D-Science

D-Science

Share

05/12/2025

โอโซนฟื้นตัวเมื่อทั่วโลกหยุดใช้สาร CFC

‘หลุมโอโซน’ เล็กลง หายไปเร็วขึ้น สัญญาณบวกในการฟื้นตัวของชั้นโอโซน ความสำเร็จจากทั่วโลกหยุดใช้ ‘สาร CFC’
“หลุมโอโซน” เหนือแอนตาร์กติกาในปีนี้มีขนาดเล็กที่สุดและปรากฏตัวสั้นที่สุดนับตั้งแต่ปี 2019 ตามข้อมูลของนักวิทยาศาสตร์อวกาศยุโรป ถือเป็นสัญญาณที่ดีในการฟื้นตัวของชั้นโอโซน
จากข้อมูลของ บริการตรวจสอบบรรยากาศโคเปอร์นิคัส พบว่า นับตั้งแต่เดือนกันยายนเป็นต้นมา “หลุมโอโซน” ในซีกโลกใต้ครอบคลุมพื้นที่สูงสุด 21 ล้านตร.กม. ซึ่งมีขนาดเล็กลงที่สุดในรอบ 5 ปีและมีขนาดเล็กลงจนกระทั่งใกล้จะหายไปแล้ว นับเป็นปีที่สองติดต่อกันที่มีหลุมโอโซนขนาดเล็กเมื่อเทียบกับหลุมโอโซนขนาดใหญ่และยาวนานหลายหลุมในช่วงปี 2020-2023
แม้ว่าหลุมโอโซนจะพบได้ทั่วไปในชั้นสตราโตสเฟียร์ แต่รูปแบบหลุมโอโซนที่รุนแรงที่สุดจะเกิดขึ้นเหนือภูมิภาคแอนตาร์กติก เนื่องจากอุณหภูมิที่เย็นจัดและปฏิกิริยาทางเคมีเฉพาะตัวในชั้นบรรยากาศสตราโตสเฟียร์ ในช่วงระหว่างเดือนกันยายนถึงพฤศจิกายน ซึ่งเป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิของซีกโลกใต้
หลุมโอโซนเป็นภาวะที่ชั้นโอโซนในสตราโตสเฟียร์บางลงตามฤดูกาล โดยเฉพาะในบริเวณขั้วโลกใต้ ถูกค้นพบครั้งแรกในปี 1985 สาเหตุหลักเกิดจากการปล่อยสารเคมี เช่น คลอโรฟลูออโรคาร์บอน หรือ CFC ซึ่งทำลายโมเลกุลของโอโซนและทำให้รังสีอัลตราไวโอเลตที่เป็นอันตรายมากขึ้นมาถึงพื้นผิวโลก หลังจากนั้นทั่วโลกต่างลงนามในพิธีสารมอนทรีออลปี 1987 เพื่อยุติการใช้สารเคมีทำลายโอโซน
งานวิจัยในวารสาร Nature Climate Change เมื่อปี 2024 พบว่า พิธีสารมอนทรีออลช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้สำเร็จ และลดผลกระทบจากความร้อนที่เกิดขึ้นจากก๊าซเหล่านี้เร็วขึ้น 5 ปี องค์การอุตุนิยมวิทยาโลกประเมินว่าการยกเลิกใช้สารเคมีเหล่านี้ จะช่วยให้ชั้นโอโซนเหนือแอนตาร์กติกา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่บางที่สุด ฟื้นตัวกลับสู่ระดับเดียวกับปี 1980 ภายในปี 2066
นักวิทยาศาสตร์ยังคงพยายามทำความเข้าใจว่าเหตุใด หลุมโอโซนในช่วงระหว่างปี 2020-2023 ถึงมีขนาดใหญ่กว่าปรกติ พวกเขาสันนิษฐานว่าอาจจะมาจากการปะทุของภูเขาไฟฮังกาตองกาในปี 2022 ซึ่งพ่นเถ้าถ่านและไอน้ำจำนวนมหาศาลขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศสตราโตสเฟียร์
นาซาและองค์การบริหารมหาสมุทรและบรรยากาศแห่งชาติของสหรัฐจัดอันดับรูรั่วโอโซนในปี 2025 ว่ามีขนาดเล็กที่สุดเป็นอันดับ 5 นับตั้งแต่ปี 1992
อ่านต่อ: https://www.bangkokbiznews.com/environment/1210519
#กรุงเทพธุรกิจ #กรุงเทพธุรกิจSustain

23/11/2025

ภาวะดื้อยาปฏิชีวนะ อาจทำให้มีผู้เสียชีวิตถึงกว่า 30 ล้านคน ภายในปี 2050

A global analysis by the GRAM Project published in The Lancet projects more than 39 million deaths from antibiotic-resistant infections between now and 2050. The study used 520 million data records from 204 countries, including hospital discharges, insurance claims, and death certificates, to model the rise of antimicrobial resistance (AMR). By 2050, direct AMR deaths are projected to rise to 1.91 million per year, while deaths in which AMR plays a role could reach 8.22 million annually. Older populations (70+) are expected to be hit the hardest — their AMR-related deaths have already risen sharply and are forecast to increase further. Shared for information purposes

Telephone

Website

Opening Hours

Monday 09:00 - 17:00
Tuesday 09:00 - 17:00
Wednesday 09:00 - 17:00
Thursday 09:00 - 17:00
Friday 09:00 - 17:00
Saturday 09:00 - 17:00
Sunday 09:00 - 17:00