Dawei Information
20/12/2020
Every week the Trash Heroes of Dawei are cleaning the villages / beaches / nature reserves / touristic places in the region. Dawei always have been the cleanest area of Myanmar. Local Trash Heroes are proud to show the tourists their clean and splendid destination. They can’t wait to welcome you all again in the new year.
https://www.facebook.com/102419991256862/posts/219815692850624/?d=n
30/10/2020
The Moon festival of Thadingyut is one of the highlight celebrations in Dawei Region. Every year during the night, thousands of people float their candle at the river. This year the locals spend more time in decorating their houses and the streets. Hopefully next year many tourists can come to visit Dawei Region again during the festival.
26/02/2020
Beautiful impression of Dawei Region. Scroll down and see the pictures of the artisan workshops, the local life, beaches, fishing villages and pagodas. Where can you find a region in South East Asia, as pure as Dawei?
https://www.facebook.com/media/set/?set=a.1421701627996988&type=3
Dawei หรือที่คนไทยเราเรียกติดปากว่า “ทวาย” เป็นเมืองหนึ่งที่ย้อนอดีตไป ถือเป็นเมืองสำคัญทางประวัติศาสตร์เมืองหนึ่ง มีฐานะเป็นเมืองเอกแห่งแคว้นตะนาวศรี [ต้องการข้อมูลประวัติศาสตร์เพิ่มเติมลองค้นคว้าดูนะครับน่าสนใจ] ที่ตั้งของเมืองอยู่ทางตอนใต้ของพม่า บริเวณปากแม่น้ำทวาย คนทวายมีสำเนียงการพูดค่อนข้างแตกต่างจากภาษาพม่า แจ็ค บอกว่าคนทวายฟังภาษาพม่ารู้เรื่อง แต่คนพม่าฟังทวายไม่เข้าใจ บริบทภาษาก็น่าจะคล้ายๆ กับภาษาเหนือ ใต้ อีสานบ้านเรา ปัจจุบันทวายถูกวางให้เป็นเมืองการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ ที่เป็นที่จับตามองของหมู่นักลงทุน แต่บรรยากาศเมืองช่างน่าอภิรมย์
“ทวาย” ครั้งแรกสำหรับเรา และครั้งแรกของการมาทำความรู้จักส่วนหนึ่งของพม่า (ถ้าไม่นับจุดข้ามแดนด่านเจดีย์สามองค์) เรารู้สึกว้าวมาก ๆ ไม่น่าเชื่อว่าเมืองเล็กในอ้อมกอดเทือกเขาตะนาวศรี ที่คนทวายเรียกว่า “Tanintharyi” จะมีมนต์เสน่ห์ขนาดนี้ แต่ครั้งนี้เรามีข้อจำกัดด้านเวลา เส้นทาง และผู้ร่วมเดินทาง จึงทำความรู้จักเมืองทวายได้แค่ผิว ๆ
การเดินทางจากด่านบ้านน้ำพุร้อน กาญจนบุรี (ด่านทิคี่ ของพม่า) ระยะทาง 132 km. ใช้เวลาเดินทาง 6 ชั่วโมง หน้าแล้งเดินทางกินฝุ่นได้แบบชิลล์ๆ แต่น่าฝนอาจจะลำบากหน่อยถึงมาก เพราะถนนตัดผ่าพื้นที่ป่า ขึ้นๆ ลงๆ ไม่ชันมากนัก ต้องข้ามสะพานเหล็กหลายจุด (นับสะพานกันตาลาย) และที่เราชอบที่สุดคือธรรมชาติของสองข้างทาง ยิ่งพอถึงจุดที่ต้องวิ่งเลียบเลาะแม่น้ำตะนาวศรีทำให้ระยะทางที่ว่าไกลถูกลืมไปเลย ระหว่างทางจะมีร้านอาหารเป็นจุดพักรถอยู่ 2-3 จุด เมนูอาหารก็.....ตามสไตล์ อาหารป่า ก่อนถึงเมืองทวาย เราต้องผ่านบ้านต่องโต่งโล่ง (เขาสามลูก) ซึ่งเป็นบ้านของน้องแจ็ค คนขับรถ ชุมชนนี้ตั้งอยู่ในแอ่งเขาความสูงพอควร ทำให้อากาศเย็นสบาย เห็นยอดเขาลูกหนึ่งสูงลิบๆ แจ็คบอกว่าสูง 2,000 กว่าเมตร ใช้เวลาเดินขึ้น 6 ชั่วโมง ด้านบนมีเจดีย์ให้สักการะ
เข้าเขตเมืองทวาย เราก็ตรงมาที่หาดมองมากัน หาดใกล้เมืองทวายที่เป็นแหล่งพักผ่อนของคนทวาย มีลักษณะเป็นอ่าวทอดยาว เงียบสงบ ยังมีชาวบ้านทำประมงชายฝั่งอยู่เป็นวิถี ทั้งลากอวน หาหอย ด้วยลักษณะที่เมืองตั้งอยู่บริเวณปากแม่น้ำ ทำให้หาดที่นี่สีดำลักษณะทรายปนโคลน แต่ละเอียดและนุ่มมาก เย็นใกล้ค่ำผู้คนขวักไขว่เล่นน้ำ ชาวประมงเก็บเครื่องมือ ซ่อมแซมเรือ พระอาทิตย์ค่อยๆ อ่อนแสงลง อีกฝั่งหนึ่งของแม่ครัวก็จัดเตรียมเมนูอาหารทะเลสดๆ เสริฟพร้อมกุ้งมังกร (กุ้งเลน) มาวางเรียงบนโต๊ะ จบด้วยการนั่งทางอาหารค่ำริมทะเลชมแสงสุดท้ายของวัน คนทวายส่วนใหญ่เคยมาทำงานในเมืองไทย โดยเฉพาะในโรงแรมและร้านอาหาร จึงไม่แปลกเลยที่ร้านอาหารส่วนใหญ่จะนำเสนอเมนูอาหารไทย และรสชาติคุ้นปากคนไทย
เช้า....เราทำความรู้จักเพื่อนใหม่ ไกด์ท้องถิ่นพี่โบโบ และน้องปาย อาสาสมัคร International Trade Centre (TIC) ที่จะพาเราซอกแซก รู้จักมุมหนึ่งของความเป็นเมืองทวาย ...อาหารการกินของคนทวายจะเน้นเครื่องเทศ มีความมันหน่อย จึงต้องมีน้ำซุปแบบต่าง ๆ เคียงคู่ หลังจากที่ทานอาหารเช้าที่โรงแรม # The Best House ซึ่งเราชอบ “โหมะเฮงคะ” หน้าตาคล้ายๆ ขนมจีนแต่เป็นเส้นหมี่ ราดด้วยน้ำคล้ายน้ำข้าวซอย รสชาติออกไปทางน้ำเงี้ยว แต่จะมีความมัน เราชอบนะอร่อยดี เราเป็นคนชอบถ่ายรูป ชอบหยุดดูอะไรนาน ๆ เลยเดินช้าหน่อย น้องปายก็จะคอยตามเราตลอด ปายพาไปดูบ้านหนึ่งที่ทำข้าวเกรียบปลา ซึ่งสืบทอดกันมาหลายรุ่น บรรยากาศยามเช้าอากาศเย็นๆ แสงนวลๆ สาวน้อย สาวใหญ่ ต่างช่วยกันหั่นฝาน จัดเตรียม ยกกระด้งข้าวเกรียบสดตั้งบนหัว แล้วนำมาตากบนลานกว้าง ฝ่ายทอดก็ทอด ฝ่ายกระจายสินค้าก็จะปั้นจักรยานมาจอด แล้วหอบถุงข้าวเกรียบติดข้างรถ ปั้นไปส่งตามร้านค้าในเมืองทวาย ทุกการผลิตยังใช้แรงคนเป็นหลัก
ทุกซอกซอยที่เราผ่านจะมีพระท่านบิณฑบาตยามเช้า และชาวทวายก็ชอบทำบุญ รูปแบบอาคารบ้านเรือนได้รับอิธิพลจากอังกฤษ มีความเป็น Vintage สไตล์โคโลเนียล แบบผสมผสานระหว่างทวายและโคโลเนียล และแบบทวายดั้งเดิม บางหลังถูกปล่อยทิ้งร่างรอการซ่อมแซม บางหลังปรับเปลี่ยนรูปแบบเป็นอาคารสมัยใหม่ ถ้าใครชอบสถาปัตยกรรมเดินดูได้ทั้งวัน........ ไม่ไกลกันพี่โบโบและปายก็พาเดินเลาะเข้าซอย สู่ย่านชุมชนดั้งเดิม บ้านดั้งเดิมของชาวทวายมีความคล้ายกับรูปแบบบ้านทางภาคใต้ของไทย แต่นิยมใต้ถุนสูง ด้านบนเป็นไม้ เพราะสมัยก่อนเอาไว้เลี้ยงสัตว์ ปัจจุบันนิยมสร้างผนังปิด เพื่อเป็นพื้นที่ใช้สอย
มาถึงจุดที่ทำขนมที่คล้ายทองม้วนบ้านเรา แต่ที่นี่ไม่ม้วน ใช้ไม้บีบเข้าหากันรสชาติอร่อย หวานมัน บ้านนี้ก็ทำมายาวนานเช่นกัน บ้านที่ทำขนมมีอยู่ประมาณ 6 ครัวเรือน ยังใช้ถ่านในการทำ ทำให้ขนมมีความหอมควันถ่าน ถัดจากนี้ถ้ามีเวลามากเราสามารถเดินชมตลาด 100 ปี ตลาดเซจี เดินชิมอาหาร Local Food และตามหางาน Craft สวยๆ ที่ซ่อนอยู่ตามถนนต่าง ๆ ได้ แต่เรามีเวลาจำกัด.....
จุดท่องเที่ยวสำคัญของเมืองทวายอีก 2 จุด คือ วัดพระนอนพระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว ซึ่งมีความยาวเป็นอันดับสองรองจากพระพุทธไสยาสน์เจาทัตยี และวัดเจดีย์ชเวตองจา ที่มีอายุก่าแก่ถึง 250 ปี
เล่ามาเล่าสู่กันฟังแบบคร่าวๆ เอาไว้เราจะไปสัมผัสความเป็นเมืองอีก Part 2 เราจะพาเข้าสู่ชุมชนที่เริ่มทำท่องเที่ยวโดยชุมชน “Ka Lone Htar Villag” และ” TiZit Village” พม่าเขาก็เริ่มขยับเรื่องการพัฒนา CBT แล้วนะ
"เมืองทวายเหมาะกับนักท่องเที่ยวสไตล์ไหน"
- คนที่ชื่นชอบสถาปัตยกรรม Local ilfe Local Food งานหัตถกรรม -
#ครั้งแรกในการเยือนทวายต้องขอบคุณพี่หน่อย (Tourism Consultant ITC) อดีตผู้อำนวยการ CBTI ที่เปิดโอกาสให้ได้หลงรักเมืองทวาย
#
Click here to claim your Sponsored Listing.
Category
Website
Address
Dawei