนี้ (10 ส.ค. 65) ปิดตลาดภาคเช้า -8.87 จุด ดัชนีอยู่ที่ 1,610 จุด
การซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหุ้นไทยวันนี้ (10 ส.ค. 65) ดัชนี SET Index ปิดตลาดภาคเช้า อยู่ที่ระดับ 1,609.93 จุด ปรับลง -8.87 จุด หรือคิดเป็น -0.55% มีมูลค่าซื้อขายรวมทั้งสิ้น 30,243 ล้านบาท เคลื่อนไหวอยู่ในช่วง 1,606.09-1,616.53 จุด โดยหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด ได้แก่ KCE KBANK และ BANPU

ดัชนี SET50 ปรับลง -4.54 จุด หรือคิดเป็น -0.46% อยู่ที่ 977.69 จุด มูลค่าซื้อ-ขายรวม อยู่ที่ 17,375 ล้านบาท เทียบเป็นราว 57.45% ของการซื้อ-ขายทั้งหมด

10 อันดับหุ้นที่มีมูลค่าซื้อ-ขายสูงสุด
1. KCE : 1,383.60 ล้านบาท ราคา -4.25 บาท (-6.80%)
2. KBANK : 1,359.09 ล้านบาท ราคา +0.50 บาท (+0.33%)
3. BANPU : 1,136.77 ล้านบาท ราคา +0.30 บาท (+2.36%)
4. TOP : 923.52 ล้านบาท ราคา +1.25 บาท (+2.45%)
5. DELTA : 894.70 ล้านบาท ราคา -18.00 บาท (-3.35%)
6. IVL : 866.08 ล้านบาท ราคา +0.75 บาท (+1.74%)
7. PTTEP : 843.08 ล้านบาท ราคา +0.50 บาท (+0.32%)
8. SCB : 737.15 ล้านบาท ราคา -1.00 บาท (-0.94%)
9. ADVANC : 659.86 ล้านบาท ราคา -4.00 บาท (-1.95%)
10. AOT : 618.00 ล้านบาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง

ตลาด mai ปรับลง -2.15 จุด หรือ -0.35% ในทิศทางเดียวกัน อยู่ที่ 619.39 จุด มูลค่าซื้อขาย 2,594.55 ล้านบาท

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง บริษัท โฆษณาและการตลาด ใน Bangkok?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


25 ถนนสาทรใต้ แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร
Bangkok
10230