Charming Perfect
05/04/2022
#10ข้อควรรู้กินวิตามินซีเสริมอย่างไรไม่ให้เสี่ยงนิ่วที่ไต !
1️⃣ ดื่มน้ำสะอาดมากขึ้นอย่างน้อย 2 ลิตร/วัน
โดยดื่มแบบเรื่อย ๆ ตลอดวัน ดีกว่าการดื่มทีเดียวในปริมาณมาก ๆ ปัจจุบันนี้พบว่า การดื่มน้ำน้อยเป็นสาเหตุหลักของการเกิดนิ่วที่ไต [The National Kidney Foundation, USA]
2️⃣ หลีกเลี่ยงอาหารและเครื่องดื่มที่มีสารออกซาเลตสูง (high oxalate)
ไม่กินมากและไม่กินบ่อย (นาน ๆ ทีกินได้) ได้แก่ ผักโขม รูบาร์บ (rhubarb คือ ผักที่มีก้านสีแดงม่วงรสเปรี้ยว) ช็อกโกแลต ชา (โดยเฉพาะชาดำ) หรือ กาแฟ (ในปริมาณที่มาก) อย่างไรก็ตาม มีงานวิจัยที่ออกมาในปัจจุบัน พบว่า การดื่มกาแฟลดความเสี่ยงในการเกิดนิ่วถึงประมาณ 30% [Ferraro, et al. Am J Clin Nutr 2014]
3️⃣ เลี่ยงเครื่องดื่มที่ให้สารฟอสเฟต (Phosphate) สูง เช่น น้ำอัดลม เป็นต้น
4️⃣ เสริมแร่ธาตุแม็กนีเซี่ยม (Magnesium)
ไม่ว่าจะมาจากทั้งจากอาหาร หรือในรูปแบบของอาหารเสริมก็ได้ ปริมาณที่แนะนำประมาณ 300 - 400 mg/วัน
5️⃣ กินอาหารที่มีแคลเซี่ยมเพิ่มมากขึ้น
เช่น นม ชีส โยเกิร์ต เต้าหู้ ถั่วเหลือง งา ผักใบเขียว ฯลฯ เพราะแคลเซี่ยมจากอาหารจะจับสารออกซาเลต แล้วกำจัดออกทางอุจจาระยิ่งกินมาก ยิ่งลดโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดนิ่วในไตได้มาก ส่วนการกินแคลเซี่ยมในรูปแบบอาหารเสริมที่เป็นเม็ดนั้น พบว่า หากกินในปริมาณที่สูงติดต่อกันนาน มีข้อมูลว่าอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดนิ่วในไตได้
6️⃣ กินวิตามินบีเสริม โดยเฉพาะวิตามินบี 1 และ บี 6
มีข้อมูลว่า การขาดวิตามินบี 2 ตัวนี้ อาจจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดนิ่วที่ไต แนะนำว่า อาจทานเป็นวิตามินบีรวม (Vitamin B complex) ได้ ทานวันละ 1 - 2 เม็ดหลังอาหาร นอกจากนี้ ยังพบว่าการกินผลไม้รสเปรียว เช่น ส้ม มะนาว หรือน้ำส้ม น้ำมะนาวคั้นสด (Citrus fruits / Citrus juice) ช่วยลดโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดนิ่วในไตได้ เพราะให้ #สารซิเทรต (Citrate) ซึ่งช่วยจับกับแคลเซี่ยมแล้วละลายน้ำได้ดีขับออกทางปัสสาวะได้
7️⃣ เลี่ยงอาหารเครื่องดื่มที่เร่งการสร้างกรดยูริกในเลือด
ใครที่เป็นโรคเก๊าท์ (Gout) หรือ มีกรดยูริก (Uric acid) ในเลือดสูง ๆ อาจเสี่ยงต่อนิ่วชนิด "Uric acid stones" ควรระวังอาหารที่จะเพิ่มระดับกรดยูริกในเลือดด้วย เช่น เนื้อแดง เนื้อแปรรูป เนื้อสัตว์ปีก เครื่องในสัตว์ อาหารที่มีน้ำตาลฟรุกโตสมาก ผลไม่รสหวาน เหล้า เบียร์ต่าง ๆ และ อาหารทะเลบางชนิด เป็นต้น
8️⃣ อย่าปล่อยให้ตัวเราอ้วน (Obesity)
เพราะโรคอ้วนนั้น เพิ่มความเสี่ยงการเป็นนิ่วที่ไตได้ โดยมีข้อมูลว่าในผญ. ที่อ้วน และ ได้รับพลังงานจากอาหาร เครื่องดื่ม มากกว่า 2,200 kcal/day เสี่ยงต่อการเกิดนิ่วมากถึง 42 % เมื่อเทียบกับคนที่ไม่อ้วน
9️⃣ งดกินอาหาร เครื่องดื่มที่มีปริมาณน้ำตาลมากเกินไป
โดยเฉพาะอาหาร เครื่องดื่มที่มี High Fructose Corn Syrup (HFCS) นอกจากจะเสี่ยงโรคอ้วน ไขมันเกาะตับ ไขมันในเลือดสูง ดื้อต่ออินซูลิน เสี่ยงต่อการเป็นเบาหวานแล้ว ยังเสี่ยงเกิดนิ่วที่ไตอีกด้วย (โรคอ้วน เพิ่มความเสี่ยงทุกโรคจริง ๆ ครับ)
🔟 สำหรับคนที่มีประวัติเป็นนิ่วที่ไตมาก่อน หรือ มีประวัติคนในครอบครัวเป็นนิ่ว เช่น พ่อ แม่ พี่น้อง ก่อนที่เราจะกินวิตามินซีเสริมแบบเม็ดนั้น แนะนำว่าควรปรึกษาแพทย์หรือ เภสัชกรก่อนทานเสริมครับ โดยเฉพาะในปริมาณที่มาก ๆ (>1,000 mg/day) เพื่อความปลอดภัยในการกินวิตามินซีนั้นเอง
#หมอหล่อคอเล่า
#ข้อมูลและการศึกษาอ้างอิง 👨⚕️📑📑
https://ods.od.nih.gov/factsheets/VitaminC-HealthProfessional/
What to Know About Vitamin C and Kidney Health.
https://www.healthline.com/health/kidney-disease/vitamin-c-and-kidney-health
Kidney Stone Diet Plan and Prevention.
https://www.kidney.org/atoz/content/diet
Family History of Kidney Stones? Watch Those Megadoses of Vitamin C.
https://www.kidney.org/news/newsroom/newsreleases/0150
10 ways to prevent kidney stones.
https://www.medicalnewstoday.com/articles/319537
Ferraro PM, Curhan GC, Gambaro G, Taylor EN. Total, Dietary, and Supplemental Vitamin C Intake and Risk of Incident Kidney Stones. Am J Kidney Dis. 2016;67(3):400-407. doi:10.1053/j.ajkd.2015.09.005
Curhan GC, Willett WC, Speizer FE, Stampfer MJ. Intake of vitamins B6 and C and the risk of kidney stones in women. J Am Soc Nephrol. 1999 Apr;10(4):840-5.
14/03/2022
8 อาการที่บ่งบอกว่าคุณกำลังขาดวิตามิน D
วิตามิน D เป็นสารอาหารสำคัญที่จำเป็นต่อระบบการทำงานต่างๆภายในร่างกาย เป็นส่วนประกอบคล้ายฮอโมนส์ และทุกๆเซลส์ในร่างกายของเราขาดวิตามิน D ไม่ได้
ร่างกายเราสามารถสังเคราะห์วิตามิน D ขึ้นเองได้จากคอเรสเตอรอลเมื่อผิวของเราสัมผัสกับแสงแดด วิตามิน D พบได้ในไขมันปลา และอาหารหมักดองทั้งหลาย ซึ่งมีปริมาณน้อยมากและไม่เพียงพอในการรับประทานจากอาหารเพียงอย่างเดียว
ในโลก พบว่ามีถึง 1 พันล้านคนที่พบว่ามีวิตามินในเลือดต่ำกว่ามาตรฐาน จากการศึกษาวิจัยในกลุ่มชาวสหรัฐอเมริกา 2011 คน มีผู้ใหญ่ถึง 41.6% ที่เป็นโรคขาดวิตามิน ชาวสเปนและโปรตุเกส 69.2% และแอฟริกันอเมริกัน 82.1%
กลุ่มบุคคลที่มีความเสี่ยงที่จะมีอาการขาดวิตามิน D ก็คือ...
👉คนที่มีสีผิวคล้ำ
👉คนอายุมาก ผู้สูงอายุ
👉คนที่น้ำหนักเกินเกณฑ์ โรคอ้วน
👉คนที่ไม่ค่อยรับประทานอาหารประเภทปลา
👉คนที่อยู่ในเขตประเทศที่ไม่ค่อยมีแสงแดด
👉คนที่ใช้ครีมกันแดดทุกครั้งที่ออกนอกบ้าน
👉อยู่แต่ในที่ร่มตลอดเวลา แทบไม่ค่อยออกข้างนอก
8 อาการที่บอกว่าคุณกำลังขาดวิตามิน D ได้แก่
1. ป่วยบ่อยและติดเชื้อไวรัสง่าย
2. เหนื่อยง่าย ร่างกายอ่อนแอ
3. มีปัญหาเรื่องกระดูก ไขข้อ และปวดหลังบ่อย
4. มีอาการซึมเศร้า หรือมีอารมณ์โศกเศร้าโดยไม่มีเหตุผลอยู่บ่อยๆ
5. แผลหายยาก ใช้เวลานานกว่าบาดแผลจะสมานตัว
6. มวลกระดูกถูกทำลาย และกระดูกเปราะ
7. ผมร่วง ขาดง่าย
8. เจ็บปวดกล้ามเนื้อบ่อย หรือที่เรียกว่าอาการกล้ามเนื้ออักเสบ
.
อาการขาดวิตามิน D เป็นอาการที่พบบ่อย และพบมากในคนทั่วไป ยากต่อการสังเกต รวมถึงรับรู้ว่าตัวเองขาดสารอาหารประเภทใดบ้าง หนทางแก้ควรไปโรงพยาบาลเพื่อเช็ควิตามินในเลือด จากนั้นรับประทานอาหารเสริม ที่มีวิตามิน D และแคลเซียมเป็นส่วนประกอบ และการไปออกกำลังกายเดินเล่นตอนเช้า เพื่อรับแสงแดดอ่อนๆก็เป็นทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพนะคะ
---------------
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
หรือปรึกษาปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพ
Healthfocusclinic
Line : lin.ee/KQFwUg1
Tel : 064-789-0351 , 094-405-4446
16/02/2022
ผู้นำทุกท่านครับ ตอนนี้แอมเวย์ได้พบสินค้าที่ขายผ่านช่องทางออนไลน์ โดยพบสิ่งผิดปกติ 2 ประการคือ
1.ยาสีฟันปลอม ยาสีฟันที่ฉลากเป็นภาษาจีน ซึ่งพบว่าสี และ กลิ่น ผิดไปจากสินค้าที่แอมเวย์ผลิต
2.โปรตีนชาเขียว สีเปลี่ยน และ กลิ่นเหม็น ซึ่งปัญหาน่าจะมาจากการจัดเก็บที่ไม่ได้มาตราฐาน ซึ่งต่างกับ
สินค้าที่ซื้อตรงจากแอมเวย์ในทุกช่องทาง และสินค้านี้ ทางแอมเวย์ประเทศไทย ก็ไม่สามารถรับประกันความ
พอใจหรือรับคืนได้
แอมเวย์ จึงมีความเป็นห่วงใยในสุขภาพของผู้ที่นำไปบริโภคเป็นอย่างมาก จึงฝากทุกท่านช่วยสร้างความเข้าใจใน
ประเด็นดังกล่าวด้วยครับ
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
เว็บไซต์
ที่อยู่
Amphoe Si Racha
01/08/2024