Mook Mind Money

Mook Mind Money

Share

28/05/2026

ถ้าพูดในมุม “ประกันสุขภาพเด็ก/ผู้ใหญ่”
โรคระบบทางเดินหายใจบางโรค
ไม่ได้ถูกปฏิเสธทันทีเสมอไป

แต่หลายกรณีอาจถูก
“ยกเว้นความคุ้มครอง” เฉพาะโรค
หรือรอพิจารณาจากประวัติการรักษาค่ะ

สรุปแบบเข้าใจง่าย 👇

---

#โรคระบบทางเดินหายใจ
ที่มักมีผลต่อการพิจารณาประกัน

กลุ่มที่พบว่า “อาจโดนยกเว้น” บ่อย

🫁 1. หอบหืด / ภูมิแพ้ทางเดินหายใจ (Asthma)

โดยเฉพาะถ้า

* พ่นยาเป็นประจำ
* มี nebulizer
* Admit
* มีอาการหอบกลางคืน
* ใช้ยาควบคุมต่อเนื่อง

บริษัทมักพิจารณา

* ยกเว้นโรคหอบหืด
* ยกเว้นโรคทางเดินหายใจ
* หรือรอให้อาการนิ่งก่อน

---

🫁 2. RSV ที่ลงปอด / หลอดลมอักเสบรุนแรง

ถ้าเคย

* ปอดอักเสบ
* ต้องนอน รพ.
* ใช้ออกซิเจน
* เข้า ICU

บางบริษัทอาจขอดูว่า

* หายขาดหรือยัง
* มี wheezing ซ้ำไหม
* เสี่ยงพัฒนาเป็นหอบหรือไม่

---

🫁 3. ปอดอักเสบ / ปอดบวม ซ้ำบ่อย

ถ้าเกิดหลายครั้งในระยะสั้น
บริษัทจะกังวลเรื่อง

* ภูมิคุ้มกัน
* โรคปอดเรื้อรัง
* หอบแฝง
* ความผิดปกติของปอด

---

🫁 4. โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD)

พบในผู้ใหญ่/สูบบุหรี่

มักมีโอกาส

* เพิ่มเบี้ย
* ยกเว้นโรคปอด
* หรือบางกรณีไม่รับ

---

🫁 5. วัณโรคปอด

ต้องดูว่า

* รักษาครบหรือยัง
* มีรอยโรคค้างไหม
* ยังติดตามรักษาหรือไม่

---

🫁 6. ถุงลมโป่งพอง / พังผืดในปอด

เป็นกลุ่มที่บริษัทประเมินค่อนข้างละเอียด
เพราะเกี่ยวกับสมรรถภาพปอดระยะยาว

---

🫁 7. ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep apnea)

โดยเฉพาะถ้า

* ใช้ CPAP
* มีโรคร่วม
* น้ำหนักมาก
* ความดันสูง

---

#โรคที่มักไม่กระทบมากถ้าหายแล้ว

เช่น
✅ ไข้หวัดทั่วไป
✅ ไข้หวัดใหญ่
✅ คออักเสบ
✅ ทอนซิลอักเสบทั่วไป
✅ RSV แบบไม่ลงปอดและไม่มี admit
✅ หลอดลมอักเสบเล็กน้อยครั้งเดียว

ถ้าหายดี ไม่มีอาการต่อเนื่อง
ส่วนใหญ่ยังพิจารณาได้ปกติ

---

#บริษัทประกันดูอะไรเป็นหลัก?

ไม่ใช่แค่ “เคยเป็นไหม”
แต่ดูว่า

* เป็นบ่อยไหม
* รุนแรงแค่ไหน
* Admit หรือไม่
* ใช้ยาต่อเนื่องไหม
* มี follow up ไหม
* มีผล X-ray / สมรรถภาพปอดผิดปกติไหม

---

#สิ่งสำคัญที่สุด

หลายครอบครัวคิดว่า
“รอให้ป่วยก่อนแล้วค่อยทำ”

แต่ในทางปฏิบัติ
เมื่อมีประวัติระบบทางเดินหายใจแล้ว
ตัวเลือกประกันอาจลดลงทันทีค่ะ

โดยเฉพาะเด็กเล็กที่มี

* RSV
* หอบ
* wheezing
* ปอดอักเสบซ้ำ

---

1. โรคระบบทางเดินหายใจบางโรค
“ไม่ถูกปฏิเสธ” แต่ถูกยกเว้นเฉพาะโรคได้

2. บริษัทดู “ความรุนแรงและความต่อเนื่อง”
มากกว่าแค่เคยป่วย

3. การวางแผนก่อนมีประวัติ admit
หรือพ่นยาต่อเนื่อง มักมีทางเลือกมากกว่า

23/05/2026

“โรคติดต่ออันตรายลำดับที่ 14 ของไทย
ชื่อ ฮันตาไวรัส”

เพิ่งประกาศเมื่อ 15 พ.ค. ที่ผ่านมา

เจอผู้ป่วยสงสัย
→ ต้องรายงานใน 3 ชั่วโมง

สัมผัสใกล้ชิด
→ กักตัว 42 วัน

ฟังดูน่ากลัว แต่ข่าวดีคือ
ไทยยังไม่พบสายพันธุ์ที่ติดคนสู่คน
ความเสี่ยงประชาชนยังต่ำ

ข่าวที่ควรสนใจมากกว่า
คือ “ลักษณะของโรค”

ฮันตาไวรัสไม่ได้ทำให้แค่ไข้ธรรมดา
มันลง 2 ระบบหลัก:

• ไต
→ ไตวายเฉียบพลัน ต้องฟอกไต

• ปอด
→ ระบบหายใจล้มเหลว ต้องเข้า ICU

อัตราเสียชีวิต
ในเคสคลัสเตอร์ล่าสุดของ WHO อยู่ที่ 38%
────────

คำถามที่อยากชวนคิด
ไม่ใช่ “จะติดมั้ย”

แต่เป็น “ถ้าวันนึงเจอโรคแบบนี้

แผนสุขภาพที่ถืออยู่ พร้อมรับมือมั้ย?”

✅ IPD ครอบคลุม ICU
+ ฟอกไตเฉียบพลันมั้ย

✅ วงเงินค่ารักษาต่อครั้ง
พอกับการนอน ICU 2-4 สัปดาห์มั้ย

✅ ถ้าต้องกักตัว/พักรักษา 42 วัน
มีรายได้ทดแทนมั้ย

✅ CI ที่ถืออยู่ คุ้ม “ไตวายเฉียบพลัน”
หรือเฉพาะ “ไตวายเรื้อรัง”

────────
โรคอุบัติใหม่ไม่ได้รอให้เราพร้อม
แต่เราเลือก “เตรียมแผน” ก่อนได้
ทักมาให้ช่วยเช็กแผนปัจจุบันได้
ดูให้ว่ามีช่องว่างตรงไหน
ไม่มีการขาย ถ้าแผนเดิมโอเคอยู่แล้ว 🙂

#ฮันตาไวรัส #ประกันสุขภาพ #วางแผนสุขภาพ

Telephone