Travel intrend

Travel intrend

แชร์

10/05/2026

⚡👀 แมคโดนัลด์ จะพาน้องๆ ทะลุมิติไปผจญภัยกับ The Stranger Things Tales from’85 ในชุด #แฮปปี้มีล พร้อมมีของเล่นให้สะสมครบทั้ง 10 แบบ เริ่มต้นชุดละ 109.-

✨ ห้ามพลาด! เมนูทานเล่น ‘Sweet Corn Cup’ เมล็ดข้าวโพดหวานสดจากไร่ 100% เคี้ยวเพลินได้ประโยชน์ ให้พลังงานเพียง 40 แคลอรี เท่านั้น
✨ พิเศษ! เลือกเมนู แมคฟิช ในชุด #แฮปปี้มีล ได้แล้ว

📍 ตั้งแต่ 8 พ.ค. 69 - 4 มิ.ย. 69 (จำนวนจำกัด)
📍แมคโดนัลด์ทุกสาขา บริการแมคไดร์ฟทรู และแมคเดลิเวอรี่
💻 สั่งออนไลน์ http://bit.ly/3JNJ0ch
📱โทร. 1711
* จำกัดจำนวนการซื้อ 2 ชุด / ท่าน
* ตรวจสอบแบบของเล่นที่จำหน่ายในแต่ละสัปดาห์ ณ จุดขาย
* ขอสงวนสิทธิ์จำหน่ายของเล่นเฉพาะในชุดแฮปปี้มีลเท่านั้น
* ราคาอาจแตกต่างกันตามแต่ละสาขา

#แมคโดนัลด์ #แฮปปี้มีล #ทราเวลอินเทรนด์

Photos from Travel intrend's post 15/04/2026

ผู้ว่าฯ ททท. ปลื้มสงกรานต์ไทย 2569 คึกคักทั่วประเทศ นักท่องเที่ยวชาวไทย-ต่างชาติเข้าร่วมงานท่วมท้น คาดสถานการณ์ท่องเที่ยวเทศกาลสงกรานต์ทั่วประเทศ สร้างรายได้รวมกว่า 30,350 ล้านบาท

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เผยถึงภาพรวมการจัดงานเทศกาลสงกรานต์ปี 2569 ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศเป็นไปอย่างคึกคักเกินคาด สะท้อนความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติที่ออกเดินทางท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาวอย่างหนาแน่น ส่งผลให้เกิดการกระจายรายได้สู่ภาคการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจฐานรากในวงกว้าง ทั้งยังสะท้อนความสำเร็จในการนำเสนอเสน่ห์ของเทศกาลสงกรานต์ไทยสู่เทศกาลระดับโลก พร้อมคาดสถานการณ์เดินทางท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ทั่วประเทศไทย ระหว่างวันที่ 11-15 เมษายน 2569 ทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติ สร้างรายได้รวมทางการท่องเที่ยวกว่า 30,350 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 6 จากช่วงเดียวกันของปี 2568

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า ความสำเร็จของเทศกาลสงกรานต์ในปีนี้ สะท้อนให้เห็นถึงพลังของเสน่ห์ไทยที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกได้อย่างชัดเจน ความสำเร็จของการจัดงานเทศกาลสงกรานต์ในปีนี้ เกิดจากความร่วมมืออย่างเข้มแข็งระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนในพื้นที่ ในการร่วมกันยกระดับเทศกาลสงกรานต์ไทยสู่ระดับสากล ภายใต้แนวคิดการท่องเที่ยวอย่างมีคุณค่า (Value-based Tourism) และการส่งเสริมเสน่ห์ไทย ผ่านมิติของวัฒนธรรม ประเพณี อาหาร และความคิดสร้างสรรค์ โดย ททท. ขอขอบคุณพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนทุกภาคส่วนที่มีส่วนร่วมในการจัดงานสงกรานต์ทั่วประเทศไทย ซึ่งมีกระแสตอบรับที่ดี มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเข้าร่วมงานอย่างท่วมท้นในหลายพื้นที่ ไม่เพียงสร้างบรรยากาศแห่งความสุขและความประทับใจ แต่ยังช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในทุกระดับ ทั้งในเมืองหลักและเมืองน่าเที่ยว ททท. จะเดินหน้าต่อยอดเทศกาลไทยสู่ระดับนานาชาติ ควบคู่กับการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างมีคุณค่าและยั่งยืน เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางเทศกาลระดับโลก

ทั้งนี้ ในส่วนของการจัดงานสงกรานต์ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร แต่ละพื้นที่ล้วนมีคนเข้าร่วมอย่างล้นหลาม ไม่ว่าจะเป็น ถนนสีลม สยามสแควร์ ถนนข้าวสาร รวมถึงงานที่ ททท. จัดทั้งสองงาน ได้แก่ Maha Songkran World Water Festival 2026 ณ สวนเบญจกิติ กรุงเทพฯ ซึ่งระหว่างวันที่ 11-13 เมษายน 2569 มีผู้เข้าร่วมงานแล้วถึง 108,640 คน แบ่งเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทย 56,368 คน และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 52,272 คน สะท้อนถึงความนิยมของเทศกาลสงกรานต์ไทยในระดับนานาชาติอย่างชัดเจน พร้อมกันนี้ยังสามารถสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนและผลกระทบทางเศรษฐกิจรวมกว่า 283.68 ล้านบาท ขณะที่งาน Saneh Art by Songkran Festival 2026 ณ สวนลุมพินี กรุงเทพฯ ได้สร้างกระแสในกลุ่มคนรุ่นใหม่ให้มาถ่ายรูปเช็กอินกับคาแรกเตอร์สุดฮิต โดยมีผู้เข้าร่วมชมแล้วกว่า 94,546 คน

สำหรับบรรยากาศการจัดงานสงกรานต์ทั่วประเทศไทย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ยังคงเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยม โดยกิจกรรม “สงกรานต์เล่นน้ำกับช้าง” ซึ่งเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นของพื้นที่ ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ สร้างสีสันและภาพจำที่สะท้อนอัตลักษณ์ความเป็นไทยได้อย่างชัดเจน ผสานความสนุกสนานกับเสน่ห์ทางวัฒนธรรมได้อย่างลงตัว ขณะที่บรรยากาศในพื้นทีภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงคึกคักไม่แพ้กัน โดยหลายจังหวัดจัดกิจกรรมสงกรานต์ควบคู่กับประเพณีท้องถิ่น อาทิ พิธีสรงน้ำพระ การแห่ขบวนวัฒนธรรม รดน้ำดำหัว และกิจกรรมถนนสายเล่นน้ำ ซึ่งได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวจำนวนมาก สะท้อนเสน่ห์ของวิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่อบอุ่น และเปี่ยมด้วยอัตลักษณ์ สร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวที่มีความหมาย (Meaningful Experience) ในส่วนของพื้นที่ภาคใต้ บรรยากาศการท่องเที่ยวขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะจังหวัดสงขลา ซึ่งด่านพรมแดนสะเดามีปริมาณนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย ส่งผลให้ในช่วงวันที่ 10–12 เมษายน 2569 มีผู้เดินทางผ่านด่านรวมกว่า 36,000 คน ขณะที่อัตราการเข้าพักเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณร้อยละ 80 และคาดว่ามีนักท่องเที่ยวรวมกว่า 70,000 คน สร้างรายได้หมุนเวียนในพื้นที่กว่า 700 ล้านบาท นอกจากนี้การจัดกิจกรรมในพื้นที่ศักยภาพชายแดนใต้ อาทิ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา และอำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ผ่านการจัดงาน “สุข สนุก สงกรานต์ชายแดนใต้” และ งาน“SUNGAIKOLOK Midnight Songkran 2026” ยังได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะตลาดมาเลเซียที่เดินทางเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง สะท้อนศักยภาพของเมืองชายแดนในการเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและความบันเทิงยามค่ำคืน

ททท.คาดการณ์ ภาพรวมสถานการณ์การเดินทางท่องเที่ยวไทยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 11–15 เมษายน 2569 จะสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวทั่วประเทศรวมกว่า 30,350 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 6 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา สำหรับตลาดต่างประเทศ คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยประมาณ 500,000 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 4 สร้างรายได้ราว 8,100 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 2 ขณะที่ตลาดในประเทศ คาดว่าจะมีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยจำนวน 5,963,000 คน-ครั้ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 7 สร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวประมาณ 22,250 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 8

ททท. เชื่อมั่นว่า เทศกาลสงกรานต์จะเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย และเป็นกลไกสำคัญในการสร้างรายได้ กระจายโอกาสทางเศรษฐกิจ และเสริมสร้างภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางแห่งเทศกาลระดับโลก ที่พร้อมมอบประสบการณ์การท่องเที่ยวที่มีคุณค่าและยั่งยืนแก่ผู้มาเยือนจากทั่วโลก
#ทราเวลอินเทรนด์ #ททท #เที่ยวไทย #สงกรานต์

31/03/2026

เรือด่วนไม่ไหวแล้ววววววว
#ทราเวลอินเทรนด์ #เรือด่วนเจ้าพระยา #น้ำมัน #ขึ้นราคา

เรือด่วนเจ้าพระยา ประกาศปรับขึ้นอัตราค่าโดยสารเรือทุกประเภท 2 บาท เหตุราคาน้ำมันดีเซลพุ่งขึ้นสูงอย่างต่อเนื่อง เริ่มวันจันทร์ที่ 30 มี.ค. 2569 เป็นต้นไป

นาวาตรีเจริญพร เจริญธรรม กรรมการผู้จัดการบริษัท เรือด่วนเจ้าพระยา จำกัด ผู้ให้บริการเรือโดยสารในแม่น้ำเจ้าพระยา ในเส้นทางระหว่างท่าเรือปากเกร็ดถึงท่าเรือวัดราชสิงขรได้กล่าวว่า ด้วยสถานการณ์ราคาน้ำมันดีเซลมีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการให้บริการ โดยราคาอยู่ที่ 38.99 บาทต่อลิตร ณ วันที่ 26 มีนาคม 2569 บริษัทฯ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องปรับอัตราค่าโดยสารเรือทุกประเภท ขึ้น 2 บาทจากอัตราเดิม ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 30 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป

• เรือธงส้ม: เส้นทางนนทบุรี – วัดราชสิงขร จากราคา 16 บาท เพิ่มขึ้นเป็น 18 บาท (ตลอดสาย)

• เรือธงเหลือง: เส้นทางนนทบุรี – สาทร จากราคา 21 บาท เพิ่มขึ้นเป็น 23 บาท (ตลอดสาย)

• เรือธงเขียวเหลือง:
- เส้นทาง ปากเกร็ด – นนทบุรี จากราคา 14 บาท เพิ่มขึ้นเป็น 16 บาท
- เส้นทาง นนทบุรี – สาทร จากราคา 21 บาท เพิ่มขึ้นเป็น 23 บาท
- เส้นทาง ปากเกร็ด – สาทร จากราคา 33 บาท เพิ่มขึ้นเป็น 35 บาท

• เรือธงแดง (ปรับอากาศ): นนทบุรี – สาทร จากราคา 30 บาท เพิ่มขึ้นเป็น 32 บาท

นาวาตรีเจริญพร กล่าวเพิ่มเติมว่า ทางบริษัทได้ชะลอการปรับขึ้นอัตราค่าโดยสาร เพราะคำนึงถึงความเดือดร้อนของผู้ใช้บริการเป็นหลัก แต่จากสถานการณ์ราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด ทำให้ทางบริษัทจำต้องปรับค่าโดยสารอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ในกรณีที่ราคาน้ำมันปรับลดลง บริษัทฯ จะปรับลดอัตราค่าโดยสารต่อไป

เครดิต : เพจเรือด่วนเจ้าพระยา

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง สำนักงานตัวแทนจัดการท่องเที่ยว ใน Nonthaburi?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่

Nonthaburi
11000